620621_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก โลกุตรธรรมนำการเมืองไทย.docx
เนื้อหาในไฟล์
620621_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก โลกุตรธรรมนำการเมืองไทย อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1DTpf13r-VxmLLJ5iH98rkCcxIwDdcslGc0ZdyMgZ4gU/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1i7TF6ZZEXPDLFvMz0iuA5hywLKq2gl48 สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 ที่บวรสันติอโศก พ่อครูได้มาเยี่ยมเยียนชาวสันติอโศกก่อนจะเข้าพรรษา ที่สันติอโศกก็มีการทำกิจกรรม เข้าค่ายอุโบสถศีล ครั้งที่ 166 เป็นที่น่าอัศจรรย์ ในใจกลางกรุงเทพฯ ยังมีการรักษาอุโบสถศีลได้อย่างยาวนาน ตั้งชื่อครั้งนี้ว่า ลูกจะพากเพียรทำตามพ่อสอน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2562 ในวันเสาร์หน้า จะมีการจัดงาน คืนสู่เหย้าเข้าคืนรังนักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม แต่เดิมจะจัดกันที่ราชธานีอโศก เพราะว่าพ่อครูอยู่ที่นั่น ก็จองตั๋วเครื่องบินกันเรียบร้อยแล้ว โปรแกรม ปัจฉาฯก็คุยกันว่า จะกลับไป ทำ งานที่บ้านราชฯ แต่เขาคุยกันไปกันมาก็ว่า ไม่ต้องให้พ่อครูเดินทางไปมา ก็มาจัดกันที่สันติอโศกเลยดีกว่า เพื่อนพ้องน้องพี่มาพบกัน เอื้อไออุ่นกับพ่อครู พบกับแตงโมไร้สารพิษแน่นอน จากอุดรธานี 1 คันรถ นศ.ปธ.เป็นการรวมตัวของ คนหนุ่มสาวนักศึกษาต่างสถาบัน มาประพฤติปฏิบัติธรรมตามแนวทางชาวอโศก เป็นปีที่ครบรอบ 38 ปีในปีนี้
พ่อครูว่า…ก็ขอโอภาปราศรัยกับ sms ก่อนนะ _SMS วันที่ 19-20 มิ.ย. 2562 สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ทรราชกับรัฐมนตรี มีทั้งสภาวะและพยัญชนะ _1614"...พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น..." พระราชดำรัส สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ไม่ได้แปลว่า พอเพียง=คุณต้องจน ต้องใช้น้อยๆ
อ่านต่อ
ทำนาสามไร่ ซะที่ไหน " ชัยชนะ และความสำเร็จ ส่วนใหญ่เกิดจากความพ่ายแพ้ และความล้มเหลวทั้งสิ้น พ่อครูมี ชัยชนะ และความล้มเหลว อะไรบ้างคะ พ่อครูว่า…พยัญชนะที่จะสื่อความหมายและกำหนดความหมายเอา จะกำหนดว่าแพ้ว่าชนะ มันอยู่ที่เราเองจะหยุดหรือเราเองจะไม่หยุด ถ้าเรากำหนดหยุดเป็น พอเป็นจบเป็น เราก็แพ้ได้เสมอ ชนะ ในความหมายตื้นๆว่าเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เป็นผู้ที่ข่มเหงคนอื่นได้ เป็นผู้ที่เอาเปรียบคนอื่นได้ เป็นการชนะ อาตมาก็ว่าชนะอย่างนั้นอาตมาไม่อยากเป็น ไม่อยากเอา ถ้าบอกว่าเรามาแพ้ เสียสละให้คนอื่นได้ ขาดทุนให้คนอื่นได้ อย่างนี้เราแพ้ จะเรียกแท้หรือจะเรียกชนะ เราก็ไม่มีปัญหา เราชัดเจนในสภาวะธรรม พยัญชนะจะบอกว่าแพ้ พยัญชนะจะบอกว่าชนะ ก็ไม่มีปัญหา อาตมาชัดเจนมากที่สุดเลย ในเรื่องพยัญชนะกับสภาวะทุกวันนี้ นี่คือเทว ความเป็นสอง คนก็แย่งชิงกันอยู่ 2 อย่างนี้ เอาตำแหน่งรัฐมนตรี ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ก็ไปเป็นทรราช อย่างนี้เป็นต้น แต่เอาตำแหน่งรัฐมนตรีไปเป็นทรราช สลับซับซ้อนกันอย่างนี้สภาวะเป็นทรราช แต่คุณเอาตำแหน่งพยัญชนะเป็นรัฐมนตรี อาตมาทำงานพาสร้างสรร พาเป็นอยู่สุขสำราญเบิกบานใจกันมาได้ 40 ปี ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร สภาวะอาตมาเข้าใจ พยัญชนะอาตมาเข้าใจ คนจะหาว่าเป็นพระหรือเป็นผี เป็นมารเป็นยักษ์ เป็นผู้มาทำลายศาสนาก็ไม่เป็นไร ประชาชนเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่อาตมาก็อยู่ได้ และที่อาตมาเห็นจริงๆก็คือ คนไทยทั้งประเทศนี้ อาตมาก็ทำงานมาตั้ง 49 ปีจะ 50 ปีแล้ว ผลที่จะเป็นประโยชน์ หรือจะเป็นโทษแก่สังคมมนุษยชาติ ย่อมเกิดมาแล้วตามที่อาตมาทำมา จะเป็นผลประโยชน์ในข้อใดเป็นโทษ อาตมาก็ว่า ข้อชี้บ่งตัดสินว่ามันไม่น่าจะเป็นโทษ ถ้าหากเป็นโทษอาตมาต้องถูกทำลาย ต้องถูกประชาชนเล่นงานมาไม่หยุดหรอก จนกระทั่ง ไม่บาดเจ็บไม่ตายไม่ติดคุก ก็ต้องออกนอกประเทศ เหมือนอย่างคนทั้งหลายที่เขาเป็น คนที่เขาไม่ดีจริงๆ หลายคนที่เขาต้องถูกประชาชนไล่ออกไปอยู่นอกประเทศ เขามีความรู้กว่าอาตมานะ เขาบางคนหลายคนติดคุกบางคนก็ตาย แต่อาตมาก็อยู่ได้ไม่ต้องมีกองคุ้มกัน ไม่ต้องมีรปภ. ไม่ต้องมีบอดี้การ์ด ที่จะต้องถือปืนพกอาวุธ มาคุ้มกัน ไม่มี
รายละเอียดพวกนี้มีเยอะ อาตมาพูดไปนี้เป็นเพียงเหตุปัจจัย ที่มีอยู่ในชีวิตสังคม ซึ่งมีเยอะกว่านี้ ซึ่งผู้มาศึกษาความเป็นมนุษย์และพฤติกรรม ของเรากับพฤติกรรมของคนอื่นๆ รวมแล้วเป็นสังคม มนุษย์มากคนรวมเข้าเป็นสังคม และมีพฤติกรรมที่เป็นองค์รวม กับพฤติกรรมของแต่ละคนตั้งแต่เราเป็นต้นไป คำสอนพวกนี้พระพุทธเจ้าสอนไว้ด้วยสัปปุริสธรรม 7 แล้วเราก็สามารถเข้าใจแล้วก็ทำให้มันลงตัวกันได้อย่างสมดุลดี สัปปุริสธรรม 7 ประการได้สัดส่วนของ รูปนามเนื้อหาธรรมะ อัตตัญญุตา มีตัวเราเข้าไปร่วมด้วยก็ประมาณได้อย่างดี สาระต่างๆของธรรมะ อัตถะ ก็มาจัดสรรกับบุคคล ซึ่งบุคคลนั้นมีทั้ง ปุคคลปโรปรัญญุตา ตั้งแต่แต่ละบุคคล จนถึงบุคคลที่เป็นคณะหมู่กลุ่ม ปริสัญญุตา เราก็จัดสรรเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทำประโยชน์ให้แก่กันและกันได้ อะไรที่เป็นโทษอะไรที่ไม่ดีเราก็เลิก อะไรจะเป็นคุณค่าที่จะเป็นประโยชน์เราก็ทำอย่างมีปัญญารู้และมีเจตนาที่จริงใจ สิ่งเหล่านี้เป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ อาตมาเรียนรู้ปฏิบัติธรรมและก็พาพวกเราปฏิบัติตาม พูดไปแล้วอาตมาทำงานมา 40-50 ปี อาตมาว่าอาตมาประสบผลสำเร็จ พาคนมาทำสิ่งเหล่านี้ได้ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และก็เป็นสังคมที่มารวมตัวกันอยู่ และอยู่อย่างที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของปุถุชน ปุถุชนต้องการลาภยศสรรเสริญแย่งชิงเอาเปรียบรัดกันได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ของเรานั้นทวนกระแสมาอยู่อย่างมักน้อยสันโดษกล้าจนตรงตามวรรณะ 9 ของพระพุทธเจ้าทำได้ มาอยู่กันแบบคนจนอย่างเต็มใจจริงใจสบายใจ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ประเสริฐที่สุดแล้วของมนุษย์ มนุษยชาติไหนก็ตามศาสนาไหนก็ตามถ้าคุณธรรมหรือคุณสมบัติเรียกว่าคุณวิเศษที่กล่าวไปโดยย่อเมื่อกี้นี้ มนุษย์ที่มีภูมิปัญญามีปัญญาจะไม่ขัดแย้งเห็นด้วยทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาไหนชาติไหน นี่คือสัจธรรมหนึ่งเดียวสัจจะมีหนึ่งเดียว มันไม่ขัดแย้งกับอะไรหรอก ถ้าเผื่อว่าผู้ใดที่สามารถเข้าใจสารัตถะเนื้อแท้แก่นของความเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐที่ดีที่สุดแล้ว ซึ่งอาตมาว่าเราศาสนาพุทธก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้สิ่งประเสริฐที่สุดอาตมาทำมา 40-50 ปีประสบผลสำเร็จ มีคนมาทำตามได้ยากทุกวันนี้ เป็นสังคมกลียุค ทุนนิยมสามารถเป็นสังคมที่คนใช้เล่ห์เหลี่ยมโหดร้ายลึก ข้างนอกดูเหมือนเป็นผู้ดี แต่ข้างในเป็นผู้ร้าย เรียกว่าผู้ร้ายผู้ดี หลอกเป็นผู้ร้ายแต่หลอกคนอื่นว่าเป็นผู้ดี อาตมามั่นใจว่าอาตมาประสบผลสำเร็จและก็จะนำพากันไปอีก เพื่อที่จะทำให้เป็นกรรมวิบากของอาตมาด้วย อาตมายังไม่คิดจะจบชีวิตอยู่ในวัฏสงสาร ตายแล้วจะเกิดมาอีกอยู่ อาตมาเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้า แล้วจริงด้วยอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 จะมารู้ว่าอาตมาเกิดตายเกิดตายมากี่ชาติๆก็พอรู้ จนมาถึงชาตินี้ปางนี้ทำอะไรต่ออย่างไร ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ศาสนาพุทธเรียนรู้เรื่องกรรมวิบากการเกิดการตายนานนับชาติไม่ถ้วน ศาสนาเทวนิยมของเขาเกิดตายชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้าก็จบ ไม่เรียนรู้การต่อเนื่องเกิดแล้วตายมีกรรมวิบาก ส่งผลให้กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เขาไม่รู้เรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นก็พูดกับเขาไม่ได้ และเขาก็ได้แต่ทำตามคำสอนที่มีอยู่ในเทวนิยมของพระศาสดาของพระเจ้าของเขา ซึ่งจริงๆแล้วพระเจ้าก็คือศาสดาองค์ใดองค์หนึ่ง แล้วไปอ้างว่าเป็นของพระเจ้าของเขานั่นแหละของพระศาสดาแต่ละองค์ไม่ใช่ของใคร มันเป็นเรื่องจริงเลย เขาไม่เชื่อว่าคนจะเชื่อคน เขาไม่เชื่อคนหรอก เขาเชื่อแต่พระเจ้า พระเจ้านั้นเยี่ยมยอดไม่รู้อยู่ที่ไหนเลย มีแต่คำสอนที่จริงแล้วคำสอนก็เป็นของพระศาสดาเอง ตัวพระศาสดาเองก็ไม่รู้ว่าความรู้นี้เป็นของตนเองเพราะไม่รู้จักกรรมวิบากไม่รู้จักการสั่งสมกับวิบากเขาก็เลย ไม่รู้จริงๆว่าคำสอนนี้ของเราหรือ ถ้าเขารู้แล้วว่าเป็นคำสอนของเขาเอง เหมือนอย่างเรานี่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มันมีผู้รู้ก่อน ที่นี้ผู้รู้ก่อนของศาสนาเทวนิยมเขาก็บอกว่าคือพระเจ้าก็สอนอย่างนั้นอยู่แค่นี้แก้ไขไม่ได้ คำสอนของพระเจ้าระบุว่าอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้นอย่าไปแก้ไข นอกจากจะเข้าใจผิดเพี้ยนก็เลยแตกเป็นหลายศาสนา พระเจ้าเลยคนละองค์เลย ศาสนาอะไรแตกเป็นหลายศาสนา เพราะมีพระเจ้าคนละองค์ ต่างคนต่างเกี่ยงว่าพระเจ้าก็ต้องมีองค์เดียวของข้า ของคนอื่นไม่ใช่ แย่งกันเป็นพระเจ้าอีก นี่ก็เป็นเรื่องความวนเวียนทั้งหมด อาตมาไม่ได้เจตนาจะสาธยายเรื่องเหล่านั้น ความชนะความแพ้เป็นภาษา ส่วนสภาวะที่เรารู้ว่าอะไรดีที่สุด ถ้าเราหยุดแล้วถ้าเราเห็นพอดีเราก็ทำต่อ ถ้าเราเห็นว่าไม่ดีเห็นว่าจบได้เพราะได้แล้วเราก็หยุด
_สตาร์แอร์ ทุ่งคอก · พ่อครูถ่ายทอดความรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อให้พวกเราเข้าใจง่ายขึ้น กราบนมัสการ พ่อครูด้วยความเคารพรักอย่างสูงครับ🙏
_สตาร์แอร์ ทุ่งคอก เรียนสมณะ ใคร่อยากถามว่า เราต้องเข้าใจสภาวะ 2 ให้ถ่องแท้ถึงจะทำให้เป็น1 และต้องเข้าใจความเป็น1 ให้ถ่องแท้แยบคายก่อน แล้วจีงปล่อยวางเพื่อความเป็น 0 ผมเข้าใจถูกไหมครับ หากวันใดเด็กน้อยคนใดคนนึงชาวอโศกนี้เป็นนายกฯ เมืองไทยคงเป็นแดนศิวิไลซ์ เป็นแน่แท้ครับ พ่อครูว่า…อาตมาก็เป็นสมณะก็ขอตอบแทนก็แล้วกัน ถูกแล้ว อันนี้ไม่ใช่หลงตัวเอง อาตมามั่นใจในความรู้ของมนุษย์ เด็กน้อยที่เป็นเด็กน้อยคนหนึ่งของชาวอโศกก็คงหมายถึงผู้ที่มีความรู้ มีคุณธรรม มีคุณวิเศษเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นอริยบุคคล แล้วได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเป็นพระอรหันต์เลยแล้วก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ว่าศาสนาพุทธมันได้เพี้ยนไป อย่าว่าแต่เป็นอรหันต์เลย ผู้เป็นนายกฯหรือผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพระโพธิสัตว์ได้อย่าว่าแต่เป็นพระอรหันต์เลย เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้ผ่านการเป็นพระอรหันต์มาแล้ว อรหันต์ มีอรหันต์ในโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำคุณธรรมเหล่านั้นให้ตรงกับพยัญชนะพวกนี้แล้วจะรู้ความจริงเหล่านั้น อาตมาพูดเพราะว่าอาตมามีความจริงกับพยัญชนะ เทวะ 2 อย่างนี้ ไม่ได้พูด อวดเกินตัวหรือผิดเพี้ยนไป แต่คนไม่เชื่อเพราะว่ามีคนอย่างอาตมาเกิดในยุคนี้ได้ยากมาก อาตมาก็บอกไปหมดแล้วว่าอาตมาเป็น สยังอภิญญา รับปากจากพระพุทธเจ้าที่ท่านมอบหมายมาจริงๆ พูดแล้วเหมือนมันดูใหญ่ อาตมาจึงอยากจะอยู่ให้มีชีวิตยืนยาวไปนานๆ เพื่อที่จะพิสูจน์ความจริงที่อาตมาพูดนี้ว่าจริงไหม อาตมาเป็นคนเช่นนั้นหมายถึง กาลเวลาพิสูจน์คน มันก็จะมีกรรมกิริยามีการทำงานเกิดขึ้นอีกผู้ที่มีปัญญาก็จะรู้ว่า อ๋อ เหตุปัจจัยไม่มากพอเขาก็จะไม่เชื่อ แต่ว่าทุกวันนี้เหตุปัจจัยมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้มีคนเขาจำนนอาตมา เพราะว่าอาตมามีพฤติกรรมได้สร้างเหตุปัจจัยเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น 1. ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า 2. อย่างที่เขามีภูมิปัญญารับรู้ได้ว่าอย่างนี้ใช่ๆๆ เขาก็ตัดสินเขาก็เป็นคนที่ให้คะแนน ก็ค่อยยังชั่วขึ้นเรื่อยๆดีขึ้นไปตามลำดับ การต่อต้านก็น้อยลงกันไม่เชื่อถือก็น้อยลงมีการเชื่อถือมากขึ้นยอมรับมากขึ้นนี่เป็นสัจจะ ใช้พยัญชนะอธิบายสภาวะเหล่านี้ก็คงจะเข้าใจได้ดี
_“โซเชี่ยลมีเดี่ย เฟสบุ๊ค ไลน์ แชทต่างๆ ช่วยทำให้คนโง่เขลามีที่มีทางแสดงออกมากขึ้น แต่ก่อนคนพวกนี้ได้แต่พูดบ่นกับแก้วเหล้า แก้วไวน์ในบาร์ โดยไม่เป็นภัยต่อสังคม แล้วก็เงียบปากไป หายไปในอากาศ แต่ตอนนี้ คนพวกนั้นมีสิทธิ์ที่จะพูดได้เท่าๆ กับผู้ชนะรางวัลโนเบล
มันคือการรุกรานของคนเขลาชัดๆ คนเขลาในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า โง่ เพราะไร้การศึกษานะ แต่เขลาเพราะไร้มโนสำนึก สักแต่ว่าพูดๆๆ สักแต่ว่าด่าๆๆ สบถสำรอกความไม่พอใจออกมา แล้วก็มีคนประเภทเดียวกัน เอาตามด้วย คนเขลาชมคนเขลา ส่งเสริมกันยกย่องกัน ระบาดไปหมด
จาก อุมแบร์โต้ เอโก นักปราชญ์ร่วมสมัย พ่อครูว่า…ก็เป็นเช่นนี้จริงในส่วนที่มันมีจริงมนุษย์โลกก็เป็นอย่างนี้ ถูกปั่นหัวจนตัวเองไม่มีจุดยืนไม่มีความรู้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเพียงพอก็เป็นไปตามโลกเขาอย่างนั้นเรื่อยๆ
_(จนเขียน)Chon Kyun • คอมเมนต์ส่วนใหญ่เปรียบได้กับเด็กอนุบาลฟังทฤษฎีสัมพัทธภาพ ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ มองนามธรรมไม่ออก เห้ย! เวลามันจะโค้งงอได้ไง จักรวาลมันจุโค้งงอได้ไง (จริงๆแค่จักรวาลก็ยังไม่รู้จักหรอก) คิ ๆ ก็เลยด่าว่าคนพูดนี่ตลกแระ มั่วก็มี หลอกลวงไปโน่น บลาๆ ...ขนาดโปรเฟสเซอร์ระดับปริญญาเอกด้วยกัน เวลาจะเถียงกันยังต้องอ้างเปเปอร์หรือผลงานมาหักล้าง แต่พวกอนุบาลหมีน้อยบางหมีนี่ด่าทันที ยังกะเก็บกดมาจากไหน...งงงเด้ พ่อครูว่า…ก็เป็นอย่างนั้นแหละคนก็เป็นไปตามสารพัดดีลีลา
_Love You • สาธุครับ สถานที่ร่มรื่น เป็นชุมชนที่น่าอยู่มากๆ หาไม่ได้แล้วทั้งในเมืองหรือชนบททั่วไป แถวหมู่บ้านผมก็บรรยากาศดี ติดแต่ว่ายังมีบางบ้านเลี้ยงสุนัข วิ่งไปออกกำลังกายก็ถูกวิ่งไล่กวดประจำ ที่น่ารำคาญที่สุดคือมีบ้านอยู่ 2-3หลังเปิดเพลงเสียงดังเผื่อแผ่มาให้บ้านอื่นด้วย ผู้ใหญ่ไปเตือนก็ไม่ฟัง พ่อครูว่า…นั่นแหละอยู่ในสังคมส่วนใหญ่ก็อิสระเสรีทำอะไรได้ตามใจคือไทยแท้ก็มีเยอะ
_สวัสดี สุวรรณบัณฑิต • ความรู้ดีๆทำไมเพิ่งมาเจอ พ่อครูว่า…คนนี้ ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องไปทำไมหรอกก็ทำเลย เจอดีๆแล้วก็รีบทำตาม ความรู้ดีๆทำไมเพิ่งมาเจอ ที่เพิ่งมาเจอก็เพราะว่าเป็นวิบากของคน มันเป็นบารมีของคน จริงๆนะ คนอยู่ที่นิวกินีก็ดี คนอยู่แถวเอธิโอเปียก็ดี เขาไม่มีวาสนาเขาไม่มีบารมีเขาไม่มีทางจะมาเจอ เขาก็อยู่ของเขาไปอย่างทุกข์ทรมานตายแล้วตายเล่าอีกหลายชาติไปอย่างนั้น สิ่งเหล่านี้แม้แต่คนจะเป็นชาติที่เป็นเทวนิยมมีอีกเยอะในโลก ทวีปต่างๆ เขายังไม่เจอศาสนาพุทธ เขาก็ยังไม่เจอ เจอเขาก็ไม่รู้เรื่องไม่เห็นว่ามีอะไร เหมือนไก่ได้พลอย สู้เมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งก็ไม่ได้ มันเป็นธรรมดาธรรมชาติที่จะต้องเป็นไปเขาไม่ได้เห็นค่า เขายังไม่มีบารมีที่จะรู้ว่านี่ใช่หรือของมีค่า มันก็เป็นธรรมชาติที่จะต้องเป็นเช่นนั้น
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ
สมณะเดินดิน... อาตมาเคยเป็นเด็กบ้านนอกตอนนี้มาบวชแล้วแต่ญาติหลายคนเขาก็ไม่สนใจ มีชีวิตจับสัตว์กินไปตามประสา เหมือนกับงูกินกบเขียดอะไรไป แต่ว่าสิ่งที่สูงกว่านั้นรู้สึกว่าเขาไม่มีภูมิปัญญาที่จะรับรู้ได้ ก็คงไม่ต่างจากพวกเอธิโอเปีย แม้แต่พวกที่อยู่ประเทศไทยก็ยังไม่มีภูมิปัญญาเพียงพอที่จะรู้สัจธรรมของพระพุทธเจ้าได้ ก็เป็นวิบากของแต่ละคนที่จะต้องสะสมและพัฒนากันไปอีกหลายชาติจนกว่าจะเป็นเวไนยสัตว์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน ธรรมะพุทธใช้ได้ทุกจักรวาล _"พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสั่งสอนอะไรออกมา ใช้ได้แก่ทุกโลก ใช้ได้แก่ทุกจักรวาล เนี่ยคือข้อที่น่าอัศจรรย์ของพระธรรม - พุทธทาสภิกขุ" คำกล่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ พ่อครูว่า...ถูกต้อง เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านเรียนรู้ อัตตา และโลก คำว่าโลกนี้ กว้างขวางมีลักษณะหลายอย่างหลายอัน ผู้มาบรรยายขยายความเรื่องโลกตามสัมมาทิฏฐิ 10 พระพุทธเจ้าบอกว่ามีผู้ที่เรียนรู้โลกนี้และโลกหน้า แล้วมาชี้แจงเปิดเผยประกาศความเป็นโลกนี้และโลกหน้า อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ ผู้ที่จะมาขยายความโลกนี้และโลกหน้าได้ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ที่ได้รับจากพระพุทธเจ้ามาแล้ว อย่างเช่นอาตมามาอธิบาย โลก อบาย โลกกาม โลกรูปโลก อรูปโลก ก็ขยายความให้รู้ว่าโลกก็คือความวนในกรอบหนึ่ง คุณเกิดอยู่เหมือนกบในกะลาก็วนเวียนอยู่ในกะลา โลกียะ วน กรอบเล็กกรอบใหญ่ ที่มีเหตุปัจจัยพิสดารมากขึ้นไปตามลำดับจนกระทั่งถึงโลกโลกียะและโลกุตระ แบ่งโลกโลกียะและโลกุตระให้ชัดเจนจนผู้ที่เรียนรู้ตามสามารถปฏิบัติออกจากโลกโลกียะ จิตวิญญาณได้เกิดใหม่ เป็นจิตวิญญาณที่ใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มาแทนว่าคนละ DNA เลย คนละยีนเลย เปลี่ยนยีนเลย จาก DNA ของโลกีย์มาเป็น DNA ของโลกุตระ ใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ชีววิทยามาแทนสภาวะ ขอใช้แบบโลกียมาขยายความให้พอรู้เรื่องของโลกุตระ ที่จริงแล้วการเปลี่ยนยีนทางจิตวิญญาณจะต้องมีความรู้ทางอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม ว่าต่างกันอย่างไร จึงจะเปลี่ยนให้จิตวิญญาณที่เป็นโลกียะมาเป็นโลกุตระได้เกิดได้ด้วยกรรม แล้วก็ทรงไว้เรียกว่าธรรมะ ถึงจะต้องมีความรู้ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม อาตมาก็เอามาอธิบายให้พวกเรามีความรู้เรื่องเหล่านี้ พลังงานที่สังเคราะห์สังขารในร่างกายเรา มีตั้งแต่ดินน้ำไฟลมที่เป็นอุตุนิยามและมีธาตุที่เป็นพืช พืชเป็นพลังงานที่ก่อให้เกิดชีวะ แต่ยังไม่มีบุญไม่มีบาปยังไม่มีทุกข์ไม่มีสุข จนกระทั่งธาตุชีวะที่เจริญกว่านี้อีกอยู่ในตัวเราเรียกว่าจิตนิยาม อยู่ในสังขารร่างกายของเรามีทั้ง อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม แล้วเราก็สามารถทำกรรมกิริยากายกรรมวจีกรรมโดยเฉพาะมโนกรรม ให้ตัวมโนกรรมนี้เป็นตัวเปลี่ยนแปลงจัดการพัฒนาการขึ้นมา สู่ความเป็นโลกุตระได้ พิสูจน์ได้ยืนยันได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แต่สังคมวิทยาศาสตร์ของโลกเขายังไม่มีความรู้ความละเอียดละออ ที่สูงส่งพอ ที่จะมาวินิจฉัยตัดสินสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ที่อาตมาพูดนี้มีความรู้ที่เป็นของพระพุทธเจ้าที่เขายังไม่สามารถรู้ได้ เขาจึงไม่สามารถมาตัดสินก็ไม่มีปัญหาอะไร ผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาความรู้ของตัวเองก็จะมาเรียนรู้และมาตัดสินทำความเข้าใจตัดสินได้และทำให้ตัวเองได้ด้วย ก็จะยิ่งชัดเจนยิ่งจะเจริญมาเป็นหมู่มวล ของโลกุตระบุคคลเป็นสังคมอาริยะสังคมโลกุตระบุคคล อย่างเช่นชาวอโศกเกิดจริงเป็นจริง พอพูดไปก็ยกเลิกอ้างอิงว่าเป็นได้จริงมีจริงได้ พูดแล้วก็ต้องเป็นได้ไม่ใช่พูดแล้วเป็นไปไม่ได้ยืนยันไม่ได้ เป็นเอหิปัสสิโก พูดแล้วเป็นได้ยืนยันได้ ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างนี้ก็ทำได้อย่างนี้ เชิญให้มาดูได้เป็นเอหิปัสสิโกแปลว่าเป็นอย่างนี้ ซึ่งไม่มีจิตสาเฐยยะ ที่อยากอวดอ้างว่าฉันเก่งฉันดีสูงส่ง แต่มันเป็นจริง ความสูงส่งความดีที่จริงเพื่อยืนยันอ้างอิงเท่านั้นเอง คนไม่เข้าใจก็จะหาว่าอวดตัวตน อวดหมู่ฝูง แล้วจะให้อวดอะไรก็อวดหมู่ฝูงตัวเองที่พากันมาดี แล้วจะไปอวดขี้กะโล้โท้ ก็อวดไม่ได้ต้องข่มต้องตำหนิ ก็มาว่าเราเอีก มันเป็นความจริงที่ควรจะต้องศึกษาว่าอันนี้สูงกว่าอันนี้อันนี้ต่ำกว่านี้ก็ต้องสูง มันก็ต้องข่มต่ำ เป็นธรรมดาธรรมชาติอยู่แล้วโดยอาจจะไม่ต้องพูดมันก็ต้องเป็นอย่างนั้น คุณจะให้ความต่ำมาข่มความสูง อาตมาก็เข้าใจนะ แล้วคุณก็ทำด้วย ให้ต่ำมาข่มสูง คุณเข้าใจเช่นนั้นก็ทำเช่นนั้น แต่ว่าอาตมาไม่ทำ โดยที่อาตมารู้ว่าต่ำคืออย่างนั้น แล้วคุณจะเอาความต่ำมาข่มสูง อาตมาไม่ทำเช่นนั้น อาตมาก็รู้ความต่ำความสูงเหมือนอย่างคุณ แต่ว่าอาตมาไม่ทำความสูง มาต่ำ อาตมาทำต่ำมาสูง จะทำความสูงให้จริง ไม่ข่มด้วย ทำสูงจริงแล้วไม่ไปข่ม ใช้พยัญชนะว่าไม่ข่ม แต่คุณจะพูดว่า แค่พูดก็ข่มแล้ว อาตมาก็ไม่มีปัญหาอาตมาก็จบอาตมาไม่เถียง ใช่ สมมุติว่าสูงก็ข่มต่ำอยู่แล้ว ก็จบแล้ว คุณพูดมาก็ถือว่ายอมรับแล้วคุณก็ดิ้นไปเอง แต่อาตมาไม่ดิ้น คุณพูดแล้วก็จบคุณพูดว่า สูงข่มต่ำ เอ้าเราไม่พูดก็ได้ แล้วสูงมันเหนือกว่าต่ำไหมใช้ภาษาว่าเหนือกว่าก็ได้ แล้วแต่สิ เพราะฉะนั้นจะเป็นพยัญชนะหรือว่าเป็นสภาวะถ้าชัดเจนแล้วคุณไม่ดิ้นหรอก จะจบเมื่อไหร่ก็จบ อย่างมากขอแย้งคุณ 3 ครั้ง แล้วคุณก็แย้งอีก เราก็จบที่ว่า ความเห็นของคุณกับความเห็นของเราก็อีกอย่างหนึ่ง
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามศัพท์) ตอน กระบวนการทางความคิด ยุทธวีธี สงครามเย็น _คนหลังเขาถามว่า….กระบวนการทางความคิด เสรีนิยม ยุทธศาสตร์ ยุทธวีธี สงครามเย็น แนวคิด พ่อครูว่า...กระบวนการทางความคิด กับคำว่าแนวคิด กระบวนทัศน์คือ paradigm กระบวนการคือ process กระบวนการทางความคิด ก็หมายถึงความครบพร้อมในนั้นมีอะไรครบ ถ้าจะเอาเป็นทาง หรือแนว แนวคิด ความคิดของคุณนี่แหละคือกระบวนการของคุณมีอย่างนี้แล้วมีแนวทางวิ่งไปอย่างนี้ แนวคิดกับกระบวนการมันก็ต่างกันเล็กน้อยอย่างนี้
เสรีนิยม นิ ยะ มะ แปลง่ายๆว่า นิยมแบบนี้ชอบอย่างนี้ นิยะมะ แปลว่าเที่ยง ยึดความเป็นเสรี ความเป็นเสรีนี้ถ้าหากเอาตัวเองเป็นหลัก ต้องตรงกับใจตัวเองทำได้ดั่งใจฉันคือเสรีอันนี้มันเป็น อัตตา เต็มๆ เพราะฉะนั้นเสรีนี้คือ ไม่ติดไม่ยึดไม่อะไรทั้งนั้น แล้วมีปัญญาอนุโลมปฏิโลม กับกลุ่มหมู่กับคณะ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) หากว่าเถียงกันระหว่างพยัญชนะกับสภาวะก็เป็นอย่างนั้นทั้งนั้น หากเราเข้าใจเราก็จะรู้ว่าคนนี้ยึดถือความหมายอย่างนี้ พยัญชนะอันนี้เขาหมายถึงสภาวะอันนี้ คนที่ยึดถือสภาวะอันนี้โดยใช้พยัญชนะอันนี้เราก็รู้ เราก็จบ ไม่มีปัญหา เป็นแต่เพียงว่าเรารู้ว่าแล้วเรานี้สอดคล้องกับเขา แล้วเราจะร่วมกับเขาได้ไหมจะอนุโลมหรือไม่อนุโลมกับเขา จะร่วมกับเขาไหมหรือไม่ร่วม ถ้าหากไม่อนุโลมไม่ร่วมก็แยกกันไป หากว่าอนุโลมกับเขาได้ก็พอสมควร ก็เท่านั้นเอง เสรีนิยมคือของส่วนตัว คนที่บรรลุความเสรีสูงสุดคือความไม่ยึดถือตัวเองเลย อยู่กับทุกอย่างของผู้อื่น แล้วก็เกิดตามปัจจุบันที่มีเหตุปัจจัย ร่วมกัน อันนี้กรอบนี้ ปริเฉทนี้ บริบทนี้ สารบัญนี้อะไรก็แล้วแต่ ก็แล้วแต่คุณจะรวมเป็นเท่าไหร่ก็ตามไปได้
ยุทธศาสตร์กับยุทธวิธี ศาสตร์แปลว่าความรู้ วิธี คือ คุณจับเอาองค์ประกอบที่จะมาทำให้มันเกิดได้ ยุทธศาสตร์ก็กว้าง แต่ยุทธวิธี คุณก็การเลือกอันที่เหมาะสมกับตัวเราของเราทั้งในแต่ละขนาดแต่ละขณะ ที่เราจะทำได้ดีได้เหมาะสมที่สุดคุณก็เลือกวิธีอย่างนั้น มาเป็น ยุทธ แปลว่ารบ สังเคราะห์สังขารว่าอะไรที่ควรจะขัดออก อะไรที่ควรจะสะสมรวมเป็นกลุ่มก้อนได้คุณก็ทำให้สำเร็จ ยุทธ คือการสู้ จะเรียกว่ากระทำจะเรียกว่าถึงขั้นลำบากลำบนจะต้องล้มตายก็เป็นไปได้ จะมีประโยชน์อะไรเป็นโทษก็ได้ คนมีความรู้ก็จะทำให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น วิธีก็คือเอาเหตุปัจจัย ข้อมูลหลักฐานที่เป็นทฤษฎีอะไรมารวมกันแล้วก็มาทำให้เกิด ยุทธ คือการจัดการ ที่จะเอาออกให้ได้ก็เอาออกที่จะรวมกันให้ได้ก็ให้แน่นหนาให้สำเร็จ
สงครามเย็น ความเข้าใจอันนี้ไม่ง่าย สงครามธรรมดาธรรมดานั้นมันร้อน มันรบกันฆ่ากันตะลุยกันยิงไฟประลัยกัลป์ใส่กัน ทำความเดือดร้อนทำความวุ่นวายทำความเป็นความตายความฉิบหายวายป่วงให้แก่กัน สงครามนี้ร้อน ถ้าคนฉลาดเขาก็พยายามที่จะรบ กับคู่ต่อสู้ ทำเป็นผู้ดี ว่าฉันไม่รุนแรงไม่เป็นผู้ร้าย เรียกว่าจะทำร้ายโดยไม่ให้เขารู้ตัวแต่ฉันจะทำร้ายนี่ก็เป็นสงคราม คือการทำร้ายแก่กันและกัน เพราะฉะนั้นเราเป็นผู้ที่จะทำสงครามเย็น เราก็จะทำสงครามนี้ให้คู่ต่อสู้นี้เห็นว่า ฉันไม่มีความร้ายไม่มีความร้อนไม่มีอะไรหรอก แต่ลึกๆแล้วจะฆ่าเอ็ง สรุปแล้วสงครามเย็นคือลักษณะอย่างนี้เป็นจอม pretender เป็นจอมหลอกลวงจอมเสแสร้งเป็นจอมโจรบัณฑิต ทำทีจะช่วย แต่จะฆ่าเอ็งให้ตายแล้วทำให้เขาหลงผิดด้วยว่าตัวเองเป็นผู้ประเสริฐ นี่คือสงครามเย็นที่คนเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมความเฉลียวฉลาดหลอกคนอื่นได้อย่างซับซ้อนมากชั้น จนคนอื่นจับไม่ได้เท่าไหร่ นั่นแหละคือจอมนักทำสงครามเย็นในโลก เดี๋ยวนี้มีอยู่ทั่วโลก เรียกว่า The Great Pretender
อาตมาอยากอ่านบทความ อ่านเอาเรื่องของ คุณผักกาดหอม การเมืองงูกินหาง 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562 คราวนี้จบจริง รายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้งหมดอยู่ในมือ "บิ๊กตู่" เรียบร้อยแล้ว และ "บิ๊กตู่" ก็ออกตัว เผื่อใครไม่ปลื้ม "ต้องถามกลับก่อน ว่า ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาก็เป็นการเลือกมาจากประชาชน และเมื่อเลือกเข้ามาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลที่จะมีการตรวจสอบ หลังที่มีการเสนอรายชื่อเข้ามา และที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าหลายคนมีปัญหา ก็ต้องไปถามฝ่ายกฎหมายว่ามีการติดขัดตรงไหน จะเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า" ครับ...ถ้าท่านจะอ้างว่าก็ประชาชนเลือกมาเอง แล้วจะให้ทำอย่างไร ก็เถียงอะไรไม่ออก เพราะนักการเมืองในระบอบทักษิณ ก็อ้างมาจากประชาชนเช่นกัน แล้วเข้าไปโกงกันมโหฬาร! และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พ่อครูว่า...นายกตู่ไม่ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารแต่ว่าเป็นการรับอำนาจจากประชาชนที่ได้ปฏิวัติรัฐประหารได้สำเร็จก่อนแล้ว เหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารโดยประชาชนในประเทศไทย เป็นเหตุการณ์ที่สวยงามที่สุดดีที่สุดประเสริฐที่สุดแล้ว เอาสัจจะเป็นอาวุธ เสร็จเรียบร้อย คนที่ไม่โง่ดักดานดันทุรัง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive