620624_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 55.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์36 KB
วันที่แก้ไข22 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620624_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ปฐมอโศก ครั้งที่ 55

อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/195FiMRt2SaBPJD8likfl9m3XucGYtHW8KVPTVRP4BgU/edit?usp=sharing

ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=1UIQnZyJGbfd6opo00NjEk6JCe6RSNQNK

พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่บวรปฐมอโศก วันนี้เป็นวันที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ในอดีตตรงกับ มิถุนายน พ.ศ. 2475 SMS วันที่ 23 มิ.ย. 2562 (รายการวิถีอาริยธรรม สันติอโศก)

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน คุณลักษณะประชาธิปไตยที่แท้จริง _1614 beaver ขอความเห็น พ่อครู วันนี้ ในอดีตตรงกับ มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรก่อปฏิวัติยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อบังคับให้พระราชทานรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ พ่อครูว่า…เดิมเป็นประชาธิปไตย ก่อนที่วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ถือว่ายังมีระบอบประชาธิปไตยแบบเก่า แบบที่โลกๆเขามีกัน มีผู้บริหารใหญ่แบบที่เขามีกันเรียกว่าพ่อขุน หรือเรียกว่าพ่อเมือง เป็นหัวหน้าเผ่า หัวหน้าสังคมประเทศหัวหน้ากลุ่มชน นายกต่อมาเขาก็พัฒนาการปกครองมาจนถึงในยุคนี้ก็เป็นประชาธิปไตย ซึ่งมันมีระบอบวิธี มีความรู้มีความหมายซึ่งกันและกันว่า ประชาชนกับผู้บริหารปกครอง จะต้องปฏิบัติต่อกันอย่างไร มีหน้าที่อย่างไรมีสิทธิอย่างไรต่างๆนานา (มี ด.ญ.แพงเพ็ญ คลานมา หลวงปู่ทักทาย) ของเราก็มีความเป็นชีวิตชีวาไม่ได้เคร่งเครียดไม่ได้ซีเรียสเหมือนกับที่อื่นๆเขา เป็นธรรมชาติธรรมดาสังคมมีทั้งเด็กทั้งคนแก่ ป่วยโทรม นั่งรถเข็นมาใส่สายเสียบจมูกมาก็ยังนั่งอยู่เลย มาร่วมรายการนี้ดูเถอะ แสดงถึงความสนใจ

อ่านต่อ

ความขมีขมัน ความเห็น อาตมาก็ไม่ออกความเห็นอะไร ดีแล้วล่ะ มันเป็นการพัฒนาของสังคมมนุษยชาติตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน บางประเทศก็ยังเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์บางประเทศก็เป็นประชาธิปไตยหรือบางประเทศก็แฝงๆ สมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นถ้าหากผู้ปกครองไม่มีความเป็นทศพิธราชธรรม เอาแต่ใจตัวเอง ก็จะเป็นทรราช แต่เดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นแล้ว เขามีสิทธิมนุษยชน มีความเห็นอกเห็นใจกันเข้าใจกัน ต่างคนต่างได้พัฒนาตนเองให้เป็นคนดีของสังคม ให้เป็นผู้มีประโยชน์คุณค่า ซึ่งความรู้ในรายละเอียดโดยปริยายพวกนี้ รวมแล้วความรู้กว้างๆ แม้จะลึกก็ตามก็พอจะรู้กันดีสำหรับผู้ที่มีปัญญามีปฏิภาณ รู้เรื่องสังคมมนุษยชาติควรจะเป็นเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริงของมนุษย์ ของสังคม มันก็อยู่ที่ตัวมนุษย์เอง จะเป็นผู้ที่มีความรู้ถึงคุณธรรมต่างๆ ที่จะเห็นแก่ผู้อื่น เห็นแก่ตัวให้น้อยหรือไม่มีความเห็นแก่ตัวเลย และเป็นผู้ที่ขยันหมั่นเพียร ทำประโยชน์รับใช้มวลมนุษยชาติให้มากที่สุดได้ นี่เป็นอุดมคติที่สูงส่ง ของความเป็นคน ผู้ใดประพฤติจึงเป็นจริงได้แม้จะอยู่ในฐานะสูงถึงขั้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นผู้ที่มีคุณธรรมดังกล่าวนี้เป็นตัวอย่าง เรียกได้เลยว่าเป็นยอดประชาธิปไตย ซึ่งมีรายละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนหลายชั้นมาก ทุกวันนี้คนจะเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยจริงๆได้ยากที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งซับซ้อนยาก เข้าใจกันไปคนละแง่มุม ประเทศต่างๆ แม้แต่นักศึกษาทางรัฐศาสตร์แท้ๆก็ยังยากที่จะเข้าใจถึงความเป็นประชาธิปไตยที่ดี อาตมาก็อธิบายได้ยากเหมือนกัน พยายามอธิบายพยายามจะบอกจุดสำคัญว่าประชาธิปไตยต้องมีคุณลักษณะสำคัญ 1. ไม่มีตัวตนไม่เห็นแก่ตัวเลย 2. เสียสละเต็มที่ 3. รับใช้ประชาชนรับใช้มวลมนุษยชาติ จะต้องเป็นคนที่มีภูมิปัญญารู้จักกันประมาณมีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ตามพระพุทธเจ้าตรัส พระพุทธเจ้าเป็นยอดนักประชาธิปไตยที่สูงสุด ที่นักประชาธิปไตยหรือนักรัฐศาสตร์ก็ยังเข้าใจไม่ค่อยได้ อาตมาถึงได้พยายามจะแทรกรายละเอียดที่มันมีหลักฐานยืนยันต่างๆซึ่งมันก็ยากเพราะว่าในยุคพระพุทธเจ้านั้นเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เต็มรูปแบบเลยยังไม่มีประเทศไหนๆในยุคนั้นยังไม่มีประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นคำศัพท์ว่าประชาธิปไตยก็ยังไม่มี จึงมีแต่ศัพท์ที่แสดงออกที่มันพอเข้าใจได้ว่านี่แหละลักษณะนี้คือประชาธิปไตย อาตมาก็นำมายืนยันแล้ว มีคำว่าอธิปไตยที่แปลว่าอำนาจ หรือสิทธิอย่างเต็มที่ของตนเอง เป็นของประชาชนเรียกว่าประชาธิปไตย ให้อำนาจของประชาชนเป็นอำนาจใหญ่อำนาจส่วนรวม เป็นความเห็นของส่วนรวมถือว่าเป็นความเห็นที่ถูกต้องสูงสุด ความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงมีกลวิธีของนักบริหารปกครอง ไม่ว่าจะมาเป็นระบอบประชาธิปไตยระบอบคอมมิวนิสต์ อำนาจของผู้ปกครองก็จะพยายามทำให้คนเข้าใจว่าการประพฤติของเขาเป็นประชาธิปไตย เขาจะมีเชิงชั้นเป็นอำนาจสิทธิส่วนตัวของเขาเป็นใหญ่โดยกิเลสของคน ก็จะเป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึง พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) 3 คำนี้เป็นคำที่สรุปรวมจากอธิปไตย 3 คือโลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และธรรมาธิปไตย อธิปไตยอันแรก โลกาธิปไตย เป็นพลังที่เป็นของโลกของส่วนรวม ของหมู่ข้างนอกทั้งหมดเลยเรียกว่าอธิปไตยของโลกโลกาธิปไตย ส่วน อัตตาธิปไตย คือ อำนาจของเราตัวตนของเราและเราจะใช้อำนาจของเรากับอำนาจส่วนรวมของคนในโลก เราจะเรียกว่าโลกาธิปไตยหรืออนุโลมเรียกว่า ประชาธิปไตย ก็คือเป็นอำนาจของประชาชนในโลก หรืออำนาจของประชาชนในประเทศที่เรารับผิดชอบ อํานาจอธิปไตยของเรากับกลุ่มชุมชนสังคม หมู่บ้านนี้ เรามีอำนาจหน้าที่ที่จะดูแลบริหารปกครองในหมู่บ้านนี้ ก็เป็นอธิปไตยของผู้ดูแลปกครองนั้นซึ่งจะต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนรวม หรือมวลประชาชนตามขอบเขตที่กำหนดหมายกันไว้ อันนี้ของหมู่บ้าน อันนี้ของอำเภอนิคมจังหวัด อันนี้ของประเทศ อันนี้กว้างไปถึงหลายประเทศจนกระทั่งร่วมกันเป็นกลุ่มสมาชิก เช่นขณะนี้เขามีกลุ่มรวมตัวกันเพื่อให้ได้มีคุณภาพมีประโยชน์ต่อโลกต่อสังคมมากที่สุดเรียกว่ากลุ่มอาเซียน ก็มีประชุมอาเซียนซัมมิท มารวมกลุ่มกันปรึกษาหารือกันเพื่อจะมีหลักเกณฑ์ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์คุณค่าต่อสังคมโลกต่อมวลมนุษยชาติในโลกให้ดีที่สุด ก็เป็นความคิดที่จะทำให้เกิดความมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างดีที่สุดก็เป็นความดี ถ้าให้อาตมาขอออกความเห็นในวันนี้ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอาตมาก็ว่าดีแล้ว ก็ได้โยงใยไปถึงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ประพฤติตั้งแต่ในยุคของพระพุทธเจ้าเลยท่านมีธรรมนูญของท่านเองเลย คือ ศีล หลักเกณฑ์ของศีลคือธรรมนูญของพระพุทธเจ้า จุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีล 3 หลักใหญ่ อาตมาพยายามอธิบายเขาก็เข้าใจต่างๆกันไป เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในความดูแลหรืออยู่ในคณะของพระพุทธเจ้าเอง ตั้งแต่ในยุคพระพุทธเจ้าแล้วก็จะมาประพฤติอยู่ภายใต้อำนาจศีล 3 หลักนี้ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล จุลศีล คือหลักเกณฑ์แต่ละข้อซึ่งมี 26 ข้อ 26 ข้อนี้เป็นหลักปฏิบัติที่แต่ละคนปฏิบัติแล้วก็จะได้บรรลุธรรม เป็นคุณธรรมส่วนตัวเป็นโลกุตรธรรมไปตามแต่ละข้อ ไม่ถึง 26 ข้อก็บรรลุพระอรหันต์ได้ ถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วจะปฏิบัติ 26 ข้อนี้ได้อย่างสบายมีศีลเป็นปกติไม่ลำบากในสิ่งทั้งหลาย ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาก็จะถึงวิมุติได้ ถ้าไม่มีหลักเกณฑ์ของศีลเป็นข้อวัตรแล้วจะตรวจสอบไม่ได้ ตรวจสอบคนที่จะมีคุณธรรมแท้ไม่ได้ต้องเอาศีลเป็นตัววัด แม้แต่ตัวใครก็ตามถ้ามีหลักเกณฑ์ของศีลและวัตรเราก็จะรู้ว่าเราเป็นพระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามีแล้ว อธิบายไปก็จะค่อยๆเข้าใจ เริ่มต้นด้วย 3 ข้อใหญ่ของศีล 5 จะเข้าใจแล้วเราบรรลุศีลทั้ง 3 ข้อจะรู้เลยว่าเราเป็นพระโสดาบันสกิทาคามีอนาคามี แม้ขยายความในศีลทั้ง 3 ข้อจนถึงพระอรหันต์เลยก็ได้ ถ้าเรารู้ในการเกี่ยวโยงเกี่ยวเนื่องกัน แต่ถ้าเข้าใจเป็นกรอบขอบเขตของศีลที่จะเป็นเบื้องต้น แค่ความหมายเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลาย เราได้บรรลุศีลทั้ง 3 ข้อนี้เป็นเบื้องต้นเราก็จะบรรลุพระโสดาบันเป็นอย่างต่ำ ที่ถามมาจะว่าเป็นการเมืองเป็นระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องธรรมะเป็นเรื่องสังคมมนุษยชาติอะไรก็แล้วแต่เป็นเรื่องของมนุษยชาติกับสังคม เป็นความหมายของแต่ละความหมายแต่ละชื่อแล้วก็ระบุความสำคัญ ความเป็นไปตามแต่ละพยัญชนะซึ่งเรียกกันไปแต่ละความหมาย จุลศีล เป็นศีลที่ผู้ประพฤติแล้วจะบรรลุธรรมด้วยตนเอง ส่วนมัชฌิมศีล เป็นข้อที่ละเอียดลึกซึ้งสูงขึ้นต่อจากจุลศีล เพราะฉะนั้นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ปฏิบัติตามพยัญชนะจุลศีล ก็เอามัชฌิมศีลเป็นอธิศีลที่สูงขึ้นขยายความขึ้นได้เหมือนกัน ถ้าเป็นผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาเข้าใจแล้วก็จะใช้ปฏิบัติกับตนเองบรรลุธรรมไปสูงสุด ส่วนมหาศีลนั้นเป็นศีลที่ระบุกำหนดบอกองค์รวมของศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นมหาศีลจึงเป็นตัวกำหนดว่าศาสนาพุทธนั้นจะไม่มีที่ห้ามไว้ในมหาศีล เป็นข้อกำหนดห้ามไม่ให้มีในศาสนาเลย มหาศีล จะยืนยันว่าศาสนาพุทธมีในชุมชนในปัจจุบันนี้เมืองไทยมีศาสนาพุทธในวัดในสำนักไหน ที่บอกว่าตัวเองเป็นพุทธ เอามหาศีลเป็นตัวจับ ถ้าหากละเมิดมหาศีลไปหมดเลยก็ไม่ใช่พุทธ ละเมิดไปมากก็ไม่ใช่ ละเมิดไปครึ่งหนึ่งก็ไม่นับว่าเป็นพุทธ ต้องไม่ละเมิดได้น้อยที่สุดก็เป็นพุทธมากเท่านั้น ถ้าหากไปละเมิดอยู่ก็เป็นพุทธน้อยลงเท่านั้น ถ้าหากละเมิดน้อยก็เป็นพุทธมาก มหาศีลคือเครื่องยืนยันความเป็นศาสนาพุทธทุกวันนี้เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกัน ในสมัยพระพุทธเจ้ายังไม่แพร่หลายอย่างเป็นระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบบทาสที่ยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนก็ยังเกิดประชาธิปไตยไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้ว โลกทั้งโลกหมดความเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว เป็นยุคทาสก็หมดแล้วทุกคนรู้จักสิทธิมนุษยชนดี จึงทำให้เป็นประชาธิปไตยได้อย่างดี อย่างเช่นชาวอโศกเป็นมวลมนุษย์ บอกได้เลยว่าเป็นมนุษย์ที่มีคุณสมบัติของความเป็นประชาธิปไตย ขออภัยอย่าหาว่าคุยตัวเองหลงตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุด ชาวอโศก ไม่ได้บังคับเลยมีอิสระ ประชาธิปไตยจะมีหลักเกณฑ์อยู่ 1 ข้อคือทุกคนมีอิสระเสรีภาพสมบูรณ์แบบ ในชาวอโศกคนที่มาเป็นมวลสมาชิกชาวอโศกไม่มีใครบังคับให้มา ทุกคนสมัครใจมาเองไม่มีความพอใจก็ออกไปได้ ไม่มีการเสียค่าสมัครสมาชิก มาได้อยู่ได้ก็อยู่ไปหากอยู่ไม่ได้ก็ออกไป อย่างนี้เลยในสังคมของศาสนาพุทธในสังคมชาวอโศก เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่า อาตมามั่นใจว่าอาตมามีความรู้ของอาตมาว่าประชาธิปไตยเป็นแบบนี้ แล้วก็พาให้คนในชาตินี้อาตมาทำงานศาสนามาเกือบ 50 ปีแล้วก็ได้มวลประชาชนเป็นหมู่กลุ่ม เป็นหมู่บ้านชุมชนกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศไทย 30 หมู่บ้านอะไรก็แล้วแต่ที่มีอยู่ทุกวันนี้ ทั่วประเทศนี้ล้วนเป็นประชาธิปไตยที่มีความมีอิสระเสรีภาพและมีการบริหารทางเศรษฐศาสตร์ถึงขั้นเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี คือทุกคนอยู่อย่างพี่อย่างน้องอยู่อย่างสมบัติส่วนกลาง กินใช้แบ่งกันใช้อย่างไม่มีใครเป็นเจ้าของซึ่งสูงสุดที่สุดเลยในระบอบการบริหารปกครองประเทศที่เขาต้องการว่า ทรัพย์สินส่วนกลางเป็นของทุกๆคนที่จะแบ่งกันกินใช้เฉลี่ยกันทั่วถึง มีสิทธิทั่วกัน ทุกระบอบ แม้แต่เผด็จการเขาก็ต้องการ แต่เผด็จการจริงๆนั้นตัวผู้ควบคุมอำนาจจะไม่แจกจ่ายทั่วถึงทั้งนั้นเองแม้แต่คอมมูนิสต์ก็เป็นคณะหมู่กลุ่มที่พยายามจะให้เป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด จะให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุดแต่ความเห็นแก่ตัวของคณะบริหารคอมมิวนิสต์ ไม่ใช่คนคนเดียวบริหารเท่านั้นเอง แล้วก็บริหารเพื่อจะให้แจกจ่ายเจือจานส่วนกลางไปเพื่อมวลมนุษยชาติเพื่อประชาชนที่เขาดูแลบริหารอยู่ ให้ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน เขาก็เข้าใจกันดีทั้งนั้นแต่เพียงแต่ว่าจะปฏิบัติได้ครบครันละเอียดลออตามที่รู้ไหม ความรู้นั้นละเอียดลออดีแต่ปฏิบัติได้ไม่ครบเพราะว่ามีกิเลสแฝง ทั้งของตัวผู้ปกครองและตัวประชาชน เพราะฉะนั้นจะต้องให้ทำให้คนลดกิเลสทั้งมวลประชาชนและตัวผู้บริหารสำคัญจะต้องลดกิเลสก่อนไม่เห็นแก่ตัวก่อน เห็นแก่ประชาชนรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงนี่แหละคือนักประชาธิปไตยที่สูงส่ง ทำการรับใช้ประชาชนจริงๆไม่เห็นแก่ตัวเลยแล้วก็มีความรู้ความสามารถในการบริหารมวลประชาชน นั่นแหละคือดีที่สุด และการบริหารที่ดีที่สุดก็คือบริหารโดยไม่ต้องบริหาร บริหารโดยคนทุกคนรู้จักสิทธิหน้าที่แล้วปฏิบัติอยู่ในสังคมอย่างรับผิดชอบอย่างที่ไม่เห็นแก่ตัว อย่างที่ลดละกิเลสของตนเองเสียสละให้แก่มวลประชาชนไปเรื่อยๆนี่แหละคือความรู้คร่าวๆ แล้วคนเหล่านั้นจะมีความรู้โดยปริยายได้ลึกซึ้งและมากมายพอปฏิบัติตรงตามจุดมุ่งหมายที่เราเรียกว่ายอดประชาธิปไตย อาตมาก็ขอขยายความเพียงแค่นี้ 24 มิถุนายน 2475 ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น ทุกวันนี้เปลี่ยนรัฐธรรมนูญเปลี่ยนผู้บริหารแม้แต่พระเจ้าอยู่หัว เพราะของเราเป็นประชาธิปไตย 2 ขาเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบที่ครบความเป็นเทวเป็นธรรมะ 2 ที่มีทั้งประชาชนและพระเจ้าอยู่หัว เรียกว่าราชประชาสมาสัยมีพระราชาและประชาชนอาศัยซึ่งกันและกัน เกื้อกูลกันช่วยเหลือกันอยู่ซึ่งเป็นระบบของมนุษยชาติที่สมบูรณ์ที่สุด มีกายกับจิต มีประธานกับเป็นผู้ที่อยู่ในความดูแลปกครองบริบาลและเป็นผู้ที่มีคุณธรรมอย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นตัวอย่างของประชาธิปไตยที่ทั่วโลกรับรองทั่วโลกเข้าใจ ทั่วโลกยอมรับนับถือ อาตมาก็ต้องขอเอาสิ่งที่จริงปรากฏการณ์จริงอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระตัวอย่าง (พ่อครูไอ ช่วยตัดออกด้วย ) นิมนต์จิบน้ำ

_นรามล ทองคำ · ชอบมากค่ะ ฟังแล้วทำให้หายโง่เลยค่ะ สาธุ

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน การสำรอกอวิชชาต้องใช้บุญเท่านั้น _ โกศล สุขเล็ก : อยากทราบความหมายของคำว่า ..สำรอกอวิชชา พ่อครูว่า...อวิชชาไม่ได้หมายถึงความโง่ทั้งหมดเลย อะไรๆก็วิชชานั้นไม่ใช่ คนที่บริหารประเทศทั้งหลาย เป็นพวกที่อวิชชามากเลยเป็นยอดเผด็จการอย่างเช่น ฮิตเลอร์เป็นต้น เป็นยอดอวิชชา เป็นนักเผด็จการที่เรียกว่าใช้อำนาจตัวเองเป็นอำนาจบาตรใหญ่ ไม่พอใจไม่ได้ดั่งใจก็ฆ่า ให้กลัวเลย ยกตัวอย่างคนที่ปฏิบัติมาแล้วเป็นอย่างนี้เยอะอย่างเช่นฮิตเลอร์ คนศึกษาก็รู้ เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอีกเยอะ แต่ว่าทำไม่ได้เพราะว่าทุกวันนี้สังคมโลกเขาไม่ให้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ถึงขนาดนั้น แต่เขาก็แอบทำและแฝงซ้อนวิธีการทำ ถึงขั้นฆ่าแกงก็มี ซึ่งโดยคุณธรรมแล้วคนเราอย่าไปฆ่าคนทั้งนั้น แม้แต่สัตว์ ตัวใดก็อย่าไปฆ่าเลย ยิ่งเป็นคนแล้วเอาเถอะแม้เขาจะเป็นคนชั่ว วิบากของเขาก็จะมีก็จะจัดการด้วยตัววิบากเอง ดีไม่ดีเขาก็เดินหัวทิ่มคะมำตายไปเองก็ได้ที่บาปของเขา สารพัดที่มันจะเป็นไปได้หลายๆอย่าง หรือจะถูกเสือกัดตายถูกรถชนตาย ตายโหงตายแบบเป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ทุกข์ทรมานอย่างโน้นอย่างนี้ ศึกษาศาสนาพุทธจะได้เรียนรู้กรรมวิบากซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งมากที่สุดเลยนะเจ้านี้ศึกษาเรื่องของมนุษยชาติด้วยกรรมวิบาก คนมีกรรมมีวิบาก วิบากคือสิ่งที่สั่งสมจากผลของกรรม ออกฤทธิ์ความชั่วออกฤทธิ์ความดี ฤทธิ์ความชั่วเรียกว่าบาป ฤทธิ์ดีเรียกว่ากุศล อาตมาไม่เรียกว่าฤทธิ์ดีคือบุญ เพราะว่าบุญไม่ใช่ความดีเลยทีเดียว ไม่ใช่ความดีเต็มที่ไม่ใช่ความดีโดยตัวเองเต็มที่ มันพูดความดีก็ไม่ได้พูดความไม่ดีก็ไม่ได้ ซึ่งเป็นคำที่อธิบายยากมากคำว่าบุญ จะว่าดีก็ดีสุดดีเลย ถ้ามันฆ่ากิเลส กิเลสเป็นตัวเลวที่สุดในโลก และไม่มีอะไรจะทำร้ายได้ นอกจากพลังงานของคนที่สร้างพลังงานบุญขึ้นมาแล้วบุญจะฆ่ากิเลส ไม่มีอะไรอื่นจะฆ่ากิเลสได้เด็ดขาดจริงจังเท่ากับบุญ อาตมากำลังขยายบุญ เปิดคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์เราคิดอะไรคำว่าเปิดยุคบุญนิยม เพราะว่าคำว่าบุญนี้ไม่มีศาสนาอื่นจะรู้นะ แม้คนในศาสนาพุทธก็รู้ได้ยากกับคำว่าบุญ ที่จะรู้ได้สมบูรณ์แบบ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 จึงรู้คำว่าบุญได้ดีประมาณนี้ ถือว่าดีมากแล้วที่อาตมารู้ ถ้าหากยิ่งเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 หรือเป็นระดับ 9 เป็นผู้ที่เป็นปัจเจกพุทธะก็ยิ่งจะรู้ดียิ่งกว่าจะอาตมาอีก จะขนาดนี้ก็เอาเถอะ ถ้าไม่ใช่พลังงานบุญจะฆ่ากิเลสไม่ได้จริงอาจจะกดข่มได้ แต่มันไม่ได้ฆ่ากิเลสนี่เป็นเรื่องลึกซึ้งติดตามให้ดีๆแล้วจะรู้ จะค่อยๆเข้าใจ

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ทำไมชาวอโศกต้องเป็นชาวนา _ใจกลั่น …จะถามเรื่องเกี่ยวกับนา จะถามให้เด็กๆฟังด้วย ทุกวันนี้คนห่างเหินจากนารู้สึกว่าข้าวแค่ไปซื้อก็กินได้ แล้วถ้าหากปลูกฝังให้เด็กๆเป็นชาวนากัน โตขึ้นจะได้เงินสักเท่าไหร่ ทำไมชาวอโศกต้องเอาเรื่องชาวนามาปลูกฝังให้กับเด็กๆ พ่อครูว่า...ถามดีมากกับคำถามนี้ ขอบอกให้ทราบโดยทั่วกันเลยไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนหรือว่าเป็นผู้ใหญ่ทุกคน เคยได้ยินไหมว่าหลวงปู่เป็นคนพูดยืนยันว่าชาวอโศกจะต้องเป็นคนที่รู้จักการทำนาให้ถ้วนทั่ว ทุกคนจะต้องทำนา เพราะพระพุทธเจ้าเองได้ตรัสว่า ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลก ความหมายของอาหารหมายถึง กวฬิงกลาหาร อาหารที่กิน จะเป็นสัตว์เดรัจฉานมันก็กินอาหารอย่างของมัน สัตว์ที่กินเนื้อสัตว์ สัตว์ที่กินพืช สัตว์ที่กินทั้งสัตว์และกินพืชก็ว่ากันไป แต่คนนั้นเป็นสัตว์กินพืชรู้ว่ากินเนื้อสัตว์ได้ แต่คนมีปัญญาดีแล้วไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่กินเนื้อสัตว์เพราะไม่ต้องการต่อวิบาก และที่รู้ยิ่งจริงๆในศาสนาเลย ก็รู้ว่าเรื่องของกรรมวิบากมันลึกซึ้งมากที่จะเกี่ยวโยงกันมีวิบากแก่กันและกันไปอีกนานจนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสานตามกันไปนั่นแหละ มันเป็นอย่างนั้น มันเป็นเรื่องที่เป็นบาปเป็นอันมากละเอียดมากตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาชีวกสูตรว่า บาป เป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย ถ้าใครมีปฏิภาณเข้าใจว่าบาปที่มันเกี่ยวกับสัตว์นี้ มันลึกซึ้งมากเลย ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส เมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60

พ่อครูว่า... ข้าวนั้นเป็นพืช ไม่เป็นบาปใดๆ ข้าวเป็นอาหารที่มีคุณค่าดีที่สุด เพราะฉะนั้นปลูกข้าวเถอะ ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง อาหารเป็นหนึ่งในโลก เพราะฉะนั้นกินแต่ข้าวเฉยๆนี่ก็เลี้ยงชีวิตอยู่ได้ตลอดนานมาอาจจะขาดอาหารบางอย่างบ้าง แต่ก็ถือว่าดีกว่ากินเนื้อสัตว์เป็นไหน ๆ กินแต่ข้าวเปล่าดีกว่ากินเนื้อสัตว์เปล่า ๆ กินแต่เนื้อสัตว์มากๆแย่กว่ามากๆ อาตมาถึงได้พาพวกเราตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ทำนากัน ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารก็ต้องปลูกกัน เพราะว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อาตมาถึงได้รณรงค์ให้ชาวอโศกเป็นผู้ที่ได้เอาใจใส่ฝึกฝนและสร้าง มีความรู้ทางพืชพันธุ์ธัญญาหารสร้างให้ได้มากที่สุดให้ได้มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อที่จะกระจายไปเลี้ยงดูพลโลกกัน แจกฟรีหรือขายให้ถูกให้มาก เราจะเป็นประเทศมหาอำนาจอย่างที่เราไม่ได้ต้องการอำนาจ แต่ประเทศอื่นจะเข้าใจยอมรับนับถือบูชา เมื่อเรามีพืชพันธุ์ธัญญาหารเผยแพร่ เอาไปแจกจ่ายให้แก่ทั่วโลก ซึ่งตรงกันข้ามกับอาวุธยุทธภัณฑ์ อาวุธฆ่าคนนี้ต่อไปคนจะรู้ในอนาคตข้างหน้า ไม่น่าจะเกิน 100 ปี อาตมาว่าไม่น่าจะเกิน 100 ปี ราคาของอาวุธยุทธภัณฑ์จะตก ราคาของอาวุธฆ่าคนนี้จะตก แต่ราคาของพืชพันธุ์ธัญญาหารจะขึ้น แต่เป็นเรื่องซับซ้อน พืชพันธุ์ธัญญาหารจะราคาแพงไม่ได้เพราะว่าหากราคาแพงแล้วคนจนก็จะตาย เพราะว่าทั้งคนรวยและคนจนจะต้องกินอาหารจึงมีข้อจำกัดว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารจะราคาแพงไม่ได้ ข้าวก็ราคาแพงไม่ได้ เพราะว่าคนจนคนรวยก็ต้องกินข้าว จะได้แชร์กันให้ทั่วถึง แต่ว่าราคาโดยค่าเฉลี่ยแล้ว ทุกวันนี้ประเทศที่มีอาวุธฆ่าคนได้เก่งแล้วเอาไปขู่ประเทศอื่นขายราคาแพงเอาเปรียบมาก แสดงอำนาจบาตรใหญ่ขนาดนี้ อีกหน่อยประเทศที่สร้างอาวุธได้เก่งฆ่าคนได้ อาวุธราคาไม่ขึ้นอะไร เพราะว่าจะไม่มีใครซื้อ เขาจะหยุดฆ่าฟันกันแล้ว คนที่ยังใช้อาวุธฆ่าคนอยู่เป็นคนตกยุคในอนาคต คนที่มีแต่ความเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นคนนำยุคสมัย คนที่มีแต่ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันใช้ความสงบสยบความรุนแรงไม่ฆ่าแกงผู้ใด ไม่ทำร้ายตอบนี่แหละจะเป็นคุณธรรมที่เจริญขึ้นไปในอนาคต

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน หนีลูกมาอยู่วัดเป็นทางออกหรือไม่ _เมื่อเราเองกระทบผัสสะ กับคนใกล้ชิดเช่นลูก วางใจได้ยาก การหนีลูกมาอยู่วัด ถือว่าเป็นทางออกไหมคะ พ่อครูว่า...การมีลูกคุณต้องรับผิดชอบ คุณจะขว้างงูไม่พ้นคอก็ไม่ได้ ลูกเป็นคนที่คุณได้ก่อได้สร้างขึ้นมาคุณต้องรับผิดชอบต้องดูแลเลี้ยงดู จนกว่าลูกจะอยู่ในวัยที่ช่วยเหลือตนเองได้ อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ของสังคมให้เขาบรรลุนิติภาวะก่อน กำหนดกันทั่วโลกว่าอายุประมาณ 20 ปี ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วรับผิดชอบตัวเองเลี้ยงตัวเองให้ได้ เลี้ยงตัวเองไม่ได้จะไปโทษพ่อแม่ทีเดียวก็ไม่ได้ ถือว่าพ้นนิติภาวะแล้ว จะต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ อันนี้เป็นความรู้อยู่ในสังคมอย่างนั้น สรุปง่ายๆสั้นๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้เลยว่าคนที่อยู่เป็นโสดนี่เป็นบัณฑิตแท้ ไม่มีลูกเต้า นี่เป็นคนฉลาดที่สุด แม้แต่ว่ามีลูกแล้ว คุณก็ต้องรับผิดชอบลูกคุณจะทิ้งขว้างไม่ได้คุณต้องรับผิดชอบนั่นก็เป็นคนมีทุกข์มีภาระแน่นอน ท่านจึงสอนให้เป็นระดับ มีลูกแล้วไม่รับผิดชอบก็จะบาปซ้อนเข้าไปอีก ต้องดูแลช่วยเหลือเขา ยิ่งเด็กๆเกิดมาหากว่าเอาไปทิ้งถังผงเลยก็บาปเป็นอันมาก เลี้ยงดูเขามาให้พึ่งตัวเองรอดพ้นนิติภาวะก็ยังพออาศัย บาปก็จะน้อยลง ขอยกไว้ในฐานะที่เข้าใจไว้แค่นี้ก่อน หากว่าจะหนีลูกมาอยู่วัดก็ต้องดูว่าเหมาะสมแล้ว เช่นมีคนรองรับ คุณเป็นผู้หญิงเข้ามาให้พ่อเขารับผิดชอบ หรือว่ามีคนอื่นรับผิดชอบ เห็นแก่ว่าคุณจะมาเจริญทางธรรมนี้ดีกว่าทางนั้นเขาก็จะรับภาระก็เป็นกุศลวิบากของคุณ ถ้าคุณไม่มีใครรับ คุณต้องรับผิดชอบ เลี้ยงดูจนกว่าเขาจะพ้นนิติภาวะ หรือแม้ว่าจะพ้นนิติภาวะแล้วก็ยังลำบากก็สุดวิสัยที่จะแนะนำอย่างไร เพราะฉะนั้นจะให้ดีอย่าไปมีลูก เป็นโสดดีกว่า อาตมาไม่ได้พูดเองพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าคนตั้งตนเป็นคนโสดท่านเรียกว่าบัณฑิต อย่าว่าแต่ไม่มีคู่มีเมถุน เป็นผู้จะต้องได้รับความเศร้าหมองเพราะว่าแม้ไม่มีลูกคุณก็เป็นคู่เมถุนคุณก็จะต้องทะเลาะกันหึงหวงกันแย่งชิงกัน มันจะทำให้โศกเศร้า สารพัด เพราะฉะนั้นล้างกิเลสอย่าไปมีเมถุนแล้วก็อย่าไปมีลูก อยู่กันอย่างเป็นโสดสบาย หมดกิเลสกาม สบม ทมด ปกต หห ปกต มช ยลล

_จะวางใจอย่างไรเมื่อเราต้องเจ็บป่วยจนช่วยเหลืองานส่วนกลางไม่ได้เต็มที่ พ่อครูว่า...คนที่เจ็บป่วยจริงๆแล้วเขาก็ไม่ติดใจถือสาหรอก คุณมีความเกรงใจเต็มที่แล้วเขาไม่ติดใจถือสาอะไรมากหรอก มาอยู่เถอะแล้วคุณจะรู้ว่าในสังคมที่มีความจริงใจมีคุณธรรมทางจิตวิญญาณ คุณจะอยู่อย่างสบายใจ แม้จะเกรงใจก็เป็นคุณธรรมของคุณ แต่มันสุดวิสัยคุณก็ต้องยอมรับไม่มีปัญหานี่ เรารู้กันเข้าใจกัน เขาจะช่วยกันเท่าที่ได้จริง นอกจากคุณเป็นคนที่เขาไม่อยากช่วยเป็นหมาหัวเน่าอยู่ในสังคมนี้ คุณก็มีวิบากของคุณเองเขาจะปล่อยให้ทุกข์ทรมานอยู่ในนี้ ก็เป็นวิบากของคุณจริงๆแต่ถ้าคุณเป็นคนดีไม่ต้องห่วงหรอก

_พ่อครู จำลูกๆทุกคนได้ไหม พ่อครูมีหลักในการจำลูกได้อย่างไร พ่อครูว่า...ไม่ได้ จำไม่ได้หมด มีพันเป็นเอนก ทุกวันนี้เอาความจำมาจำธรรมะ แล้วก็จะมีธรรมะที่ละเอียดที่จะต้องเอาพลังงานแคลอรี่ของตัวเองไปปรุง ไปทบทวน และะนึกเอาธรรมะที่ลึกๆละเอียดลออ เอามาอธิบายอีก เพราะฉะนั้นก็เลยขออภัยที่จำใครไม่ค่อยได้ต้องขออภัยทุกคน (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

_น้ำดิน...ต่อจากเมื่อกี้ที่บอกว่า มาอยู่วัดแล้วป่วย ตอนนี้ที่บ้านอารมณ์ดี มีคนป่วย 7 คนแล้วเป็นสาวโสด 5 คน ไม่มีครอบครัว เราก็ดูแลกันในสถานะว่าเป็นลูกของพ่อท่าน พ่อท่านสอนว่าให้พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ ตอนนี้มารวมกันได้ 7 ชีวิต เราก็ดูแลกัน ตามนโยบาย ตอนนี้ก็จะมีกิจการขยายพื้นที่ เพราะว่ามันหนาแน่น ก็ต้องขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมการที่ทำให้ดิฉันทำงานสะดวกขึ้น ครอบครัวเขาก็ไม่มีลูกหลาน หรือบางคนก็มีลูกหลานแต่สามีตายเรียบอย่างเช่นคุณยายทองอยู่ ก็เป็นอะไรที่ไม่ไปอยู่ไหนฉันจะอยู่กับน้ำดินนี่แหละ ทำให้เข้าใจว่าชีวิตของคนในวัดนี้ที่ไม่กลับไปอยู่บ้านแล้ว อยู่ในวัดอย่างน้อยก็มีคนพาไปโรงพยาบาล เจ็บป่วยเราก็ดูแลมีคนนอนเฝ้า ครบวงจรในระบบที่ปฐมอโศก ก็สบายใจ (พ่อครูว่า...โฆษณามากเดี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน