620719 การเมืองแบบเทวนิยมคืออย่างไร.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2562
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์290 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

620719 การเมืองแบบเทวนิยมคืออย่างไร

สมณะเดินดิน : ผมรู้สึกว่า พ่อท่านใช้คำว่าเทว เทวมันหมายถึงทิศทาง ทิศทางของพระเจ้าหรือเปล่าครับ พ่อครู : .ใช่ พระเจ้า สมณะเดินดิน : งั้นนักการเมืองที่เขาต้องการใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้น พ่อครู : ก็เป็นพระเจ้า ใหญ่ขึ้นคุมโลกเลย เพราะฉะนั้นเหมือนอย่างนายโดนัลด์ทรัมป์ อเมริกาเป็นใหญ่ อเมริกันต้องเป็นหนึ่ง คุณนิ่ม : American First อเมริกันต้องมาก่อน พ่อครู : ต้องมาก่อน มันแสดงถึงความเห็นแก่ตัวขนาดไหน อเมริกันต้องมาก่อน เฮ้ยเอ็งเคยพูดว่าต้อง Lady First ไว้นะ เอ็งจะเอาตัวเองมาก่อนได้ยังไง แก่บอก Lady First เพราะฉะนั้นเท่ากับว่า American คือ Lady สุดท้ายก็โธ่เอ้ย American ทีแรกจะเป็นเอกบุรุษได้ยังไง เอ็งเป็น Lady แท้ๆ เอ็งจะเป็นเอกบุรุษได้ยังไง เนี่ยความจริงเขาไม่รู้ตัวของเขาเลย เขาทำอยู่ทุกวันนี้เขาเป็น Lady แล้วก็มาทำเป็นใส่หน้ากาก ใส่หน้ากากหลอกคนว่าฉันจะเป็นสุภาพบุรุษ เอ็งเป็น Lady มันใส่หน้ากากสุภาพบุรุษ ตัวจริงเป็น Lady แล้วเขาตี Lady กับหน้ากากไม่ออก นี่แหละคือเทว แยกไม่ออก จริงๆ American First คือหน้ากาก แต่ที่จริง Lady First เขาก็ไม่รู้ว่า Lady First นี่แหละเทวเขาตีไม่แตก เขาจะทำ American ให้เป็น First นะ แต่เขาจับตัว Lady มาทำให้เป็น First เพราะว่าเขาตีไม่แตก เพราะฉะนั้น พฤติกรรมของโดนัลด์ทรัมป์ จึงเป็นพฤติกรรมอิตถีภาวะตลอดเวลา

สมณะเดินดิน : ถ้านักการเมืองตีเทวะไม่แตก ทำการเมืองให้เป็นการกู (เพื่อตัวกู-ของกู) แล้วเขาจะมีอันเป้นไปอย่างไร?

พ่อครู : นั่นแหละ การเมืองตีไม่แตก เขาตีตัวเองไม่แตกว่าเขาจะทำเพื่อ ประเทศชาติ ถ้าเผื่อว่าเขาเองมาทำตัวของเขาให้เป็นคนที่ไม่มีอัตตา ไม่มีตัวตน ไม่มีเพื่อตัวเอง คุณจะเป็นนักการเมือง แต่ว่าเข

อ่านต่อ

าไม่ได้ทำเลย เพราะว่าเขาไม่ได้ทำเลย ก็เลยกลายเป็นนักการเมืองที่มุ่งแต่หาเหตุผล หาแต่เหตุปัจจัย หาแต่วิธีการ ที่จะทำอย่างไรให้ตัวเองได้อำนาจมาบริหาร มันก็ยิ่งทำให้เขามีอัตตา มีอัตตา มีอัตตา รู้วิธีที่เราจะได้เข้าไปครองอำนาจ มีแต่เสริมอัตตา เสริมอัตตา แล้วอำนาจบาตรใหญ่ที่พอได้ไปนี่ ก็รู้ว่า โอโห่มันบำเรออัตตานี้นะ มันได้ทั้งลาภทั้งยศทั้งสรรเสริญทั้งสุขอะไรก็แล้วแต่ มันก็เลยซับซ้อน ทำให้อัตตาเขาโต เพราะนักการเมืองทุกวันนี้ ไม่มีทางที่เขาจะหยุด เพราะอัตตาเขาโต อัตตาเขาโตไม่มีทางจะหยุดง่ายๆ นักการเมืองคนใดที่เป็นนักการเมืองมาช่ำชอง แล้วก็ได้วนเวียน มาได้เป็นรัฐมนตรี ได้เป็นนายก ก็ดูอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายก 1 ครั้ง ก็จะเป็นให้ได้ 2 ครั้ง เหมือนชวน ถ้าได้ 3 ครั้ง เขาก็จะทำนะ แต่มาถึงคราวนี้ก็แสดงว่าประเทศไทยชนะ ทำให้อภิสิทธิ์หยุดปณิธานอันนี้ แสดงว่าประเทศไทยชนะ ถ้าเผื่อว่าอภิสิทธิ์ไม่หยุด ประเทศไทยจะแพ้ยิ่งกว่านี้เลย เพราะฉะนั้นดูตามพยัญชนะ ผมนี่ใช้พยัญชนะชื่อคนมาเป็นว่า หมายถึงอะไร หมายถึงอะไร ผมมาสะดุดคำว่าอภิสิทธิ์หมายความว่าอะไร อภิชัยผมไม่สงสัย อภิศิลป์ผมไม่สงสัย อภิชาติผมไม่สงสัย อภิรักษ์ก็ไม่ได้สงสัยอะไร แต่อภิสิทธิ์ผมเคยติดใจสะดุดว่าอภิสิทธิ์คืออะไร ตอนนี้มาชัดขึ้นอธิบายให้ฟังว่าอ๋อ อ๋อว่าตอนนี้อภิสิทธิ์ว่างแล้วประเทศไทยดีขึ้นแล้ว การเมืองไทยดีขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นอภิสิทธิ์เป็นตัวแสดงที่คนเชื่อว่ามีความรู้ในเรื่องประชาธิปไตย ประชาธิปไตยแบบไหน อภิสิทธิ์เรียนประชาธิปไตยมาจากเมืองแม่ประชาธิปไตยเลย จบมาจากเมืองแม่ มหาวิทยาลัยเมืองแม่ ต้นลากประชาธิปไตยของโลก ประเทศอังกฤษ นี่เป็นอุปทานที่คนยอมรับกันทั่วโลก แต่คนเขาไม่ชัดหรอก บางคนเขาบอกว่าอ๋อประชาธิปไตยที่ 1 ต้องเป็นอเมริกา แต่คนที่รู้ดีเขาว่าไม่ใช่ ประชาธิปไตยต้องเป็นอังกฤษ อย่างนี้แหละแยกแค่นี้ก็ยังไม่ชัดกัน พ่อครู : อินเดียไม่มีพระเจ้าแผ่นดินนะ อินเดียไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนะ อินเดียทำได้ จีนทำได้ ก็เพราะว่ามันพังไง อินเดียก็พังชนิดหนึ่ง จีนก็พังชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นที่จะเหลือความสมบูรณ์แบบก็อยู่ที่ไทย ไทยจะเป็นตัวอย่างที่จะเห็นว่า เรื่องมนุษยชาติ เรื่องของสังคม เศรษฐกิจก็ดี สังคมก็ดี รัฐบาล รัฐกิจ รัฐศาสตร์ ก็ดี จะอยู่ในประเทศไทยหมด เพราะเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ในประเทศไทย เพราะเศรษฐกิจนประเทศไทยมันมีแกนของสาธารณโภคี ไม่มีชาติไหนเขามี คอมมูนฯพยายามพี่จะทำให้มารวมกัน เอามาใส่กองกลางให้มาก แล้วใครจะมากได้เท่าชาวอโศกล่ะ ทำงานให้กองกลางศูนย์เลยให้หมดเลย แล้วก็ช่วยกันกินช่วยกันบริหารแล้วตัวเองก็มีภูมิธรรม พอชีวิตอยู่กับส่วนกลาง มีกินมีใช้ขนาดนี้ ได้ขนาดนี้พอแล้ว ไม่ดิ้นรนกว่านี้หรอก สบาย คุณนิ่ม : เชื่อด้วยศรัทธาและปัญญา พ่อครู : เออ สบาย ตายเขาก็ช่วยเผาให้ แม้นลูกเต้าเหล่าหลานไม่มี ไม่มีใครเลย สุดท้ายเรามีครอบครัว ลูกเต้าเหล่าหลานตายหมดเหลือคนเดียว ก็ไม่ต้องห่วงเลยอยู่ในอโศก อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นที่พึ่งเสนาสนะบุคคล อาหาร ธรรมะ สัปปายะ พร้อมสมบูรณ์ เพราะว่าอาตมาถึงได้บอกว่า อาตมาทำงาน สำเร็จแล้ว สมบูรณ์แล้ว บุคคลมี สถานที่มี เครื่องอาศัยก็คือธรรมะกับงาน เครื่องอาศัยของชีวิตก็คือธรรมะกลับงาน ธรรมะก็บริบูรณ์แล้ว บริบูรณ์ที่มันเป็นรูปธรรมนะ ไม่ใช่บริบูรณ์ที่คน คนก็มาศึกษาเอารูปธรรม มาเอาสัจจะตรงนี้ให้ได้ สูงสุดเป็นอรหันต์ว่างั้นเถอะ งานการก็ทำมาหากิน มีอาชีพสัมมาอาชีพดีแล้วนี่ ชาวอโศก คุณนิ่ม : คือโครงสร้างและระบบ OK แล้วคนก็ Dynamic เข้ามา เคลื่อนได้เข้ามา รองรับได้ทันที พ่อ่ครู : ถูกต้อง แล้วก็มีแต่ทางด้านสังคม ชาวอโศกก็ทำงานอาชีพของสังคมไปเรื่อยๆดีเรื่อยๆ แล้วอาชีพที่จะเจริญต่อไปของชาวอโศกก็คือการเมือง เพราะฉะนั้นชาวอโศก ก็จะไปเป็นนักการเมืองเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น พวกเรามีความรู้ที่จะเป็นนักการเมืองแล้วว่า หลายคนรู้แล้วว่าเฮ้ยไปเป็นไม่ไหว ตอนนี้อยู่ คนไหนไหวก็เอา สู่แดนธรรม : คนที่ฟังคลิปนี้คงบอกว่าพ่อท่านเอาอะไรมาพูด การเมืองจะเป็นอย่างนั้นเชียวหรือ เพื่อนผมก็คงดูคลิปนี้อยู่แหละ คงฟังพ่อท่านบอกว่า อุ้ยธรรมะอะไรจะไปยุงเกี่ยวกับการเมืองอย่างนั้น พ่อครู : ก็คนโง่มันจะไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไร มันก็จะพูดอย่างโง่ๆ เขาว่าธรรมะจะไปยุ่งอะไรกับการเมือง คุณไม่มีเรี่ยวมีแรงถูกแล้ว ก็ต้องรู้ตัวเอง อย่าไปยุ่ง คุณยุ่งคุณก็ต้องเจ็บตัว คนที่เขามีภูมิคุ้มกันคนที่เขามีบารมี คนที่เขาจะไปทำการเมือง ไปช่วยไปช่วยการเมืองได้ เขาก็ต้องไปทำ เราก็ต้องรู้ตัว ถ้าไม่รู้ตัว คุณก็เจ็บตัว แต่คนที่รู้ตัวแล้วจะไปเจ็บตัวทำไม แต่คุณดีแล้วล่ะคุณเจียมตัว คุณอย่าไปยุ่งการเมือง แต่คุณอย่าไปดูถูกคนอื่นเขาสิ คุณเองไม่มีบารมี คุณไม่มีภูมิเท่า ปล่อยให้เขาไป คุณเจียมตัว โอ๊ย หมาน้อยอยู่อย่างหมาน้อยก็แล้วกัน สู่เเดนธรรม : ผมเคยโพส Facebook นานๆจะโพสต์เรื่องธรรมะกับการเมืองสักครั้ง ผมให้ทัศนคติกับเพื่อนๆว่า นักการเมืองไทยเราเนี่ยต่อไปในอนาคต พระอนาคามีสมควรขึ้นไปบริหารเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นอรหันต์ไปเลย เพื่อนคนนี้ก็มาตอบเลยว่า อุ๊ย อนาคามีอะไรจะไปบำเพ็ญเป็นนักการเมือง พ่อครู : นั่นแหละ ถึงได้บอกว่า เออนั่นแหละคุณพูดอย่างหมาน้อย คุณอยู่อย่างหมาน้อยเถอะ บอกเขา สู่เเดนธรรม : พ่อท่านก็พูดได้ ผมพูดไม่ได้ คือเขาจะคิดว่า อนาคามีจะต้องบำเพ็ญ ไปสู่อรหันต์ พ่อครู : จะต้องมีโจทย์ที่สูงส่ง คุณนิ่ม : 180 องศาเลยนะ พ่อครู : เออ อนาคามีต้องมีโจทย์ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆจึงจะไปสู่อรหันต์ เพราะคุณหนีโจทย์ งั้นคุณจะต้องไปเป็นหมาน้อย สมณะเดินดิน : อนาคามีของเถรวาทกับโพธิสัตว์คนละทิศทางกัน ไอ้นั่นดับอย่างเดียว พ่อครู : ไอ้นี่ดับได้เรื่อยๆจนกระทั่งอยู่เหนือดับ อยู่เหนือดับไปเรื่อยๆเลย สู่เเดนธรรม : ถ้าโจทย์อนาคามีแบบเรา ไม่แรงพอมันจะไม่ดึงเอาอาสวะ ที่นอนอยู่ลึกๆขึ้นมา จัดการได้ใช่ไหมครับพ่อท่าน พ่อครู : เรามีอาสวะ ไม่ใช่เรามีอนุสัย เราอยู่เหนืออนุสัย ที่จริงอนุสัย พยัญชนะมันก็บอกชัดอยู่แล้ว อันเป็นเรา มันเป็นละเอียดเป็นพวกนิวเคลียร์ เป็นพวกพลังงานละเอียดเลย อณุ อณู ปรมาณู สยะอยู่กับอณู ข่มอณูได้ สยะคือตัวเรา ตัวเราข่มอณูได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่มีภูมิปัญญาเลย อณูกับสยะคือพลังงานปรมาณูมันคุมคุณ แล้วอวิชชาไปเลย ตัวสยังไม่มีเงยหัวเงยหัวไปเลย แต่ถ้าเผื่อว่าตัวเรานี่แหละ คุมอันนี้ได้เลย เราก็อยู่เหนืออนุสัย สู่แดนธรรม : เราเลยเป็นปรมก็ได้เป็นอณูก็ได้ ก็เลยเรียกว่าปรมาญู อ้าวก็จริง คำว่าปารามานูนมันคือ ปรม กับ ศูนย์ สูงสุด คุณนิ่ม : แต่พ่อท่านมีคำว่าสูญญาณู พ่อท่าน : ก็ทำสูญญาณูได้ ปรมาณูควบคุมสูญญาณูเลย เป็นสัมสูญญาณูได้ สูญญาณูมีอยู่ในตัวเรา อุเบกขาหรือตัวสูญ ตัวที่ใช้แกนนิ่งของเราก็คือ สูญญาณู เสร็จแล้วทำงานก็เป็นปรมาณู การที่ตั้งของเราเป็นสูญญาณู

ถอดข้อความโดย อุทัย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน