เพลง หรือดีไม่มีเด่น.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.53 KB
วันที่แก้ไข15 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง หรือดีไม่มีเด่น

ธรรมดาคนเขาอยากให้เราดี แต่เราเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้ ไม่ใช่ดีขืนเด่นนั่นเป็นภัย แต่ถ้า“ดี” เด่นได้ เด่นเถิดดี ทำดีมากจนเด่นเป็นความเก่ง แต่นักเลงเบ่งเด่น นั่นเป็นผี ยิ่งอยากดัง-เด่นเปล่า-เขลาอัปรีย์ ดีเถิดี เด่นเถิดเด่น ตามเป็นจริง ขยันทำดีให้มาก อย่าอยากเด่น หรือคิดเข่น ข่มเด่นใคร ใจบาปสิง ปัญญาใหม่ซ่อนใจนะ จะเตือนติง ให้รู้สิ่ง“นิ่งทำการใต้ฐานใจ” พอเห็นเขาเด่นเฉียดตู“ตัวกู”เกิด คลั่งระเบิด แขวะระบาย ขายอนุสัย โจรบัฑิตชนิด“จอม” ย่อมเป็นไป ตามครรไลแห่งครรลองของสัจธรรม. เพลง“หรือดีไม่มีเด่น”นี้เป็นกลอน ๘ ธรรมดาๆ นี่เอง ที่อาตมาแต่งขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้ ไม่ได้โน้ตไว้ แต่ต้อง ก่อน ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๒ แน่ๆ เพราะอาตมาแต่ง ทำนองใส่ ก็มีบันทึกไว้ว่า แต่งทำนองเสร็จเมื่อ ๑๕ เมษายน ๒๕๓๒ แล้วขับร้องบรรเลงบันทึกเสียงกันโดยทีม The Pepper Singers เพื่อลงในอัลบั้ม “อภัย” ก็ในปีพ.ศ. ๒๕๓๒ นั้นแหละ โดยมี รุ่งพิรุณ เมธารมณ์, ผุสดี เอื้อเฟื้อ ขับร้องเป็น เวอร์ชั่นแรก ปราจีณ ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน เพลง “หรือดีไม่มีเด่น”นี้เนื้อหาของเพลงอ่านดู ฟังดูแล้ว ก็รู้ได้ทันทีแน่ว่า ไม่ใช่เพลงประโลมโลกที่รำพี้ รำพันเรื่องรักๆใคร่ๆ เรื่องดีใจโศกเศร้า หรือชมธรรมชาติ แต่เป็นเพลงที่อยู่ในข่าย“สาระ” ตามที่อาตมาเคยแยก ลักษณะเพลงไว้ ๕ ประเภท คือ ๑.เพลงชนิดที่ต่ำย่ำแย่สุดก็คือ เพลง“ลามก” เรียกว่า“ลามกจกกะเปรต”ก็เพราะ มันสื่อแสดงความจัดจ้าน“ของกามหรืออัตตา” มันโลภ, โกรธ,หลง อย่างมาก,อย่างแรง,อย่างหยาบ แสดงออกเห็นๆกันเลย โจ๋งครึ่มชัดๆ ๒.เพลงที่แพร่หลายนิยมกันเต็มโลก ก็จำพวกเพลง“ราคะ”ทั้งหลายที่ประโลมโลกรำพี้รำพันเรื่องรักๆใคร่ๆ ดีใจโศกเศร้า นั่นแหละ หลงกันว่าเ

อ่านต่อ

ป็น“ศิลปะ”แต่ยังไม่ใช่เลย เพลงที่บำเรอ“ราคะ”บำรุง“โลภ” นี้แหละมากกว่ามากที่สุดในโลก ๓.เพลงที่ให้ข้อคิด ความรู้ความฉลาดแก่มนุษย์แก่สังคม หรืออย่างน้อยก็ชม ธรรมชาติ ไม่ก็“เพลงเพื่อชีวิต”ว่างั้นเลย อย่างนี้ก็จัดอยู่ ในจำพวกเพลง“สาระ” ๔.เพลงที่เจตนาให้เป็น“ธรรมะ” เสริมสร้างคุณธรรม ตั้งแต่ความเป็น“ธรรมะ”ง่ายๆ พื้นๆ ให้รู้จักศีล รู้จักธรรมเท่าที่ภูมิของผู้ประพันธ์พึงมี ก็ตามภูมิจริงของ“ธรรมะ”ที่แต่ละคนมี ซึ่งสูงขึ้นๆเป็นลำดับๆ แต่ยังเป็นโลกียธรรม”อยู่ ยัง“เป็นอื่น”(อัญญะ)ออกไปนอก“โลกียธรรม” ไม่ได้ เพราะยัง“วน”ไม่สูงก็ต่ำ“วน”อยู่ในโลกียภูมินั้นแหละ เท่านั้น ๕.ขั้นสูงสุดเป็นเพลงที่ชี้ชัดถึงความเป็น“โลกุตร ธรรม” ซึ่ง“โลกุตรธรรม”นี้เป็น“อจินไตย” จะคิดเอาเอง คะเนเอาเอง ไม่ได้เลยเป็นอันขาด ต้องมี“ปัญญา”ของพุทธขั้นปรมัตถสัจจะ”กันจริง จึงจะเป็นของแท้.

* สมณะโพธิรักษ์ (๑๙ ก.ย. ๖๐) [เราคิดอะไร ฉบับ 327 ต.ค. ๒๕๖๐]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน