เพลง ฝ่าฟ้าสังคมฝัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
เพลง ฝ่าฟ้าสังคมฝัน โอ้แผ่นดินสิ้นแสงแห่งศีล สังคมป่ายปีนดิ้นรนจนชั่ว ต่างหลงทางห่างสัมมาบ้าบิ่นน่ากลัว ต่างตัวของกูเพื่อกู เมื่ออธรรมเท่าฟ้าอย่างนี้ หลายคนไม่มีแรงใจจะสู้ ยิ่งสังคมเห่อเหิมกามเกียรติและความรู้ ยิ่งอดสูน่าอาย ฝ่าฟ้าสังคม ซึ่งอยู่อย่างจมงมฝันเมามาย ต่างคนต่างฝันกันมาทำลาย เชื่อดีเชื่อร้ายยึดต่างกัน ผู้จริงใจไม่หลงผิดแล้ว รู้แนวและมีความดีคงมั่น โปรดเผยตนตรวจค้นตัวอย่ามัวแต่ฝัน กล้าฟันฟ้าฝ่าไป. เพลง“ฝ่าฟ้าสังคมฝัน”นี้ เดิมเป็นเพลง“ขอบฟ้า สีทอง”ที่อาตมาแต่งขึ้นเมื่อ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖ และได้อัดเสียงครั้งแรกให้ วัชราภรณ์ สุขสวัสดิ์ เป็นผู้ขับร้อง มี ชอุ่ม สาณะเสน แยกเสียงประสาน แต่ยังไม่ได้ออก จำหน่ายเผยแพร่ต่อสาธารณะ และเคยเอาทำนองไปใส่ คำร้องเป็นเพลงประกวดในงานกาชาด และงานแสดงศิลปะหัตถกรรมนักเรียนทั่วประเทศ ให้นักเรียนหลายโรงเรียน ใช้ร้องประกวด ได้ถ้วยรางวัลชนะเลิศมากันหลายใบ เพราะ ทำซ้ำอยู่หลายปี เท่าที่จำได้ก็ ด.ญ.วัลชุลี ฉัตรวิไล ร.ร.เทเวศร์วิทยา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ นักแสดงหญิง โฉมฉาย ฉัตรวิไล นั่นเอง นอกนั้นก็มี ร.ร.เบญจมราชาลัย บ้าง สตรีวิทยา บ้าง ส่วนชื่อใครร้องบ้างก็จำไม่ได้แล้ว ทำอยู่เท่าที่งานศิลปะหัตถกรรม ฯ กับงานกาชาดมีกัน จนงานศิลปะหัตถกรรม นักเรียนฯ เลิกราไป เหลือแต่งานกาชาด แต่อาตมาก็ ออกบวชเสียแล้ว ก็เลยเลิกไปด้วย อาตมานำมาใส่เนื้อร้องเป็นเพลง“ฝ่าฟ้าสังคมฝัน” ๑๐ มี.ค. ๒๕๓๑ และให้ สาธิยา ศิลาเกษ ขับร้องอัดเสียงเป็นคนแรก เรืองยศ พิมพ์ทอง เรียบเรียงเสีงประสาน อัลบั้ม “ความลับของฟ้า” วางตลาด มี.ค. ๒๕๓๑ นั้นแหละ เนื้อหาสาระนั้นก็ชัดๆ ไม่ยากอะไร สังคมทุกวันนี้ ไม่มีศีลกันแล้ว ต่างแย่งชิงป่ายปีนดิ้นรนกันจนชั่ว ออก น
อ่านต่อ
อกศีลนอกธรรม ไม่กลัวบาปกลัวนรกเลย เห็นแก่ตัวแก่ พรรคพวกแย่งลาภยศแย่งอำนาจกัน หลงกินกามเกียรติ หนักหนาสาหัส โดยเฉพาะ“หลงความรู้-วิชาการ”ของ เมืองนอก ไม่สนใจความรู้วิชาการศาสนาพุทธของตนนี่สิ! เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการต่อสู้แก่งแย่งโลกธรรมเอาชนะ คะคาน จนงมงายกันไม่เงยหูเงยหัวดังที่เป็นอยู่ สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ร. ๙ ทรงเตือนสติอย่างไร ก็ไม่รู้สึกกัน กระทั่ง“อธรรม”มันแก่กล้าต้องเสียเวลาชำระสะสางกัน จนป่านนี้ก็ยังไม่เรียบร้อยดีเลย เพลงนี้เจตนาให้เป็นทั้งเครื่องเตือนใจ และชักชวน กันออกมาเสริมสร้างคุณธรรม ให้รู้จักศีล รู้จักธรรมของพระพุทธเจ้าสัมมาทิฏฐิให้ได้ ให้คนเห็น“ธรรม”เป็นสำคัญ กันให้ชัด เพราะมันสำคัญกับชีวิตและสังคมจริงๆ หากมี พุทธธรรม ธรรมะช่วยสังคมได้ อย่าไปกลัวกลุ่มคนชั่วที่มี อยู่แค่กระจุกเดียวนั้นเลย แม้จะดูชั่วโฉดยืดยาดอยู่ มัน ก็ไม่เท่าไหร่หรอก หากคนดีรวมตัวกันเอาจริงปราบปราม คนชั่วที่มีอยู่ ตามที่อำนาจอันสุจริตสากลของประเทศให้ทำได้ ปราบจริงให้สิ้นฤทธิ์แรงกันจริงๆไปเลย ต้อง ให้สิ้นเชื้อที่ดิ้นด็อกแด็กอยู่ภายในนี้ก็เสร็จ อย่างไรข้างนอกก็ไม่ว่าอะไรหรอก สังคมโลกยุคนี้เขารู้ดีกันทั่ว แล้ว โลกมีภูมิธรรมเฉลียวฉลาดในเรื่องผิดเรื่องถูกกันเก่งกาจแล้ว. * สมณะโพธิรักษ์ (๕ ต.ค. ๖๐)