เพลง คนโลกใหม่.docx

โฟลเดอร์เนื้อเพลงพ่อครู เพลงพ่อครู
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.48 KB
วันที่แก้ไข15 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

เพลง คนโลกใหม่ แต่ก่อนแต่ไรไหนมา ชีพคนใช้ค่าโลกธรรมวัดคน แบ่งบ่าวเจ้ามีหรือจน นั่นกลชี้ค่าชาติคนโลกเก่า ครั้นถึงซึ่งปางพุทธองค์ สางทุกข์ส่งธรรมย้ำเรา ให้หน่ายคลายตัวมัวเมา กลับเฉาเปล่าดายคล้ายเดิมเติมต่ำร่ำไป กอดศักดิ์ เบ่งสี ถือดี ดื้อบอดตาใส ผีชั่ว ชอนไช ถึงใครเตือนใดไม่ฟัง หากหัดศรัทธาศีลพอ ฝึกจาคะต่อก่อปัญญาพุทธัง ตัดกิเลสมูลสูญญัง ไต่ตามสังโยชน์โคตรคนโลกใหม่. เพลง“คนโลกใหม่”นี้ แต่งทำนองตั้งแต่ ๒๘ ม.ค. ๒๕๑๐ เดิมเป็นเพลง“ขวัญคืนใจ” สวลี ผกาพันธ์ เป็นผู้ขับร้อง แต่งให้ละครเพลงที่แสดงทางโทรทัศน์“ช่อง ๔” สมัยที่ยังเป็นโทรทัศน์ขาวดำกันเท่านั้น ยังไม่มีโทรทัศน์สีเหมือนทุกวันนี้ จากเนื้อร้องเดิม“ขวัญคืนใจ”มาใส่เนื้อร้องใหม่เป็นเพลง“คนโลกใหม่”เสร็จเมื่อ ๑๒ ก.ค. ๒๕๒๘ ให้ ปราจีน ทรงเผ่า แยกเสียงประสาน และรุ่งพิรุณ เมธารมณ์ กับ ผุสดี เอื้อเฟื้อ(The Hot Pepper Singers) ขับร้องอัดเสียงเป็นทีมแรก เมื่อ ๑๓ พ.ค. ๒๕๒๙ เสร็จเวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นอัลบั้มชุด“ขวัญ” ออกวางตลาดเมื่อ มิ.ย. ๒๕๒๙ ทำเป็นแผ่นเสียงลองเพล์ด้วย เนื้อหาของเพลง“คนโลกใหม่” เป็นเพลงขั้น“โลกุตระ” กล่าวคือ มีเนื้อหาชี้ให้เห็นว่า สังคม“คนโลกเก่า”ตั้งแต่ไหน แต่ไรมานั้น วัดความเป็นคนในสังคมด้วย“โลกธรรม” ชีวิต ของคนขึ้นอยู่กับความมีลาภยศสรรเสริญสุข เป็นแบบ “โลกีย์”สามัญ พอพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาประกาศ“ศาสนาพุทธ” ก็มีความเป็นคนชนิดใหม่ขึ้น นั่นคือ คนแบบ“โลกุตระ” ซึ่งคนโลกุตระนี้จะมีทัศนคติก็ดี ความประพฤติก็ดี วัฒน ธรรมสังคมก็ดี จะเป็นไปเพื่อให้เกิด“สาราณียธรรม ๖”คือ อยู่กันอย่างมีเมตตากายกรรม-เมตตาวจีกรรม-เมตตามโน กรรม และลาภที่ได้มาโดยธรรมก็จะนำมารวมกันเป็นกอง กลาง แล้วกินใช้ร่วมกันเรียกว่า“สาธ

อ่านต่อ

ราณโภคี” ในสังคมนี้ ต่างคนล้วนมีศีลเสมอสมานกันอยู่(ศีลสามัญญตา) และมีี ความเห็นจุดหมายปลายทางของชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน เสมอสมานกันอยู่(ทิฏฐิสามัญญตา) นั่นคือ มุ่งโลกุตระ หรือมีชีวิตอยู่แบบ“วรรณะ ๙”คือ เลี้ยงง่าย(สุภระ)-บำรุงง่าย(สุโปสะ)-มักน้อย(อัปปิจฉะ)-สันโดษ(สันตุฏฐิ)-ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ)-มีศีลเคร่ง(ธูตะ)-ไม่สะสม(อปจยะ)-มีอาการที่น่า เลื่อมใส(ปาสาทิกะ)-พากเพียรขยันอยู่เสมอ(วิริยารัมภะ) ซึ่งสังคมใดที่มี“สัมมาทิฏฐิ”และ“สัมมาปฏิบัติ”กันจริง ก็จะเกิดผลจริงปรากฏให้เห็นจริงได้ หากยังมีคนพาสังคมปฏิบัติด้วยสัมมาทิฏฐิ โลกไม่ว่างจาก“อาริยธรรม”ที่เป็น“โลกุตระ”แน่นอน เชิญตรวจสอบให้เห็นเถิด เพราะเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ท้าทายให้มาพิสูจน์ได้ เอหิปัสสิโก ไม่ว่ากาลไหนๆ อกาลิโก. “สมณะโพธิรักษ์”(๒๕ ก.พ. ๒๕๖๐)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน