08-บทที่ 4 8.docx
เนื้อหาในไฟล์
บทที่ 4 ผลการวิ เคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัย การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น ( Pre - E xperimental Research ) แบบกลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง ( One Group Pretest P osttest D esign ) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการประยุกต์ใช้เท คนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทาง สถิติ และนำเสนอ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตามลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในการสื่อสารความหมาย ผู้วิจัยได้กำหนดความหมายของสัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง แทน ค่าเฉลี่ย S . D . แทน ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t แทน สถิติทดสอบที่ใช้พิจารณาใน t - distribution * แทน ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิเคราะห ์ข้ อมูล ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistic ) ได้แก่ ค่าความถี่ ( Frequency ) และค่าร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S . D .) ตารางที่ 3 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามเพศ เพศ จำนวน ร้อยละ ชาย 6 13 . 33 หญิง 39 86 . 67 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 3 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 3 9 คน คิดเป็นร้อยละ 86.67 และเป็นเพศชาย 6 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 ตามลำ
อ่านต่อ
ดับ ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อายุ น้ำหนัก และส่วนสูงของกลุ่มตัวอย่าง ข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่าง S . D . อายุ 52.50 ปี 5.88 น้ำหนัก 50.60 ก.ก. 10.06 ส่วนสูง 1 5 8.4 2 ซ.ม. 6 . 12 จากตาราง 4 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการ บำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน มีอายุเฉลี่ย 5 2 . 5 0 ปี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5.88 น้ำหนักเฉลี่ย 50.60 ก.ก. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 10.06 และส่วนสูงเฉลี่ย 1 5 8.4 2 ซ.ม. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.12 ตารางที่ 5 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามค่าดัชนีมวลกาย ( BMI ) ค่าดัชนีมวลกาย ( BMI ) จำนวน ร้อยละ ภาวะน้ำหนักตัว น้อยกว่า 18.5 0 7 15 . 56 น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ผอม) 18.50 – 22.99 24 53 . 33 รูปร่างสมส่วน 23.00 – 24.99 9 20 . 00 ภาวะน้ำหนักเกิน 25.00 – 29.9 9 5 11 . 11 โรคอ้วน รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 5 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่ค่าดัชนีมวลกาย 18.50 – 22.99 คือมีรูปร่างสมส่วน จำนวน 2 4 คน คิดเป็นร้อยละ 53.33 รองลงมา คือ มี ค่า ดัชนีมวลกาย 23.00 – 24.99 คือมีภาวะน้ำหนักเกิน จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 ค่าดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 18.5 0 มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (ผอม) จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 15.56 และ ดัชนีมวลกาย 25.00 – 29.9 9 มีภาวะโรคอ้วน จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 11.11 ตามลำดับ ตารางที่ 6 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตาม ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จำนวน ร้อยละ ไม่เกิน มัธยม ศึกษา 9 20 . 00 ปริญญาตรี 29 64 . 44 สูงกว่าปริญญาตรี 7 15 . 56 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 6 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 64.44 รองลงมา คือ ไม่เกิน ชั้น มัธยม ศึกษา จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 และ สูงกว่าปริญญาตรี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 15. 56 ตามลำดับ ตารางที่ 7 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามอาชีพ อาชีพ จำนวน ร้อยละ ข้าราชการ 12 26 . 67 เกษตรกร 5 11 . 11 รับจ้าง 10 22 . 22 ธุรกิจส่วนตัว 13 28 . 89 อื่นๆ (นักศึกษา, แม่บ้าน) 5 11 . 11 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 7 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่ มีอาชีพ ธุรกิจส่วนตัว จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 28.89 รองลงมา คือ อาชีพข้าราชการ จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 26.67 อาชีพ รับจ้าง จำนวน 1 0 คน คิดเป็นร้อยละ 22.22 อาชีพอื่น ๆ ได้แก่ นักศึกษา , แม่บ้าน จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 11.11 และอาชีพเกษตรกร จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 11.11 ตามลำดับ ตารางที่ 8 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามความเพียงพอของรายได้ ความเพียงพอของรายได้ จำนวน ร้อยละ มีหนี้สิน/ ไม่พอใช้จ่าย 3 6 . 67 ไม่มีหนี้สิน/ ไม่พอใช้จ่าย 6 13 . 33 เพียงพอใช้จ่าย 27 60 . 00 มีเหลือเก็บ 9 20 . 00 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 8 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอใช้จ่าย จำนวน 2 7 คน คิดเป็นร้อยละ 60 . 00 รองลงมา คือ มีรายได้เหลือเก็บ จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 20 . 00 มีหนี้สิน/ ไม่พอใช้จ่าย จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 13 . 33 และไม่มีหนี้สิน/ ไม่พอใช้จ่าย จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 6 . 67 ตามลำดับ ตารางที่ 9 แสดงจำนวนและร้อยละของระยะเวลา ที่ เริ่มปวดคอ บ่า ไหล่ ระยะเวลา ที่ เริ่มปวด คอ บ่า ไหล่ จำนวน ร้อยละ น้อยกว่า 4 สัปดาห์ 15 33 . 33 4 - 12 สัปดาห์ 13 28 . 89 มากกว่า 12 สัปดาห์ 17 37 . 78 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 9 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่ เริ่ม ปวดคอ บ่าไหล่ มากกว่า 12 สัปดาห์ จำนวน 1 7 คน คิดเป็นร้อยละ 37.78 รองลงมา คือ เริ่มปวดคอ บ่าไหล่มา น้อยกว่า 4 สัปดาห์ จำนวน 1 5 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และ 4 - 12 สัปดาห์ จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 28.89 ตามลำดับ ตารางที่ 1 0 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามการเคยรักษาการปวดคอ บ่าไหล่ การเคยรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ จำนวน ร้อยละ เคย 33 73 . 33 ไม่เคย 12 26 . 67 รวม 45 100 . 00 จากตารางที่ 1 0 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่เคยรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ จำนวน 3 3 คน คิดเป็นร้อยละ 73.33 และไม่เคยรักษา จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 26.67 ตามลำดับ ตารางที่ 1 1 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตาม วิธี รักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ วิธี รักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ จำนวน ร้อยละ ไม่เคย รักษา 12 26.67 รับประทานยา / ฉีดยา 8 17.78 กายภาพบำบัด 4 8.89 การนวด 21 46.67 รวม 4 5 100 . 00 จากตารางที่ 1 1 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ส่วนใหญ่เคยรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วยการนวด จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 46.67 รับประทานยา / ฉีดยา จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 17 . 48 และทำ กายภาพบำบัด จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8 . 89 ตามลำดับ ตารางที่ 1 2 แสดงจำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตาม วิธี รักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ อาการหลังจากรักษา จำนวน ร้อยละ ไม่เคย รักษา 12 26.67 ไม่ดีขึ้น 5 11.11 ดีขึ้นแต่ไม่หาย 28 62.22 รวม 4 5 100 . 00 จากตารางที่ 1 2 พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการบำบัด อาการปวดคอ บ่าไหล่ ด้วย กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ที่ เคยรักษาอาการ ปวดคอ บ่าไหล่ มีอาการ ดีขึ้นแต่ไม่หาย จำนวน 2 8 คน คิดเป็น ร้อยละ 62.22 และ อาการ ไม่ดีขึ้น จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 11.11 ตามลำดับ ตอนที่ 2 ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ก่อนและหลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ในขั้นนี้ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากแบบ ประเมิน ผลการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ โดยนำเสนอค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S . D . ) ดังตารางที่ 1 3 ตารางที่ 1 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ก่อนและหลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ระดับความ ปวดคอ บ่าไหล่ Min Max S . D . ระดับ ก่อนได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ 2 10 5 . 31 1 . 84 ปานกลาง หลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ 0 6 1 . 73 1 . 16 น้อย จากตารางที่ 1 3 ผลการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ พบว่า ก่อนได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขน กลุ่มตัวอย่างมีระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ( = 5 . 31, S . D . = 1 . 84 ) และหลัง ได้รับการกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขน พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยอยู่ในระดับน้อย ( = 1.73 , S . D . = 1 .16) ตอนที่ 3 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับอาการปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง ในการ ทดสอบสมมติฐานที่ 1 เพื่อ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนระดับอาการปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง ใช้สถิติ Paired - Samples t - test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 สามารถแสดงผลได้ดังตารางที่ 1 4 ตารางที่ 1 4 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระดับอาการปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ S . D . t p ก่อนการทดลอง 5 . 31 1 . 84 14 . 13 p < 0 . 001 หลังการทดลอง 1 . 73 1 . 16 จากตารางที่ 1 4 การ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนระดับอาการปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ของกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อน กดจุดเส้นลมปราณที่แขน อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ .05 ( t = 14 . 13 , p < 0 . 001 ) ตอนที่ 4 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ ในการ ศึกษาระดับ คะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ จากแบบทดสอบคะแนนเต็ม 15 ข้อ วิจัยนำเสนอผลคะแนนเป็นรายข้อและโดยรวม ดังตารางที่ 1 5 ตารางที่ 1 5 แสดง คะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ เป็นรายข้อ ( n = 45 ) ข้อ ก่อนแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ หลัง แนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ จำนวนผู้ตอบถูก ร้อยละ จำนวนผู้ตอบถูก ร้อยละ 1 23 51 . 11 34 75 . 56 2 15 33 . 33 31 68 . 89 3 20 44 . 44 35 77 . 78 4 22 48 . 89 40 88 . 89 5 22 48 . 89 35 77 . 78 6 16 35 . 56 40 88 . 89 7 19 42 . 22 41 91 . 11 8 16 35 . 56 38 84 . 44 9 22 48 . 89 43 95 . 56 10 17 37 . 78 37 82 . 22 11 21 46 . 67 39 86 . 67 12 17 37 . 78 34 75 . 56 13 21 46 . 67 33 73 . 33 14 15 33 . 33 30 66 . 67 15 23 51 . 11 31 68 . 89 จากตารางที่ 1 5 พบว่า คะแนนความรู้เป็นรายข้อ ก่อน แนะนำ การกดจุดเส้นลมปราณ มีจำนวนผู้ที่ตอบถูก คิดเป็นร้อยละ 33 . 33 - 51.11 และหลังแนะนำ การกดจุดเส้นลมปราณ มีจำนวนผ ู้ที่ตอบถูก คิดเป็นร้อยละ 66.67 - 91.11 ซึ่ง แสดงให้เห็นว่าจำนวนกลุ่มตัวอย่างสามารถมีความรู้ในแต่ละข้อสูงขึ้นทุกข้อ เมื่อพิจารณา คะแนน รวม เป็นรายคน แล้วนำคะแนนมาเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้สามารถแสดงได้ดัง ตารางที่ 16 ตารางที่ 16 จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ได้ระดับ คะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้น ลมปราณ ระดับ ความรู้ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง มีความรู้ ระดับน้อย 41 คน (91.11 %) 0 คน ( 0.00 %) มีความรู้ ระดับปานกลาง 4 คน ( 8.89 %) 14 คน ( 31.11 %) มีความรู้ ระดับมาก 0 คน (0.00 %) 31 คน ( 68.89 %) จากตารางที่ 1 6 พบว่า ในระยะก่อนการ แนะ นำการกดจุดเส้นลมปราณ กลุ่มตัวอย ่างมีคะแนนความรู้อยู่ในระดับน้อย จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 91. 11 และอยู่ในระดับปานกลาง 4 คน คิดเป็นร้อยละ 8.89 เมื่อหลังการ แนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรู้อยู่ในระดับปานกลาง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 31.11 และอยู่ในระดับมาก จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 68.89 การ ทดสอบสมมติฐานที่ 2 เพื่อ เปรียบเทียบคะแนนจากแบบทดสอบความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ ผู้วิจัยใช้สถิติ Paired - Samples t - test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 สามารถแสดงผลได้ดังตารางที่ 17 ตารางที่ 17 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ คะแนนความรู้ S . D . ระดับ t p ก่อนการทดลอง 6 . 42 1 . 56 น้อย 30 . 49 p < 0 . 001 หลังการทดลอง 12 . 02 1 . 29 มาก จากตารางที่ 17 ในการทดสอบความรู้ พบว่า ก่อนแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ กลุ่มตัวอย่างมี คะแนนความรู้ อยู่ในระดับน้อย ( = 6.42 , S . D . = 1 .56) และหลัง จากแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมี คะแนนความรู้ อยู่ในระดับมาก ( = 12.02 , S . D . = 1 .29) การทดสอบสมมติฐานที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ก่อนและหลังแนะนำการกดจุดเส้นลมปราณ พบว่า ระดับ ความรู้ เกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ หลังการแนะนำสูงกว่าก่อนการแนะนำ อย่างมีนัยสำคัญที่สถิติที่ระดับ .05 ( t = 30 . 49 , p < 0 . 001 )