ธรรมาธิปไตยคือเครื่องทำลายการยึดถือวรรณะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.57 KB
วันที่แก้ไข5 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมาธิปไตยคือเครื่องทำลายการยึดถือวรรณะ _สู่แดนธรรม... มีคำถามจากไลน์ ด้อมสลิ่ม ต้องเตรียมรองเท้าเพื่อจะได้ไปออกกำลังกายเพื่อชาติเร็วๆนี้แล้วใช่ไหมคะ พ่อครูว่า... ก็ไม่รู้ อาตมาก็ไม่ใช่อาจารย์ฟองสนาน ก็ทำนายไม่ได้ ทำนายไม่ออก ว่าจะต้องไปหรือไม่ไป ก็ไม่รู้ได้ ก็พูดถึงลักษณะพวกนี้นี่ ตามประสาอาตมา ตามประสาอาตมาก็เห็นว่าเมืองไทยนี้ มีตัวอย่างคนที่แย่ที่สุด แย่ชนิดที่เลวซับซ้อน กับคนที่ดีซับซ้อน คนที่ดีมาก ดีซับซ้อน กับคนที่เลวซับซ้อน ก็เห็นกันอยู่ชัดๆเลย อาตมาชัดนะ แต่ก็เห็นใจในคนที่เข้าใจไม่ค่อยได้ เพราะว่าคนจะเข้าใจ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เป็นคนหมดในการที่จะติด ติด ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข แล้วก็ตัดขาด ไม่ติดแล้ว ตัดขาดเลย เหมือนพระพุทธเจ้าท่านตัดขาด พอท่านเห็นว่าไม่เอาแล้ว เรื่อง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ท่านก็ตัดปึ๊บ แล้วก็ออกมาพระบาทเปล่า ใช้ผ้าบังสุกุล นุ่งห่ม ซึ่งท่านเป็นกษัตริย์นะ ท่านเคยใส่รองเท้าทอง ทุกอย่างที่ใช้ฉลององค์ มันมีแต่อย่างชั้นดีหมด ท่านตัดพรวดเลย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ยศชั้นต่างๆ หมด ทิ้งหมด มาเป็นคนเสมอสมานกับคนชั้นธรรมดา ธรรมชาติ ยิ่งอินเดียเขามีทั้งจัณฑาล มีทั้งสูทร มีทั้งแพศย์ มีทั้งกษัตริย์พราหมณ์อะไร ยศชั้นถือชั้นวรรณะกันหนัก ท่านมาทำลายชั้นวรรณะหมดเลย มาบวชอยู่ในศาสนาพระพุทธเจ้าถือธรรมวินัยนี้ เลิก ชั้นวรรณะ อินเดียเขาติดจัดจนกระทั่งสุดท้ายเขาเลิกไม่ได้ Dr. Embeggars พยายาม เพราะ Dr. Embeggars แกเป็นจัณฑาล เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญของอินเดียฉบับเดียว แล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ฉบับนี้มาตลอด นี่ เรียกว่า static ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างสมบูรณ์ อาตมา ดู ตามภูมิของอาตมาเห็นโลกเขาทั้งโลก เอาคำว่าประชาธิปไตย มาพูด คำว่าอธิปไตย เป็นของประชาชน ประชาแล้

อ่านต่อ

วก็อธิปไตยเรียกว่าประชาธิปไตย อธิปไตยคืออำนาจหรือกำลังหรือพลังงาน หรือเรียกว่าแรง เรียกว่าฤทธิ์ยังได้เลย เป็นพลังงานแท้ๆ เพราะฉะนั้นพลังงานหรืออำนาจหรือฤทธิ์แรงหรือกำลังของมัน ซึ่งมันมี ท่านแยกเอาไว้เป็น 3 อธิปไตย 3 ได้แก่ โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และ ธรรมาธิปไตย ในยุคของพระพุทธเจ้า ในสมัยพระพุทธเจ้ายังไม่มีภาษานี้ ประชาธิปไตย เพราะมันเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยังไม่มีพยัญชนะ ยังไม่มีภาษา แต่พระพุทธเจ้าท่านทำของท่านแล้ว เป็นประชาธิปไตย ทุกคนเสมอสมานกันหมด เลิกแม้แต่วรรณะ ผู้ใดมาอยู่ในรีตของพระพุทธเจ้ามาได้หมด ไม่ว่าจะเป็นจัณฑาล หรือ ศูทร แพศย์ ไม่ได้ติดยึดเลยทำลายกำแพงของวรรณะได้หมด แล้วก็เข้าใจความสัมพันธ์เรียกว่าโลก ความสัมพันธ์คือการเกี่ยวข้องกันอยู่กับ ภายนอกภายใน กับคนทั้งปวง กับพฤติกรรมทั้งปวง กับจิตวิญญาณทั้งปวง จะเข้ากันได้อย่างไร เสมอสมานกันได้อย่างไร มีอะไรเป็นเหตุ ก็มีตัวโง่เป็นเหตุ ตัวถือดี ถือตัว ถือโลก ถือชั้นวรรณะของโลก ลาภยศสรรเสริญ ทุกวันนี้ที่ไหนก็มีชั้นวรรณะคนรวยคนจนแบ่งชั้นวรรณะ ดีไม่ดีอย่างอเมริกานี้ถือผิวอีก ชั้นวรรณะคนรวยคนจนไม่ต้องพูดเลย อย่างอเมริกาเขาว่าเขาไม่ถือ เขาไม่มีความรู้จริงไม่รู้จริงในจิตเจตสิกว่าเขายึดถือไม่ยึดถือ เขาไม่รู้หรอกไม่รู้ตัว เขาก็ทำกันปนกันเละ พระพุทธเจ้าท่านตรัสเรื่องให้รู้ว่ามีการเกี่ยวข้อง มีพลังงานหรือว่ามีแรงมีฤทธิ์เกี่ยวข้องกัน เป็นแรงเป็นอำนาจกับสิ่งที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันภายนอก อัตตาคือตัวเรา เรายึดถือตัว เรายึดเข้าไปในตัวเราหนักยิ่งๆๆๆขึ้นไปเลย มันก็ยิ่งลึกเข้าไปในตัวอัตตา ส่วนโลกกว้างออกไปจนกระทั่งกลายเป็นเฟ้อ เป็นเพ้อเจ้อ เป็นฟุ้งซ่าน แล้วก็นึกว่านั่นแหละได้มาก ฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อได้มาก ไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีเรื่องจริงก็เละไปหมดเลย เป็นนิรมาณกาย เป็นสิ่งที่ไม่มีของจริง สร้างภพสร้างชาติขึ้นมาหลงกันไป พระพุทธเจ้าให้ตัดสินเรื่องของประโยชน์ เรียกว่า อายะ 1. พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) 2. พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) 3. โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) อายะ แปลว่าประโยชน์ สิ่งที่เป็น สิ่งที่ได้ เป็นสิ่งที่อาศัยในชีวิต พหุชนะนี่แหละ คือคำขยายความได้ว่า มวลประชาชน พหุคือมาก ชนะก็คือชน ประชาชน พหุนั่นแหละยิ่งชัดกว่าประชาชนอีก คือส่วนใหญ่เลย พหุชนะ ประชาชนก็ชี้เป็น ประชา ก็คือชน ประชา ประชุม กลุ่ม แต่มันก็ยังไม่ชัดเท่า พหุ คือชนส่วนมาก อันนี้ประชุมกันอยู่ก็กลุ่มหนึ่ง อันนี้ปลายเปิดเลย พหุเลยมาก ประชา คำว่าประชาชนนี้ สู้คำว่า พหุชน ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ พหุชนคือรวมเลย อย่าว่าแต่หมายถึงประเทศเดียว ประชาธิปไตยมีใจกว้างไปจนถึงต่างประเทศ ไม่มีขีดคั่น ถึงขั้นไม่มีขีดคั่น ถ้าเราสามารถทำได้ จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์คุณค่า เป็นไปเพื่อประโยชน์เรียกว่า หิตะ เป็นไปเพื่อความสุข สุขสงบ สุขอย่างสมาน สุขอย่าง อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนความเสียสละ แก่มวลประชาชนเป็นอันมากได้ ผู้ทำได้ ท่านก็สรุปลงไปว่านี่แหละมันเป็นโลก มันเป็นทั้งหมดที่ไปเชื่อมกับโลกข้างนอกเขากว้างขึ้นไปได้เท่าไหร่ก็แล้วแต่ โลกานุกัมปา ทำความเก่งตามความเป็นจริงที่จะเป็นประโยชน์แก่กันและกัน อนุกัมปา อนุกัมปะ ไป อนุกัมปะ อายะ อนุกัมปายะ เป็นศัพท์ที่มันรวมไว้หมดเลย เป็นปลายเปิด เป็นศัพท์ที่รวมทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น โลกกว้างขึ้น เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างเข้าไปได้มากเท่าใด ก็คือทำประโยชน์ ก็คือ หิตะ หรือทำให้เขาสุข (พ่อครูไอตัดออกด้วย) 660901 บทพิสูจน์สัจจะของโลกุตรธรรม ที่ครบครันทั้งรูปทั้งนาม พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน