สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมเป็นของๆตน แบบตามลำดับ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.02 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมเป็นของๆตน แบบตามลำดับ SMS จากเฟซบุ๊ค _ปรีชา ขำเพชร ขอเรียนถามพ่อครูดังนี้ครับ...เมื่อเราทำกรรมใดลงไป..จะเรียงลำดับกรรมได้ดังนี้ใช่ไหมครับ.....กัมมัสโกมหิ....กัมมพันธุ...กัมมโยนิ....กัมมทายาโท....กัมมปฎิสรโณ... พ่อครูว่า... อาตมาว่าที่เรียงมานี้ไม่เข้ากับที่อาตมาเรียง ที่อาตมาใช้มาก็น่าจะเป็น กัมมัสโกมหิ....กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมมพันธุ กัมมปฎิสรโณ กรรมเป็นของของตน ตนจะต้องเป็นทายาทรับมรดกกรรมของตนเรียกว่า กัมมทายาท เป็นตัวย้ำว่ากรรมของตนนะ แม้จะตายไปกี่ชาติๆ ตนก็ต้องเป็นเจ้าของกรรม แบ่งกรรมคนอื่นมาไม่ได้ กรรมของใครของมัน ไม่เช่นนั้นกรรมก็ไม่ใช่ของๆตนสิ กัมมทายาโท ตีเปลาะไว้ว่า ตนต้องเป็นทายาทรับมรดกกรรมของตน กรรมแบ่งใครไม่ได้ กรรมของพ่อแม่ แบ่งให้ลูกไม่ได้ ลูกแบ่งให้พ่อแม่ก็ไม่ได้ ยิ่งแบ่งให้คนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ก็ไม่ได้เลย กรรมแบ่งใครไม่ได้ จึงสำทับลงไปว่า กรรมทายาท แล้วกรรมจะพาตนเป็น คือกัมมโยนิ กรรมของพุทธคือ God ของศาสนาเทวนิยม ของศาสนาที่มีพระเจ้า แต่ของพระพุทธเจ้า กรรมคือ God เราเป็นผู้ควบคุมกรรมเราเอง อิสระมาก ศาสนาพุทธมีอิสระสุดยอด แม้แต่พระเจ้าก็ไม่ขึ้น เป็นพระเจ้าเสียเอง เป็นกรรมของตนพาเกิดพาเป็น ใครมาพาเราเกิดเราเป็นไม่ได้ เราเป็นผู้ดำรินึกคิดทำ โทษคนอื่นไม่ได้เราเองทั้งนั้น เสร็จแล้วสั่งสมเป็นเผ่าพันธุ์ พันธุกรรมหรือกรรมพันธุ์ จึงเป็นของของคนคนนั้น กรรมพันธุ์ของแม่พ่อ แล้วมาถ่ายทอดให้ลูกไม่ได้ ไม่ใช่สรีรพันธุ์ อย่างนั้นมันเป็นวัตถุ กรรมเป็นนามธรรม เป็นจิตวิญญาณ เอาจิตวิญญาณเราไปใส่ใครไม่ได้ ใครจะอุตริว่า เอาวิญญาณใครมาเข้าสิงคนอื่นไม่ได้ วิญญาณเราไปเข้าสิงใครไม่ได้ ใครก็เข้าสิงเราไม่ได้ ที่บอกว่าเข้าทรง เข้าสิง ถ้าเข้า

อ่านต่อ

ทรงได้ เอาวิญญาณคนอื่นมาเข้าได้ก็จะทรงพระพุทธเจ้าทุกวันเลย ถ้าเอาใครก็ได้มาเข้าทรงได้ ทำเก่งอิทธิฤทธิ์เยอะ ก็สอนเขาเก่งด้วย ผมจะทรงพระพุทธเจ้าทุกวินาทีเลย การเข้าทรงคือหลงอุปาทาน ผู้ที่เข้าทรงเอาวิญญาณมาเข้าไม่ได้ ที่เข้าทรงได้เป็นสัญญาเราเอง เช่นเรามีความรู้ว่า พระนเรศวรมีความเป็นอย่างไร คุณก็ประมวลความรู้ของคุณว่า พระนเรศวรเป็นอย่างไร มาเข้าทรง ดีไม่ดีท่านไม่ได้เป็นแต่คุณก็ทำ คุณเอาอิทธิปาฏิหาริย์ของคุณเองเอามาใส่ตนได้เก่งกว่า วิญญาณที่จะให้ทรงก็เป็นได้ ก็ตอบคำถามได้เท่าที่ตนเองรู้เท่านั้น อย่าไปหลงใหลเข้าทรงเลย จริง อาจมีอิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ได้ เท่าที่ตนบำเพ็ญมา แต่ถ้าไม่มีก็แสดงไม่ได้ แสดงไม่เกินเท่าที่ตนมี ตนเองสั่งสมพันธุ์ของกรรม เป็นเผ่าพันธุ์ กรรมเราเอง เช่นเราสั่งสมพันธุ์กัลยาณธรรม เราก็มีความเป็นกัลยาณมิตรที่สูงขึ้น พอคุณได้เชื้อโลกุตระมา อัญญะ อัญญา ก็สั่งสมพันธุ์พุทธที่มีอัญญะ อัญญา แต่ถ้าคุณไม่ได้อัญญาก็เป็นแต่พันธุ์โลกียะ อยู่แต่ในกรอบโลกียะ จนกว่าคุณจะมีพลังงานพิเศษ Coefficient สัมประสิทธิ์ที่จะสามารถ เหมือนคนมีพลังงานออกจากแรงดึงดูดของโลกได้ ความรู้ขนาดนั้นจริงๆจึงจะออกได้เก่ง เหมือนกับคนเขาออกนอกโลกได้ ส่งจรวดออกนอกโลกไปไกล ถึงดาวต่างๆได้ ก็เหมือนกัน เราทำของเรา เราก็สามารถมีสัมประสิทธิ์ Coefficient ได้ แต่ต้องมีผู้ตรัสรู้ได้แล้วมาเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รู้ตาม ไม่สามารถรู้ได้ เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ทุกพระองค์ ว่า ความรู้ของพุทธต้องได้รับถ่ายทอดจาก คนที่รู้มาก่อน พูดอย่างนี้เหมือนกับว่า ศาสนาพุทธไม่เป็นอิสระต้องฟังจากคนอื่นเท่านั้น รู้เองไม่ได้หรือ ถ้าคุณเชื่ออย่างนี้ก็ไปรู้เองได้ก็ทำเอาสิ ห้ามกันไม่ได้หรอก

มีข่าวแทรกว่า ยายคำ นางคำผ่อน พรมโสภา แม่ของทิดตะกายธรรม พรมโสภา อายุ 80 ปี เสียชีวิตแล้วที่บ้านพักค่ายทหารสรรพสิทธิ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ เราก็ได้พึ่งกรรมพันธุ์ กัมมโยนิ กัมมปฏิสรโณ เราได้พึ่งทวนไปทวนมา แล้วได้อาศัยพึ่งกรรมในการพัฒนา คนที่ไม่มีความรู้จนกระทั่ง มีอุตริมนุสธรรมหรือโลกุตระ คุณจะไม่ได้พึ่งอย่างตนสามารถควบคุมได้เต็มที่ จะไม่มีพลังงาน God ที่บงการตนเองได้หมด แต่จะมี อำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข กาม อัตตามาบังคับ เพราะคุณยังเป็นทาส พระพุทธเจ้าจึงให้เราหมดความเป็นทาส ตั้งแต่โลกอบาย โลกกาม รูปโลก อรูปโลกตามลำดับ แล้วแยกละเอียดอีก ต้องทำไปตามกรอบตามลำดับ เป็นความราบเรียบอันน่าอัศจรรย์เหมือนกระจก ที่ยุคพระพุทธเจ้าไม่ใช้คำว่ากระจกเพราะว่าไม่มีกระจก ก็เลยเทียบกับทรายที่ฝั่งทะเล เราก็ได้พึ่งกรรมของตนตามฐานะที่เราได้ เป็นพระอาริยบุคคล จนเป็นพระโพธิสัตว์ตามลำดับ

600809_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไม่ต้องสอนก็ซึมซับสัมประสิทธิ์ได้ถ้าใจเปิด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน