สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เป็นชุมชน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เป็นชุมชน พ่อครูว่า...วันนี้วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 ที่ศีรษะอโศก พรุ่งนี้ก็เป็นวันแม่ วันนี้วันที่ 11 พอเหมาะพอดีเราจัดงานลงตัว รวมกันประชุมกันเราก็เลยจัดงานวันแม่กันวันนี้ อาตมาก็ตั้งใจเตรียมเรื่องที่จะเทศนาธรรมะเอาไว้ เป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องหัวใจของศาสนา เป็นเรื่องของศีลสมาธิปัญญา จะได้อธิบาย สู่กันฟัง ระยะเวลาวันนี้ เหลือชั่วโมงเดียว ตัดเวลาเราไปครึ่งหนึ่ง อาตมาทำงานมาตั้งแต่รู้ตัวว่าชีวิตเราจะเอาไปทำอะไร ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขก็เข้าใจชัดเจน ว่าเป็นสิ่งหลอกลวงในโลก หลอกคนที่ยังไม่เข้าใจชัดเจน ก็ติดยึด อาตมาออกมาก็ชัดเจน ทำงานมาตั้งแต่บัดนั้นมาถึงบัดนี้ ย่าง 47 ปี ก็ชัดเจน ในตนเอง ตนเองรู้ของตนเอง และตรวจสอบเอาตามมิเตอร์วัด จนเห็นว่าเราทำงานมาสามารถทำให้คน ที่ได้ยินได้ฟัง ที่อาตมาบรรยายไป คนในยุคนี้ ได้ยินได้ฟัง โดยเฉพาะชาวอโศก มาเป็นสมาชิกชุมชนชาวอโศกทั่วประเทศขณะนี้ ก็ได้สามารถ รู้จักรู้แจ้งรู้จริง ในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ ซึ่งอาตมาเท่าที่มีภูมิมิเตอร์วัดก็เห็นว่าเกิดจริง 1 ถือศีล กำหนดเอาตามฐานะ เบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลาย ไปตามลำดับ จะเอาไปศีลเคร่งเกินฐานะตนเองไม่ได้หรอก พระพุทธเจ้าก็แบ่งไว้ชัดเจน ศีล 5 ,8, 10, จุลศีล ก็เห็นได้ว่า ถือศีลจนมีศีลได้จริง เอามาปฏิบัติจนเกิดได้ผลเกิดเป็นผล เกิดผลคืออะไร คือสิ่งที่เราตั้งไว้อย่างนี้ เสร็จแล้วเราก็สามารถทำให้เกิดเป็นจริง เช่น เราจะไม่ฆ่าสัตว์ เราจะไม่เอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของของเรา เราจะไม่ไปละเมิดในเรื่องของสิ่งที่รักที่หวงของคนอื่น สิ่งที่ไปเสพทางรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส อัสสาทะ ซึ่งเราเองไม่มีสิทธิ์ มันไม่ใช่สิทธิ์ของเรา เราก็ระมัดระวัง สังวรระวัง

อ่านต่อ

อ่านอาการจิตเราได้ เมื่อเราสามารถควบคุมได้ไม่ละเมิดได้ตามหลักเกณฑ์ของศีล ข้อ 1 2 3 เป็นกายกรรม ศีล 4 วจีกรรม ศีลข้อ 5 มโน ตัวมโนก็รวมไปสังวรจิตจัดการกับจิตใจของเรา มนสิการ ทำใจในใจ มนสิกโรติ เราก็สามารถถือศีล และก็ลดกิเลส รู้จักตัวกิเลสชัดเจน มีญาณอ่านอาการกิเลส มันเป็นนามธรรมไม่ใช่รูป ก็อ่านได้ ทั้งๆที่ไม่ใช่สิทธิของเรา มันเป็นชีวิตของเขา แต่เราจะไม่ทำร้ายชีวิตของเขา ไปรุนแรงกับชีวิตของเขา ธาตุรู้ปัญญาไม่ใช่เฉกา เป็นความรู้ที่ชัดเจน เป็นความรู้เรื่องของจิตเจตสิกรูปนิพพาน เป็นความรู้นามธรรม ปรมัตถธรรมยิ่งใหญ่ อ่านอาการนามธรรม จิตเจตสิกออก เห็นอาการว่ามันเป็นกิเลส เป็นอาการอย่างไร สามารถทำให้กิเลสลดได้ด้วยการข่มไว้ ก็ไม่ละเมิดได้ แต่ถ้าไม่ข่มหรอก แต่มีพลังของปัญญา ความรอบรู้เข้าใจฉลาดเฉลียว มีพลังจริง พอความฉลาดนี้ขึ้นมา กิเลสมันฝ่อ ลด จางคลาย ด้วยอำนาจพลังงานของปัญญา อย่างเห็นๆ มันเป็นพลังงานเป็นนามธรรมไม่มีเส้นแสงสีเสียงไม่มีตัวตน แต่เรารู้พลังงานเหล่านี้มันเป็นอย่างนี้ชัดเจนด้วยปัญญา อย่างนี้เป็นพลังงานของกิเลส พลังงานของปัญญาสามารถทำให้พลังงานกิเลสเปลี่ยนอาการ ลดละจางคลายได้ เราสามารถเห็นความจริงตามความเป็นจริง จนกระทั่งอาการของกิเลสหมด อาการ ดับ สิ้น จบไม่มีอาการเกิดขึ้นเลย เราทำได้ แล้วก็ทำอีกทำได้เก่งจนแข็งแรงตั้งมั่นไม่เกิดอีก กระทบกระแทกกับเหตุปัจจัยอย่างไรก็ไม่เกิดกิเลส เป็นความแข็งแรง อเนญชา อุเบกขา มีคุณสมบัติของ 5 ประการอุเบกขา เจริญขึ้นๆ จนพาปฏิบัติในเรื่องไม่ฆ่าสัตว์ ไม่รุนแรงกับสัตว์ ของๆเขาที่ไม่ใช่ของๆเราก็ไม่ละเมิด ด้วยอำนาจข่มเบ่งฆ่าแกงเลยไม่ทำ อาตมาประสบความสำเร็จทำได้ ศีล 1, 2 หรือศีลข้อ 3 แย่งเสพรสกาม รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่จะต้องไปแย่งชิงคนอื่นเขามา เห็นได้ชัดว่าพวกเราปฏิบัติได้ ไม่ละเมิดทำได้จริง เป็นหมู่มวลเป็นกลุ่มชุมชน มีมนุษย์เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นรวมเป็นสังคมกลุ่ม และพฤติกรรมที่จะละเมิดศีลไม่มีเลยทั้งหมดเป็นรูปธรรม ยืนยันได้ เช็คผลได้ เอาผู้ตรวจสอบ นับคะแนนเลยว่าผู้ที่เป็นมวลสมาชิกชาวอโศกทำได้จริงแค่ไหน มีเปอร์เซ็นต์แค่ไหน อาตมาว่า ท้าทายให้มากที่สุดได้เลย เป็นชุมชนคนมีศีล ทุกชุมชนชาวอโศก ไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มีบกพร่องใน 10 เปอร์เซ็นต์ หรือ 5% มันละเมิดบกพร่องบ้างนิดๆหน่อยๆ ซึ่งยอมรับว่าไม่ถึง100% หรอก แต่สอบได้ระดับ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เกียรตินิยมระดับ 1 ชั้นสูงนะ นี่เป็นเรื่องจริงที่ยืนยันให้มาพิสูจน์ได้ ไม่ได้พูดเล่นในยุคนี้ มีเหตุปัจจัยเหมือนกันทุกคนยั่วยวนมอมเมา กระทุ้งกระแทก หลอกล่อโฆษณาถาโถม เราก็ไม่ถึงขั้นต้องปิดโทรทัศน์ที่มีสื่อสารไม่ให้รับสัมผัสเลยไม่ใช่ แต่เราให้สัมผัสรับรู้ เขาโฆษณากันตูมตูม ดีไม่ดีขนเข้ามาในนี้เลย เอาไหมๆ โฆษณาในนี้เลย เราก็สามารถที่จะไม่เอาไม่ยินดีไม่ต้อนรับ จนพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของโลกๆมาที่นี่ก็เสียเที่ยว ไม่ไหว คนที่นี่เขาหาว่าโง่ ไม่รู้จักของดี เสียน้ำลายพูด พูดอย่างไรพวกนี้ก็ไม่เอา เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันได้ เราไม่ได้บังคับ ไม่หวงห้าม แต่มีหลักว่าอย่าเข้ามาเลย แต่เข้ามาเราก็ไม่จับไม่ตีรันฟันแทง แต่ก็อย่าเสียเวลามาเลย มายั่วให้กิเลสกระเพื่อม ศีลข้อ 1, 2, 3 เราก็เข้าใจทำได้สำเร็จในกายกรรมองค์รวม นอกในสำเร็จไม่ละเมิด วาจาก็ไม่พูดเชิงเสียดายอยากได้และเล็มเลียบเคียงไม่มี ใจของแต่ละคนอ่านเอาว่า มันกดข่มหรือมีพลังปัญญาชัดเจนว่าไม่เกิด ถ้าพลังงานทางใจจริงๆก็ตัวใครตัวมันต้องอ่านเอง ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิ ต้องรู้ด้วยตัวเอง ก็ยืนยันได้ มีผลสำเร็จแม้ในยุคนี้ ซึ่งมีวัตถุอบาย วัตถุนรก ยั่วยวนให้ลงต่ำติดยึดมากมายรุนแรงมาก แต่เราก็ชนะได้ ชนะจนกระทั่ง อธิบายต่อได้ว่าศีลตัวนี้ไม่ละเมิดเพราะใจเป็นประธานมีจิตใจที่ตั้งมั่นแข็งแรง จิตใจไม่หวั่นไหว กับสิ่งที่มาล่อ มากระทบสัมผัสยั่วยวน ตามหลักเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ จิตมันเป็นตัวจริง ภาษาบาลีว่า สมาธิ จิตแข็งแรงตั้งมั่นเป็นประสิทธิภาพยืนยันสมรรถนะของจิต ว่า แข็งแรงไม่ละเมิด อย่างรู้ๆเห็นๆ เรียกว่า สัมมาสมาธิ สมาธิแปลว่าตั้งมั่น มีสัมมากำกับ นำหน้าสมาธิ หมายถึงความตั้งมั่นแบบพุทธ แบบสัมมา เป็นพุทธนะ ไม่ใช่สมาธิแบบทั่วไป แบบทั่วไป วิธีปฏิบัติเป็นแบบหลับตา กดข่ม เป็นวิธีที่รู้กันทั่วโลก หลับตาสะกดจิตเข้าไป ไม่ได้เรียนรู้อย่างเปิดตาหูจมูกลิ้นกายแล้วรับรู้สัมผัส จิตก็มีสติสัมปชัญญะรู้ว่าอะไรคืออะไร วิจัยได้หมดเลย มีธรรมะวิจัย ว่ากิเลสเรามีหรือไม่ แล้วเรามีพลังงานปัญญาที่แข็งแรงสู้กับพลังงานกิเลสได้อย่างไรสบายเลย ไม่ต้องไปออกแรงอะไรกิเลสก็ยอมแพ้ไปเลย พลังปัญญาไม่ต้องออกแรงเลย พลังกิเลสมากระทบก็หลุดผล็อยหนีหายไป สัมผัสแล้วก็แพ้ ภาษาบาลีคือ ปฏินิสรณะ ปฏิคือมีการกระทบสัมผัส แล้วนิสรณะ คือไม่รับไม่เข้า กระทบแล้วผล็อยหลุดหนีวิ่งหนีไปเลย ไม่กล้าตอแย ไม่กล้ามาสัมผัสมาใกล้ด้วย บัญญัติคือนิสสัคคะ คือไม่มีสวรรค์ นิสรณะคือไม่ต้องพึ่งอาศัยอันนี้เลย เอ็งมากระทบก็ไม่ต้องการต้องพึ่งเอ็งเลยอย่ามาตอแย ไปหาลูกค้าที่อื่น ที่นี่ไม่เอา มันมีความจริงอย่างนั้นจึงจะถือว่าเป็นผู้ที่มีศีล และจิตใจแข็งแรงเป็นสมาธิ ไม่ใช่สมาธิหลับตาสะกดจิตไม่รู้เห็นว่าอะไรมากระทบ ทางตา มีรูป ทางหูมีเสียง ทางลิ้นมีรสมากระทบ ทางกายเย็นร้อนอ่อนแข่งสัมผัส ไม่รู้ไม่ใช่ แต่มีหมดตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกก็ได้กลิ่น ลิ้นก็มีรส กายสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็ง ตามปกติที่มนุษย์จะได้รับเท่าเทียมกัน แต่ใจเราแข็งแรงมั่นคงทั้งๆที่รู้ๆทุกอย่าง เป็นพลังงานแข็งแรงชนิดที่ว่า ไม่อ่อนไหวไม่แปรปรวนไม่กระดิกเฉย เหมือนกับผู้ที่มีลำแขนแข็งแรง จับหัวเด็กตัวน้อย ผู้ใหญ่จับหัวเด็กตัวน้อยที่จะเหวี่ยงแขนอย่างไรก็ไม่โดนผู้ใหญ่ แล้วเราก็ไม่ได้ใช้แรงอะไรมากมาย จับหัวไปนิดหน่อย เด็กจะออกแรงอย่างไรก็ไม่มีฤทธิ์ระคายผิวเราเลย จึงเป็นความแข็งแรงที่ เป็นสภาพนามธรรมของจิตใจ จิตอย่างนั้น เรียกว่าเป็นสัมมาสมาธิที่เกิดในสภาวะลืมตาสามัญปกติ เป็นเอกัคตาจิต จิตเป็นหนึ่งอย่างเปิดภพ อบาย ภพนรก สวรรค์ เห็นหมด ไม่ใช่หลับตาไม่เห็นอะไรไม่ใช่ มันคนละเรื่องกันเลยชัดเจน นี่เรียกว่าอยู่เหนือ ไม่ใช่หนีไม่ใช่หลบ เป็นเอกัคตาจิตชนิด สัมมาสมาธิ เกิดจากจิตที่เราให้เกิดให้เป็นโอปปาติกะโยนิ ก่อสร้างให้เป็นสัตว์ที่มีจิตอย่างนี้ เป็นโอปปาติกะ เป็นธาตุรู้ที่มีจิตนิยาม ธาตุรู้ที่ยิ่งใหญ่ ปฏิบัติจนได้ผล เอกัคตาจิตที่เป็นโอปปาติกะสัตว์ 600811_เทศน์ก่อนฉัน งานวันแม่ ศีรษะอโศก ไตรสิกขาและสัตตาวาส 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน