บอกว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าเป็นจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
บอกว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ถ้าเป็นจริง _แดง สารคาม · ดิฉันเข้าใจว่าพ่อครูคนเดียวเท่านั้นเป็นพระอรหันต์ค่ะ มีลูกของลุงคนหนึ่งเขาศรัทธาหลวงตามหาบัวมาก เขาเข้าใจว่าหลวงตาบรรลุอรหันต์แล้วค่ะ พ่อครูว่า... แล้วคนจะเชื่อด้วย คนจะเชื่อว่ามหาบัวแม้จะสิ้นชีวิตไปแล้วก็เถอะ เขาก็เคยอาจจะพบ อาจจะเคยเป็นลูกศิษย์ลูกหามหาบัวด้วย แล้วเขาก็ได้พบได้สัมผัส ได้เห็นได้รู้ว่ามีอีกคนคือโพธิรักษ์ รู้ 2 คน รู้ทั้งมหาบัวและโพธิรักษ์ มหาบัวก็พูดว่าตัวเองเป็นอรหันต์ แต่ไม่กล้าพูด เป็นตรงๆแข็งๆแรงๆชัดๆอย่างไม่มี มังกุ อย่าง มหาบัว เหมือนอย่างโพธิรักษ์หลอกว่าตัวเองเป็นอรหันต์ มหาบัวก็ไม่กล้าพูดอย่างนั้น มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะมันไม่ใช่ มันไม่ใช่อรหันต์ มันไม่กล้าหรอก ก็พูดเป็นนัยๆให้คนอื่นเขาเข้าใจว่าเกิดเป็นชาติสุดท้าย ใช้สำนวนนี้เป็นสำคัญไม่เกิดอีกแล้ว ชาตินี้ไม่เกิดอีกแล้ว แล้วก็อธิบายพลความแวดล้อมต่างๆสารพัดเพื่อให้คนเข้าใจว่า เป็นคนหมดสิ้นกิเลสอะไรอย่างนี้ ซึ่งจะไม่กล้าที่จะบอก จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ที่เป็นจริง พูดความจริงมันไม่ใช่เรื่องยาก มันไม่ใช่เรื่องน่าอายด้วย ที่จะบอกว่าตัวเองบรรลุอรหันต์ มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย และก็ไม่ใช่เรื่องอยากอวด อรหันต์ไม่มีทั้งเรื่องน่าอายและไม่มีทั้งจิตอยากอวด อรหันต์จริง เพราะฉะนั้นก็พูดเป็นปกติสามัญ แล้วก็รู้ความควรหรือความไม่ควรทั้งนั้น อย่างอาตมานี้ไม่ได้พูดง่ายๆ พูดมาหลายทีแล้ว อาตมาพูดว่าตัวเองเป็นโพธิสัตว์ก่อน แต่โพธิสัตว์นี่แหละสำคัญ และก็ไม่ได้บอกว่าโพธิสัตว์ระดับ 1 ระดับ 2 ระดับ 3 ไม่ใช่ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 โพธิสัตว์ระดับ 4 เป็นอรหันต์ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิ
อ่านต่อ
สัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาตมานิยตโพธิสัตว์ โพธิสัตว์ระดับ 7 ส่วนอรหันต์จริงๆนั้นมี 6 ขั้น 1 อรหันต์โพธิสัตว์ 2.อนุโพธิสัตว์ 3.อนิยตโพธิสัตว์ 4.นิยตโพธิสัตว์ 5.มหาโพธิสัตว์ 6.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเป็นอรหันต์ที่พูดกันไม่ใช่ขั้นเดียว แต่เขาไม่พูดกันหรอก แล้วอาตมาก็มีภูมิธรรมจริงๆ ไม่ใช่เอาความเพ้อเจ้อมาพูด เอาความเพ้อเจ้อมาพูดไม่ได้หรอกเรื่องพวกนี้ มันเป็นเรื่องสัจจะ แล้วอาตมาก็ไม่ได้ไปหลงใหล เพราะเป็นอรหันต์แล้วไม่ไปหลงผิด อรหันต์รู้จักโพธิสัตว์ระดับ 4 ระดับ 5 ระดับ 6 ระดับ 7 มันไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ ไม่ใช่เรื่องผิดพลาด ไม่ใช่เรื่องเดาสุ่ม มันเป็นเรื่องบอกความจริง จึงไล่ระดับได้มันเป็นสัจจะ จึงเอามาพูดสู่ฟังทั้งนั้น แล้วอาตมาก็ยืนยันไม่ได้เกลียดชังมหาบัว สงสาร โดยเฉพาะสงสารคนที่ไปหลงมหาบัวผิด ไปหลงผิดว่าเป็นอรหันต์ เป็นอาริยะ ซึ่งมันไม่ใช่ ยังหยาบ แค่เสพติดหมากพลูเป็นเรื่องหยาบต้นๆเลยเป็นสิ่งเสพติดของพื้นๆชาวบ้าน มนุษย์ง่ายๆ สิ่งเสพติดสามัญ ติดหมากพลู บุหรี่ สิ่งเสพติดอะไรต่ออะไรนี่ หยาบกว่า อาหารการกิน คุณติดน้ำหวาน คุณติดของหวาน มันยังลึกซึ้งกว่าไปติดหมากพลู ติดสิ่งเสพติด ติดยาเสพติด มันต่ำมันหยาบ แค่นี้ยังไม่มีปัญญารู้เลยจะเป็นอรหันต์อรแหนอะไร มหาบัว ขออภัยอาตมาพูดเหมือนดูถูก เหมือนเหยียบย่ำ แต่อาตมาก็ต้องข่มความผิด ความเข้าใจผิด ความไม่ถูกต้อง ยกสิ่งที่ถูกต้อง มันเป็นธรรมดาธรรมชาติของสัจธรรม พูดสัจธรรม มันต้องเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องฟังดีๆ แต่ยุคนี้เป็นยุคที่อาตมานำเอาโลกุตรธรรมหรือธรรมะที่สัมมาทิฏฐิ ธรรมะที่ถูกต้องเข้ามาสถาปนาลงไป เพราะศาสนามันเสื่อมตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้แล้วว่ามันจะเสื่อม ชื่อว่าพุทธนั่นแหละมันจะเสื่อม ศาสนาพุทธนั้นเป็นโลกุตระเป็นเนื้อแท้ โลกียะมันก็เป็นศาสนาเทวนิยมทั้งหลายแหล่ ใครๆเขาก็สอนโลกียะ คือการละชั่ว ประพฤติดี ใครๆก็สอน แม้จะมีลึกซึ้งอยู่บ้างว่าให้ละ ลาภยศสรรเสริญบ้าง เขาก็ไม่ได้เข้าถึงจิตวิญญาณ จิต เจตสิก รูป นิพพานที่จะละลดสิ่งที่มันไม่จริงเขากดข่ม พวกเชน กดข่ม จนกระทั่งเหมือนไม่มีอะไรเลย มักน้อยสันโดษจริงๆเป็นต้น ซึ่งมันไม่เป็นจิตที่สมบูรณ์แบบ อย่างพวกเชนตายแล้วเวียนวนมาเกิดอีกนะ แล้วเวียนวนมาเสพ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข อีก หรือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) เขาก็ติดเพราะมันไม่ได้รู้จักจิตเจตสิก ไม่ได้รู้จักอย่างเวทนา 108 แล้วก็เห็นชัดเจนใน มโนปวิจาร 18 ของอย่างโลกีย์เขาเป็นเคหะสิตะ 18 แล้วก็รู้ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจมันไปหลงสุขหลงทุกข์ จนกระทั่งหมดสุขหมดทุกข์แบบโลกุตระเนกขัมมสิตะ อีก 18 แล้วก็ทำจนละเอียดจนครบ ทั้งแน่ใจว่า อดีตเป็นฐานเต็ม 36 ปัจจุบันมาทุกตัว มีพลัง กิเลสทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นจนแน่ใจว่าอนาคตอีก 36 และ 36 นี่ก็คือ มโนปวิจาร 18 มี 2 อันก็เป็น 36 ทั้ง เคหสิตะ ทั้ง เนกขัมสิตะ ก็เป็น 36 รู้ดีในเรื่องของพฤติกรรมมโนปวิจาร วิจาระ คือพฤติกรรมของมโนแบบโลกียะกับโลกุตระ อาการของมันรู้ดีหมด มันเกิดอาการทางจิตแบบไหนแบบไหน จนกระทั่งผ่านเราไปแล้วเป็นอดีต ปัจจุบันนี้ มันมาก็รู้มันหมดทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มโนปวิจาร 18 แล้วมันเป็นโลกียะก็รู้มันได้ ทำให้มันเป็นโลกุตระได้ อย่างชัดเจนหมดทุกอย่างเลย อาตมาว่าอาตมาอธิบายรายละเอียดของธรรมะมันละเอียดจนกระทั่งเป็นภาษาง่ายๆนะ แม้จะมีภาษาวิชาการภาษาบาลีประกอบ อาตมาก็ขยายความเป็นภาษาไทยให้ละเอียดลงไป ไม่ได้พูดบาลีโก้ๆ แต่พูดบาลีเพื่อยืนยันอ้างอิงเท่านั้นเอง ค่อยๆเรียนไปนะอาตมาก็ต้องพูดความจริง ว่าสายนั่งหลับตา มันผิดหมดมันไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ขนาดมีอปัณณกปฏิปทา 3 ผู้ปฏิบัติจริงจะรู้เลยว่าไม่ใช่ละกิเลสได้ง่ายๆและไปนั่งหลับตาอย่างนั้น ไม่รู้กี่ชาติแล้วไปหลงแบบ อาฬารดาบส อุทกดาบส เสียเวลา อาตมาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ผ่านไปก็แล้วกัน มันน่าสงสาร เสีย เวล่ำเวลา 660818 ตอบปัญหาผ่าอวิชชาหลับตาโง่ๆ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก