สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความหลากหลายของเจโตกับปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ความหลากหลายของเจโตกับปัญญา _หนึ่งฟ้า..ดิฉันมีคำถามสองข้อ ว่าจะเกี่ยวพันกันหรือไม่ 1 คำว่าเจโตกับปัญญา ความเข้าใจของคนมีหลากหลาย ดิฉันเข้าใจคำว่าเจโต แปลว่าความสามารถในการรับมือกับ ผัสสะได้ดี ไม่เกี่ยวกับร่างกายทำงานแข็งแรงดีหรือไม่ เข้าใจถูกหรือไม่ พ่อครูว่า...ได้ พลังงานจิตเหนือกว่า รูป _คุณหนึ่งฟ้า..ที่ใดมีปัญญาที่นั่นมีศีล ที่ใดมีศีลที่นั่นมีปัญญา ที่ใดมีศรัทธาที่นั่นมีปัญญา ที่ใดมีปัญญาที่นั่นมีศีล แล้วที่ใดมีฌานที่นั่นมีปัญญา พ่อครูว่า… ศรัทธามีลักษณะ สเตตัส ส่วนปัญญามีลักษณะ static เป็นพลังงานบวกกับลบ _คุณหนึ่งฟ้า..การฟังพ่อครูพูด ความเข้าใจในการรับรู้ก็จะแตกต่างกัน นี่คือความปกติ แต่คือความปกติที่เกิดขึ้นที่ตามมา คนที่เป็นสายเจโต หรือสายปัญญา ส่วนใหญ่จริงๆเขาแยกแยะไม่ออกว่าตัวเองใช่หรือไม่ใช่ บางคนมีปัญญาเยอะ ก็นึกว่าตัวเองเป็นสายปัญญา ดิฉัน เข้าใจว่ามันเป็นความเข้าใจผิด ปัญญาที่จะมีได้คือปัญญาในทางธรรมะที่เป็นสัมมาทิฏฐิ จนสามารถเข้าใจเรื่องราวชัดเจนว่า ตัวปัญญาเกิดอย่างไร เช่นสัมมาทิฏฐิใน อนาสวะ 6 เกิดจาก ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ องค์แห่งมรรค สัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่ปัญญาที่เกิดจากการฟุ้งซ่าน ดีแต่หาเรื่อง ทำให้เกิดการวินิจฉัยผู้คนที่เกี่ยวข้องเป็นคนละแบบ พ่อครูว่า..เอาลักษณะตัวเองที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเจโตหรือปัญญา คือมันมีอยู่ รู้ด้วยปัญญาก็หยุด รู้ด้วยเจโตก็หยุด ดูนัยยะที่หยุดว่าเราหยุดอย่างนิ่งหรือรู้ครบทั้งตาหูจมูกลิ้นกายรู้รอบถ้วน ส่วนเจโตหยุดแต่ไม่กว้างขวางไม่ออก มีแต่เข้า แต่ปัญญาจะมีกว้างออก มากขึ้น _คุณหนึ่งฟ้า...การฟังธรรมพ่อครูไม่ได้เหมือนกัน ก็เลยทำให้เกิดการไม่เข้าใจกัน ดิฉัน เข้าใจถือว่า สัจ
อ่านต่อ
จะ 3 อย่าง คนส่วนน้อยที่ เข้าใจไม่ตรงกับหมู่ใหญ่ก็ไม่จำเป็นที่เขาจะเป็นผู้ผิด หากเข้าใจสัจจะ 3 อย่างก็น่าจะไม่เพ่งโทษกัน กลุ่มใหญ่เห็นเป็นส่วนใหญ่ ก็ถือว่าเป็นสมมติสัจจะที่ร่วมรับรู้กัน แต่ส่วนน้อยก็ไม่ได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิด พ่อครูว่า..เจโตกับศรัทธามันอยู่ในกลุ่มเดียวกันแต่มีสองหน่วย ปัญญา=เจโต+ศรัทธา สองต่อหนึ่งปัญญาสู้ได้ ปัญญาเป็นอุตระ ปัญญากับเจโต เป็นสภาวะคู่ คู่นี้ยังอ่อนแอ หากเดี่ยวจะแข็งแรงกว่า เจโตกับศรัทธาต้องกอดคอกันถึงดี แต่ปัญญาเดี่ยวถึงอยู่ได้ ชัดเจนไหม
_คุณฝากฝัง...เราก็มีศรัทธามาก่อน ฟังธรรมแล้วใช้พลังเจโต ฝึกฟังธรรมบ่อยๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็พยายามระลึกสิ่งที่ทำมา ทำให้เห็นว่า ใครมองเราว่าสายเจโต ตัวเองไม่ค่อยพูดและทำอย่างเดียวก็เห็นพลังที่เราสะสมมาก็พลัง เราไม่ทิ้งสิ่งที่เราฟังธรรมะแล้วเอามาปฏิบัติ ฟังบ่อยๆแล้วจะเกิดปัญญาใช่ไหม พ่อครูว่า...ใช่ ก็จะสะสมข้อมูลเพิ่มขึ้นและมีพลังงานในจิต เพ่งหลุดได้เร็ว เจโตต้องใช้พลังงานในการหยุด ปัญญานี้ไม่ต้องออกแรง แต่มีพลังงานที่จะหยุดได้
_คุณฝากฝัง...เรื่องผีดิฉันก็พิสูจน์มานานแล้วว่าไม่มี ฝึกตื่นเช้าก่อนเพื่อนก็มาศาลาแต่เช้ามืด บางทีก็มีโลงตั้งอยู่ ไม่เคยเห็นผีเลย พ่ อครูว่า...อุปาทานที่ยึดว่าเห็นผีมันมีจริง แม้เราไม่เชื่อแต่จิตใจลึกๆที่เป็นอนุสัยมันออกมาทำงาน เรานึกว่าข้างนอกเราไม่กลัวแต่มันเห็นได้ ก็แปลว่าปัญญายังไม่ถึง สายศรัทธาข่มเก่งก็ไม่เห็น แต่สายปัญญาชัดเจนก็ไม่มีไม่เห็นได้ รู้ว่า มันเป็นอุปาทานเป็นมโนมยอัตตา ด้วยจิตใจที่มันปรุงแต่งขึ้นมาเองซึ่งแท้ๆมันไม่มี อาตมาเรียนทางสะกดจิตมา สั่งว่าไม่ให้เห็นมันก็ไม่เห็น แต่สั่งให้เห็นทั้งที่ไม่มีมันก็เห็น เราก็เลยรู้ว่าอุปาทาน ที่มีให้ไม่เห็น ที่ไม่มีให้เห็นได้ก็ทำได้ จิตมันสร้างนิรมาณกาย ปรุงแต่งระหว่างธาตุรู้กับอีกสภาวะหนึ่ง เกิดมาเป็น 2 ปั้นในจิตเป็นตัวตนรูปร่าง นางพรายสมสู่กับผีนางพราย มีจริงๆเลย อย่างอาตมารักษา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสมสู่อยู่กับพรหมก็รักษาได้ 610816_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 6 บ้านราชฯ