สื่อธรรมะพ่อครู(ไอน์สไตน์) ตอน พลังความรักพลังพระสยามเทวาธิราช.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ไอน์สไตน์) ตอน พลังความรักพลังพระสยามเทวาธิราช _คุณแก่งธรรม...พลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังงานของความรักผมก็เลยมีความคิดว่า พลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่กล่าวนี้ไอน์สไตน์ บอกว่าเป็นพลังงานความรักความเมตตาของมหาโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ที่ยังไม่ได้ปรินิพพานเป็นปริโยสาน อันนี้ไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือไม่ พ่อครูว่า...ถูกต้อง หากตายแล้วร่างกายสลายแล้วจะออกฤทธิ์เดชได้อย่างไร คนที่ตายโดยเฉพาะพระอรหันต์ขึ้นไป ตายโดยแยกธาตุสูญไปหมดแล้วพลังงานที่จะออกไปมันไม่มีหรอก เพราะฉะนั้นอย่าไปฝันว่าพลังงานพระพุทธเจ้าจะยังอยู่ ไม่มีหรอก พลังงานอรหันต์ก็ไม่มีแล้ว ยิ่งเป็นพระพุทธเจ้าท่านวางสนิท เพราะท่านสลายไปหมดแล้ว ท่านเป็นผู้สลายเองตัวท่านเองยังไม่มีเลยคนอื่นจะได้อย่างไร ตัวเจ้าของเองยังสลายไปหมดแล้วคนอื่นจะเอามาจากไหน มันไม่มี คุณเองปั้นเองสร้างเองเอามาเอง พูดถึงประเด็นของไอน์สไตน์ พลังงานความรัก Bomb of love ไอน์สไตน์พูด ไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ที่ยังไม่ชัดเจนในนามธรรม แต่รู้มีปัญญา สัมมาทิฏฐิ พลังงานที่ลึกลับพวกนี้ ไอน์สไตน์ยังรวมไม่ได้ ไอน์สไตน์นี้ศรัทธาเรื่องจินตนาการ เรื่องจินตนาการเป็นเรื่องไม่มีจริง แต่ไอน์สไตน์เชื่อ ที่ไอน์สไตน์เชื่อจินตนาการคือเชื่อภูมิของตนที่เอามาใช้ได้เท่านั้นเอง แต่ไอน์สไตน์เอาชื่อนั้นใส่สภาวะที่มี ความจริงก็คือสัญญาของไอน์สไตน์ ไม่ใช่จินตนาการ จินตนาการเป็น Dynamic สัญญาเป็น Static ไอน์สไตน์ เจอ Static ของตัวเองเอามาใช้ นึกว่าเป็นจินตนาการ แท้จริงแล้วเป็นสัญญา ไอน์สไตน์ยังสับสนอยู่ _คุณแก่งธรรมว่า...นัยเดียวกับที่ว่า เมืองไทยเรามีพระสยามเทวาธิราช พ่อครูว่า...มันไม่มีจริงแต่มันมีจริง พระสยามเทวาธิราชมีจริง แต่ไม่มีอย่างเ
อ่านต่อ
ป็นรูปร่างตัวตนแต่เป็นพลังงานของทุกคนเป็นห่วง ของคนไทยประเทศไทยเป็นพลังงานที่ดีที่สุด ที่ทำงานอยู่แต่ไม่ใช่ของใครเลย _คุณแก่งธรรม...หากคนที่ยังไม่เข้าสู่โลกุตระเป็นโลกียะแต่ก็มีพลังงานปรารถนาดีมีความรักเหมือนไอน์สไตน์ได้ไหม เขาก็อยากให้โลกนี้ดี พลังงานเหล่านั้นออกผลหรือไม่ พ่อครูว่า...เขามารักษาอาตมาพลังงานโยเร โดยพลังงานจักรวาล จะมาก็อธิบายให้เขาว่าคนรักษาคนอื่นที่มีอุปาทานร่วมกันนั้นได้ผล อุปาทานร่วมกันตอบรับจึงเกิดผลนั้นได้ ไม่ใช่ไม่มีผล แต่คุณมาทำกับอาตมา อาตมาไม่ใช้อุปาทานพวกนี้เลย คุณรักษาอาตมาไม่ได้ผลหรอก เราก็ให้ความรู้เขา คนที่รักษาอาตมานี้ ก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะฟังอาตมาเข้าใจหรือเชื่อถือไหม หรือจะเกิดความไม่ชอบใจว่าไปดูถูกพลังงานเขา อาตมาก็ยังไม่รู้เหมือนกัน เขาหยุดไป เขาไม่มารักษาอาตมาแล้ว หรือเขาจะยังไม่หยุดก็ไม่ทราบ เขาเคยมาที่บ้านราชฯมาเป็นคณะด้วย อันนี้เป็นความรู้ที่ลึกซึ้ง ถ้าอาตมาเองจะใช้อุปาทาน ให้เขารักษาหายอาตมาก็จะหาย แต่อาตมาจะทำให้เขาโง่ต่อ อาตมาก็ไม่ทำ อาตมาให้เขาโง่ต่อแล้วอาตมาจะหาย อาตมาก็ว่า อย่าให้เขาโง่ต่อไปเลย แล้วไม่โง่คนเดียวจะโง่เป็นคณะจะมีความยึดมั่นถือมั่น มันก็ยากมากเลย คนที่มีอุปาทานรับส่งกัน จะมี Action Reaction คนที่ไม่มี Action Reaction มีทิศเดียว พลังงานจะเป็น Nuclear Fission ไม่มีกลับมาเลย ไม่มีบูมเมอแรงแม้แต่ 0.0001 องศา มันก็ไม่มี มันจะตรงหายไป ไม่มีอะไรโค้งกลับมาเลย คนที่มีพลังงานสูญจริง จะไม่มีอุปาทาน อุปาทานเกิดจากการโค้ง วนกลับมาอีกจนได้แม้จะองศาน้อยมาก กว่าจะโค้งกับมาก็เป็นล้านปี คุณไม่รู้หรอกเป็นล้านปี คุณก็เกิดตายไปอีกกี่ชาติ มีวิบากอะไรต่อเนื่องไปแล้ว เป็นเรื่องอจินไตยที่ยากที่จะทำความเข้าใจ สรุปแล้ว การศึกษาคำว่าอุปาทานให้ดี อุปาทานเป็น Static ของตัณหาที่เป็น Dynamic คู่กันไป ก็ต้องแก้ที่อุปาทานหรือตัณหาก็ได้ สุดท้ายก็สรุปที่ตัณหาอุปทาน ตัณหามี 3 อุปาทานมี 4 อุปาทานไม่จบ แต่ตัณหามีจบที่วิภวตัณหา หมดภพหมดกามแล้ว สุดท้ายสลายพลังงานสามนี้ได้ สลายเป็น1 ก็ไม่ทุกข์ สลายเป็น 0 ทุกอย่างก็หมดสิ้นเกลี้ยงไม่มีอะไรทำงานต่อ ไม่ว่าจะเป็นอุตุธาตุ หรือพีชธาตุหรือจิตธาตุ สูญหมด นี่มีพวกเราพูดธรรมนิยาม 5 เข้าใจที่อื่นไม่เข้าใจหรอกเพราะธรรมะนิยามในพระไตรปิฎกฉบับนี้ไม่มี มีอยู่ในพระไตรปิฎกของอรรถกถาจารย์ ของมหายานอาจมี แต่ของเถรวาทอยู่ไหนของพระพุทธโฆษาจารย์วิสุทธิมรรค สู่แดนธรรมว่า...ในพระไตรปิฎกมีแต่ธรรมนิยามอย่างเดียว พ่อครูว่า...อาตมาสัมผัสแล้วสุดยอดเลย ไม่มีใครแยกแยะยังไม่ได้หรอก คนธรรมดาไม่มีใครคิดได้อาตมาคิดเองก็ไม่ได้ หากไม่มีพื้นความรู้ของพระพุทธเจ้าจะไม่รู้อันนี้ และอาตมาก็ชัดเจนของอาตมา ไม่ได้คิดเองรู้เองอันนี้เป็นของพระพุทธเจ้า คนจะรู้อันนี้ได้ไม่ถึงขั้นพระพุทธเจ้าไม่มีทางบัญญัติอันนี้ขึ้นมาได้ 610816_รายการสำมะปี๋ซี่วิต ครั้งที่ 6 บ้านราชฯ