10. 300361บทที่ 5.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์30 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ ศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะ สุขภาพของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ใช้ระเบียบวิธีวิจัย เชิงพรรณนา ( Descriptive Research ) รูปแบบการวิจัยสำรวจ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านสังคม ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 80 คน วิธีการวิจัย จากการเก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่าง กิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพ โดย ใช้ไคสแควร์ ( Chi - square ) ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เป็นการสรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ สรุปผลการวิจัย สรุปผลได้เป็น 3 ตอนดังนี้ 1 . คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง จากการศึกษา พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 91 . 30 และเป็นผู้ชาย ร้อยละ 8 . 90 กลุ่มผู้สูงอายุมีอายุระหว่าง 70 - 79 ปีขึ้นไปมากที่สุด ร้อยละ 49 . 00 รองลงมาอายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 40 . 3 0 สถานภาพสมรส พบมากที่สุดร้อยละ 46 . 3 0 รองลงมาสถานภาพหม้ายร้อยละ 40 . 00 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 87 . 50 รองลงมามัธยมศึ ก ษาตอนปลายและปริญญาตรี ร้อยละ 3 . 80 สำหรับอาชีพส่วนใหญ่ทำกสิกรรม ร้อยละ 78 . 8 0 รองลงมาอาชีพทั่วไป ร้อยละ 1 . 00 แห่ลงที่มาของรายได้ ส่วนใหญ่มาจากเบี้ยผู้สูงอายุ ร้อยละ 71 . 3 0 รองลงมารายได้ จากที่อื่น ๆ เช่น จากญาติ ร้อยละ 15 . 00 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศ

อ่านต่อ

ัยอยู่กับบุตรหลาน ร้อยละ 55 . 00 รองลงมาอยู่กับคู่สมรส ร้อยละ 19 . 00 พบผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 76 . 00 และไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 24 . 00 สถานที่รักษาที่ผู้สูงเข้ารับบริการมากสุด โรงพยาบาล ของรัฐ ร้อยละ 88 . 00 รองลงมา โรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพตำบล ร้อยละ 6 . 30 2 . กิจกรรมต่อกลอนลำผญา กลอนลำผญา นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาตั้งแต่อดีต จากการสำรวจกลุ่มผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง จำนวน 80 คน พบว่า มี ผู้สูงอายุใช้ระยะเวลาในการจำบทกลอนลำผญา 7 วันขึ้นไปร้อยละ 50 . 00 รองลงมา มี ผู้สูงอายุใช้ระยะเวลาในการจำบทกลอนลำผญา ภายใน 1 วัน ร้อยละ 16 . 30 เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา 12 ครั้งขึ้นไป ร้อยละ 47 . 50 ร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา ระยะเวลานานนานถึง 60 นาที ร้อยละ 55 . 00 ผู้สูงอายุ สามารถร่ายรำได้นาน 5 นาทีขึ้นไป ร้อยละ 55 . 00 ผู้สูงอายุ สามารถคิดต่อกลอนลำ ผญา ได้ขึ้นมาทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีบทกลอนท่องจำ ทุก ครั้ง ร้อยละ 22 . 50 รองลงมา 6-10 ครั้ง ร้อยละ 7 . 50 จำนวนบุคคล ผู้สูงอายุ ชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา แต่ละครั้ง 7 คนขึ้นไป ร้อยละ 51 . 30 ผู้สูงอายุ ได้นำบทผญามาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันทั้งวัน ร้อยละ 30 . 00 ประเภทของกลอนลำผญาที่ใช้ในกิจกรรมต่อกลอนลำผญาคำสอน ร้อยละ 50 . 00 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกิจกรรมกลอนลำผญา มีผลต่อสภาวะร่างกาย จิตใจ และสังคม 3 . ภาวะสุขภาพ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มี ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย อยู่ใน ระดับ พอใช้ ร้อยละ 53 . 8 0 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มี ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อยู่ในระดับดี ร้อยละ 50 . 00 ภาวะสุขภาพด้านสังคม กลุ่มตัวอย่ างส่วนใหญ่มี ภาวะสุขภาพด้านสังคม อยู่ในระดับ พอใช้ ร้อยละ 60 . 00 เมื่อพิจารณาภาวะสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างพบว่า อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 65 . 00 อภิปรายผลการศึกษา จากการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถ อภิปรายผลการศึกษาตามสมมุติฐาน ของการวิจัย ดังนี้ สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพด้านร่างกาย อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ทั้งด้านจำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ในชีวิตประจำวัน อภิปรายได้ว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญานั้น มักเป็นการร่ายรำประกอบการร้องต่อกลอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่หนักเท่ากิจกรรมทางกายหรือการออกกำลังกายอื่น ๆ และอาจจะมีการพักบ้างเป็นครั้งคราว ต่างจากการออกกำลังกายที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง ของกิจกรรมจึงจะส่งผลต่อสุขภาพ ส่วนกิจกรรมต่อกลอนลำผญานั้นแม้จะมีการร่ายรำด้วย แต่อาจจะไม่มีน้ำหนักและความต่อเนื่องมากพอที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพด้านร่างกาย ซึ่งทฤษฎีการออกกำลังกายในผู้สูงอายุกล่าวไว้ว่า การออกกำลังกาย ที่เหมาะสมต่อวัยสูงอายุควรมีการเคลื่อนไหวออกแรง ในระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้น อย่างน้อยวันละ 30 นาที การยืดเยียดกล้ามเนื้อ การสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายไม่เกร็งประมาณ 5 - 10 นาที เพื่อสร้างความแข็งแรงให้หัวใจและปอด ขึ้นอยู่กับการจับชีพจร ในการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ (กรมอนามัย . 2559 : 72 - 75 ) สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้าน จิตใจ ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า จำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ( x 2 = 9 . 05 , p - value = 0 . 011 ) โดยผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำผญามากกว่า 12 ครั้ง จะมีภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับดี เนื่องจากการได้มาร่วมกิจกรรมลำผญาทำให้เกิดความผ่อนคลาย สามารถพัฒนาตนเองเนื่องด้วย ความเชื่อความศรัทธาต่อบทผญาที่เป็นคติเตือนใจ และผู้ที่จ่ายผญาที่มีความเชี่ยวชาญต่อการผูกผญาทำให้เกิดการมี สติปัญญาที่จะชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรม สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้าง ดั่งบทผญา ที่ว่า “ ใจประสงค์แล้วเมืองแก ้ วก็ดั้นฮอด ใจประสงค์หน่วยแก้วในถ้ำก็ก่นหา ความหมาย หากจิตใจ ปราศจากความย่อท้อแล้วแม้อุปสรรคจะมากเพียงใดก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะฝ่าฟัน ” ซึ่งบทผญาล้วนเป็นการฝึกให้ตั้งสติในวิถีชีวิตประจำวัน ให้ประพฤติในสิ่งดี สำหรับด้านระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่มีความสัมพันธ์กับ ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 อธิบายได้ว่า ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำผญาบ่อยครั้ง จะมีโอกาสในการร้อง ต่อกลอน ร่ายรำ มากกว่าผู้สูง อายุทั่วไป ซึ่งกิจกรรม ส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุมี สุขภาพจิตดี ผ่อนคลายจากความเครียดความซึมเศร้า ผลการประเมินภาวะสุขภาพด้านจิตใจโดยรวมจึงอยู่ในระดับดี ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัย ของ สุภาวดี ไชย เดชาธร ทัศนีย์ ทิพย์สูงเนิน และ กชกร แก้วพรหม ( 2558 : 31 - 40 ) ได้ศึกษา เรื่อง “ สุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างแกนนำชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา ” พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่พอเหมาะนั้น ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสัมพันธภาพจิตที่ดี ทำให้มีการส่งเสริมกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุ ต่อการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปสู่จิตใจที่ดี โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมจิตใจความ ดีงาม ของประเพณีขนบธรรมเนียม ความเชื่อความศรัทธาต่อศาสนา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วารุณี สิงหสุรศักดิ์ ( 2551 : 127 - 128 ) ได้ศึกษาเรื่อง “ การศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้ท่ารำไทยมาตรฐานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา ” พบว่า การออกำลังกายที่มีแพลงและดนตรีประกอบ สร้างจังหวะที่ใกล้เคียงกับการเต้นของหัวใจไม่เร็วจนเกินไป จะทำให้ผู้สูงอายุผ่อนคลาย มีความสุข จิตใจเบิกบานแจ่มใส เป็นการได้ฝึกสมองด้วยการจำบทเพลง ในขณะที่รำ ทำให้ใจเย็น ได้ยิ้ม หัวเราะ จิตใจอ่อนโยน ทำให้เกิดสมาธิ ลดความเครียดและยังสร้างภูมิต้านทานโรคอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า ผู้สูงอายุที่รู้จักลำผญาตั้งแต่เด็ก จะมีลักษณะที่ชื่นชอบความหมายของลำผญา โดยเฉพาะลำผญาประเภทคำสอน ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น บางท่านได้รับประสบการณ์ตรงจาก ปู่ ย่า ตา ทวด ยาย ทำให้ชำนาญในการท่องจำ จังหวะทำนองต่อการพัฒนา แต่บางท่านก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียกอีกอย่างว่า (ครูพักลัก) “ กิจกรรมเหล่านี้ เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนเท่ากับเป็นการ บูรณาการทุกภาค ส่วนให้ทุกคนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องสุขภาพไม่ได้หมายจะต้องป้องกันและเสริมสร้าง อย่างเดียวภาวะจิตใจก็เป็นส่วนหนึ่ง มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นส่วน ที่จะมา เสริม สร้าง สุขภาพ จิตเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนหนึ่งที่ต้องให้ผู้สูงอายุ ” ( คุณ เอก . 2560 , ธันวาคม 6 ) “ บางครั้งก็ไปรับลำให้ผู้ป่วยที่สุขภาพไม่ดีเดินไม่ได้ ก็ไปลำอวยพรให้กำลังใจ จิตใจผู้ป่วยก็สดชื่นเมื่อได้ยินเสียงลำ ( คุณ หอม . 2560 , ธันวาคม 7 ) ความเชื่อและความศรัทธาที่ เคร่งครัดตามวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ของบรรพบุรุษ ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ออกมาเป็นลำกลอนที่มีความสัมพันธ์กับคำสอนพุทธศาสนาความดีงามตามแพทย์พ ื้นบ้าน (สุกัญญา สุจฉายา อ้างถึงใน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 103 ) จนเป็นที่มาของภาษิตโบราณ ผญาภาษาสอนใจ มีคำคม สุภาษิต ที่ใช้เป็นประจำ ทั้งความเชื่อและความศรัทธาในประเพณีประจำแต่ละเดือนของชาวอีสาน วิถีชีวิตของคน อีสานที่ยึดหลักคำสอน ด้วยฮีตคอง (พรรษศล แ ข็งขัน วิศิษฎ์ มั่นชูพงศ์ และคนอื่น ๆ. 2555 : 2 - 5 ) สอดคล้องกับงานวิจัยของใจเพชร กล้าจน ( 2558 : 459 ) ความเชื่อมั่นและความศรัทธา ล้วนมาจากความเชื่อและเข้าใจในกฎแห่งกรรมและผลของกรรม โดย บทผญาล้วนมีความหมายให้คนชาวอีสานประพฤติให้ตน อยู่ในศีล เพราะการประพฤติในนสิ่งที่ไม่ดีนั้น ย่อมส่งผลร้ายต่อตนเอง เป็นการฝึกที่จะเพียรพร้อมทั้งเป็นการถอนพิษของกิเลสที่ยังเผาผลาญจิตใจ (อรุณี มุศิริ . 2556 : 114 - 131 ) สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้านสังคม ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพด้านสังคม อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ทั้งด้านจำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ใน ชีวิตประจำวัน อภิปร ายได้ว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาจัดขึ้นเพียงเดือนละ 2 ครั้ง ในวันพระใหญ่ ซึ่งทำให้การรวมตัว พบปะด้านสังคมของผู้สูงอายุ ระย ะ เวลาที่ ห่างกัน ไม่ ได้พบกัน สม่ำเสมอ ทุกสัปดาห์ ซึ่ง ไม่ สอดคล้องกับงานวิจัยของ เนตรดาว จิตโสภากุล ( 2557 : 171 - 176 ) ได้ศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน หมู่ที่ 6 ตำบลบึงศาล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน ผู้สูงอายุ 100 คน การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยแรงสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0 . 01 การปฎิบัติตน ที่ได้รับ จากบุค คลใกล้ชิด และการเข้าถึงสถานบริการที่ผู้สูงอายุสามารถมาร่วมกันสร้างพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ได้ร้อยละ 40 โดยเ ฉพาะการเข้าร่วมกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุเป็นสถานที่ผู้สูงอุได้พบปะสังสรรค์ประจำหมู่บ้าน ทำให้เกิดการปรับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุด้านการออกกำลังกาย เช่นกัน “ บัดนี้ ขอฝากญาติพี่น้อง น้อยหนุ่มซุ่มสาวจี้ เพิ่นว่าพากันทำความดี ประเพณีมุกดาหาร ชาวดอนตาลของเฮา ให้สืบสานหนอเอาไว้ ภูมิปัญญาเฮามีไว้ ไปไสบ่อึดยาก บ่ลำบากดีๆ ให้เรียนไว้กลอนผญา” ( คุณ หอม . 2560 , ธันวาคม 7 ) ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะสำหรับการนำ ไปใช้ จากกา รศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสน อนะในการนำผลการวิจัยไปใช้กับผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1 . จากการ ศึกษากิจกรรมท่องจำบทผญา ช่วยให้ผู้สูงอายุ ได้ มีการ ขยับตัวเคลื่อนไหว ร่างกายแม้จะไม่หนักเท่าการออกกำลังกายที่เป็นกิจจะลักษณะ แต่ถือเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งสร้างความสามัคคี โดยในเนื้อหาของบทผญา ที่มีความหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเน้นให้สร้างความสามัคคี ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกัน และมีคุณค่าต่อการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดี 2 . สามารถนำองค์ความรู้ภูมิปัญญา ที่สอดแทรกในเนื้อหาของคำกลอนถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน ต่อไป เป็นหลักคำสอน ที่ส่งเสริมให้ ประพฤติปฏิบัติ ในสิ่งที่ดีงาม ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ข้อเสนอแนะในการ วิจัยครั้งต่อไป 1 . ควรศึกษาวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อความศรัทธาต่อการปฏิบัติ ตน ที่มีผลต่อภาวะสุขภาพ ในอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะ ผลที่มีต่อสุขภาพจิต เพื่ อ สนับสนุนผลการศึกษา ในครั้งนี้ และเป็นแนวทางในการพัฒนาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุต่อไป 2 . ควรศึกษาลักษณะเด่นของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่าไทกะเลิง ปัจจัยอื่น ๆ เช่น แรงสนับสนุนของสังคม บริบทของชุ มชน และยุคสมัยที่เปลี่ยน ไป ของบท ผญา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563