10. 300361บทที่ 5.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์30 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ ศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะ สุขภาพของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ใช้ระเบียบวิธีวิจัย เชิงพรรณนา ( Descriptive Research ) รูปแบบการวิจัยสำรวจ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านสังคม ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 80 คน วิธีการวิจัย จากการเก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่าง กิจกรรมต่อกลอนลำผญากับภาวะสุขภาพ โดย ใช้ไคสแควร์ ( Chi - square ) ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เป็นการสรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

สรุปผลการวิจัย สรุปผลได้เป็น 3 ตอนดังนี้ 1 . คุณลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง จากการศึกษา พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 91 . 30 และเป็นผู้ชาย ร้อยละ 8 . 90 กลุ่มผู้สูงอายุมีอายุระหว่าง 70 - 79 ปีขึ้นไปมากที่สุด ร้อยละ 49 . 00 รองลงมาอายุ 60 - 69 ปี ร้อยละ 40 . 3 0 สถานภาพสมรส พบมากที่สุดร้อยละ 46 . 3 0 รองลงมาสถานภาพหม้ายร้อยละ 40 . 00 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 87 . 50 รองลงมามัธยมศึ ก ษาตอนปลายและปริญญาตรี ร้อยละ 3 . 80 สำหรับอาชีพส่วนใหญ่ทำกสิกรรม ร้อยละ 78 . 8 0 รองลงมาอาชีพทั่วไป ร้อยละ 1 . 00 แห่ลงที่มาของรายได้ ส่วนใหญ่มาจากเบี้ยผู้สูงอายุ ร้อยละ 71 . 3 0 รองลงมารายได้ จากที่อื่น ๆ เช่น จากญาติ ร้อยละ 15 . 00 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศ

อ่านต่อ

ัยอยู่กับบุตรหลาน ร้อยละ 55 . 00 รองลงมาอยู่กับคู่สมรส ร้อยละ 19 . 00 พบผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 76 . 00 และไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 24 . 00 สถานที่รักษาที่ผู้สูงเข้ารับบริการมากสุด โรงพยาบาล ของรัฐ ร้อยละ 88 . 00 รองลงมา โรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพตำบล ร้อยละ 6 . 30 2 . กิจกรรมต่อกลอนลำผญา กลอนลำผญา นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาตั้งแต่อดีต จากการสำรวจกลุ่มผู้สูงอายุวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง จำนวน 80 คน พบว่า มี ผู้สูงอายุใช้ระยะเวลาในการจำบทกลอนลำผญา 7 วันขึ้นไปร้อยละ 50 . 00 รองลงมา มี ผู้สูงอายุใช้ระยะเวลาในการจำบทกลอนลำผญา ภายใน 1 วัน ร้อยละ 16 . 30 เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา 12 ครั้งขึ้นไป ร้อยละ 47 . 50 ร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา ระยะเวลานานนานถึง 60 นาที ร้อยละ 55 . 00 ผู้สูงอายุ สามารถร่ายรำได้นาน 5 นาทีขึ้นไป ร้อยละ 55 . 00 ผู้สูงอายุ สามารถคิดต่อกลอนลำ ผญา ได้ขึ้นมาทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีบทกลอนท่องจำ ทุก ครั้ง ร้อยละ 22 . 50 รองลงมา 6-10 ครั้ง ร้อยละ 7 . 50 จำนวนบุคคล ผู้สูงอายุ ชวนเข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำ ผญา แต่ละครั้ง 7 คนขึ้นไป ร้อยละ 51 . 30 ผู้สูงอายุ ได้นำบทผญามาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันทั้งวัน ร้อยละ 30 . 00 ประเภทของกลอนลำผญาที่ใช้ในกิจกรรมต่อกลอนลำผญาคำสอน ร้อยละ 50 . 00 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกิจกรรมกลอนลำผญา มีผลต่อสภาวะร่างกาย จิตใจ และสังคม 3 . ภาวะสุขภาพ ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มี ภาวะสุขภาพด้านร่างกาย อยู่ใน ระดับ พอใช้ ร้อยละ 53 . 8 0 ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มี ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อยู่ในระดับดี ร้อยละ 50 . 00 ภาวะสุขภาพด้านสังคม กลุ่มตัวอย่ างส่วนใหญ่มี ภาวะสุขภาพด้านสังคม อยู่ในระดับ พอใช้ ร้อยละ 60 . 00 เมื่อพิจารณาภาวะสุขภาพโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างพบว่า อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 65 . 00

อภิปรายผลการศึกษา จากการวิเคราะห์ข้อมูล สามารถ อภิปรายผลการศึกษาตามสมมุติฐาน ของการวิจัย ดังนี้ สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้านร่างกาย ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพด้านร่างกาย อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ทั้งด้านจำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ในชีวิตประจำวัน อภิปรายได้ว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญานั้น มักเป็นการร่ายรำประกอบการร้องต่อกลอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่หนักเท่ากิจกรรมทางกายหรือการออกกำลังกายอื่น ๆ และอาจจะมีการพักบ้างเป็นครั้งคราว ต่างจากการออกกำลังกายที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง ของกิจกรรมจึงจะส่งผลต่อสุขภาพ ส่วนกิจกรรมต่อกลอนลำผญานั้นแม้จะมีการร่ายรำด้วย แต่อาจจะไม่มีน้ำหนักและความต่อเนื่องมากพอที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพด้านร่างกาย ซึ่งทฤษฎีการออกกำลังกายในผู้สูงอายุกล่าวไว้ว่า การออกกำลังกาย ที่เหมาะสมต่อวัยสูงอายุควรมีการเคลื่อนไหวออกแรง ในระดับปานกลางที่ทำให้หายใจแรงขึ้น อย่างน้อยวันละ 30 นาที การยืดเยียดกล้ามเนื้อ การสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายไม่เกร็งประมาณ 5 - 10 นาที เพื่อสร้างความแข็งแรงให้หัวใจและปอด ขึ้นอยู่กับการจับชีพจร ในการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ (กรมอนามัย . 2559 : 72 - 75 ) สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้าน จิตใจ ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า จำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ( x 2 = 9 . 05 , p - value = 0 . 011 ) โดยผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำผญามากกว่า 12 ครั้ง จะมีภาวะสุขภาพด้านจิตใจอยู่ในระดับดี เนื่องจากการได้มาร่วมกิจกรรมลำผญาทำให้เกิดความผ่อนคลาย สามารถพัฒนาตนเองเนื่องด้วย ความเชื่อความศรัทธาต่อบทผญาที่เป็นคติเตือนใจ และผู้ที่จ่ายผญาที่มีความเชี่ยวชาญต่อการผูกผญาทำให้เกิดการมี สติปัญญาที่จะชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรม สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้าง ดั่งบทผญา ที่ว่า “ ใจประสงค์แล้วเมืองแก ้ วก็ดั้นฮอด ใจประสงค์หน่วยแก้วในถ้ำก็ก่นหา ความหมาย หากจิตใจ ปราศจากความย่อท้อแล้วแม้อุปสรรคจะมากเพียงใดก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะฝ่าฟัน ” ซึ่งบทผญาล้วนเป็นการฝึกให้ตั้งสติในวิถีชีวิตประจำวัน ให้ประพฤติในสิ่งดี สำหรับด้านระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่มีความสัมพันธ์กับ ภาวะสุขภาพด้านจิตใจ อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 อธิบายได้ว่า ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อกลอนลำผญาบ่อยครั้ง จะมีโอกาสในการร้อง ต่อกลอน ร่ายรำ มากกว่าผู้สูง อายุทั่วไป ซึ่งกิจกรรม ส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุมี สุขภาพจิตดี ผ่อนคลายจากความเครียดความซึมเศร้า ผลการประเมินภาวะสุขภาพด้านจิตใจโดยรวมจึงอยู่ในระดับดี ซึ่ง สอดคล้องกับงานวิจัย ของ สุภาวดี ไชย เดชาธร ทัศนีย์ ทิพย์สูงเนิน และ กชกร แก้วพรหม ( 2558 : 31 - 40 ) ได้ศึกษา เรื่อง “ สุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างแกนนำชมรมผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา ” พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมที่พอเหมาะนั้น ช่วยให้ผู้สูงอายุมีสัมพันธภาพจิตที่ดี ทำให้มีการส่งเสริมกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุ ต่อการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปสู่จิตใจที่ดี โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมจิตใจความ ดีงาม ของประเพณีขนบธรรมเนียม ความเชื่อความศรัทธาต่อศาสนา สอดคล้องกับงานวิจัยของ วารุณี สิงหสุรศักดิ์ ( 2551 : 127 - 128 ) ได้ศึกษาเรื่อง “ การศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้ท่ารำไทยมาตรฐานเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จังหวัดนครราชสีมา ” พบว่า การออกำลังกายที่มีแพลงและดนตรีประกอบ สร้างจังหวะที่ใกล้เคียงกับการเต้นของหัวใจไม่เร็วจนเกินไป จะทำให้ผู้สูงอายุผ่อนคลาย มีความสุข จิตใจเบิกบานแจ่มใส เป็นการได้ฝึกสมองด้วยการจำบทเพลง ในขณะที่รำ ทำให้ใจเย็น ได้ยิ้ม หัวเราะ จิตใจอ่อนโยน ทำให้เกิดสมาธิ ลดความเครียดและยังสร้างภูมิต้านทานโรคอีกด้วย อาจกล่าวได้ว่า ผู้สูงอายุที่รู้จักลำผญาตั้งแต่เด็ก จะมีลักษณะที่ชื่นชอบความหมายของลำผญา โดยเฉพาะลำผญาประเภทคำสอน ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น บางท่านได้รับประสบการณ์ตรงจาก ปู่ ย่า ตา ทวด ยาย ทำให้ชำนาญในการท่องจำ จังหวะทำนองต่อการพัฒนา แต่บางท่านก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง เรียกอีกอย่างว่า (ครูพักลัก) “ กิจกรรมเหล่านี้ เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนเท่ากับเป็นการ บูรณาการทุกภาค ส่วนให้ทุกคนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องสุขภาพไม่ได้หมายจะต้องป้องกันและเสริมสร้าง อย่างเดียวภาวะจิตใจก็เป็นส่วนหนึ่ง มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นส่วน ที่จะมา เสริม สร้าง สุขภาพ จิตเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนหนึ่งที่ต้องให้ผู้สูงอายุ ” ( คุณ เอก . 2560 , ธันวาคม 6 ) “ บางครั้งก็ไปรับลำให้ผู้ป่วยที่สุขภาพไม่ดีเดินไม่ได้ ก็ไปลำอวยพรให้กำลังใจ จิตใจผู้ป่วยก็สดชื่นเมื่อได้ยินเสียงลำ ( คุณ หอม . 2560 , ธันวาคม 7 ) ความเชื่อและความศรัทธาที่ เคร่งครัดตามวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ของบรรพบุรุษ ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ออกมาเป็นลำกลอนที่มีความสัมพันธ์กับคำสอนพุทธศาสนาความดีงามตามแพทย์พ ื้นบ้าน (สุกัญญา สุจฉายา อ้างถึงใน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม . 2557 : 103 ) จนเป็นที่มาของภาษิตโบราณ ผญาภาษาสอนใจ มีคำคม สุภาษิต ที่ใช้เป็นประจำ ทั้งความเชื่อและความศรัทธาในประเพณีประจำแต่ละเดือนของชาวอีสาน วิถีชีวิตของคน อีสานที่ยึดหลักคำสอน ด้วยฮีตคอง (พรรษศล แ ข็งขัน วิศิษฎ์ มั่นชูพงศ์ และคนอื่น ๆ. 2555 : 2 - 5 ) สอดคล้องกับงานวิจัยของใจเพชร กล้าจน ( 2558 : 459 ) ความเชื่อมั่นและความศรัทธา ล้วนมาจากความเชื่อและเข้าใจในกฎแห่งกรรมและผลของกรรม โดย บทผญาล้วนมีความหมายให้คนชาวอีสานประพฤติให้ตน อยู่ในศีล เพราะการประพฤติในนสิ่งที่ไม่ดีนั้น ย่อมส่งผลร้ายต่อตนเอง เป็นการฝึกที่จะเพียรพร้อมทั้งเป็นการถอนพิษของกิเลสที่ยังเผาผลาญจิตใจ (อรุณี มุศิริ . 2556 : 114 - 131 ) สมมุติฐานการวิจัย กิจกรรมต่อกลอนลำผญา มีความสัมพันธ์ กับภาวะสุขภาพ ด้านสังคม ของผู้สูงอายุในวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่า ไทกะเลิง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพด้านสังคม อย่างมี นัยสำคัญที่ระดับ 0 . 05 ทั้งด้านจำนวนครั้งที่เข้าร่วมกิจกรรม ระยะเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมต่อครั้ง จำนวนครั้งที่ คิด บท ต่อกลอนลำได้ โดยไม่ต้องท่องจำ จำนวนบุคคลที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และการนำบท กลอนลำผญา มาใช้ใน ชีวิตประจำวัน อภิปร ายได้ว่า กิจกรรมต่อกลอนลำผญาจัดขึ้นเพียงเดือนละ 2 ครั้ง ในวันพระใหญ่ ซึ่งทำให้การรวมตัว พบปะด้านสังคมของผู้สูงอายุ ระย ะ เวลาที่ ห่างกัน ไม่ ได้พบกัน สม่ำเสมอ ทุกสัปดาห์ ซึ่ง ไม่ สอดคล้องกับงานวิจัยของ เนตรดาว จิตโสภากุล ( 2557 : 171 - 176 ) ได้ศึกษา ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน หมู่ที่ 6 ตำบลบึงศาล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก พบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน ผู้สูงอายุ 100 คน การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยแรงสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0 . 01 การปฎิบัติตน ที่ได้รับ จากบุค คลใกล้ชิด และการเข้าถึงสถานบริการที่ผู้สูงอายุสามารถมาร่วมกันสร้างพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ได้ร้อยละ 40 โดยเ ฉพาะการเข้าร่วมกิจกรรมชมรมผู้สูงอายุเป็นสถานที่ผู้สูงอุได้พบปะสังสรรค์ประจำหมู่บ้าน ทำให้เกิดการปรับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุด้านการออกกำลังกาย เช่นกัน “ บัดนี้ ขอฝากญาติพี่น้อง น้อยหนุ่มซุ่มสาวจี้ เพิ่นว่าพากันทำความดี ประเพณีมุกดาหาร ชาวดอนตาลของเฮา ให้สืบสานหนอเอาไว้ ภูมิปัญญาเฮามีไว้ ไปไสบ่อึดยาก บ่ลำบากดีๆ ให้เรียนไว้กลอนผญา” ( คุณ หอม . 2560 , ธันวาคม 7 )

ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะสำหรับการนำ ไปใช้ จากกา รศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสน อนะในการนำผลการวิจัยไปใช้กับผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1 . จากการ ศึกษากิจกรรมท่องจำบทผญา ช่วยให้ผู้สูงอายุ ได้ มีการ ขยับตัวเคลื่อนไหว ร่างกายแม้จะไม่หนักเท่าการออกกำลังกายที่เป็นกิจจะลักษณะ แต่ถือเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งสร้างความสามัคคี โดยในเนื้อหาของบทผญา ที่มีความหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการเน้นให้สร้างความสามัคคี ทำให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกัน และมีคุณค่าต่อการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดี 2 . สามารถนำองค์ความรู้ภูมิปัญญา ที่สอดแทรกในเนื้อหาของคำกลอนถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน ต่อไป เป็นหลักคำสอน ที่ส่งเสริมให้ ประพฤติปฏิบัติ ในสิ่งที่ดีงาม ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา

ข้อเสนอแนะในการ วิจัยครั้งต่อไป 1 . ควรศึกษาวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อความศรัทธาต่อการปฏิบัติ ตน ที่มีผลต่อภาวะสุขภาพ ในอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะ ผลที่มีต่อสุขภาพจิต เพื่ อ สนับสนุนผลการศึกษา ในครั้งนี้ และเป็นแนวทางในการพัฒนาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุต่อไป 2 . ควรศึกษาลักษณะเด่นของกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากวิทยาลัย ฒ ผู้เฒ่าไทกะเลิง ปัจจัยอื่น ๆ เช่น แรงสนับสนุนของสังคม บริบทของชุ มชน และยุคสมัยที่เปลี่ยน ไป ของบท ผญา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word22 ภาคผนวก ฎ.docx
28 เมษายน 2562
word21 ภาคผนวก ญ.docx
28 เมษายน 2562
word19 ภาคผนวก ซ.docx
28 เมษายน 2562
word16 ภาคผนวก จ.docx
28 เมษายน 2562
word1.300361 ปก.docx
28 เมษายน 2562
word17 ภาคผนวก ฉ.docx
28 เมษายน 2562
wordภาคผนวก.docx
28 เมษายน 2562
word13ภาคผนวก ข.docx
28 เมษายน 2562
word12 .ภาคผนวก ก.docx
28 เมษายน 2562
word14 ภาคผนวก ค.docx
28 เมษายน 2562