ตรวจผลสำเร็จตามคำสอนพ่อครูได้เช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตรวจผลสำเร็จตามคำสอนพ่อครูได้เช่นไร สู่แดนธรรม... ที่พ่อท่านอธิบายมา พ่อท่านเป็นบุรุษอาชาไนยสุดยอด แต่ลูกๆยังไม่เก่งเท่าพ่อท่าน หากพ่อท่านสิ้นไป พ่อท่านจะแน่ใจในตัวลูกๆได้อย่างไรครับ พ่อครูว่า... มันมีอย่างนี้ พยัญชนะคำพูด มันก็เป็นภาษาสำหรับสื่อเท่านั้น คนที่เรียนได้แต่พยัญชนะ ยังไม่เข้าไปถึงจิตยังไม่ไปแก้ไขจิต ยังไปเรียนรู้จิตตัวเองจนกระทั่งแยกกิเลสออก แล้วก็มีอุบายเครื่องออกทำให้กิเลสลดได้จริง นี่พูดไปหลายขั้นแล้วนะ ยังไม่มีอย่างนี้ในแต่ละขั้น มันก็พิสูจน์ไม่ได้ แต่อาตมาอธิบายหลายสิบปีแล้วก็เห็นผลว่ามีพวกคุณมีความจริงได้ผลจริง อาตมาอธิบายไป พวกคุณเข้าใจได้เอาตัวเองมาพิสูจน์ยืนยัน จนแต่ละคนได้ก็มารวมกันเป็นกลุ่มชุมชน เป็นชาวอโศกกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ก็มีหลายสิบชุมชนอยู่ ชุมชนใหญ่ชุมชนเล็ก ชุมชนใหญ่มีประมาณ 9 ชุมชน ชุมชนกลางชุมชนเล็กปลีกย่อยไปอีกก็นับเป็นราย 10, 20, 30 ชุมชน ก็นับว่าเป็นผู้ที่มีวิชชาจรณะตามที่อาตมามั่นใจและยืนยันว่า วิชชาและจรณะของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างที่อาตมาอธิบายนี่แหละ มีศีล อปัณณกปฏิปทา 3 มีชีวิต สำรวมอินทรีย์จริงๆ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ จนกระทั่ง พ.ต.ต.อนันต์ เสนาขันธ์บอกว่าพวกเราสอนอะไรพูดแต่เรื่องกิน เราก็บอกว่า เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ อปัณณกปฏิปทา 3 เรื่องโภชเนมัตตัญญุตา เรียนรู้กิเลสที่มีในการกินอาหารเขาไม่รู้หรอก เขาบอกว่าต้องพาไปนั่งหลับตาทำสมาธินั่นแหละ เขาไม่รู้ว่าเป็นแบบ เดียรถีย์ พวกคุณนั่นแหละหลงทิศหลงทาง คือพวกที่เสื่อมไปจากวิชาจรณะสัมปันโนอย่างครบถ้วนบริบูรณ์แล้วพวกคุณก็ไม่รู้ จะพาให้ไปสู่ความเสื่อมแบบ เดียรถีย์ อีก เหมือนพวกพระเถรสมาคมก็ยกย่องพระป่านะ เขายืนยันว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติแบบพระป่า จึงไม่แน่จริง ถ้าแน่จริงต้องไปปฏิ
อ่านต่อ
บัตินั่งหลับตาออกป่าแบบพระป่า เขาก็รู้ตัวเขาว่าเขาทำไม่ได้ เขายังมีลาภยศตำแหน่งอะไรยังสู้ทางพระป่าไม่ได้อย่างนั้นจริงๆ มันซับซ้อนนะ เขาจำนนที่จะต้องยอมแย่กว่าพระป่า อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนต้องค่อยๆพูดไป คนที่จะเข้าใจก็ค่อยๆเข้าใจละเอียดลออขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ที่อาตมาพูดไป 1. ตรวจจากพระไตรปิฎก 2. ขยายความให้คนรู้จริง 3. คนรู้จริงก็มาปฏิบัติจนได้ผล 4. เกิดกลุ่มหมู่ชุมชนจนกระทั่งเป็นชุมชนสาธารณโภคีสาราณียธรรม 6 จริง นี่คือคำตอบว่าจริงหรือไม่จริง ถูกหรือไม่ถูก ถ้าไม่ถูกมันมาไม่ได้หรอกอย่างนี้ เพราะธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นโลกุตรธรรม คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) “สันตา” สงบอย่างแคล่วคล่องว่องไว กายปาคุญญตา จิตปาคุญญตา สงบยังโพธิรักษ์นี่เสียงยังดัง 80 กว่าปีแล้วยังคล่องแคล่ว อย่างนี้แหละคือสงบแข็งแรง แคล่วคล่องสลับไปสลับมา นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก สภาวะที่แท้จริงเป็นอย่างนี้ มันไม่ใช่เรื่องสามัญ เป็นเรื่องวิสามัญ นี่คือสัจจะที่จะต้องประกาศต้องยืนยันไป และอาตมายืนยันว่าคนในโลกจะต้องมาเอาเพราะเป็นสมบัติเป็นความรู้ของคนเป็นจรณะของคน โลกเทวนิยมต่างๆเขายังไม่มีบารมีเขายังอยู่ไกล เพราะฉะนั้นโลกที่มีอย่างทางย่านเอเชียพม่า เขมร ลาวพวกนี้ เป็นชาวพุทธอยู่บ้าง เวียดนามแม้แต่ญี่ปุ่นถึงจีนก็มีชาวพุทธ ทางยุโรปไม่เอา เพราะเขาจมอยู่ในเทวนิยมทางโน้น มีจำนวนมากด้วย คนที่จะมาได้พุทธธรรมโลกุตระนั้นเป็นยอดพีระมิด เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เรื่องประหลาด ในยุคไหนก็เป็นอย่างนี้ 640704_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ จรณสมบัติและวิชชาสมบัติเป็นเช่นไรในศาสนาพุทธ