บทส่งท้าย ธรรมยาตราพากู้ชาติ.docx

โฟลเดอร์ประวัติชีวิตและผลงาน พ่อครูสมณะโพธิรักษ์
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.54 KB
วันที่แก้ไข10 เมษายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

บทส่งท้าย ธรรมยาตราพากู้ชาติ ขณะที่ประเทศไทยมีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองนั้น ในต่างประเทศก็มีการประท้วงทางการเมืองเช่นกัน ส่วนใหญ่เกิดจากผู้บริหารประเทศที่ทุจริต เห็นแก่ตัวและพวกพ้องมากกว่าเห็นแก่ประชาชน ไม่ต่างจากประเทศไทย เช่นที่ประเทศยูเครน หรือประเทศกัมพูชา ประชาชนจำนวนมากก็ได้ออกมาประท้วงอย่างยาวนานบนท้องถนน แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างการประท้วงในไทยกับต่างประเทศคือ ในประเทศไทยความรุนแรงเกิดขึ้นน้อยกว่ามาก และที่เกิดเหตุรุนแรงมีการบาดเจ็บล้มตาย ก็ล้วนแต่ไม่ได้เกิดจากฝั่งผู้ชุมนุมก่อความรุนแรงแต่อย่างใดเลย ศูนย์เอราวัณ ได้แจ้งยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตตั้งแต่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ถึง ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ยอดผู้บาดเจ็บมีจำนวน ๗๘๒ ราย ยอดผู้เสียชีวิตมีจำนวน ๒๕ ราย นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้ยากในโลกนี้ ที่ผู้ชุมนุมเป็นจำนวนเรือนแสนเรือนล้านคนมีความอดทนอดกลั้น ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แม้จะถูกกระทำด้วยความรุนแรง มีแต่เสียงสวดมนต์และเสียงนกหวีดเท่านั้น ที่ใช้ต่อกรกับเจ้าหน้าที่รัฐและชายชุดดำ พร้อมอาวุธสงครามนานาชนิด ดังเช่นเหตุการณ์ ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมเวทีผ่านฟ้าฯในวันที่ ๑๘ ก.พ. ๒๕๕๗ (ตัดสลับสกู๊ป) พ่อครูได้กล่าวถึงการชุมนุมของกปปส.ครั้งนี้ว่าเป็นการชุมนุมที่ วิเศษ วิสุทธิ์ วิศิฏฐ์ ถูกต้องตาม รัฐธรรมนูญและหลักสากล เป็นส่ิงมหัศจรรย์ของโลก มีจำนวนคนเข้าร่วมหลายล้านคนทำลายทุกสถิติการชุมนุม และยาวนานถึง ๒๙๒ วันสำหรับกปท.และ ๒๘๙ วันสำหรับกองทัพธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมฤทธิ์ที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้อบรมฝึกฝนให้แก่ชาวอโศกมีความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณมากพอที่จะออกไปทำงานการเมืองข้างถนนตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปี ๒๕๕๗ เป็นเวลายาวนานถึง ๙ ปี ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆ พ่อครูในวัย ๘๐ ปี ก็

อ่านต่อ

ไม่ย่อท้อที่จะอบรมธรรมะให้แก่ชาวอโศกและมวลมหาประชาชน จนเปลี่ยนจิตวิญญาณให้ลดละกิเลสความเห็นแก่ตัวได้ การออกมาลำบากตรากตรำแล้ว เราทนได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก ได้ลดความโลภ โกรธ หลง ได้ จึงเป็นเป้าหมายหลักที่แท้จริงของการปฏิรูป เพราะที่บ้านเมืองเราต้องเป็นทุกข์ทรมานกันอยู่ขณะนี้ก็เพราะผู้ปกครองและประชาชนขาดธรรมะ ธรรมะต้องถูกสถาปนาเข้าไปในการเมือง การเมืองต้องแก้ด้วยธรรมะจึงจะไปรอด และที่สำคัญถ้าขาดธรรมะเสียแล้วก็คงจะเกิดการนองเลือดเป็นแน่แท้ แต่ที่เมืองไทยเราไม่เกิดการนองเลือดได้ เพราะพลังแห่งธรรมะและพลังแห่งคุณงามความดีที่พ่อครูกล่าวว่าเป็นพลังแห่งพระสยามเทวาธิราชนั่นเอง “จบสวยด้วยธรรมะ” แม้ที่สุดแล้ว ทหารจะต้องออกมาทำการรัฐประหารด้วยอาวุธ แต่พ่อครูก็ได้ตัดสินไว้ว่า มวลมหาประชาชนเป็นฝ่ายชนะอย่างสวยงาม แม้ ลูกๆอโศกหลายคนบ่นว่า ครั้งนี้ยาวนานมากเหนื่อยมากที่สุด อยากให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ออกมาประท้วง แต่พ่อครูในวัย ๘๐ กลับบอ กว่า ที่เราออกมาแต่ละครั้งนั้นเราได้เกิดความเจริญธรรมะในจิตใจของแต่ละคน ก็เป็นสิ่งที่หาค่า บ่ มิได้แล้ว ถ้าครั้งหน้า คสช.ทำไม่ดีอีก เราก็พร้อมออกมาประท้วง แต่ตอนนี้เขาก็ทำดีอยู่แล้ว นี่เป็นคำพูดของพ่อครูที่แสดงให้เห็นว่า สำหรับคนมีธรรมาธิปไตยแล้วนั้น ๘๐ ปีไม่มีแก่จริงๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน