ย้ำ ปฏิบัติหลับตาแบบพระป่าเป็นสิ่งผิด ไม่พาบรรลุ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ย้ำ ปฏิบัติหลับตาแบบพระป่าเป็นสิ่งผิด ไม่พาบรรลุ _ซึ้งซื่อ วิเชียร · กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับพ่อ มีชาวบ้านเขาเห็นว่าพ่อท่านมักพูดถึงคือ ๑.พูดถึงพระสงฆ์ ส่วนใหญ่สายหลับตา สายพระป่า ว่าเป็นแบบโน้นแบบนี้ ซึ่งเขาไม่ชอบกัน พ่อครูว่า...อาตมาแสดงธรรมไม่ใช่เพื่อคนชอบหรือไม่ชอบ อาตมาไม่เล้าโลมใจใคร อาตมาแสดงธรรมด้วยความตรงไปตรงมา จนอาตมาได้ฉายาว่าขวานจักตอก แต่ไหนแต่ไรมาอาตมาไม่ได้ไปปะเหลาะ ไม่ได้ไปเอาใจใคร เพื่อคัดคน เพราะฉะนั้น อาตมาทำงานมาถึง 50 ปีกว่าแล้ว อาตมาถึงได้คนที่ไม่เลอะเทอะ เพราะฉะนั้นอาตมาจะได้คนอ่อนแอ อนุโลมเข้ามาหาอาตมา อาตมายุ่ง บริหารไม่ไหว อาตมาไม่เก่งถึงขนาดนั้น ที่จะต้องการคนหมู่มากด้วยปริมาณ อาตมาต้องการได้คนคุณภาพ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงทำอย่างนี้ เข้าใจให้ได้เข้าใจให้ดีๆ อาตมาว่าทำไม่ผิดหรอก อาตมามีเจตนาอย่างไรและเข้าใจว่าควรทำอย่างไร อาตมาก็ทำอย่างที่พูด ที่เขาไม่ชอบแน่นอน เพราะเขาถูกตำหนิ อาตมาไม่ได้ตำหนิธรรมดา ตำหนิแรง ตำหนิหนัก ตำหนิยกอ้างพระไตรปิฎก ยกอ้างสัจธรรม ทุกอย่าง ขยายความ มากมายเลย ย้ำอีกว่า พระไปหลับตาก็ดี เข้าป่าก็ดี มันนอกรีต เป็นเดียรถีย์ ศาสนาพุทธไม่ได้ออกป่า จรณะ 15 วิชชา 8 ไม่ได้อยู่ในป่า อาจารย์ผู้ที่มีจรณะ 15 วิชชา 8 อยู่ในเมือง ในอัมพัฏฐสูตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดเจนว่า ความเสื่อม 4 ประการ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ความเสื่อม 4 ประการ ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง
อ่านต่อ
แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม ๙ ข้อ ๑๖๓) พ่อครูว่า... พระป่านั่งหลับตาปฏิบัติตีทิ้งได้เลย มาเรียนรู้ลืมตา ปฏิบัติลืมตา ธรรมะพระพุทธเจ้านั่งสมาธิลืมตา ฌานก็ลืมตา นิโรธก็ลืมตา นิพพานก็ลืมตาเป็นทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ เพราะฉะนั้นนิพพานจะต้องเป็น ทิฏฐธรรม ต้องเป็นปัจจุบันชาติ มีแสงสว่างมีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา อาโลก อย่างนี้ ตรัสรู้ ก็เห็นใจเพราะคนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ คนที่เข้าใจยากเพราะโง่ ไปนึกว่าการตรัสรู้จะต้องหลับตาจะต้องอยู่ในที่มืดจะต้องเป็นกลางคืนเหมือนพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่าท่านตรัสรู้ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 กลางคืน แล้วก็นึกว่าท่านนั่งสมาธิหลับตา แต่ที่จริงไม่ใช่ ท่านระลึกชาติออกมาเท่านั้น ท่านไม่ได้ตรัสรู้ตรงนั้น ท่านรู้มาแล้วและท่านก็มาระลึกได้ ระลึกได้เสร็จ เสวยวิมุติอีก 49 วัน ก่อนจะไปโปรดปัญจวัคคีย์ อ่านตำนานของพระพุทธเจ้าแล้วเขาไม่เข้าใจความเป็นจริงที่ชัดเจน ละเอียดลออ ซึ่งมันก็ไม่ง่าย ก็เลยเพี้ยนออกไปจนกระทั่งถึง 2,500 กว่าปี มันเพี้ยนไปไกลมาก อาตมาจึงจำเป็นต้องมากอบกู้ความถูกต้อง เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านพยากรณ์ไว้ว่า กลองอานกะ ความเสื่อมมันจะต้องมีแล้วมันก็เสื่อมไปหมดแล้วมีแต่ชื่อว่าเป็นพุทธ แต่ว่าแก่นสารสาระแท้ของศาสนาพุทธนั้น มันไม่มี ทุกวันนี้มีแต่จารีตประเพณี มีแต่สวดมนต์ ทำมาหากิน ที่มาบวชอยู่ในกลุ่มใหญ่นี้เป็นกลุ่มที่ทำมาหากินทั้งนั้น แม้จะไปเป็นพระป่ามักน้อยสันโดษบ้าง ก็ยังทำมาหากินอยู่ในภพใน อยู่ในรูปภพ อรูปภพ อยู่นั้นเอง บางคนก็ยังมีความซับซ้อนเช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสพแล้วก็เป็นสุขโดยที่ไม่เข้าใจตนเอง อย่างเช่น หลวงพ่อคูณที่นั่งชันเข่า ก็ไม่รู้ตัวเอง ยังหลงหาเงินได้มาก แล้วหาเงินขายอะไร ขายพระเครื่อง ขายเดรฉานวิชชา ซึ่งมันทำให้คนเข้าใจผิดว่า หลวงพ่อคูณเป็นพระอริยะมันก็เสื่อมสิ แต่เข้าใจพระมิจฉาทิฏฐิเดรัจฉานวิชาว่าเป็นพระที่ถูก อย่างนี้เป็นต้น หลวงพ่อคูณไม่ใช่เป็นพระที่จะต้องน่านับถืออะไรหรอก ขออภัย ใจดีที่ ได้เงินทองเอาไปบริจาคเป็นประโยชน์ อันนี้เป็นสภาพที่ไปล่อคนให้มานับถือ ซ้อนลงไป คนก็นับถือนับถือแบบนั้นเหมือนมหาบัว เรี่ยไรเงินได้ เอาประเทศชาตินี้แหละเป็นตัวประกัน ก็เรี่ยไร คนก็ให้สิเพราะเอาประเทศชาติเป็นตัวประกัน เอาสถาบันเป็นเครื่องเคียง ไปเรี่ยไรก็ได้เงินมาสิ แล้วเอาเงินมาเข้าคงคลัง แล้วบอกว่าอย่าไปใช้นะ ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของข้าของตัวเอง แล้วไม่รู้ในนัยยะลึกซึ้งของสัจธรรม ปรมัตถ์อาตมาขอขยายความจริงให้ฟัง ไม่ใช่อาตมาไปโกรธไปเกลียดชัง แต่ท่านมีกิเลสหนามาก ไม่รู้ตัวเองที่ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นศึกษาให้ดีๆ มองผู้ที่ถูกต้อง มองผู้ที่ผิดอยู่ให้ออก แล้วประเด็นที่บอกว่า แบบนี้เขาไม่ชอบ คุณไม่ชอบนี่สิยิ่งถูก แต่ไปชอบในสิ่งที่ผิดคุณซวย จบตรงนี้ก็แล้วกัน 651216 ทศพิธราษฎรธรรมมีจริงในชาวอโศก พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราช