11 ภูเพียรธรรม_บทที่ 5 ภูมิปัญญาการเคี้ยว.docx

โฟลเดอร์ภูมิปัญญาการเคี้ยวฯ word file
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์2.38 MB
วันที่แก้ไข22 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 ภูมิปัญญา และพฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ใน ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว

การวิจัยเรื่อง ภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบ ผสมผสาน ( Mixed Methods Research ) โดย มีวัตถุประสงค์การวิจัยในขั้นตอนแรก ในบทนี้ คือ เพื่อศึกษา ภูมิปัญญาและ พฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็น การวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research ) เชิงชาติพันธุ์วรรณนา ( Ethnography ) ในรูปแบบของการศึกษาปรากฏการณ์ ( Phenomenology ) จากประสบการณ์ตรง เฉพาะรายกรณีศึกษา ( An Explanatory Case Study ) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก ( In - depth interview ) การสังเกต แบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ( Participant and Non-Participant Observation) และเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ในลักษณะเพื่อมุ่งหาคำอธิบายและให้เข้าใจถึงความหมาย แนวคิด ความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม อุดมการณ์ วัฒนธรรม และ หลักการประพฤติปฏิบัติการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ “ ภูมิปัญญาและ พฤติกรรม การเคี้ยว ก วฬิง การาห าร เพื่อสุขภาวะ” ตามหลักพุทธธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักบุญนิยม หลักการแพทย์วิถีธรรม หลักวิทยาศาสตร์ ระบบธรรมะ 2 และทฤษฎีแผนต่าง ๆ และประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูลหลัก ถึงปัจจัยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์หรือโทษ มีผลในการปรับเปลี่ยน “ภูมิปัญญาและพฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ” เพื่อความผาสุกอย่างยั่งยืน เบิกบานและผ่องใส ไปตามลำดับ ๆ ในบทนี้ เป็นการศึกษาบริบท สังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาและพฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง - การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศ สาธารณรัฐประช

อ่านต่อ

าธิปไตยประชาชนลาว ตาม ประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูลหลักถึงปัจจัยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์หรือโทษต่อสุขภาพที่เป็นอยู่จริงในปัจจุบันของชาวลาวบริเวณแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับการสืบทอดความรู้และประเพณีปฏิบัติมาจากมารดา บิดา ครูอาจารย์ และบรรพบุรุษโบราณที่สามารถสร้างความผาสุกที่แท้จริงได้ด้วยภูมิปัญญาตามหลักพุทธธรรม หลักวิทยาศาสตร์และทฤษฎีแผนต่าง ๆ ที่เป็นพฤติกรรมที่มีและปรากฏเป็นจริงอยู่ในสังคมชาวลาวปัจจุบัน ที่ อาศัยอยู่ ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงของ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในบริเวณจังหวัด สะหวัน นะเขต แขวงจำปาสัก และนครเวียงจันทร์ รวมถึง ประชาชนลาวที่ได้ เดินทาง มาอาศัย ชั่วคราวหรือถาวร หรือมาทำกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นครั้งคราว ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เช่น เขตจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนมในประเทศไทย อัน จะ เป็นต้นแบบของภูมิปัญญา และพฤติกรรม การเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อ สุขภาวะ ในการนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาสุขภาวะชุมชน จาก ภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ของ ชุมชนในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อไป จากการทบทวนวรรณกรรมเบื้องต้น พบว่ากีรติพร จูตะวิริยะ คำยิน สานยาวง และคำพอน อิน ทิพอน ได้ศึกษา “ วิถีการบริโภคอาหารกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคโลกา ภิวัตน์ เขตนครหลวงเวียงจันทน์ สปป .ลาว ” (2554 : 49 - 73 ) โดยมี ข้อสรุป ที่เป็นบริบทและวัฒนธรรม เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของชาวลาวในสังคมเมืองปัจจุบันที่มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่ปรากฏเป็นรูปธรรมและวัตถุที่สามารถเห็นได้ชัดเจนนั้น ดังนี้ “การปรับกระบวนทัศน์ใหม่ของการเปลี่ยนแปลงปรับตัวในการดำรงอยู่รวมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับภาวะความทันสมัย ( modernity ) ภายใต้กระแสโลกา ภิวัตน์ วิถีการบริโภคอาหารจึงเป็นมากกว่าพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ถ่ายทอด และการสัมผัสได้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นรากฐานแห่งวัฒนธรรมและสังคม ของผู้คนในทุกระดับชั้นของสังคม เมื่ออาหารที่ผู้คนบริโภคมีนัยยะมากไปกว่าการบริโภคในเชิงอรรถประโยชน์อย่างแท้จริง อาหารและวัฒนธรรมการกินจึงเป็นตัวแปรสำคัญ ในการทำ ความเข้าใจวิถีชีวิตและการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม วัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่นนั้นด้วยเช่นกัน รูปแบบการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะการกินอาหารเช้าในครอบครัวยังคงรูปแบบเดิมคือ กินข้าวร่วมกันในสำรับ โดยใช้กระติบข้าวหรือแอบที่บรรจุข้าวเหนียว จัดวางอาหารบนสำรับตามที่ครัวเรือนจะจัดหาได้หรือตามกำลังซื้อของแต่ละครอบครัว ด้วยการนั่งล้อมวงสำรับร่วมกัน รับประทานไม่มีการจำแนกเด็กหรือผู้ใหญ่ ยกเว้นเด็กในกรณีที่มีแขกมาเยือนต้องจัดสำรับไว้รับประทานต่างหาก พฤติกรรมการกินอาหารพื้นบ้าน ทุกคนล้วนมีความเห็นในทำนองเดียวกันว่า ยังคงชื่นชอบอาหารพื้นบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่า “พ่อแม่พากิน” ฉะนั้นจึงเป็นความคุ้นเคย อีกทั้งรสชาติถูกปากตนเอง สำหรับกลุ่มเพื่อนในวัยเดียวกันมีพฤติกรรมการกิน อาหารพื้นบ้านที่ใกล้เคียงในลักษณะเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในด้านความถี่ในการกิน เช่น ผู้มีฐานะจะกินข้าวกับลาบ ก้อย อาหารพื้นบ้านประเภทเนื้อสัตว์ เป็นปกติ และกินอาหารต่างประเทศบ่อยกว่าผู้มีรายได้น้อย คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญในการกินอาหารพื้นบ้านในลักษณะเดียวกันว่า การกินอาหารพื้นเมืองมีบทบาทต่อตนเองและคนในชุมชน เพราะเป็นอาหารที่หาง่าย มี วิ ธีปรุงที่ ไม่ ยุ่งยากและสะดวกเหมาะกับวิถีชีวีติของตนเอง อีกทั้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ กล่าวคือ ไม่มีส่วนผสมของไขมันที่มากจนเกินไป มีส่วนประกอบของผักพื้นบ้านที่หาง่าย และสิ่งส ำ คัญอีกประการหนึ่ง คือ เป็นการดำ รงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางด้านอาหารของชาวลาว เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการบริโภคของตน ไปสู่คนรุ่นหลัง และให้ชาวต่างชาติได้รับรู้การบริโภคอาหารพื้นถิ่นในแบบฉบับของลาว ส่วน ว ัยรุ่นหนุ่ม สาวในนครเว ีย งจ ัน ท ร์ ย ัง คงบริโภคข้าวเหนียวและอาหารพื้นเมืองเป็นหลักไม่ต่างจากรุ่นพ่อแม่ มีเพียงมื้อกลางวันและมื้อเย็นบางมื้อที่รับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากรุ่นบรรพบุรุษที่ไม่นิยมรับประทานอาหารเหล่านี้ นอกจากนี้แยกความแตกต่างตามกาลสมัย ท ำ ให้วัฒนธรรมการกินระหว่างพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และตนเองนั้นแตกต่างกัน โดยมิได้กินอาหารตามมื้อเป็นเวลาอย่างเคร่งครัด และลดมื้อการบริโภคอาหารพื้นบ้านลง แต่ยังคงบริโภคอาหารพื้นบ้านเป็นหลัก แนวโน้มในการรับประทานอาหารในปัจจุบันของพวกเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต ซึ่งเพิ่มการบริโภคอาหารในรูปของอาหารจานเดียว และอาหารสำเร็จรูปมากข ึ้น ถ ือ เป็นการสร้างช ุด ความร ู้ใ หม่ในการบร ิโ ภคในร ูป แบบผสมผสาน ตามแบบฉบับของตนในยุคของการบริโภคนิยมเสรีโลกา ภิวัตน์ เนื่องจากมีอาหารสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามาบริการเป็นจ ำ นวนมาก และมีเวลาในการปรุงอาหารพื้นเมืองน้อยลง จากการขยายตัวของสภาพเศรษฐกิจสังคมในประเทศลาว สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทางเลือกในการบริโภคของประชาชนที่มีมากขึ้น รวมถึงความหลากหลายทางด้านอาหารในการบริโภค ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต อันเนื่องมาจากการเปิดตลาดทุนและการค้าเสรีภายใต้กระแสโลกา ภิวัตน์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิถีการบริโภคของคนรุ่นใหม่ในสังคมออกไปเป็น 3 กระแส ได้แก่ ความนิยมบริโภคอาหารพื้นเมืองล้วน ความนิยมบริโภคอาหารในรูปแบบการผสมผสานแบบใหม่ รวมทั้งประเภทอาหารจ ำ พวกกึ่งส ำ เร็จรูปที่ผลิตจากโรงงาน และความนิยมบริโภคอาหารจากต่างประเทศ ซึ่งเปิดให้บริการตามร้านอาหาร ภัตตาคาร และโรงแรมโดยทั่วไป ”

ภาพที่ 30 ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัย กับอาหารมื้อเช้า “ เฝอ ” ก่อนลงเก็บข้อมูลภาคสนามที่ สะหวัน นะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561

ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัย กับอาหารมื้อเช้า “ เฝอ ” แบบง่าย ๆ ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนลงเก็บข้อมูลภาคสนามที่จังหวัด สะหวัน นะเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 จะเห็นว่าพฤติกรรมดัง กล่าว นี้ สอดคล้องกับวิถีชีวิต ที่ดำเนินไป ในเมืองแบบสังคมทุนนิยม ดังนั้น เมื่อบุคคลไปอยู่ในสถานที่ หรือ ชุมชน ที่ มีวิถี ชีวิต แบบที่ ค่อนข้างรีบเร่ง ต้องแข่งขันกับเวลาและการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไปตามยุคสมัย ของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนแปลงไป การ ปรับพฤติกรรมการ รับประทานอาหารจึง ต้องปรับไปตามค่านิยมและ สังคม วัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เมื่อสถานที่ หรือสังคม นั้น เน้นการรับประทานอาหารแบบจานด่วนจานเดียว การเคี้ยวอาหารคำข้าว จึงต้อง ปรับคล้อย ตามเป็นแบบเร่ง แบบด่วน ไปด้วย การประมาณการกระทำต่าง ๆ ( สัป ปุ ริส ธรรม) ให้พอเหมาะกับเวลาที่มี จึงเป็นสิ่งที ่ สำคัญ ที่ ควรพิจารณาและปรับให้เหมาะสม ดัง ข้อมูลต่อไป นี้ “ การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจสังคมท ำ ให้ความหลากหลายของชนิด และประเภทอาหารที่มีในแบบดั้งเดิม แบบผสมผสาน และแบบรับมาจากต่างประเทศกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ในการด ำ รงชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในนครหลวงเวียงจันทน์ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่ด ำ เนินอยู่ให้ปรับเปลี่ยนไปจากเดิม อาทิ การหันมานิยมบริโภคอาหารที่กินได้รวดเร็วหรืออาหารจานด่วน ( fast food ) อาหารจำพวกเส้น ที่ไม่มีส่วนผส มของอาหารพื้นบ้าน เช่น ก๋วยจั๊บ เฝอ ผัดหมี่ ข้าวผัด ราดหน้า เป็นต้น ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ส ำ คัญของการก้าวเข้าสู่วัฒนธรรมบริโภคนิยมในภาวะความทันสมัย การบริโภคอาหารแบบจานด่วน และการเพิ่มจ ำ นวนของร้านที่ให้บริการนั้น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือ เน้นความสะดวกในการเลือกสรรสถานที่ในการบริโภค ประหยัดเวลา สามารถเลือกบริโภคได้ตามความต้องการ ขณะเดียวกันก็ท ำ ให้การพึ่งพาอาหารส ำ เร็จรูปมีมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายระดับครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามต ัว และเพ ิ่ม ภาระให้ก ับ ผ ู้ป กครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน รวมทั้งนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้หลักเป็นของตนเอง จะเห ็นว่าคนรุ่นใหม่ยัง ทำหน้าท ี่ช ่วยเหล ือ พ่อแม่ในการประกอบอาหารมาโดยตลอด และสามารถปรุงแต่งอาหารได้หลายประเภท แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงว ิถีชีวี ติ ไปสู่ก ารบร ิ โภคจากภายนอกแต่ย ังคงพึ่ง พ ิง การผล ิต จากภายในคร ัว เร ือ นเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่าคนรุ่นใหม่ในเขตนครหลวงเวียงจันทน์มีการสร้างชุดความรู้ รูปแบบและทัศนคติการบริโภคอาหารพื้นบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นบรรพบุรุษของตน โดยมีการบริโภคที่ถูกสุขลักษณะมากขึ้น อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกินในรูปแบบการผสมผสาน ( hybridization ) กับอาหารพ ื้น ถ ิ่นในรูปแ บบใหม่ให้เก ิด ข ึ้น และม ีแ นวโน้มในการขยายต ัว ออกไปย ัง กล ุ่มผู้บ ร ิโ ภคอื่นในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการปรับกระบวนทัศน์ใหม่ของการเปลี่ยนแปลงปรับตัวในการด ำรงอยู่ รวมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างวัฒนธรรมท้องถิ่นกับภาวะความทันสมัย จ ากการขยายตัวที่รวดเร็วของตลาดการค้าเสรีภายใต้กระแสโลกา ภิวัตน์ ใน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ” (กีรติพร จูตะวิริยะ และคณะ. 2554 : 49 - 73) จาก ข้อมูล บริบทและวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวลาวในนครหลวงเวียงจันทร์ ข้างต้น จะเห็นว่าไม่ได้มีการกล่าวถึงพฤติกรรมการเคี้ยว อาหาร ไว้แต่อย่างใด ผู้วิจัย จึง ได้ลงเก็บข้อมูลภาคสนามที่ วัด 3 แห่งในเขตหมู่บ้านโพนสิน จังหวัด สะหวัน น ะ เขต ตลาดดาวเรือง และหมู่บ้านโพนทองของจังหวัดจำปาสัก ได้ข้อมูลที่เป็น บริบทพฤติกรรม และ วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวลาว ในเขต ชนบทที่ความเจริญทางด้านวัตถุยังไม่เข้ามากอย่างสังคมเมืองหลวง ที่ค่อนข้างสอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมการบริโภคข้างต้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตไปตามโลกยุคโลกา ภิวัตน์ ในบทนี้ ผู้วิจัยได้ศึ กษาและเก็บข้อมูลบริบท ความเชื่อ ทัศนคติ วัฒนธรรม และพฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียงตามลำดับ ดังนี้ ` 1 . พฤติกรรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน วัฒนธรรมของการเคี้ยว บดย่อยอาหารให้ละเอียดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน วัฒนธรรม การกินข้าว เหนียวและข้าว เจ้า วัฒนธรรมอาหาร หลัก ของชาวลาว ความหมายและความสำคัญของการเคี้ยวอาหารคำข้าว 1 . 3 .1 พฤติกรรมที่ดี การเคี้ยวที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ 1.3.2 พฤติกรรมที่ไม่ดี ปัญหาการเคี้ยวก วฬิง การาหาร ที่เป็นโทษกับสุขภาพ วิธีการแก้ไขปัญหาในการเคี้ยวก วฬิง การาหาร เพื่อสุขภาวะ พฤติกรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะตามภูมิปัญญา ชาติ พันธุ์ ทั่วไปและชาติ พันธุ์ พุ ทธะ อาหารเป็นหนึ่งในโลก 2 . 1 . 1 กินเอาประโยชน์ กินอาหารเป็นยา 2 . 1 . 2 ปลูกพืชผักและอาหารไร้สารพิษไว้กินเอง 2 . 2 โภช เนมัตตัญญุ ตา การประมาณในการบริโภค 2 . 2 . 1 กินน้อยใช้น้อย 2 . 2 . 2 กินอาหารไร้สารพิษ 2 . 3 พึ่งตนเองได้ ประหยัดและปลอดภัย 2 . 4 การปรับพฤติกรรม ต้องเริ่มด้วยการปรับ สัมมาทิฎฐิ (ความเห็นความเข้าใจหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องถูกตรง) 2.4.1 เหตุปัจจัยแห่งการเปลี่ยนพฤติกรรมการเคี้ยว 2 . 5 ศีลเยี่ยมที่หนึ่ง 2 . 5 . 1 การตั้งศีลทำให้เห็นผลได้เร็ว ไม่ตั้งศีลจะเห็นผลได้ช้า 2 . 6 แบ่งปันองค์ความรู้ด้วยใจบริสุทธิ์ 3 . ผลการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะกาย ใจ สังคม และปัญญา 4 . ชุมขนสุขภาวะ กับความผาสุก 4 . 1 ชุมชนบ้านพูนสิน 4 . 2 ชุมชนบ้านโพนทอง

บริบท สังคม วัฒนธรรม พฤติกรรมและภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารในประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภาพรวมบริบทของสังคมการกินอยู่อาศัยของชาวลาวในบริเวณจังหวัด สะหวัน น ะ เขตและ จำปาสัก รวมถึงชาว ลาวนครหลวง เวียงจันทร์บางท่าน ที่ได้ เคย ผ่านเข้ามาในพื้นที่ภาค ต ะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย บริเวณจังหวัดมุกดาหาร นครพนม และอุบลราชธานี ไม่ว่าจะเข้ามาเพื่อทำกิจกรรมการค้า การศึกษา การสุขภาพ หรือการศึกษา พระ พุทธศาสนาเพื่อความผาสุกทางจิตวิญญาณ ต่างเป็นไป เพื่อสุขภาวะ กายใจ ( สภาพแห่งความผาสุกที่แท้จริง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ) ด้วยมนุษยชาติทุกชาติทุกภาษาต่าง “รักสุขเกลียดทุกข์” อยากได้ความสุขอันยั่งยืน จึงแสวงหาความ ผาสุกที่แท้จริง ว่าที่แห่งใดจะสามารถให้ความสุขกับเขาได้ ไม่ว่า จะด้วย วิธี การ ลงมือปฏิบัติ (การกระทำ) จนถึง การ รักษา “ความ สุข ” นั้น ให้ยั่งยืน จะมาจากทาง ทิศ ใด ชาติใด ภาษาใด ก็ตาม เขาจึงตามหาผู้รู้ที่จะ นำ พา และบอกวิธี การให้เขาและได้ช่วยทำ ให้เขาพ้นทุกข์ได้ ความ ผาสุก เป็นตัวบ่งบอกถึง วิถีชีวิต และวิถีชีวิตสามารถสื่อถึงความ ผาสุก ได้ เมื่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ เหตุปัจจัย แวดล้อม ความเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ปัจจัยสี่อันสำคัญ คือ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรค ใน ยุคของ โลกา ภิวัตน์ ยุคของ ข้อมูลข่าวสารและความเจริญ รุ่งเรือง อย่างสุดขีด ทาง ด้าน วัตถุ รูปธรรม อย่างสูงสุด เข้าไปทั่วทุกภาคพื้นที่ของประเทศลาว แม้แต่ในสังคมชนบทก็ตาม ค วามเจริญรุ่งเรือง ทางวัตถุ ความเป็นอยู่อันสะดวกสบาย การรักษาทางการแพทย์แบบสมัยใหม่ได้เข้าไปสู่วิถีชีวิตปกติของสังคมชนบทของชาวลาวเช่นเดียวกัน ใน ปัจจุบันประชาชนชาวลาวส่วนใหญ่เมื่อป่วยจ ึง ไปพบแพทย์เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลหรือสุขศาลาเป็นหลัก จากการสัมภาษณ์พบว่า

“เวลาป่วยไปสุขศาลา พ่อเคยเป็นน้ำท่วมปอด 6 ปีมาแล้ว เขาไม่ให้ดื่มเหล้า ดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามบุหรี่ เราไปหาหมอเราก็เชื่อฟังหมอ ถ้าไม่ฟังก็ตายแล้ว” (พ่อสุนทร กาบมาลาวงศ์. 2561, มีนาคม 2 1 . สปป . ลาว. )

“ อยู่บ้านเฉย ๆ ลูก ๆ ไปทำงานที่เมืองไทยส่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ที่บ้านรับประทานข้าวเหนียวและข้าวเจ้า อาหารได้จากผักริมรั้ว เช่น ผักปลัง ชอบกินแกงหน่อไม้ ปลาร้า ตำถั่ว ปลูกเอง ใช้ปุ๋ยขี้ควาย มีความรู้เกี่ยวกับการเคี้ยวอาหารละเอียดว่า ถ้าเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร เวลาไม่สบายไปหาหมอที่มุกดาหาร ประเทศไทย” (คุณแม่ทม พันธ์วังสี. 2 561, มีนาคม 2 1 . สปป . ลาว. )

“เวลาเจ็บป่วย ไปหาหมอ ไปโรงพยาบาล ไป หาหมอประจำ หาหมอแล้วก็กินยาก็บ่ หาย” (แม่แพ. 2 561, มีนาคม 2 1 . สปป . ลาว . ) “กินตามที่ทำมาเคยมาตามความรู้สึก ป่วยก็หาหมอโรงพยาบาลเอายามาให้กิน กินข้าวเป็นเวลา แข็งแรงดี” (แม่เพชร . 2561, เมษายน 4 . สปป . ลาว . )

“อาชีพทำไร่ทำนา ชอบกินข้าวเหนียว กินข้าวกับเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อปลา ไม่มีใครบอกเรื่องเคี้ยวอาหารละเอียดทำให้สุขภาพดี เวลาเจ็บป่วยซื้อยามากิน ไม่เคยใช้ยาสมุนไพร ไปแต่โรงหมอ” (ยายทองสี. 2 561, มีนาคม 2 0 . สปป . ลาว. )

“ชอบกินข้าวเหนียว ไม่เคยรู้เลยว่าเคี้ยวอาหารละเอียดทำให้สุขภาพดี เวลาสบายมาให้พี่ให้น้องช่วยหายาให้ ไม่มีเงินไปโรงหมอ ไม่รู้จักยาสมุนไพร” (ท้าวโจม โคมมณี. 2561 , มีนาคม 20 . สปป . ลาว. )

“เป็นคนกินไม่ชอบไม่เอาเลย วาง ชอบก็กินใหญ่ จนพอพุงแตก ชอบกินก็ไปต้องเสาะ แสวงหา ทุกข์กับการกิน กินอะไร เป็นคำถามที่ตอบยาก ป่วยเพราะกิน ท้องเสีย อาหารเป็นพิษนาน ๆ ครั้ง แก้อย่างไร แก้ด้วยการ กินยาอย่างเดียว หาหมอ ให้น้ำเกลือ” ( โภ มาลี จันท จักร. 2561, เมษายน 15 . สปป . ลาว . )

จากคำสัมภาษณ์ข้างต้น สรุปได้ว่า กลุ่มประชาชนทั่วไปในจังหวัด สะหวัน น ะ เขต จำปาสัก และนครหลวงเวียงจันทร์ พบว่า ชอบกินข้าวเหนียว ด้วยข้าวเป็นอาหารหลักที่รับประทานเป็นประจำของชาวลาว เมื่อเจ็บป่วย จะไปพบแพทย์ที่สุขศาลาหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านตน จะมีบางส่วนก็ได้ข้ามมารักษาถึงในประเทศไทยด้วย จึง เห็นได้ว่าความเข้าใจ หรือความเคยชินที่ปฏิบัติตามกันมา ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ เมื่อสังคมเจริญขึ้นด้วยวัตถุอุปกรณ์ต่างๆ ความสะดวกสบายเข้ามาในประเทศลาวมากขึ้น ในยุคของโลกา ภิวัตน์ เมื่อเกิดความเจ็บป่วยไม่สบายขึ้น คนส่วนใหญ่ก็จะไปพบแพทย์ที่สุขศาลาหรือโรงพยาบาล ด้วยเป็นการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีความสะดวกสบาย เมื่อบุคคลนั้นมีความสามารถในการจ่าย ค่าใช้จ่าย ให้กับโรงพยาบาลได้ จะเห็นว่าประชาชนชาวลาว รักความสะดวกสบายมากขึ้น พึ่งตนเองน้อย ลง เมื่อเจ็บป่วยก็จะไปหาหมอที่โรงพยาบาล และพึ่งยาโรงพยาบาล ซึ่งคือ ยาเคมีในการรักษา เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายนั้นเอง

1 . พฤติกรรรมการเคี้ยวก วฬิง การาหารตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน 1 . 1 วัฒนธรรมของการเคี้ยวก วฬิง การาหาร ภูมิปัญญาการเคี้ยวก วฬิง การาหารเพื่อสุขภาวะ ในท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ จนสั่งสมวัฒนธรรมการเคี้ยวและการบริโภคอาหารของประชาชนชาวลาวที่อาศัยอยู่ในแขวง สะหวัน นะเขต จำปาสัก เวียงจันทร์ จากการสัมภาษณ์พบว่า “เมื่อเด็ก ๆ แม่จะสอนมารยาทในการเคี้ยว ห้ามเคี้ยวดัง ค่อย ๆ เคี้ยว เคี้ยวปิดปาก คุณแม่ชอบอ่านหนังสือ มีหนังสือดี ๆ จะอ่านและนำมาปฏิบัติตาม การเคี้ยวควรช้า ๆ และละเอียด แม่สอนมา ตอนเด็ก ๆ แม่เคยเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนป้อนให้พวกเรากิน และบดกล้วยให้ลูกกินด้วย ปัจจุบัน ... เป็นคนกินจืดได้สบาย วันไหนทำกับข้าวเองจะปรุงอาหารมีสีสัน ต่างจากคุณแม่จะทำเรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่มี สีสรร อะไร เมื่อไรที่ตนเองหิวหรือไม่หิวก็ยังกินช้า ไม่เคยรีบเร่ง ต่างจากพี่สาวต้องรีบเร่งทำงาน จะท้องเสียเสมอ ถ้าเมื่อไรตั้งใจกินอาหารนอกบ้าน จะไม่เจาะจงต้องร้านนี้ ต้องร้านนี้ ร้านไหนก็ได้ ... ตนเองรู้ว่าที่แม่สอนเป็นเพราะบรรพบุรุษสอนมา” (มีโน จันท จักร. 2561 , เมษายน 15 . สปป .ลาว )

“แม่จะเอาข้าวเหนียวไปบดและห่อด้วยใบตองเอาไปหมก (ย่าง) จะมีกลิ่นหอมใบตอง และมาผสมน้ำบดให้ละเอียดอีกทีก่อนป้อนให้ลูกทาน” (อาจแก้ว แก้วมณีวงศ์. 2561, เมษายน 15 . สปป .ลาว )

“คนโบราณพ่อแม่เคยสอน เคี้ยวอาหารดี ก็เคี้ยวให้ละเอียด ไม่ต้องรีบ อะไรที่แข็ง ๆ ก็ไม่ต้องไปเคี้ยว คายออกมาเลย เพราะว่ากลัวธาตุของเรานี่บดไม่ได้ ธาตุในท้องของเรามันจะบดไม่ได้ ตอนเด็ก ๆ แม่ไม่ได้สอนวิธีการเคี้ยว แต่สอนมารยาทในการกิน ห้ามเคี้ยวเสียงดัง ปิดปาก แต่วิธีการเคี้ยวที่ถูกต้องไม่ได้สอน” (พ่อสุนทร กาบมาลาวงศ์. 2561 , มีนาคม 20. สปป .ลาว)

“กินข้าวเหนียว สอนลูกให้เคี้ยวจะให้เคี้ยวละเอียด นับถือศาสนาคริสต์ เป็นลาวสูง เดินทางมาจากเวียงจันทร์เพื่อขายของ ยาส่วนใหญ่กินเป็นยาต้มเพื่อรักษากระเพาะ มีหว่านชนิดหนึ่งก ินเป็นประจำรักษาทั้งกระเพาะและฟัน” (นางเส็ง หยาง . 2561 , เมษายน 4 . สปป .ลาว )

จากคำสัมภาษณ์ข้างต้น สรุปได้ว่า บรรพบุรุษพ่อแม่ จะสอนลูกหลานให้เคี้ยวให้ละเอียด ช้า ๆ สอนมารยาทในการรับประทานอาหาร ไม่เคี้ยวเสียงดัง เคี้ยวปิดปาก ไม่ต้องรีบเร่ง ความรีบจะ ทำให้ท้องเสียได้ และสิ่งใดที่แข็ง หากเคี้ยวไม่ได้ ก็ให้คายออกมาได้ ส่วนวัฒนธรรมในการบดย่อยอาหารเพื่อเลี้ยงลูกหลานเล็ก ๆ จะมีการนำข้าวเหนี่ยวมาบดกับกล้วยและห่อใบตองเอาไปหมกย่างไฟเพื่อป้อนให้ลูกกิน ซึ่งถือเป็นการวัฒนธรรมการประกอบอาหารที่ช่วยบดย่อยอาหาร ตั้งแต่ในมือ ในเบื้องต้น ก่อนไปสู่การเอาอาหารเข้าปากและเคี้ยวจริงในปากต่อไป 1 . 2 วัฒนธรรมการกินข้าวเหนียวและข้าวเจ้า วัฒนธรรมอาหารหลักของชาวลาว การกิน ข้าว เหนียว และข้าวเจ้า เป็นหนึ่งในวัฒนธรรม หลักของ การกินอาหารของประชาชนชาวลาว จากการสัมภาษณ์พบว่า

“ทานข้าวเหนียวจะใช้เวลาเคี้ยวนานกว่าข้าว เ จ้า” ( ท้าวธี ระพล วงศ์ถาวร. 2561 , เมษายน 17 . สปป .ลาว )

“กับข้าวเหนียวมันอิ่มทนนาน ถ้ากินข้าวสวยหิวเร็ว ต้องทำใจให้สบาย ไม่ยาก แล้วที่จะทำให้สบาย มีความสุข ไม่คิดมาก ไม่ต้องการอะไร สบาย ๆ ” (โพธิ์ศรี แซ่ขุนนำ. 2561 , เมษายน 15. สปป .ลาว)

“รีบกินข้าวเหนียว ข้าพเจ้าจะทำคำข้าวเล็ก ๆ และเคี้ยวละเอียด ถ้ากินข้าว เ จ้าจะกินแบบธรรมดา อาจไม่เคี้ยวให้ละเอียดมากนัก ข้าวเจ้า ย่อยง่าย ข้าวใช้มือเปิบ ข้าว เ จ้าใช้ช้อนและส้อมตัดกินตามธรรมดา เอาตามโภช เนมัตตัญญุ ตา รู้จักประมาณในการกินพอประมาณ ไม่มากไม่น้อยพอดี แค่พออิ่มก็หยุด ก็ดื่มน้ำเข้าไปพอดี ถ้าเป็นข้าวเหนียวจะประมาณ 30 คำ ถ้าเป็นข้าว เ จ้าจะประมาณ 1 จานขนาดกลาง ประมาณ 1 นาทีต่อคำ อาหารทั้งมือโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 40 นาที” (พระอาจารย์มหาอุดร อนุตต โร. 2561 , พฤษภาคม 23. สปป .ลาว)

“ อายุ 60 ปี ฟันยังดูแข็งแรง ไม่เคยปวดฟันสักครั้งเลย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยปวดฟัน กินข้าวเหนียวแล้วเคี้ยวละเอียด ก็ธรรมดา ก็ตามที่เราเคยกิน เคี้ยวแบบธรรมดา ก็บางครั้งก็เคี้ยวละเอียด บางเวลาก็เคี้ยวธรรมดาไป ไม่มีใครสอนตั้งแต่เด็ก” (พ่อพนม สุโพธิ์ภาพ. 2561, เมษายน 4 . สปป .ลาว)

“ที่บ้านรับประทานข้าวเหนียว อาหารหาได้จากหัวไร่ปลายนา นาน ๆ ถึงได้ไปซื้อกับข้าวตลาด เคี้ยวอาหารละเอียดบ้างไม่ละเอียดบ้าง” ( นิจันทร์ . 2 561, มีนาคม 2 0 . สปป . ลาว. ) “กินข้าวเหนียวมากกว่า ข้าวเจ้า แต่จะเคี้ยวละเอียด” (อาจแก้ว แก้วมณีวงศ์. 2561 , เมษายน 15)

จากคำสัมภาษณ์ข้างต้น สรุปได้ว่า การกิน ข้าวเจ้า และข้าวเหนียวเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการกินอาหารของประชาชนชาวลาว โดยการข้าวเหนียวจะใช้เวลาเคี้ยวนานกว่า ข้าวเจ้า ข้าวเหนียวมันอิ่มทนนาน ใช้มือเปิบโดยทำคำข้าวเล็ก ๆ และเคี้ยวละเอียด ถ้ากิน ข้าวเจ้า จะกินแบบธรรมดา อาจไม่เคี้ยวให้ละเอียดมากนัก ข้าวเจ้า ย่อยง่าย ใช้ช้อนและส้อมตัดกินตามธรรมดา ถ้าเป็นข้าวเหนียวจะประมาณ 30 คำ ถ้าเป็น ข้าวเจ้า จะประมาณ 1 จาน 1 นาทีต่อคำ 1 . 3 ความหมายและความสำคัญของการเคี้ยวอาหารคำข้าว 1.3.1 พฤติกรรมที่ดี การเคี้ยวที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ พฤติกรรมที่ดีในการเคี้ยวก วฬิง การาหาร ที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพของประชาชนชาวลาว จากการสัมภาษณ์พบว่า

“การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดช่วยให้ธาตุอาหารถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น รู้ว่าการเคี้ยวอาหารละเอียดทำให้กระเพาะอาหารทำงานน้อยลง และการเคี้ยวละเอียดทำให้เราใจเย็นได้เพราะขณะเคี้ยวไม่คิดอะไร ไม่มีความกังวล ไม่รีบ กินอาหารมีประโยชน์ กินระมัดระวัง และกินสบาย ๆ ช้า ๆ ถ้าไม่เจ็บไข้ เพราะถ้าไม่สบายไม่อยากกิน ปกติกินข้าว 3 มื้อ จานไม่ใหญ่ กินข้าวเหนียวมากกว่า ข้าวเจ้า แต่จะเคี้ยวละเอียด และเคยกินเผ็ดจะร้อนขึ้นมาเลย ไม่ชอบกินเผ็ด กินอาหารรสไม่จัด แต่เน้นมีเปรี้ยวนิดหน่อยดี จะกินผลไม้นิ่ม ๆ” (อาจแก้ว แก้วมณีวงศ์. 25

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน