660804 ปฏิบัติธรรมไม่เริ่มต้นที่ศีลก็เหมือนผีหัวขาด รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #34 ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
660804 ปฏิบัติธรรมไม่เริ่มต้นที่ศีลก็เหมือนผีหัวขาด รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #34 ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53229.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1NWcBws9M0vjQdj4U1XeEGAx6t5RON_Q8/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1K4JcfTqNkuphFI9PEqFYK5JuYXPnvtvV/view?usp=sharing และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/dhamaporkru/episodes/660804-e27o34p
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/Nk1FSRF87d4 และ https://www.facebook.com/100078722032092/videos/303765025509593/
_สู่แดนธรรม... รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม วันนี้วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2566 แรม 3 ค่ำ เดือน 8 หนที่ 2 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้อยู่ในช่วงเข้าพรรษา หมู่บ้านของเรา ชาวบ้านมีพฤติกรรมรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้ ท่านพระภิกษุท่านจำพรรษา มีการประพฤติปฏิบัติ มีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดแก่ตน แม้แต่ว่าเป็นชาวบ้านก็ไม่ได้ปล่อยตัวให้มัวเมาหลงเพลินกับกิเลส ถือว่าเป็นชาวบ้านที่รักษาพระพุทธศาสนาจริงๆ อดีตผมเคยประทับใจที่พ่อท่านอธิบายเรื่องการละทาง 2 ทาง ในธรรมจักกัปปวัตตนสูตร เรื่องความมัวเมาในกาม มัวเพลิดเพลินอยู่ในความสุข พวกเราไม่ค่อยสงสัย เพราะในพวกเราส่วนมากก็ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมในเรื่องนี้เป็นส่วนมากอยู่แล้ว แต่อีกเรื่องคือเรื่องอัตตกิลมถะ ที่พ่อท่านอธิบายไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนมากเขาจะแปลกันแค่ว่า ทรมานตน ตั้งตนบนความลำบาก และก็ทุกข์ทรมาน ท่านแปลว่า ประกอบความเหน็ดเหนื่อยให้แก่ตนเป็นความลำบาก เป็นการทรมานตน แต่สำนวนพ่อท่านที่แปลไว้ว่า แม้คุณจะบริสุทธิ์ไปจากกาม คุณก็ยังเหลืออัตตาเอาไว้ให้เป็นทุกข์ ไม่สิ้นทุ
อ่านต่อ
กข์ ไม่สิ้นอาสวะสักที เพราะเวลามีการกระทบเราก็อาจจะมีการถือดี ถือตัวว่าเราดีแล้ว ทำไมต้องมาว่าเรา วิจารณ์เราอย่างนี้ อันนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานของชาวอโศกที่มีความสุขในเรื่องนี้มากเลย พอดีว่า ผมเองในพรรษานี้จะพยายามมีสติละในสิ่งที่เรียกว่า พิธา ละพิธา ละอย่างไร คำว่า พิธา ในภาษาบาลี มีคำว่า วิธา บอกสภาวจิตว่าจองหอง มีมานะถือตัวตน ผมเองก็จะได้นำมาใส่ใจครับ
พ่อครูว่า... เรื่อง อัตตกิลมถานุโยค ก็ดี เรื่อง กามสุขัลลิกะ ก็ดี เราก็ค่อยๆอธิบายกันไป เรามาเข้าสู่ sms SMS วันที่ 31 ก.ค. – 2 ส.ค. 2566 _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกเคารพศรัทธาความเห็นของท่านสมณะเดินดินที่เมื่อมีเด็กน้อยมากล่าวคำว่าสลิ่มๆๆ ใส่นักบวช แทนที่จะตำหนิเด็กน้อย ท่านกลับเห็นว่าเรายังบกพร่อง ยังทำดีไม่มากพอที่จะให้เด็กน้อยเข้าใจ เรายังต้องพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น กราบสาธุค่ะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... คือมีเหตุการณ์พวกเรา สมณะนั่งในรถไฟฟ้าไป สวนกันกับเด็กเด็กเขาขี่จักรยานซ้อนกันมา 2 คน เขาจะไปได้รู้ได้รับจากคำบอกเล่าผู้ใหญ่ยังไงมาก็ไม่ทราบ เขาก็คงไม่มีความรู้หรอกว่าเราเป็นอย่างไร เขาก็เรียกพวกเราว่า สลิ่มๆ ยกมือ 3 นิ้ว สลิ่มๆ ใส่พวกเรา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรไปตามประสาเด็ก เขาก็สนุกกันไป เขาคิดว่ามันไม่จริงไม่จังอะไรหรอก ก็เป็นเรื่องเผินๆ ของเด็กๆ คงไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ที่คุณสว่างแสงแสดงออกนี่ก็คือ ตรงที่พวกเรารับสัมผัสแล้วพวกเราก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็เอาที่เด็กเขาว่านั้นถือว่าเป็นกรรมที่ยังไม่ยอมรับ ยังไม่ยกย่อง ยังไม่ชมเชยอะไร กลายเป็นเชิงตำหนิ ก็เลยรับเป็นการปรับปรุงกันไป เราบกพร่อง เราก็พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นก็เป็นประโยชน์ในเชิงคิด ไม่ได้เสียหายอะไร
_เมฆงาม โชควิบูลย์กิจ · กราบนมัสการพ่อครูสมณะสิกขมาตุทุกท่านพร้อมพี่น้องเพื่อนที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้เรียนรู้บทบาทหน้าที่การงาน อาชีพการงานหรือการศึกษาการเรียนรู้กับความหมายที่ถูกต้องได้ดีมากเลยค่ะ กราบขอบพระคุณท่านแสนดินดูแลพ่อครูเล่าเรื่องได้ดีมากเลยค่ะ ท่านดินไทเล่าประสบการณ์ดีมากค่ะ ฟังความคิดเห็นต่างกันอย่างไรเข้ามาแชร์เรื่องราวเข้าใจมากขึ้น ท่านติกขะเล่าประสบการณ์ของบ้านเมืองชัดเจนขึ้นว่ากระแสสังคมเสียดสีผิดศีลธรรม พ่อครูว่า... รายงานผลมาก็ขอบคุณ
_กานต์รวี โตสัจจะวริศถิร · เคยไปที่ราชธานีอุบล พักที่บ้านสะใภ้ใหม่ รู้สึกมีความสุขมาก แต่นั้นมาก็ยังไม่ได้ไปอีกเลย สุขสงบเป็นระเบียบ ผักสดๆ อยากไปอีก แต่ยังไม่มีโอกาส ไปแต่ปฐมอโศก ดูพ่อท่านสดใสแข็งแรงอย่างกับไม่ป่วย พ่อท่านโพธิรักษ์หายไวๆ แข็งแรงสมบูรณ์นะคะ พ่อครูว่า... ยินดีต้อนรับ มาเลยทีเดียว Welcome เมื่อไหร่ก็ได้ จะเหมาะไปที่ปฐมอโศกก็ได้ใกล้ดี แต่เอ๊ อาตมาก็ว่าอาตมาไม่ได้ป่วยอะไร อาตมาเป็นแต่เพียงมีบาดแผลที่หมอเขาผ่าตัดเจาะออกไป ก็เป็นแผลสดเท่านั้นเอง มันก็เจ็บๆ แต่ไม่ได้ป่วยอะไร
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน คนจิตอรหันต์แม้ถูกผ่าร่างกายจิตก็ไม่หวั่นไหว _นาง จับใจ ธนะโภค · กราบนมัสการพ่อครูฯ ขอน้อมกราบเรียนถาม ค่ะ 1. วันที่ 31กค.66 ดิฉันดูคลิปที่นพ.มนต์ชัย และพญ.กานดา ท่านกล่าวโดยสรุปย่อๆ ถึงการผ่าตัดและอาการบาดแผล(ผิวหนังพ่อครูฯ) ท่านพูดว่าช่วงผ่าตัดฯ บางอย่างยังอธิบายไม่ได้ แต่สัมผัสได้ฯ (ชีพจรของพ่อครูฯ) ดิฉันกล่าวย้อนเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว พ่อทางสายเลือดของดิฉัน ที่มีความโดดเด่น เช่น - เคยเป็นนักเลง - เคยเป็นทหารเกณฑ์เสนารักษ์(ทหารหมอ) - เรียนจบนักธรรมโท - บ่อยครั้งพ่อจะใช้ให้ดิฉันไปตามพระโพธิรักษ์มา"เหาะ"ให้พ่อดูหน่อย ถ้าพระโพธิรักษ์เป็นอรหันต์จริงต้องเหาะได้ ดิฉันเถียงพ่อว่า จิตวิญญานของพระโพธิรักษ์ต่างหากที่เหาะได้ แต่พ่อก็ยังยืนยันตัวของพระโพธิรักษ์ต้องเหาะได้ ถึงวันนี้ดิฉันเสียดายที่พ่อไม่อยู่(ตาย) มิฉะนั้น คงจะได้มารับฟังคำยืนยันจากนพ. และพญ. และการอธิบายของพ่อครูฯ ถึงระบบการทำงานของจิตช่วงผ่าตัด 2. ขอถามค่ะ ดิฉันเข้าใจถูกต้องถึงการอธิบายของหมอ พ่อครูฯ ว่า"จิตอรหันต์" เป็นดังที่พ่อครูฯ อธิบายในคลิป ใช่ไหมคะ 3. บั้นปลายชีวิตของพ่อดิฉัน ด้วยบุญ-บารมี ทำให้พ่อได้มีโอกาสมาศึกษาปฎิบัติธรรมกับหมู่กลุ่มชาวอโศก โดยเริ่มต้นอยู่ที่สันติอโศก แล้วส่งต่อมาอยู่ที่ชุมชนราชธานีอโศก อาดินดอนเป็นผู้รับช่วง หลังจากนั้นพ่อเริ่มเข้มแข็ง(จิตวิญญาน) และได้ชื่อใหม่ ว่า "เจริญบุญ" จากพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ไม่นานพ่อดิฉันก็ขอไปอยู่ที่ "เฮือนสุดชีวิต"(ฌาปณกิจ) ปี2551 ค่ะ ที่รายงานมาให้ทราบเพราะดิฉันภูมิใจกับหมู่กลุ่มชาวอโศกค่ะ พ่อครูว่า... ก็ทวนไปดูว่าคำอธิบายที่พูดกันกับหมอ หมออธิบาย ตอนที่ทำการผ่าตัดอาตมา เขาฉีดยาชา แต่ก็เห็นทุกอย่างทำอะไร เขาก็ผ่าอยู่ เขาก็มีเครื่องวัดชีพจร เขาก็สงสัยกันว่า อาตมาทำไมเครื่องมันไม่ได้บอกเคลื่อนที่อะไรเลย ชีพจรจะอยู่ที่ 50-60 ครั้งต่อนาที คืออาการคนที่มีตื่นเต้นตกใจกลัว ชีพจรก็จะเปลี่ยน ของอาตมาก็ไม่มีเปลี่ยน เขาก็เลยรู้สึกว่าเข้าใจ สิ่งที่จิตวิญญาณที่ได้ฝึกดีแล้ว เพราะเขาทำผ่าตัดมาเยอะ เขาเป็นหมอผ่าตัด คนผ่าตัดทุกคนก็จะกลัวและกลัวมากเลย บางทีต้องวางยาสลบ ฉีดยาชาไม่พอ อันนี้ประสบการณ์ของเขา คืออาตมารู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของอาตมา แต่เขาจะรู้สึกเป็นเรื่องแปลกพิสดารก็แล้วแต่ ขออธิบายขยายความเรื่องนี้ว่า จิตที่ได้ฝึกดีแล้ว โดยเฉพาะอาตมาก็บอกความจริงว่าอาตมาเป็นอรหันต์ เป็นโพธิสัตว์ถึงระดับ 7 อย่างนี้ จิตก็เป็นจริง ไม่มีผลักมีดูด จิตมันไม่ได้หวั่นกลัว ไม่ได้วูบวาบมีผลักมีดูดอะไร มันก็ปกติ เขาจะผ่าตัดก็ผ่าตัด เจ็บ อาตมาก็เจ็บ ก็ร้องโอย เพราะอาตมายังมีเวทนารู้สึกรับความรู้สึกได้เหมือนกับสามัญมนุษย์ มันกระแทกถูกก็ต้องเจ็บต้องปวดอะไรเป็นธรรมดา เขาฉีดยาชาแล้วอาตมาก็ไม่เจ็บก็เฉย หมอจะทำอะไรก็ทำไป แต่คนธรรมดา เขาจะไม่นิ่ง เพราะมันกลัว ปัจฉาแสนดินว่า …คนทั่วไปอะดรีนาลีนจะหลั่งทำให้หัวใจเต้นเร็วครับ พ่อครูว่า …ใช่ มันเป็นปฏิกริยาของสรีระที่มันจะต้องมี
_จรรยา ประเสริฐ · ตบะดิฉันเข้าพรรษานี้ เอาตัวสักกายะใหญ่ของดิฉันเลยค่ะ เรื่องการวางใจกับเรื่องการเมือง ไม่โกรธ เกลียด เคียดแค้น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย การกระทำของด้อมส้ม จะทำตรงนี้ให้ได้ เป็นเวลา 10 วันก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ๆ อีก เพราะอยู่ระหว่างดูใจตัวเอง ว่า เป็นอย่างไร เมื่อรับรู้ข่าว 2 พรรคนี้ เพื่อเป็นกุศลให้กับตัวเอง กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... ดีมาก เราก็เอาผัสสะต่างๆ แล้วก็เกิดจิตของเรา แล้วเราก็ดูว่าอาการจิตของเราเป็นอย่างไร เรารับรู้สิ่งนั้นสิ่งนี้ นี่ก็ไปจำเพาะเจาะจงไปที่การเมือง ก็มีความรู้สึกกับพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล จิตเรารู้สึกมีความไม่ชอบ มีการเกลียดเคียดแค้นอะไรบ้าง ไปยึด ไปติด ไปปรุง ไปแต่ง ไปจริงไปจังกับเขาขนาดนั้นเนาะ แสดงว่า แหม..รับผิดชอบเรื่องบ้านเรื่องเมือง เรื่องการเมืองเอาจริงเอาจังเหลือเกิน ก็ดีแล้ว ถ้าปล่อยได้วางได้มันก็ถูกต้อง นี่เป็นผลของการเรียนรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ ก็รับรู้ความจริงตามความเป็นจริงไป เราเองถ้าเราไปเป็นนักการเมืองเป็นตัวบทบาทเป็นตัวทำงาน อย่างพิธาอยู่กับพรรคก้าวไกล หรือว่าใครไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ที่เขาดำเนินอะไรต่ออะไรกระทบกระเทือนเกี่ยวพัน เป็นผลต่อสังคมไทย คุณก็ค่อยรับผิดชอบ แต่นี้คุณก็รับรู้ความจริงแล้ว คุณก็เห็นโอกาสที่เราจะสนับสนุน จะต้องออกเสียง จะต้องไปทำอะไรตามหน้าที่พลเมืองดี ก็ทำไปกับเรื่องการเมือง ก็ดีแล้ว จิตใจคุณปรับได้รู้ความจริง
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน การได้เป็นกษัตริย์นั้นมีความลึกซึ้งของกรรมวิบาก _ตุ๊ก อัศวิน · พระมหากษัตริย์ในพระราชวงศ์จักรี..ท่านล้วนแต่มาเป็นกษัตริย์ ด้วยพระบารมีที่แต่ละองค์ท่านได้สั่งสมมา!! ร.9 ท่านคือ พลังแผ่นดิน ผู้โอบอุ้มนำมาซึ่งความผาสุขของทวยราษฎร์ ด้วยพระวิริยะบารมีโดยแท้เทียว ร.10 ท่านคือ วัชระเกล้าเจ้าอยู่หัว 'วัชระ' ดุจสายฟ้า.ดุจเพชรอันแข็ง_แกร่ง_กล้า..ยิ่งกว่านั้น 'วัชระ' เป็นอาวุธประจำกายของพระอินทร์ ผู้เป็นเทพแห่งสายฟ้า ดังนี้...แล..เจ้าค่ะ ขอทุกพระองค์_ทรงพระเจริญ..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... คุณตุ๊กอัศวินบอกว่า ผู้ที่มาเป็นกษัตริย์ไม่เฉพาะราชวงศ์จักรี จะเป็นราชวงศ์ไหนก็แล้วแต่ อยู่ดีๆเกิดมาเป็นคนแล้วจะไปเป็นกษัตริย์ได้ง่ายๆเหมือนกับสมัครไปเป็นประธานาธิบดี เอาใครก็ได้ แบกถุงเงินมา หรือไปสร้างขุมอำนาจมาก่อน แล้วก็มาให้เขาเลือกขึ้นไปเป็นประธานาธิบดี อย่างนี้มันไม่ใช่ กษัตริย์มีการสืบสันตติวงศ์ ซึ่งผู้ที่จะไปเกิดอยู่พระราชวงศ์ จะต้องมีบารมี เป็นเรื่องของกรรมวิบาก อยู่ดีๆอยากจะไปเกิดเป็นลูกกษัตริย์ จะเป็นได้ยังไง จะเป็นเรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องขายหม้อข้าวหม้อแกงเล่นนะ นี่เป็นเรื่องกรรมวิบาก _สู่แดนธรรม... แม้แต่บางพระองค์ได้เกิดเป็นลูกของกษัตริย์แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้เป็นกษัตริย์ทุกองค์ไปนะครับ ต้องมีเฉพาะองค์ที่มีบารมีเท่านั้น พ่อครูว่า... เรื่องจริงที่ว่าเป็นเรื่องของกรรมวิบาก เรื่องของฐานานุฐานะต่างๆ ของมนุษยชาติ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เกิดเป็นคน เกิดเป็นคนมิลักขะ เกิดเป็นคนอาริยกะ เกิดเป็นมิลักขะคนเถื่อนๆ ประเภทบ้าๆบอๆ เป็นคนที่รุนแรง ไม่เข้าใจสัจธรรม ซึ่งอันนี้มันซับซ้อน อย่างประเทศที่เขาไม่เข้าใจกรรมวิบาก เขาไม่รู้ว่าตัวเอง ทำตนให้เป็นคนเถื่อน เป็นคนมิลักขะ เป็นคนโหดร้ายรุนแรง เป็นคนโลภจัด หรือว่าโกรธจัด แค้นจัด ทั้งโลภโกรธหลง มันจัดจ้าน เขาไม่รู้ เพราะฉะนั้น คนที่มีโลภโกรธหลงจัดจ้านคือคนเถื่อน แต่โลกไม่รู้ไปยกย่องว่าเป็นคนเจริญ เป็นคนดุร้าย เป็นคนใช้อำนาจบาดใหญ่ สร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ฆ่าคนได้เก่ง ฝึกฝนวิธีการฆ่าคนได้ ข่ม มนุษย์ชาวโลกชาวคณะสังคมอื่นเขาได้ แล้วคนไม่รู้ก็ต่างยอมต่างยกย่อง ต่างติดต่อสัมพันธ์อะไรพวกนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดของความเป็นมนุษยชาติที่ลึกซึ้งซับซ้อน ศึกษากันดีๆแล้วจะได้เข้าใจ อย่างคนไทย อย่างพระเจ้าอยู่หัวหรือว่าอย่างประชากรก็ตามประชาชนของไทย เป็นคนที่มีศาสนาพุทธเป็นพื้น คนไทยเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ 95% รู้จักกรรม รู้จักวิบาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กนะ ศาสนาทางตะวันตก ทางศาสนาพระเจ้า เขาไม่รู้เรื่องกรรมวิบากเลย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากเลย เขาไม่รู้กรรมที่ทำลงไปแล้วมันเป็นวิบากที่ทำให้เขาเกิด หมุนเวียนเกิดแล้วเกิดอีก ตกต่ำขึ้นสูง ฉลาดขี้โกงซับซ้อน เขาไม่รู้จักหรอก เขาไม่ได้เรียน เพราะศาสดาทางเทวนิยมไม่รู้จักการเวียนตายเวียนเกิดที่เป็นกรรมวิบาก ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสแล้ว ว่ากรรมวิบากเป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่รู้ไม่ได้ง่ายๆ เดาไม่ได้ คิดเองไม่ได้ ต้องมีแนวทางที่เป็นโลกุตระจึงจะรู้เรื่องนี้อย่างดี อย่างสัมมาทิฏฐิ เพราะฉะนั้นการที่จะเกิดเป็นคนเจริญ เป็นคนสูง ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินแต่ละองค์ บางองค์จะเป็นคนโหดร้ายเป็นคนรุนแรง หรือเป็นคนจริยวัตรไม่ค่อยเหมาะสมอะไรก็ตาม ก็เป็นได้เป็นธรรมดา เป็นจากกรรมวิบาก ซึ่งซับซ้อนมาก สามารถขึ้นไปเกิดไปเป็นราชวงศ์ หรือเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดิน แต่เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่จริยวัตรไม่ดี ประพฤติไม่ดี ทำอะไรต่ออะไรไม่ดี ซึ่งเป็นค่านิยมของสากลทั่วไปเขารู้ได้ ก็เป็นได้ แต่ส่วนมากจะดี ที่มีส่วนไม่ดี มันเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดาของกรรมวิบาก เป็นอยู่ ซับซ้อนอยู่ แต่ส่วนมากจะมีบารมีถึงได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน จะดี ถ้าไม่ดีก็อยู่ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เสื่อมสูญ มีอันจะเป็นไป เป็นธรรมดา
_Wannapha Geraedts วรรณภา เจอหราด · ไม่มีที่ไหนจะอธิบายให้ชัดเจน มีแต่ที่สันติอโศก มีที่เดียวประเทศไทย อยากให้พ่อครูอธิบายให้ฟังเรื่องทุกข์กับสุข สาธุค่ะ
_ช่อทิพ หนูทอง · สตรีที่ไปบวชที่อื่นมาแต่งกายแบบสิกขมาตุชอบลงเนื้อหาธรรมะในข่าวบวรอโศก พ่อครูห้ามเธอเข้าบ้านราชแล้ว เรียนถามพ่อครูว่า คำสอนที่เขาเอามาลงนั้น...เชื่อถือได้ไหมคะ?.... พ่อครูว่า... ก็ใช้วิจารณญาณของตนเองดู มันไม่เสียหลายหรอกการที่เราจะได้รับฟังธรรมที่ผิดบ้าง ธรรมะที่ถูกบ้าง แต่เขาก็เป็นคนที่ศึกษาอยู่พอสมควรนะ เพราะฉะนั้นก็ดู รับทราบดู อ่านดู อาตมาไม่บังอาจที่จะไปตัดสินหรือระบุบังคับให้ตาม เชื่อตาม ให้คุณใช้วิจารณญาณของตัวเอง ไตร่ตรองตัดสินวินิจฉัยเอาดีๆ ก็มีส่วนดี ส่วนถูก ส่วนผิด ไปในตัวอยู่ ไม่ใช่ว่าจะบ้าๆบอๆไปทีเดียวไม่ใช่ มีส่วนดีส่วนถูกอยู่
_ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรสุดเกล้าครับ ในเวลาเช้าตี 5 ของทุกวัน พวกลูกๆ ชาวอโศกกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าค่ายอุโบสถศีล On-line ทาง zoom โดยความ Benevolence(ความเมตตากรุณา) ของท่านแสนดินได้จัดทำขึ้นได้สอนธรรมะที่นำมาจากพ่อท่าน ได้สอนไว้และตอบปัญหาหลากหลายแก่ลูกๆ เป็นที่รื่นเริงในธรรม พร้อมทั้งท่านดินไทที่มีความเมตตากรุณาทั้งสองท่าน บางครั้งแม้ป่วยก็ยังอุตสาหะมาเข้า zoom และทำให้ลูกๆได้ลดกิเลสตัวขี้เกียจตื่นเช้าได้ดีครับ และทำให้ถือศีล 8 กันอย่างจริงจังจริงใจ ทั้งหมดนี้เป็น Benevolence ของพ่อท่านจริงๆ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน พ่อครูอธิบายสัมมาทิฏฐิ 10 ได้จึงคือสยังอภิญญา _มุก • แสดงว่า สัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 10 น่าจะสำคัญที่สุด เพราะเป็นเครื่องรับรองประทับตรายางดีเอ็นเอแห่งพุทธโดยแท้จริง พระพุทธเจ้ากันเหนียวไว้ที่ระดับสยังอภิญญาขึ้นไป ดังนั้นด่านสำคัญที่เป็นข้อตัดสินว่า คนที่จะเป็นพุทธบริษัทได้แท้จริงสมบูรณ์ จึงต้องถูกสะแต๊มป์ หรือ รู้จักบุคคลในข้อ 10 นี้ พ่อครูว่า... ก็จริงนะที่เข้าใจที่พระพุทธเจ้าตรัสระบุไว้หมายถึงอะไรๆ ยังไง เข้าใจได้ชัดเจนคมชัดดี ก็ขอขยายความอีกนิดหนึ่งก็แล้วกันว่า ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใช้ภาษาว่า สยังอภิญญา เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็หมายถึงว่า บอกระดับ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งแต่โสดาบันแล้วก็ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว ถ้าพากเพียรดีๆก็เป็นสกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แม้อรหันต์แล้วเป็นโพธิสัตว์ ก็เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพิ่มต่อไป กว่าจะได้ฉายาว่า ผู้นี้อยู่ในฐานะ สยังอภิญญา มันไม่ใช่ธรรมดา ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มันไม่ใช่ขั้นสามัญธรรมดาของอาริยบุคคล อย่างน้อยๆก็ไล่ขึ้นไปตั้งแต่ โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์( สยังอภิญญา ) 8.มหาโพธิสัตว์ 9.พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สยังอภิญญาขั้นที่ 7 ขึ้นไปนะ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผู้ที่รู้อย่างอาตมารู้ก็บอกอธิบายให้ฟังได้ ผู้ไม่รู้อธิบายไม่ได้หรอก หรืออาจจะอ่านพยัญชนะที่ท่านเขียนบอกไว้แล้วก็อ่านไป เหมือนนกแก้วนกขุนทองได้ แต่อาตมาไม่ใช่รู้แค่นกแก้วนกขุนทองธรรมดาหรือเหนือกว่านกแก้วนกขุนทองธรรมดาที่รู้ความหมาย แต่อาตมาเป็นเองด้วย เป็น สยังอภิญญาเองด้วย จึงได้พูด สังเกตเอาเถอะ หยั่งถึงความจริงให้ได้เถอะที่อาตมาพูดย้ำยืนยันว่าตัวเองเป็น สยังอภิญญา คุณจะมีปฏิภาณปัญญารู้แค่ไหนที่จะบอกว่ามันจริงนะ มีอะไรหลายๆอย่างบอกมีอะไรที่ยืนยันลักษณะที่มีความจริงได้ชัด ยิ่งเป็นสัจจะที่เป็นโลกุตรธรรมมันมีเหตุปัจจัยที่จะทำให้เราสามารถที่จะหยั่งรู้ เข้าไปได้ถึงความเป็นจริงที่ลึกซึ้ง ศึกษาดีๆ แล้วคุณก็ยืนยันว่าพระพุทธเจ้ากันเหนียวไว้จริงๆ และพระกัสสปะก็เก็บมายืนยัน ที่จริงไม่เก็บไม่ได้หรอกเพราะมันสำคัญในทิฏฐิ10 ผู้ที่จะอธิบายทิฏฐิ 10 ได้อย่างเที่ยงแท้ ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยน ก็จะต้องแสตมป์ไว้ด้วยว่าเป็นขั้น สยังอภิญญา ไม่เช่นนั้นมันยังไม่สมบูรณ์แบบหรอก ขอขยายความต่ออีกว่า ในยุคนี้ อาตมาก็บอกแล้วและก็เป็นความจริงแล้ว ถ้าคนใช้ปฏิบัติปัญญาดีๆ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าโลกุตรธรรมมันจะเสื่อมและมันก็เสื่อมจริงๆ แล้ว อาตมาก็อุบัติขึ้นในยุคที่มันเสื่อมนี้ แล้วก็นำเอาโลกุตรธรรมมาด้วยตัวเองที่เป็น สยังอภิญญา ความหมายหนึ่งของความ สยังอภิญญา คือไม่ได้รับการถ่ายทอดธรรมะมาจากใคร อาตมาเกิดมาชาตินี้ไม่ได้รับถ่ายทอดมาจากใคร ถ้ายังมีพระพุทธเจ้าก็ได้รับถ่ายทอดจากพระพุทธเจ้า ถ้าในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้าแต่มีสัตบุรุษ มีผู้รู้ที่เป็นสัตบุรุษอยู่ก่อนแล้ว ผู้ที่อุบัติขึ้นมาก็ได้รับจากสัตบุรุษ แต่อาตมาเกิดมาในยุคที่ผู้ที่เป็นสัตบุรุษที่จะมีความรู้โลกุตรธรรมก็ไม่มี นอกจากไม่มีแล้ว โลกุตรธรรมเสื่อมไปจริงๆ ในสังคมศาสนาพุทธแล้ว ตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสพยากรณ์ไว้ ก็ถึงวาระจริงนี้ อาตมาก็มาอุบัติขึ้นมา แล้วเอามากล่าว เอามายืนยัน นำคุณสมบัติหรือคุณธรรมหรือคุณวิเศษของความเป็นโลกุตรธรรม เอาขึ้นมา สถาปนาลงไป เอามาอธิบาย เอามายืนยัน เอามาประกาศ เอามาพาปฏิบัติ จนกระทั่งบรรลุมรรคผลโลกุตรธรรมขึ้นมาเป็นอาริยบุคคลได้จริง นี้เป็นเหตุปัจจัยต่างๆ รวมเป็นองค์ประกอบของความจริง เกิดจริง เป็นจริง จนกระทั่งชาวอโศกเกิดเป็นผู้บรรลุธรรม เกิดเป็นสังคมพุทธ ที่เป็นสังคมพุทธ ที่เป็นสังคมของ สาราณียธรรม 6 เป็นสังคมที่อาตมายืนยันตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าเลย มี พุทธพจน์ 7 มีคุณธรรมวรรณะ 9 มีศีล-สมาธิ-ปัญญา มีจรณะ 15 วิชชา 8 สิ่งเหล่านี้ยืนยันได้ว่ามีมรรคมีผลแท้จริง ไม่ใช่เรื่องเปล่าดาย มันเสื่อมไปมาก เป็นศาสนาพุทธที่มีแต่ชื่อมานานก่อนอาตมาจะมาเกิด มันเสื่อม มันเละ จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังเละอยู่ ขออภัยเถอะอาตมาพูดความจริง ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนกัน ไม่ได้ไปข่มไปแบ่งกัน แต่สงสาร แต่มันเป็นวิสัยที่สุดวิสัยแล้ว ทางด้านโน้นท่านยึดติดเต็มที่แล้ว ท่านลดตัวลดตนไม่ได้ ท่านรับอาตมาไม่ได้ ท่านก็ต้องอยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่ขณะนี้ 50 กว่าปี อาตมาทำงานมา เป็นกลุ่มเล็กนิดเดียวอาตมาไม่ได้มีอิทธิพลอะไรเลยในสังคม เกิดมา รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย ไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเลย ความรู้วิชาการก็ไม่ได้มีอะไรรับรองเป็นสถานะที่เป็นที่ยอมรับนับถือในสังคมอะไรเลย ไปอยู่ในโลกมายาด้วยซ้ำ โลกมายาก็ไม่ได้เก่ง ไม่ได้ใหญ่ ไม่ได้เด่น ไม่ได้ดัง ไม่ได้มีอิทธิพลอะไร ก็อยู่อย่างนั้นเหยาะๆแหยะๆ พอมีคนรู้จักบ้างนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ที่จริงมันก็คนละเรื่องกับธรรมะ แล้วมาเผยแพร่มาเป็นผู้นำธรรมะขั้นโลกุตรธรรมของศาสนาพุทธแก่นแท้ โอ้โห..เจ้าประคุณ มันจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เอาละผ่าน
สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สันติอโศกไม่ได้ทำนิกาย คนที่ว่าอโศกเป็นนิกายคือคนทำสงฆ์แตกแยก _เล็ก วันนะ · การที่สันติอโศกเมื่อเกิดขึ้นทีหลัง แบบนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนิกายหรือไม่ การที่ไปร่วมประชุมกับกปปส. ข้อปฏิบัติถือว่าอยู่ในกายช่วยเนื่องด้วยตามอารมณ์หรือไม่ พ่อครูว่า... คำว่า นิกาย อาตมาพูดหลายทีแล้วว่า สันติอโศกเกิดขึ้นทีหลัง โดยเฉพาะอาตมาเป็นผู้นำชาวอโศก ถ้าใครเอาคำว่านิกายมาเรียกพวกเรา ก็เท่ากับคุณเองคุณเข้าใจว่า การแยกด้วยชนิดที่ถูกต้องตามธรรมก็ดี การแยกที่ไม่ถูกต้องตามธรรมก็ดี คุณเข้าใจยังไม่ได้ สำหรับอาตมานั้น อาตมาขอยืนยันว่า อาตมาแยกจากสงฆ์หมู่ใหญ่อย่างถูกต้องด้วยดี ไม่ได้แยกอย่างผิด เป็นบาป เป็นอนันตริย กรรม ผู้ที่แยกหมู่สงฆ์ให้เป็น 2 ฝ่าย ที่ผิดตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ที่ทำอนันตริยกรรม บาปหนักบาปหนา อาตมาเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นโดยที่อาตมาไม่ได้มีความรู้โดยบัญญัติภาษาเลย ในตอนที่อาตมาแยกออกมา อาตมาก็ทำการแยกเป็นนานาสังวาส (ดูภาคผนวก) ถูกต้องตามธรรมของพระพุทธเจ้าจริงเลย โดยตอนนั้นอาตมายังไม่ประสีประสาในคำว่านานาสังวาสด้วย โดยเฉพาะนิกายอาตมาพอรู้เหมือนกับคุณรู้ ว่าแยกกลุ่มหมู่ และอาตมาก็ทำอย่างที่อาตมาคิดว่า อาตมาไม่ได้ทำอย่างที่คุณเข้าใจหรือว่าใครส่วนใหญ่เขาเข้าใจว่า แยกนิกายคือแยกสงฆ์เป็น 2 ฝ่าย อาตมาไม่ได้ทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอาตมาทำอย่างถูกต้องตามธรรมวินัย แม้แต่สงฆ์ หมู่ใหญ่ก็เข้าใจอาตมาไม่ได้ ขอยืนยัน วันสองวันนี้เราก็ยังพูดถึงท่านประยุทธ์ ปยุตโต ท่านก็เข้าใจเราไม่ได้ว่าเราทำนานาสังวาส เราไม่ได้ทำนิกาย ท่านจึงมาเล่นงานกับเราอย่างหนัก ซึ่งก็น่าเห็นใจท่านเหมือนกัน เพราะท่านไม่เข้าใจ ท่านนึกว่าอาตมานี้ทำลักษณะแยกหมู่สงฆ์ออกเป็น 2 ฝ่าย เป็นนิกาย แน่นอนท่านก็ไม่อยากให้ทำมันเป็นบาป แล้วศาสนาก็เสียหาย.. และท่านก็ทำถูก แต่ท่านความรู้ไม่พอที่จะเข้าใจขั้นที่ถูกต้องจริงๆ ที่อาตมาทำ อันนี้ฟังให้ดี อาตมาไม่ได้ลบหลู่ท่าน แต่อาตมากำลังพูดความจริงว่าท่านยังไม่มีความรู้พอในเรื่องนี้ ท่านถึงได้ทำอย่างนั้น เพราะอาตมาทำถูกต้องตามนานาสังวาสจริงๆ อาตมาประกาศกับหมู่สงฆ์เป็นทางการต่อหมู่สงฆ์ว่าขอแยกนะ ต่างคนต่างเข้าใจตามที่พระพุทธเจ้าท่านมีธรรมวินัยเอาไว้ ว่าหมู่น้อยขอประกาศแยกกับหมู่ใหญ่เป็นทางการเป็นกิจจลักษณะได้ หมู่ใหญ่เป็นความเห็นที่ 1. ถือศีลไม่ตรงกัน 2. มีความประพฤติที่ไม่เหมือนกันแล้ว มีอะไรหลายๆอย่างให้แยกเป็นนานาสังวาสได้ แล้วค่อยต่างคนต่างปฏิบัติตามธรรมวาทีของตน อันนี้เป็นสุดยอดแห่งสัจธรรมพระพุทธเจ้า เรื่องนานาสังวาส เป็นการให้เกิดความสงบโดยแยกฝ่ายอยู่ แต่ถือว่าเป็นพุทธเดียวกันเป็นสังวาสเดียวกันคือความเป็นพุทธเหมือนกัน แต่มันสุดวิสัยแล้วที่จะมาร่วมสังฆกรรมกันได้ ก็ให้ต่างคนต่างทำสังฆกรรมของแต่ละคน ศึกษากันไป ไม่ต้องทะเลาะวิวาทกัน ท่านห้ามไม่ให้ทำอธิกรณ์กันเลย แต่ทางสงฆ์หมู่ใหญ่มาทำอธิกรณ์อาตมา อธิกรณ์ แปลว่า การฟ้องร้อง ท่านเป็นคนทำนะ ทางสงฆ์หมู่ใหญ่ฟ้องร้องอาตมานะ อาตมาไม่ได้ไปฟ้องร้องสงฆ์หมู่ใหญ่เลย แต่ทางโน้นท่านฟ้องร้อง ฟ้องร้องกระทั่งสงฆ์ในคณะสงฆ์ สงฆ์ของสงฆ์ หมู่ใหญ่ เอาไปฟ้องร้องแม้กระทั่งในฆราวาส ให้ฆารวาสมาตัดสินเอาเรื่องอีก ท่านเอาหนัก ท่านทำการละเมิดอาบัติของท่านเอง คณะสงฆ์หมู่ใหญ่ ขออภัยอาตมากำลังอธิบายสัจธรรม ไม่ได้ไปลงโทษ ไม่ไปดูถูกดูแคลนคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ แต่สงฆ์หมู่ใหญ่เป็นจริงอย่างนั้น อาตมาก็พูดความจริงที่เลี่ยงไม่ได้เท่านั้น อธิบายความจริงที่เลี่ยงไม่ได้เท่านั้น สรุปอาตมาไม่ได้ทำนิกาย อาตมารู้ดีว่าทำนิกายนั้นเป็นอนันตริยกรรม อาตมาจึงทำตามที่อาตมาประพฤติไป โดยการทำอย่างถูกต้อง มาประกาศบอกขอแยกนะ ต่างคนต่างแยกปฏิบัติ อาตมายังจำได้อยู่ว่าอาตมาใช้พลความ ใช้ภาษา ใช้สมมติ อธิบายว่า อาตมาบวชมาในสงฆ์หมู่ใหญ่ เห็นหมู่ใหญ่ท่านปฏิบัติ ท่านทำแล้ว ผิดธรรม ผิดวินัย สอนกันผิดๆ ธรรมวินัย อาตมาเห็นว่าหมู่ใหญ่ท่านปฏิบัติธรรมผิดธรรมวินัย อาตมาปฏิบัติร่วมด้วยไม่ได้และอาตมาเป็นพระผู้น้อย ต้องอยู่ใต้อาณัติ เพราะฉะนั้นอาตมาท
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive