660721 ตอบปัญหาพาทำจิตไม่เกี่ยวเกาะเป็นอุตุ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
660721 ตอบปัญหาพาทำจิตเป็นอุตุไม่เกี่ยวเกาะ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53235.html
ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1Pa96-ZyNTpiSaN9401OHt8sbcBBH7j9N/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true
ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/102QSdfJUixhMN_R8jHrRsz_xkXUIcZ_M/view?usp=sharing และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/dhamaporkru/episodes/660721-e278lek
ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/FjhAzdNotUg และ https://www.facebook.com/100078722032092/videos/303317952113586/
สมณะฟ้าไท... วันนี้วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่บวรราชธานีอโศก ภัยพิบัติธรรมชาติทุกวันนี้มีเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก เนื่องจากสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยนแปลง ช่วงเข้าพรรษาพระพุทธเจ้าให้ภิกษุอยู่จำพรรษาตลอด 3 เดือน ไม่ให้ภิกษุไปเหยียบกล้าข้าวของชาวบ้าน แต่สมัยนี้ การเดินทางไม่เหมือนสมัยก่อน สมณะชาวอโศกก็ประจำอยู่ที่พุทธสถานประจำอยู่แล้วไม่ได้ไปไหน ญาติธรรมก็มาอยู่เข้าพรรษากัน พ่อครูก็อยากให้มีสมาชิกที่ราชธานีอโศกสัก 777 คน แต่ก็ควรเป็นคนที่แข็งแรงด้วยนะ ไม่ใช่คนติดเตียงคนพิการ มาแล้วคนจะมาเสียสละทำงานได้ร่วมกับหมู่กลุ่มได้ อยู่กับหมู่กลุ่มจะทำให้สุขภาพร่างกายดี ออกกำลังกายร่วมกัน สุขภาพจิตก็จะดีปฏิบัติธรรมร่วมกัน พ่อครูว่า... SMS วันที่ 17-20 ก.ค. 2566 สังคมประเทศไทยนี้เศรษฐกิจดีมาตลอด _ผู้ก่อ ความสงบ · ตอนนี้เศรษฐกิจดีไหมครับ พ่อครูว่า... คำว่าเศรษฐกิจดีหรือเศรษฐกิจไม่ดีนี้ลึกซึ้งนะ ชาวอโศกชาวบ้านราชเราเศรษฐกิจดีไหม (เสียงตอบ ดี) พวกเรารวยหรือจน (เสียงตอบ จน) แต่พวกเราเป็นคนจนนะ ตอบกันอย่างไม่มีสงสัยเลยมีคำตอบเด
อ่านต่อ
ียว ไม่มีให้เลือกเลย เศรษฐกิจดีแต่เราเป็นคนจน แล้วคนจนทำไมมีเศรษฐกิจดี ...ไม่มีหนี้ เงื่อนไขว่าเศรษฐกิจดีคือ 1. ไม่มีหนี้ 2. มีสมรรถภาพขยันหมั่นเพียรทำงาน เลี้ยงตัวเองรอด งานที่สุจริต งานที่ดี มีประโยชน์คุณค่า และเลี้ยงตัวเองรอด 3. นอกจากเลี้ยงตัวเองรอดแล้ว ยังมีส่วนเหลือส่วนเกิน จากที่ตัวเองใช้อยู่ใช้กิน ใช้อย่างสบายแล้ว อุดมสมบูรณ์ดี ยังมีเหลือส่วนเหลือส่วนเกิน เพราะฉะนั้น 4. ส่วนเหลือส่วนเกิน สะพัดแจกจ่ายเจือจาน ขายก็ขายราคาต่ำกว่าทุนหรือแจกได้เลย นี่คือเครื่องวัดเศรษฐกิจดี ถ้าจะพูดถึงเรื่องชัดเจนแล้ว แต่ทุกวันนี้นี่นักเศรษฐศาสตร์เขาเรียนทฤษฎีของเทวนิยม เขาไม่เข้าถึงเนื้อแก่นสาระของคำว่า ความเป็นอยู่ดีของมนุษยชาติของคน คืออะไร เขาไปสำคัญที่ความรวย ไปสำคัญที่วัตถุทรัพย์ แล้วเขาก็ว่าเขาฉลาด วัตถุทรัพย์นั้นสะพัด มีวัตถุทรัพย์โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้เป็นตั๋วแลกเงิน เรียกกันว่า แบงค์โน๊ต แล้วก็สะพัดหมุนเวียน คือมันห่างออกไปจากแก่น มันขยับเคลื่อนจากตัวแท้เนื้อแท้ ออกไปไกลเลย สุดท้ายเขาก็ไปบอกว่าเศรษฐกิจดี ใช้ GDP (Gross Domestic Product) เป็นเครื่องวัด ไปโน่นเลย GDP ก็คือ Ghost Disease Product ผีกินตับ ไปโน่นเลย มันต่างกันคนละโลกเลย ทางโลกเขายึดอย่างนั้น เขาก็เป็นอย่างนั้น เขายึดว่าต้องมี GDP ดี แล้วเขาก็แปล GDP Gross Domestic Product อาตมาก็อธิบายรายละเอียดของเขา เขาก็ว่าไป เขาแปลหรือให้ความหมายของมันอย่างเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ เขามี Concept อย่างนั้น เขาก็เลยแปลไปเป็น Concept ของตัวเอง มันก็ได้ความหมายแบบเขา เพราะฉะนั้นจะถือว่าดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่ Concept อยู่ที่ความเข้าใจองค์รวมของแต่ละคน อาตมาตอบสำหรับคุณผู้ก่อความสงบนี้ ก็คงจะถามหมายถึงสังคมประเทศไทย เศรษฐกิจของสังคมประเทศไทย ดีไหม อาตมาก็ขอตอบว่า สังคมประเทศไทยนี้เศรษฐกิจดีมาตลอด ไม่เคยเดือดร้อนเหมือนประเทศอื่นๆ ที่เดือดร้อนไม่มีจะอยู่จะกินถึงขั้นปล้นกัน จลาจลไม่เคยมี เมืองไทยไม่เคยมี มีแต่ทำทานกันได้เผื่อแผ่กันได้ ยิ่งอยู่ย่านนี้แล้ว แถวๆกระท่อมปันสุข พอได้เวลาก็มา เขารู้เวลาก็รับแจกไป วันนี้วันนั้นได้ หน่อไม้ ผักปลัง นานๆจะมีทุเรียนไปแจก จริงนะทำไปเล่นไป เราไม่เคยแจกถึงคนละลูก เราแจกคนละพู แต่แจกถึง 800 กิโลกรัมก็เคยมี เพราะฉะนั้น GDP ก็แล้วแต่ว่าคนจะมี Concept อย่างไร ประเมินไปโดยรวม อาตมาก็ว่าเมืองไทยไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจเท่าไหร่ จะบอกว่าข้าวยากหมากแพง มันไม่มีปัญหานะ ข้าวยากหมากแพงเป็นสำนวนตื้นๆของคนที่ไม่เข้าใจแนวลึก อะไรมันจะแพง แต่ก่อนนี้ตอนอาตมาเป็นเด็ก ก๋วยเตี๋ยวชามละสลึง เดี๋ยวนี้ชามละ 50 บาท แล้วมันอยู่ได้อย่างไร แล้วจริงๆก๋วยเตี๋ยวสมัยที่อาตมากินกับก๋วยเตี๋ยวเดี๋ยวนี้ก็ชามเท่ากัน ตัวเลขมันขึ้นไปเฉยๆ เราเองก็มีรายได้ประมาณในยุคเดียวกันนี้ ที่มันจะก็พอไปได้กับสังคม รายได้เราก็พอไปได้กับสังคม มันก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอก แต่ตัวเลขมันเปลี่ยนเท่านั้นเอง แล้วทีนี้มันมีความโง่อวิชชาของคน มันมีความโง่ตรงไหน ตรงที่ว่ามันอยากจะได้ธนบัตรหรือว่าตัวเลขของเงินนี่แหละ มาไว้ที่ตัวเองมากๆ เท่านั้นเอง แล้วก็จะได้จ่ายมากๆ คล่องๆ บางคนขี้เหนียวนะ มีเงินมากๆ ก็จ่ายเท่าเดิม จ่ายกินอยู่เท่าเดิม แต่เงินที่มีมากก็เก็บไว้ชื่นใจ สุดท้ายตายจากไป โอ้โห เหลืออยู่กองเบ้อเร่อเลย กองอยู่เยอะเลยนะ ตัวเองก็ไม่ได้ใช้หรอก ตัวเองก็กินอยู่เหมือนเดิม นอกจากพวกที่ว่ามีมาก ก็กินอยู่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยตามแฟชั่น กิเลสเพิ่มซ้อน อีกก็เรื่องของเขา เพราะฉะนั้นถ้าศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าดีๆแล้วเข้าใจ มีปัญญาปฏิภาณลึกซึ้ง มันไม่เดือดร้อนอะไรหรอกชีวิต คนๆหนึ่งทำงานอาศัยการงาน ไม่ว่าจะเป็นการงานที่เป็นการลงมือทำเลย เป็นการงานกรรมกรเลย หรือการงานนักบริการ ใช้แรงงานอื่น กรรมกรทำของตัวเอง ใช้ของตัวเอง กินของตัวเอง หรือไปรับใช้คนอื่นกรรมกร หรือเป็นกรรมการเป็นนักบริหารอย่างนี้เป็นต้น แม้แต่ที่สุดมาเป็นนักบวช มันอยู่ได้ นักบวชที่เคร่งๆที่อยู่ด้วยธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าอย่างพวกเรา ไม่ได้มีการสะสมเงินทองทรัพย์สินอะไรเลย อาศัยความดี อาศัยการอยู่ในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เป็นคนเจริญในธรรมจริงๆเลย พอเลี้ยงตัวเองรอด สมณะฟ้าไท... เหลือด้วยครับ พ่อครูว่า... จริงๆองค์รวมของประเทศไทยสบาย อย่างพวกเราพิสูจน์ได้เลย อย่าว่าแต่เรานักบวชชายเลย นักบวชหญิงสิกขมาตุเราก็อยู่สบาย เรื่องเงินเรื่องทองไม่ต้องพูดถึงเลยเมื่อมาบวช ก็สบายอยู่สบาย สึกมีน้อย อาตมาอยากบอกว่า ตายเยอะกว่าสึก มันไม่น่าจะใช่นะ สิกขมาตุเสียชีวิตไปมีจำนวนมากกว่าที่สึกไป สึกไปมีน้อย บวชแล้วก็มีชีวิตไปจนกระทั่งเป็นโรคตายบ้าง แก่ตายบ้าง นี่เป็นเรื่องพิสูจน์ยืนยันเลยว่าเศรษฐกิจคืออะไร ศึกษาดีๆ มีคนแซมมาว่า ต้องทำให้จนจริงๆ แต่ไม่จนใจในสมรรถภาพ เป็นการยืนยันได้ว่า ชีวิตมนุษยชาติ มันไม่ยากอะไร รู้จักวิธีเป็นอยู่ แล้วก็มันจะมีหมู่ มีกลุ่มด้วย เหมือนอย่างพวกเรา เป็นศาสนาพระพุทธเจ้าที่เป็นเรื่องจริงและพิสูจน์ มันจะเป็นอย่างที่มันเป็น
_อนันต์ ศิรินุพงศ์ · สส.มีหน้าที่ออก กม. แต่การ เป็น รมต. ควรเป็นเพื่อช่วยเหลือคน พ่อครูว่า... จริง สส. เป็นตัวแทนประชาชนมีหน้าที่ออกกฎหมายออกกฎระเบียบของประเทศ อาศัยไป ส่วนรัฐมนตรีควรเป็นอีกหน้าที่หนึ่ง เลือกขึ้นไปบริหาร ช่วยกันบริหารประเทศ เป็นคณะรัฐบาล ส่วน สส. ไม่ใช่คณะรัฐบาล ดีไม่ดีเป็นฝ่ายค้านด้วย ก็เป็นเรื่องของระบบบริหารประเทศว่ากันไป
_องอาจ วิจิตรานนท์ · กราบนมัสการขอรับพระคุณเจ้าที่เคารพยิ่ง กระผมเคยได้ยินหลายคนพูดว่า ภิกษุไม่ควรจะมายุ่งกับการเมือง ผมเองรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ในสมัยพุทธกาลหากพระพุทธเจ้า ท่านไม่ตัดสินใจ ออกมาสอนกษัตริย์ทั้งหลายตลอดจนประชาชนคนอินเดียในขณะนั้น ป่านนี้ก็คงไม่มีศาสนาให้เราได้รับรู้ การที่พระองค์ทรงออกมาสั่งสอนนี่ก็เท่ากับพระองค์ออกมายุ่งกับการเมือง เพราะฉะนั้นพระองค์คือนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของโลก นี่คือทัศนะคติที่ผมคิดเอาเอง หากผิดพลาดพลั้งประการใดขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยนะขอรับ …พระคุณเจ้าขอรับ ความคิดของกระผมว่า หัวหน้าพรรคส้มเน่านั้นคือกองทัพหน้าของคนหนีคุกในข้อนี้ท่านจะสังเกตได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งคนของพรรคลงมาแข่งขันในการเลือกนายก คนหนีคุกนั่นแหละตัวเอ้ที่คิดจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตัวอย่างเช่นให้พระมหากษัตริย์มากระซิบข้างหู ตีตนเสมอท่าน อีกอย่างคือทำพิธีบวงสรวงในวัดพระแก้ว เป็นต้น พ่อครูว่า... ในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถ้าพระพุทธเจ้าท่านไม่ออกมาบวช ท่านก็จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินแคว้นของท่าน ท่านก็จะทำงานเพื่อรัฐเพื่อแคว้นของท่าน ประชาชนของท่าน แต่เมื่อท่านออกบวชแล้วก็ทำงานเพื่อประชาชนทุกคน เพื่อมวลมนุษยชาติ ซ้อนอยู่ในสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คุณคนนี้ชัดเจน แต่คนเขาฟังไม่ค่อยเป็น ไม่เข้าใจ อาตมาพูดไว้เป็นประเด็นที่หลายมุมหลายแง่แล้ว คุณคนนี้ฉลาดเข้าใจ ทุกอย่างก็ดูที่สังคม ดูที่มนุษยชาติ
_เวียงทอง นุ่นภักดี · น้อมกราบนมัสการพ่อครูที่เคารพอย่างสูงยิ่งเจ้าค่ะ ตัวลูกเห็นการเมืองปัจจุบันมีการแสดงเหมือนละคร ไม่เห็นความจริงใจของนักการเมืองที่แบ่งขั้วกันชัดเจน อีกฝ่ายสีหมองๆ อีกฝ่ายสีเหลืองที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ถ้าแต่ก่อนลูกคงจะทุกข์เพราะจิตลูกคงเกลียดชังเขา แต่พอมาพบธรรมะแท้จากพ่อครู ท่านสมณะ สิกขมาตุ อาจารย์หมอเขียว พี่น้องจิตอาสา ทำให้ลูกวางใจได้ว่าทุก อย่างที่เกิดขึ้นมันดีที่สุดแล้ว มันเป็นไปตามธรรมเจ้าค่ะ กราบสาธุเจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ฝ่ายสีหมองๆ สีอะไร? (มีเสียงตอบ สีเรา อโศกน่ะ สีหมองๆ) อ้อ มีอย่างนี้ด้วยเหรอ สีหมองๆ ไม่ได้หมายถึงพวกอโศกหรอก เราไม่ได้อยู่สีหมองแน่ ดี นี่แหละฟังเสียงธรรมะ เรียนรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะแล้วมีความเข้าใจเกิดปัญญา ทำให้ตัวเองสบายขึ้นและปรับตัวอยู่กับสังคม มันจะเป็นไปอย่างไรก็ได้ ในสังคมอวิชชา เขาไม่ได้มีปัญญาเข้าใจ ไม่ได้อยู่เหนือความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ไม่เที่ยง
_บวรวงศ์ เกตุพงษ์ · กองทัพธรรมออกไปให้กำลังใจวุฒิสภาเป็นความประเสริฐ ใช้ความสงบสยบความรุนแรงและความก้าวร้าวหยาบคาย พ่อครูว่า... คุณบวรวงศ์ มองได้ดี มองได้ถูกต้อง พวกเราเห็นว่า สังคม มันควรจะต้องสนับสนุนช่วยกัน ด้วยโอกาส ด้วยสิ่งที่คงรจะทำ เมื่อนั้นเมื่อนี้ ก็ทำไปตามที่ควร
_อัมพร กุลศักดิ์ศิริ · ลุงตู่ไปแล้ว พ่อครูจะตรอมใจใหมครับ พ่อครูว่า... ไม่ตอบดีกว่า อาตมาเลิกแล้ว ไม่มีแล้วเรื่อตรอมใจ แล้วยิ่งประเทศไทยเราไม่มีอะไรเดือดร้อนหนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องตรอมใจ ไม่มี เพราะฉะนั้นก็ยิ่งไม่เกิดอาการตรอมใจ ลุงตู่จะไปจะมาก็เป็นกาลเวลา ที่จริงลุงตู่ทำงานเป็นนายกมาเกิน 8 ปีนะ เดี๋ยวนี้ก็ยังรักษาการนายก ยังทำงานอยู่ ส่วนพิธาเขาก็ขี้ตู่ บอกว่าผมเป็นนายกฯ ตนที่ 30 แล้ว คนนี้ไม่อยู่กับร่องกับรอย กำหนดแค่นี้ก็ไม่เข้าเป้า มีความอยากเห็นชัดเจน ความเห็นแก่ตัว ต้องการที่จะได้จะเป็นจะมี มันชัดเจนเป็นกิเลส มันชัดเจนจริงๆ เลย ยังไม่เท่านั้นนะ ยังแสดงออกไป ว่าต้องทำหน้าที่นะ ออกไปเรียกประชุม (หน่วยงานราชการ เช่น สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หลังเลือกตั้ง ) เขากล้าทำได้อย่างไร แต่เมืองไทยก็ดีนะ ไม่เอาเรื่องกันเท่าไหร่ ถ้าเอาเรื่องก็เข้าคุกแล้วพิธา เอากฎหมายมาจับจริงๆหลายประเด็นเลยนะ ส่วนคนไทยก็ดีนะ มันบ้าก็ไปให้มันบ้าไป เขาไม่รู้ตัวจริงๆ เห็นไหม เห็นกิเลสของคน ทำอะไรเลยเถิด สุดโต่ง น่าเกลียด เขาก็ไม่รู้ว่าน่าเกลียด ก็ดูกันไป คนไหนเป็นไปอย่างไร ทุกอย่างก็แสดงความจริงออกมา สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุลในมนุษย์
อโศกยึดมั่นถือมั่นแล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นไปตามลำดับ _เล็ก วันนะ · อัตนิบา ของอโศกคือยึดมั่นถือมั่นในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พ่อครูว่า... อัตนิบา ภาษาอะไรหนอ (_สู่แดนธรรมว่า สงสัย เขาคงจะเขียนว่า อัตวินิบาต ครับ) คุณพูดถูกต้อง แต่ไม่ใช่อัตวินิบาต เป็นความหลุดพ้นลอยตัวของชาวอโศก เป็นความลอยตัวอยู่เหนือแล้วหลุดพ้นแล้ว เพราะฉะนั้น การยึดมั่นถือมั่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกต้อง เพราะรู้ว่าอะไรถูกต้องก็ต้องยึดฝ่ายนั้น อะไรไม่ถูกต้องไม่ต้องไปยึดสิ ต้องเลิก ถ้าเราไปยึดฝ่ายไม่ถูกต้องฝ่ายไม่ดีอยู่ เราก็ต้องเลิก เราก็ต้องมายึดฝ่ายดี แต่คำว่ายึดมั่นถือมั่นนี้ ผู้ที่ยังไม่เข้าใจก็ยังต้องยึดมั่นถือมั่นก่อน ยึดมั่นถือมั่นดีให้ได้ แล้วอย่าให้ความไม่ดีนี้มันดึงลงไป พอได้แล้วก็ค่อยๆปล่อย ค่อยๆละหน่ายจางคลายวางไป ไม่ต้องไปยึดมั่นถือมั่นจนที่สุด อย่าไปยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา คุณเล็ก วันนะ เอาไปฟังซ้อนฟังซ้ำถ้าอัดไว้ ทำความเข้าใจดีๆ
สายอรหันต์เก๊คือสายหลับตามหาบัว ไม่เข้าใจปฏิจจสมุปบาท _รชต หอมนาน · ผมนับถือหลวงตามหาบัวคับ ที่ท่านว่าหลวงตามหาบัวไม่ใช่พระอรหันต์ผมก็ไม่รู้ แต่กูไม่นับถือมึง ไอ้เป** พ่อครูว่า... เออ นับถือกันอย่างที่ไม่รู้ ก็เอา มันก็เป็นธรรมดา ภาษาวิชาการ ไม่รู้ ท่านว่า นั้นคือ อวิชชา แปลเป็นไทยอีกคำหนึ่ง ก็แปลว่า โง่ นับถืออย่างโง่ ๆ ก็เป็นธรรมดา 2 คนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคมมองเห็นดาวอยู่พราวพราย มันก็น่าเห็นใจ อาตมาสงสารสังคมพุทธศาสนายุคนี้ มันเสื่อมหนักจริง ๆ เลย คนส่วนใหญ่ไปหลงผิดเคารพสิ่งที่มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาปฏิบัติ มิจฉาผล ไปหลงอรหันต์เก๊ ไปหลงคนที่ดำเนินผิด อย่าว่าแต่พระหลับตาปฏิบัติเหมือนสายมหาบัวเลย แม้แต่เถรสมาคม ก็ไปยึดถือออกนอกรีตนอกทาง ศีลสมาธิปัญญาไม่ได้อยู่ในนั้นแล้ว ไปเข้าใจถึงวิชาการอะไรภายนอก แล้วก็ไปประพฤติปฏิบัติสร้างก่ออะไรกันเพื่อที่จะได้ ตำแหน่งยศศักดิ์ หรือว่าสร้างให้ฐานะของวัดของตัวเอง สถานที่ของตัวเองมีคนมายอมรับนับถือ มีแขกเหรื่อมากๆอะไรพวกนี้ ดูแล้วก็น่าสงสารศาสนาพุทธ ยุคพระพุทธเจ้า คนเข้าใจอยู่ คนที่มาบวชในพุทธศาสนาคือคนมาละหน่ายจางคลายจากกิเลส ในยุคนี้ ในชาวอโศก อาตมาก็พานำกลับมา นำของพระพุทธเจ้ามาพาปฏิบัติกัน จนสำเร็จมรรคผล แล้วก็มีสิ่งที่เกิดเป็นปรากฏการณ์จริง เป็นพฤติกรรมจริง เกิดขึ้นในสังคม มีพฤติกรรมทางมีศีล มีพฤติกรรมทางมีสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิแบบของพระพุทธเจ้าเป็นสัมมาสมาธิ เป็น สมาหิโต ไม่ใช่เจโตสมาธิแบบที่เขาหลับหูหลับตาปฏิบัติแบบมิจฉาทิฏฐิ ไม่ใช่ คนละเรื่อง เป็นปัญญา แต่ของเขาไม่เป็นปัญญา ไม่เข้าหลักเกณฑ์ปัญญาของพระพุทธเจ้า เป็นแค่เฉโก เป็นแค่ความรู้โลกียะ ที่แม้ว่าจะพอรู้สึกเข้าใจเรื่องสุขเรื่องทุกข์บ้าง เข้าใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังเป็นอวิชชา ไม่เข้าใจอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นอวิชชา 8 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค นั้น อวิชชา 4 แล้ว ก็ไม่มี ไมู่กต้องแล้ว สิ่งที่เป็นส่วนอดีตก็ไปยึดมั่นถือมั่น สิ่งที่เป็นอนาคต ส่วนที่เป็นอนาคตก็ไปยึดมั่นถือมั่น แล้วแต่บุคคล ใครจะไปยึดอดีตมาก ใครจะไปยึดอนาคตมาก ทั้งส่วนอดีตทั้งส่วนอนาคตก็ไปยึดอีก บางคนก็ยึดเอาหมดเลยทั้งอดีตทั้งอนาคต ไม่อยู่ในปัจจุบัน นี่คือวิชาที่แท้จริง เพราะอดีตก็ดี อนาคตก็ดีไม่ใช่ความเป็นจริง อดีตผ่านมาแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง พูดไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ต้องเข้าใจใน กาละทิฏฐธรรม ปัจจุบันชาติเป็นความจริง เพราะฉะนั้นแม้แต่แค่นี้แหละเข้าใจไม่ได้ว่าคุณจะไปปฏิบัติกับความจริงหรือคุณจะไปปฏิบัติกับสิ่งที่มันไม่จริง อยู่กับอดีต มันก็มีแต่สัญญา อนาคตก็มีแต่สัญญา กำหนดหมายอะไรไปล่วงหน้า มันไม่ได้เป็นปัญญา มันไม่ได้เป็นของจริงอะไรเลย มันไม่ได้ประโยชน์ มันเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่ในทิฏฐิ 62 พรหมชาลสูตร พระไตรปิฎกเล่ม 9 พระสูตรแรก มิจฉาทิฏฐิจมอยู่ตรงนั้นเยอะเลย เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท 11 12 อวิชชาสนิท สังขารก็ไม่รู้เรื่อง วิญญาณก็ไม่รู้เรื่อง เรื่องวิญญาณก็กลายเป็นเรื่องสัมภเวสีไป หลับหูหลับตานึกคิดอยู่ในอดีตไปอยู่ในอนาคตไป ไม่อยู่ในปัจจุบัน วิญญาณก็ต้องมีเหตุปัจจัยเดี๋ยวนี้ ผัสสะเดี๋ยวนี้ วิญญาณฐิติขณะนี้ ต้องเป็นวิญญาณฐิติอยู่ในปัจจุบันขณะนี้จึงจะใช่ของจริง แต่นี่ไม่เลย ดีไม่ดีกำหนดวิญญาณก็ไปกับหมอปลา วิญญาณผีเข้าผีออกอะไรต่ออะไรกัน ซึ่งเป็นอุปาทาน มันไม่มีอะไร รักษาจริงๆก็ต้องบอกให้เขารู้ มันเป็นอุปาทานของเขา อย่าไปจำ อย่าไปยึด อย่าไปถือตามที่เขาทำตามๆ กันมา คุณไปจำมาตั้งแต่กี่ชาติแล้วว่าผีเป็นอย่างนั้น ผีมันคือกิเลสอยู่ในตัวคุณ อย่างน้อยที่สุดบอกว่าผีเข้าคือความโง่ของคุณ ผีกิเลสมาเข้าคุณ นอกจากกิเลสนั่นแหละเป็นผีของคุณแล้วคุณก็รู้จักกิเลสและคุณก็เริ่มลดลงมา ตามศีลสมาธิปัญญา อันนี้กิเลสเกี่ยวกับสัตว์ เกี่ยวกับคน อันนี้กิเลสเกี่ยวกับข้าวของเกี่ยวกับพืช เกี่ยวกับวัตถุ อันนี้กิเลสเกี่ยวกับกามคุณ 5 รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) นี่แหละผี รู้จักผีให้ได้ อย่าไปงมงายกับผีอย่างนั้น ก็เรียกอย่างติดปากว่า ผีหลอก ผีหลอก เอาผีจริงๆสิ เอาผีออกจากตัวให้ได้ คนไม่เข้าใจไปศรัทธาอรหันต์เก๊ไปศรัทธามิจฉาทิฏฐิอรหันต์สายหลับตามหาบัวเป็นต้น ก็ได้แต่สงสารอย่างเดียว ฟังอาตมาบ้างเปิดจิต อย่าไปงมงายจนเกินกาล ไม่งั้นก็ได้แต่จมกับจม คุณเอ๋ย คุณ รชต หอมนาน อาตมาว่าจะเหม็นนานนะ ขออภัยไปแปลงชื่อคุณ
การไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นกิจของสงฆ์อย่างยิ่ง _นราพรรณ เกียงหนุน · หนูมีข้อสงสัยค่ะ เนื่องจากหนูไม่มีความรู้เรื่องธรรมขนาดนั้น อยากทราบว่าเรื่องการเมืองตรงนี้เป็นกิจของสงฆ์ด้วยหรอคะ แล้วหนูได้รับคำตอบมาว่าพระพุทธเจ้าก็เล่นการเมือง แต่เท่าที่หนูทราบมาท่านก็ไม่ได้อยากเข้าการเมืองและได้ทำแค่เป็นที่ปรึกษา(ถ้าหนูเข้าใจผิดช่วยบอกสิ่งที่ถูกด้วยนะคะ) แต่อันนี้เหมือนเป็นการตัดสินเลยหนะค่ะ ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายคิดเป็นเรื่องผิด ทั้งที่เราก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์ ยังไม่ได้เริ่มเลย หนูแค่สงสัยไม่ได้มีเจตนาจะมาสร้างความวุ่นวายนะคะ พอดีได้ฟังจากที่แม่เปิดอยู่ตลอด มันขัดแย้งกับสิ่งที่หนูคิดหนูจึงอยากทราบเหตุผลค่ะ พ่อครูว่า... ถูกต้อง ท่านเป็นแค่ที่ปรึกษา พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ดี พระเจ้าพิมพิสารก็ดี ในยุคนั้น แคว้นใหญ่ นับถือพระพุทธเจ้าเป็นปุโรหิต เป็นอาจารย์ใหญ่ ในยุคนั้น ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คนในแคว้นของท่าน แต่ละแคว้น ๆ ก็เหมือนแต่ละประเทศนั้นแหละ ในอินเดีย อย่างแคว้นโกศล กับแคว้นมคธ สองแคว้นใหญ่ ก็เหมือนกับประเทศจีนกับประเทศอินเดียในยุคนี้ ในยุคนี้ทวีปมันกว้าง แต่ตอนนั้นมันแค่ทวีปในอินเดีย (ปัจจุบัน) คนในแคว้น ก็ยกให้พระพุทธเจ้า ทั้งสองพระองค์ ทั้งพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสาร ยกให้เลย จะมาเข้ารีต จะมาเอาคนของท่านไป ท่านสนับสนุนด้วย ถือว่า คนของท่านจะมาเจริญ ท่านสนับสนุน อุดหนุน เกื้อกูลด้วย อย่างนี้เป็นต้น เป็นสุดยอดนะ พระพุทธเจ้าท่านมีบารมีสูง แต่อาตมาก็ไม่ได้ไปแย่งคนนะ พวกคุณมาเองทั้งนั้นเลย อาตมาก็ไม่ได้ไปแย่ง ไม่ได้ไปโฆษณาหว่านล้อมอะไรต่ออะไร ไม่หาเสียง ไม่หาสมาชิก แต่พวกคุณเป็นสมาชิกด้วยอิสระเสรีภาพเอง เป็นภูมิปัญญาปฏิภาณของพวกคุณรู้ว่าอย่างนี้ใช่ อย่างนี้ต้องเอาคุณก็มากันเอง เป็นความเฉลียวฉลาดของพวกคุณเอง ดี คุณถามมาก็ดีแล้ว อาตมาก็บอกให้นิดหน่อยก็แล้วกันว่า ที่หนูตัดสิน สิ่งที่อีกฝ่ายคิดเป็นสิ่งผิด ทั้งที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ ก็ลองติดตามดู ฝ่ายทางด้านที่หนูเคยได้ยินได้ฟังมาเยอะแยะนั้น ก็คงจะรู้บ้างแล้วล่ะ โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่า เป็นกิจของสงฆ์ด้วยหรือ ในเรื่องของการเมือง ก็ขอยืนยันว่าเป็นกิจของสงฆ์อย่างสำคัญ แต่ อาตมาก็อธิบายนัยละเอียดหลายทีแล้วว่า สงฆ์ยุคนี้ พระพุทธศาสนายุคนี้ ภิกษุเสื่อมไปจนกระทั่งไม่รู้เท่าทันนักการเมือง เขาก็เลยไม่ให้ไปยุ่งกับการเมือง ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นกลายเป็นลูกน้องนักการเมืองไปหมด ไปเป็นบริวารนักการเมืองหมด เขาซื้อไปเป็นหัวคะแนนอยู่ในประเทศไทยหมด เพราะฉะนั้นทางด้านเถรสมาคมก็เลยมีกฎของเถรสมาคมว่าอย่าให้ภิกษุไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ถูกต้องของคุณ แต่ของอโศกนั้นเข้าใจเรื่องการเมือง เข้าใจในเรื่องพฤติกรรมสังคม และมีโลกุตรธรรมอยู่เหนือพวกนี้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีกฎหลักอะไรที่ต้องไปห้ามให้ยุ่งกับการเมือง จริงๆแล้วควรสอดส่องการเมือง เมื่อใดควรจะต้องลงมือไปช่วยตาม กาละ เทศะ ฐานะ ที่ควรให้ช่วย อย่างที่เราทำมาหลายทีแล้ว
ปัญญาทำให้กิเลสวิ่งหูตูบ _ซึ้งซื่อ วิเชียร : กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยสุดเศียรสุดเกล้าครับ ที่พ่อท่านได้กรุณาปลุกลูก ๆ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อ Rally ในระบอบประชาธิปไตยไทย โดยให้ลูกๆไปรวมหมู่มิตรดี ผมก็ได้ไปมาแล้วในวันที่ 18 ก.ค 66 ก็ได้อ่านเวทนาในจิตรู้สึกไม่มี สุข ทุกข์ เลย ครับ ถ้าต้องไปอีก ขอเพียงพ่อท่านกรุณาประกาศอีก ผมจะขอไปกับหมู่มิตรดีครับ กราบนมัสการขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... Rally(แรลลี่) ก็เมือนกันกับ (เสียง พวกรถแข่งใช่ไหมครับ) ก็ Protest(โปรเทส) ก็เหมือนกันนะ ก็ไปประท้วง ไปร่วมชุมนุม อ่านเวทนาในจิต ดีมาก เข้าใจฐานปฏิบัติ เป็นกรรมฐาน อ่านเวทนาของตนเองนี้เป็นกรรมฐานที่ถูกต้อง เมื่อใดก็ต้องอ่านเวทนาแล้วก็ปรับ อ่านเวทนาในขณะมีผัสสะ จิตจะเกิดมีสุขทุกข์ แล้วอ่านเหตุแห่งความสุขความทุกข์นั้น รู้ต่อไป นั้นคือ คุณปฏิบัติธรรม เป็นปัญญารู้ คุณฝึกบ่อยๆ เหตุมันคือตัวปลอมทั้งนั้น มันเป็นเหตุมันเป็นทุกข์ แต่มันมาหลอกเป็นสุข คุณจะเกิดปฏิภาณปัญญาในการผัสสะ จนกระทั่งปัญญาของคุณมีธรรมฤทธิ์ พอเจอหน้ากิเลส กิเลสมันก็รู้ว่าปัญญามันรู้หน้าเราแล้ว อย่างที่เคยอธิบาย แล้วกิเลสมันจะรีบวิ่งหนีเลย ปัญญารู้หน้าเราแล้ว เจ้าของปัญญานั้น ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า กิเลสมันเห็นหน้าตถาคต กิเลสมันว่า เฮ้ย! ตถาคตเห็นเรา แล้วมันก็รีบวิ่งหนีหูตูบเลย นี่อธิบายเป็นรูปธรรมให้ฟังชัดๆเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วนามธรรมมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย ก็ช่วยกันดูแลเอาใจใส่บ้านเมืองประเทศชาติสังคมที่เราร่วมอยู่ด้วย ถ้าสังคมมันเสื่อมเสีย มันทรุด มันไม่ดีไม่งาม เราก็ร่วมอยู่ในสังคมด้วย มันก็ต้องดูแลช่วยกัน ไม่ดูดาย ดีแล้ว ดูดีกัน
_นาง จับใจ ธนะโภค วันพุธที่ 19 ก.ค. 66 พุทธศาสนาตามภูมิ ภาคทบทวนจากท่านปัจฉาฯ · วันนี้ฟังธรรมได้อรรถรส - ได้ฟังคำสอน เรื่องประโยชน์จากคำตำหนิ – ได้ฟังเรื่องการเมือง – ได้ฟังชาดก พ่อครูว่า... ดี รายงานมา ได้ฟังธรรมะ เกิดประโยชน์ ก็ขอบคุณ
วิบากไอของพ่อครูใครเป็นคนทำ _เข่ง ใจแก้ว กราบนมัสการ พ่อท่าน ที่เคารพ ศรัทธายิ่งค่ะ เข่ง ใจแก้ว เดินทางจากบ้านราช วันที่ 6 เดินทางต่อ บ้านปาดังเบซาร์ค่ะ เข่งฟังธรรม วันจันทร์ที่ผ่านมา ปรับทุกข์ ปลุกธรรม ฟังไปฯ พ่อท่านก็ไอแล้วไออีก พ่อครูว่า... เมื่อกี้ ก่อนเข้ารายการก็ร้องเพลงเล่น กูล่ะเว้ย เฮ้ย กูเป็นคนไอ ไอล่ะเว้ย เฮ้ย ไอเป็นคนทำ คือเพลงเขาเปิด อาตมาก็เลยเอามาล้อเลียนเล่น ! _ดิฉันมีความรู้สึกเห็นใจมากๆจริงๆ พ่อครูว่า... มันเป็นวิบากของอาตมาจริงๆ แต่จะว่าทรมาน มันก็ไม่ได้ทรมานมาก แต่มันทรมานอย่าง ทรถ (อ่าน ทะระถะ) ใช้ภาษาวิชาการ ทรถ มันไม่ปกติ มันแหย่ให้เรา แต่อาการมันแรง แต่อาตมาไม่มีปัญหาในการติดยึดอะไรแล้ว แต่มันเกิดสภาวะจริง มันไอ มันจะต้องขับเสลด มันเหนียว ต้องไอแรง แล้วมันก็มีที่อาตมาเรียกมันว่าน้ำพิษ รสชาติมันไม่ได้เรื่องเลย มันเกิดขึ้นมาแล้วไอ้กระเปาะนี้ ปั่นทั้งเสลด ปั่นทั้งน้ำพิษออกมา มันก็เลยเป็นวิบากของอาตมา เป็นการทรมานชนิดหนึ่ง มันไม่รุนแรงหรอก แต่มันก็ไม่น่าจะมี เป็นของที่ไม่น่าได้น่าเป็นเลย ไอแรงๆมันเมื่อย น้ำพิษมันก็บอกไม่ถูกเลย ใครก็ไม่อยากจะอมในปาก มันเป็นของแปลกที่ไม่มีตัวอย่าง อาตมาว่าอาจจะเป็นคนเดียวในโลกมั๊ง ที่มีอันนี้ หมอเขาจนปัญญา ก็เป็นไป มันก็เป็นวิบากของอาตมาก็จำเป็น _พ่อครูอายุก็จะ 90 แล้วนะ ให้พ่อท่านเทศน์ อาทิตย์ละ 1 วัน ก็พอแล้วน่ะ นอกจากนั้นก็ใช้รีรันที่พ่อท่านเทศน์ไว้ก็ดีนะ พ่อท่านเทศน์ไป สุดท้ายพูดว่า อาตมาไม่ไหวแล้วควรจะปลงสังขารได้แล้วถึงเวลาจะตายได้แล้ว ดิฉันฟังแล้วมีอาการในจิตตุบๆเกิดขึ้น จะว่าอาการเศร้าก็ไม่ใช่ อาการสงสารก็ไม่ใช่ จับอาการของจิตคล้ายๆเห็นใจ เข้าใจพระโพธิสัตว์ มีความเมตตากรุณา ลูกๆ หาที่สุด มิได้ ใช่ใหมค่ะ พ่อท่านค่ะ เข่งก็ขอมาบ้านปาดังเบซาร์ ก็ได้ปฏิบัติเหมือนกับที่อยู่บ้านราชค่ะ เป็นปกติ เข่งขอกราบพ่อท่าน เคารพศรัทธายิ่งๆค่ะ พ่อครูว่า... ดี อย่างนี้แหละ อ่านจิตของเราเอง แทนที่เราจะวูบวาบไป อารมณ์จิตมันเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เรากลับใช้เหตุปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเครื่องศึกษาปฏิบัติธรรม อ่านจิตอ่านใจแล้วก็พิจารณาออก เออ จะว่าอาการเศร้าก็ไม่ใช่ อาการสงสารก็ไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive