สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างอย่างเคหสิตะกับจิตว่างอย่างเนกขัมมะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.13 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จิตว่าง) ตอน จิตว่างอย่างเคหสิตะกับจิตว่างอย่างเนกขัมมะ _ทองย้อม...ดิฉันก็มีสภาวะความว่างอยู่ 3 วัน รู้สึกว่าเบิกบานเบาสบาย แต่ยังมีจิตใจอีกตัวว่าถ้าเรายังว่างอยู่อย่างนี้ก็จะบ้าแล้วนะ มีอัตตาซ้อน คนอื่นไม่รู้กับเราด้วยนะเรารู้สึกว่าเราบ้าอยู่คนเดียวก็เลยถอยออกมาไม่เข้าไปอยู่ในความว่าง รู้สึกว่าเหมือนมีอัตตาซ้อน ก็เลยถอยออกมา พ่อครูว่า...ถ้าคุณว่างตลอด 3 วันเป็นอรหันต์แล้วหรือไม่ก็เป็นอนาคามี ถ้ากระทบสัมผัสอยู่อย่างนี้ คุณว่างนั้นอยู่กับหมู่กลุ่มอยู่กับคนทั่วไปหรือเปล่า อยู่ ว่างอย่างนี้ยังเป็นอันธพาลอยู่ ยังไม่สัมมาทิฏฐิแท้ ตรงนี้แหละที่ต้องแยกเคหสิตอุเบกขาเวทนา อุเบกขาแปลว่าวางเฉย เคหสิตอุเบกขาเวทนา ต่างกันอย่างยิ่งกับเนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา ต่างกันอย่างคนละขั้วเลย ผู้ที่ทำฐานอุเบกขาเวทนาได้ เป็นผู้ที่ปฏิบัติ ถ้าเป็นเนกขัมมสิตอุเบกขาเวทนา ผู้ใดทำได้คนนี้กำลังปฏิบัติได้ฐานของนิพพาน ฐานของความสงบแบบโลกุตระ แต่ถ้าเผื่อว่ายังแยกไม่ออกว่าเป็นเคหสิตอุเบกขาเวทนามันก็ว่างเหมือนกันแต่ว่างอย่างโลกียมันไม่ใช่โลกุตระ ต้องแยกความว่างนี้เพราะว่าคุณได้รู้จักการกระทบสัมผัส มโนปวิจาร18 จะต้องมีการกระทบสัมผัสด้วยทวารทั้ง๖ สัมผัสแล้วเกิดอาการเป็นสุขก็ได้เป็นทุกข์ก็ได้หรือไม่สุขไม่ทุกข์ก็ได้ 3 อาการ ทางตากระทบก็เกิดสามอาการ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ทั้ง 6 ทวารก็รวมเป็น 18 อย่าง 18 อาการ คุณเข้าใจอาการทั้ง 18 นี้ได้ แล้วก็ทำจากเคหสิตให้มาเป็นเนกขัมมะได้ตั้งแต่มันไปยึดสุข ถ้าแยกไม่ได้เป็นเคหสิตอุเบกขาเวทนาก็ได้แต่ข่ม ลืมตาข่มก็ได้ อย่างที่คุณบอกมานี้ลืมตาอยู่ แต่ถ้าปฏิบัติอย่าง เนกขัมมะ ไม่ได้ข่ม แต่สัมผัสแล้วแยกตามปฎิสมุปบาทหรือตามมูลสูตร10 ทำเวทนา 2 ให้เป็น 1 รู้จั

อ่านต่อ

กเหตุที่มันทำให้เกิดเวทนาของเราเกิดความสุขความทุกข์ หรือโสมนัสโทมนัส ก็ทำให้เหตุที่มันทำให้เกิดความสุขความทุกข์นี้หมดไปทำให้เกิดอุเบกขาได้ คุณทำได้ก็เป็นโลกุตระ ถ้าทำเป็นอุเบกขาได้ถาวร หรือว่าตั้งมั่นทำอุเบกขาได้สัมผัสคุณก็วิจัยวิจาร จนอุเบกขาของคุณแข็งแรงเป็นอรหันต์ขึ้นเรื่อยๆ การอ่านและทำจิตอย่างนี้ได้จึงเกิดอุเบกขา ที่เป็นฐานของนิพพานได้ ใครไม่มีผัสสะไม่ไชด้เกิดมโนปวิจาร ไม่ได้อ่านความสุขความทุกข์ทำเหตุแห่งความสุขความทุกข์ให้หมดไปคนนั้นไม่ได้ปฏิบัติอย่างศาสนาพุทธไปหลับตาปฏิบัติเหลือทวารเดียว เป็นการหมดค่าจากศาสนาพุทธ ขอประกาศอวดตัวอีกครั้ง ว่ายุคนี้อาตมาเป็นสยังอภิญญาสมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) มีภูมิเก่ามาก่อนมาเกิดในยุคนี้โลกนี้ ในโลกนี้ยุคนี้มี ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่รู้โลกนี้และโลกหน้า เป็นสยังอภิญญา มีของตัวเองมาเก่าโดยไม่ต้องรู้จากใคร อาตมาประกาศมาตั้งแต่ต้นเปิดเผยมาตั้งแต่ต้นว่าไม่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ที่ไหนเลย เอามาจากของพระพุทธเจ้าตั้งแต่สมัยชาติก่อนๆ อาตมาพูดไปจนถึงว่ายุคนี้อาตมาเป็นไก่ตัวพี่เจาะกระเปาะไข่ออกมาก่อนใคร มาเปิดเผยโลกโลกุตระ ในยุคนี้มันไม่มีแล้วมีอาตมามาก็เหมือนกับคุยตัวเอง ที่จริงแล้วอาตมาอธิบายสัจธรรมอ้างอิงสัจธรรมพระพุทธเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำไมอาตมารู้ว่าอาตมาเป็น สยังอภิญญาเพราะว่า อาตมาได้รู้ว่าตัวเองบรรลุธรรมมาแล้วจึงได้เอามาอธิบายมาอย่างที่พูดนี้ทุกวันนี้จ้อยๆ คนก็บอกว่าพูดจนลิงหลับเลยยังมีคนหลงคารมมาเยอะเลย พวกนั้นเขาฟังอาตมาไม่ออกฟังอาตมาไม่เป็น ก็ใช้วาทกรรมดูถูกตีทิ้งอาตมา ซึ่งก็น่าสงสารพวกเขา อาตมาไม่ได้พูดเล่นลิ้นนะ คำว่าสงสาร สงสารคือเห็นเขายังวนเวียนอยู่ใน สังสารวัฏ เวทนาเขาคือ เขาจะจมอยู่กับเวทนาไม่รู้จักเวทนาในเวทนาไม่รู้จักเวทนา 108 จะทำเนกขัมมสิตเวทนาไม่เป็นไร เพราะเขาไม่รู้จักเวทนาในเวทนาไม่ดับกิเลสในเวทนาเลยเป็นอรหันต์ไม่ได้ มันก็เลยน่าเวทนา คุณก็จะจมกับเวทนานี้ไปอีกนานเท่าไหร่จะจมกับสงสารไปอีกนานเท่าไหร่ น่าสงสารมันเป็นหมายถึงอย่างนั้นน่าเวทนาหมายถึงอย่างนั้น ก็จมกับเวทนาและสงสารอีกนานเท่านาน ไม่รู้จักสังสารวัฏที่ต้องวนเวียนอีกไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์ ผู้ที่เปิดใจฟังอาตมาคงจะสะดุดสักวันคงไม่โง่ตลอดกาล ต้องทำใจไม่ให้หวังในภพชาติไม่มี สาเปกโข หากว่าปฏิบัติการทำทานก็ยังสร้างภพชาติ ปฏิบัติศีลก็ยังสร้างภพชาติ โดยไม่รู้ว่าการทำจิตให้เป็นภพชาติต่อกันคืออย่างไรอย่างนี้คือทานเป็นสำคัญอย่างไร ผู้ที่ดับภพชาติแล้ว อาตมากำลังทำ ธรรมทาน อาตมาก็ไม่ได้สร้างภพชาติ จิตอาตมาไม่ได้ปรารถนาอะไรตอบแทนเลยไม่ได้สร้างภพแต่อย่างใด เทศนาธรรมะใครฟังได้ก็ฟังเอา 620722_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 59

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน