สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน เมตตากับกรุณามีนัยต่างกันไฉน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พรหมวิหาร 4) ตอน เมตตากับกรุณามีนัยต่างกันไฉน _เฉลิมชัย ล้อลีลา โลกภาคกลางวัน กับ กลางคืน สลับช่วยกันทำหน้าที่หรือทำงานปล่อยคลื่นพลังงานย่านความถี่รักเมตตาให้ระบบโลก ดั่งคำตรัสของพุทธองค์ที่ตรัสว่า"เมตตาธรรม คํ้าจุนโลก" ครับ ถูกต้องไหม ทำไมไม่ใช้คำว่า กรุณา พ่อครูว่า..พระพุทธเจ้าตรัสเช่นนั้นก็ถูกต้องสิ สภาวะของเมตตากับสภาวะของกรุณาก็ต้องต่างกัน คำว่าเมตตากรุณาถ้าไม่เข้าใจสภาวะที่มีนัยต่างกันแล้วคุณจะใช้สลับกัน เช่น เมตตา เขาแปลกันว่าเห็นคนอื่นทุกข์ก็อยากให้เขาพ้นทุกข์ เขาแปลความกรุณาว่าอยากให้คนนี้มีสุข ที่จริงความสุขกับความทุกข์มันอันเดียวกัน ถ้าคุณแก้แล้วล้างเหตุแห่งทุกข์ก็เป็นสุขสุดยอด ยิ่งเข้าใจความสุขความทุกข์ที่เป็นอนัตตามันไม่มีตัวตน มันเป็นอุปาทานที่คุณไปยึดเข้าไว้ สูงสุดกว่านั้นมันเป็นเทวะสุขกับทุกข์ พระพุทธเจ้าทำลายเทวดาทำลายความสุขความทุกข์ทิ้งได้เลย โลกอยู่กับความสุขความทุกข์ตีความสุขความทุกข์ไม่ได้ดับความสุขความทุกข์ไม่ได้ มีแต่ศาสนาพุทธทั้งนั้นที่ดับความสุขความทุกข์ได้ พระเจ้าคือแดนสุขเป็นแดนสุขาวดี ศาสนาเทวนิยมจะต้องไปอยู่กับพระเจ้าจะต้องทำให้พระเจ้ารักถูกต้องตามพระเจ้าบัญญัติ แล้วจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าเป็นสุขนิยมนิรันดร นี่คือศาสนาเทวนิยมทั้งโลก มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้นที่ดับพระเจ้าดับความสุขความทุกข์ดับโลกหมดอัตตา แตกธาตุของตัวเองเป็นอุตุธาตุไปเลย นี่คือสุดยอดของศาสนาพุทธ อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 จึงรู้ชัดเจนสิ่งเหล่านี้พูดด้วยความรู้ของตัวเองที่ได้ศึกษาตามพระพุทธเจ้ามา เพราะฉะนั้นเทวนิยมทุกวันนี้ จะมีความกระจายกระจุย ตีแตกแยกแยะไม่เต็มที่ ไม่เข้าใจให้ได้ว่าทุกวันนี้เทวนิยมครองโลก อเทวนิยมนี้มีน้อยแต่แม้จะฟื้นได้ในยุคนี้ ในยุคของพระ
อ่านต่อ
พุทธเจ้านั้นมีปริมาณเยอะท่านมีบารมี แต่อาตมามาสมัยนี้ทำหลังจากมันเสื่อมไปแล้วตั้ง 2,500 กว่าปี ต้องมาซักล้างมาขัดเกลา มาดึงขึ้นมาจากใต้ทะเล 500 โยชน์ทั้งหนักทั้งเหนื่อยลำบากลำบน สรุปแล้ว เมตตาอาตมาไม่ได้แปลอย่างที่ท่านแปลกัน ความสับสนในพยัญชนะกับสภาวะมีเยอะมาก เขาเข้าใจสภาวะยังตื้นๆผิดไม่เข้ารูปนามของศาสนาพุทธ เมตตาธรรมค้ำจุนโลกไม่ใช้คำว่ากรุณาเพราะว่าคำว่ากรุณามันเป็นอีกคำหนึ่งความหมายอีกอย่างหนึ่ง เมตตามันต้องการให้เขาพ้นทุกข์ แล้วแปลว่ากรุณาคือการทำให้เขาเป็นความสุขนั้นมันอย่างเดียวกัน กรุณานั้นแปลว่าการกระทำ เมื่อเห็นเขาทุกข์ก็ลงมือช่วยเขาทำ ช่วยให้สำเร็จให้เขาพ้นทุกข์ให้เป็นสุขให้ได้ เมื่อเขาพ้นทุกข์มีสุขแล้วก็มุทิตา ยินดีด้วยนะ ยินดีไม่มีปัญหา มีพ่อชื่อบังเอิญมีแม่ชื่อบังอร เอามาอธิบายเป็นธรรมะได้ดีเหมือนกันนะ แม้ช่วยคนอื่นเขาได้ดีแล้วก็เลิกอย่าไปยึดมั่นถือมั่นในความยินดีอย่าไปติดในความดี อย่าไปยึดมั่นถือมั่นในดีนั้นเป็นเราเป็นของเรา เราทำได้ดีแล้วก็เลิกล้มจบไม่มีอะไรอีก 0 นั่นคืออุเบกขา 620721_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดเผยสัตบุรุษที่มาสืบทอดสาธารณโภคี