สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะโลกียะคือความหลง ศิลปะโลกุตระคือมงคลอันอุดม.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะโลกียะคือความหลง ศิลปะโลกุตระคือมงคลอันอุดม _2166ไอ้กุรุแป้งเพี่ยนรักเอ้ย!!นายก็โกนหนวดเคราให้มันดูดีหน่อย แบบนี้มันไล่แขกนะแป้งเพี่ยนรัก! อย่างนี้แหละคุณลุงเขาถึงไม่อยากมา? พ่อครูว่า..คำเรียกหามีจิตที่เป็นความรักใคร่สนิทสนม คนเราบางทีพูดภาษาพยัญชนะหยาบก็ไม่ได้หมายความถึงเป็นความเลวทีเดียวแต่เป็นเชิงภาษามันก็ไม่สวย แต่เป็นเรื่องที่แสดงออกไม่ถือสา แสดงออกถึงจิตใจของเพื่อนที่สนิทกันไม่ได้ติดใจ บางทีเพื่อนฝูงทักกัน ไม่ใช่แค่ภาษา เตะพลั๊วเลย บางทีเจ็บนะ แต่เราไม่ถือสา เรารู้ว่าไม่ได้โกรธเกลียดทำร้ายกันแต่แสดงความสนิทรุนแรง ถึงขนาดนั้น มันเป็นเรื่องของกิริยา กายวิญญัติวจีวิญญัติ มีคนพิสดารไว้หนวดยาวๆ แต่เรียกแขก พยายามไว้หนวดเรียกแขก ก็มีนะ แต่ที่นี่ไม่ได้ติดใจอะไรมันออกไปทางธรรมชาติ คนที่เจตนาไว้ก็เพื่อเรียกแขกเขาก็รู้เจตนา บางคนไว้จนหนวดโง้งงาม บางคนก็ไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างเช่นไม้ร่มอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันไม่เหมือนกันมันมีแทคติกหรือทริคเป็นของตนเอง อันนี้เป็นทริคชนิดหนึ่ง ซึ่งคนในโลกที่เป็นศิลปินศิลปะมีแต่การหาแทคติก แล้วถือว่าอันนี้เป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ให้แตกต่างจากคนทั่วไป เพื่อจะนำพาให้คนมาชมมาใช้มายึดงานของตน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นศิลปะทั่วโลก ไม่ใช่เป็นมงคลอันอุดมตามคำตรัสพระพุทธเจ้า แต่เป็นงานช่างธรรมดา craft ไม่ใช่งาน art คนหลงศิลปะทั้งนั้น ก็เลยมีชื่อของศิลปะชื่อนั้นชื่อนี้ เซอร์เรียลลิสต์ เป็นต้น เขากำหนดมาอาตมาจำไม่ไหวเลย มีศิลปะเหนือโลก ศิลปะนามธรรมทั้งที่มันควรจะเป็นโลกุตระธรรม แต่อันนี้ไม่ได้เรื่องเลย ไม่มีความรู้ในเรื่องโลกุตรธรรมเลย สร้างสรรค์อะไรแปลกๆ คิวบิซึ่มเป็นเรื่องแปลกๆ หาแทคติก อัตลักษณ์ในตนให้ค
อ่านต่อ
นติดยึดได้ ใครเห็นก็จะรู้ว่าอันนี้ของคนนี้เลย เลยได้แฟนานุแฟน หาชื่อเสียง หาแทคติกต่างๆ จะปั้นอะไรก็ตาม เดี๋ยวนี้เอาเศษไม้เศษฟืนมากอง ก็เสร็จแล้ว อะไรก็แล้วแต่ เขี่ยๆเรียกเป็นศิลปะไปหมด แล้วพอมีชื่อแล้วคนก็บอกว่าเป็นศิลปะทั้งนั้นขายได้เป็นเงินเป็นทอง เป็นเอกลักษณ์เป็นอัตลักษณ์ของตัวเอง ก็แสดงอย่างนั้น เขียนอะไรมาก็ขายได้หมด นี่คือโลกถูกครอบงำถูกหลอกได้สนิทแล้วก็เสร็จเขา นี่คืองานหากินชนิดหนึ่งของโลก อาตมาศึกษาศิลปะ แล้วอาตมาไม่ได้มีความรู้ศิลปะมาแต่ในชาตินี้ อังคาร กัลยาณพงศ์ก็บอกว่าผมไม่ได้เป็นศิลปินมาแต่ในชาตินี้นะ เป็นมาหลายชาติแล้ว ชาตินี้อาตมาไม่ได้ใช้ศิลปะที่ไม่ใช่ศิลปะเลย แต่อาตมาใช้ศิลปะที่เป็นศิลปะ ยืนยันว่าอาตมาเป็นศิลปินของโลกที่ไม่มีใครรู้จัก แม้แต่ในประเทศไทยก็ยังไม่ให้อาตมาเป็นศิลปินแห่งชาติเลย ไม่มีปัญหาหรอก อาตมานี่แหละศิลปะแห่งโลกโลกุตระ ใช้ศิลปะในการทำในการแสดงธรรมในการทำงานทุกวันนี้ นี่เป็นการแสดงนะ เป็นการแสดงธรรม แสดงแล้วพวกเราก็จะได้เกิดประโยชน์จากงานที่อาตมาแสดง งานเข้าไม่มีปัญญามีธาตุรู้เป็นเกิดความรู้สึก ศิลปะที่สูงส่ง ใครดูแล้วกระทบแล้วจะเกิดความรู้สึก ที่จิตวิญญาณจึงถือว่าเป็นจิตวิญญาณชั้นสูง แล้วไปปรับอารมณ์ปรับจิตวิญญาณให้ดีขึ้น เด็กศิลปะขั้นAbstract นามธรรม เข้าใจถึงจิตเจตสิกรูปนิพพานแยกกิเลสออกจากจิตได้ทำลายกิเลสได้ นี่คือศิลปะที่เป็นมงคลแท้อันเป็นอุดมคติจริงๆตามที่พระพุทธเจ้าท่านนิยามให้ชัดๆ แต่โลกไม่รู้จักมีแต่งานอาชีพหากิน ขออภัยมีแต่งานลวงให้คนหลงเส้นแสงสีเสียงที่ขีดเขียนบ้าบอเบี้ยวเบนไปตาพึด ซึ่งเป็นเรื่องของโลกจินตา คิดกันมาหลอกเท่าไหร่ก็ได้ไม่รู้จักหมดบนอันเก่ามาอีก เป็นของใหม่ของใหม่ก็มาวนเป็นของเก่าหาอะไรมาให้แปลกเป็นเส้นแสงสีเสียง ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส วันนี้ได้เปิดฉีกหน้าคนที่หลงว่าเป็นศิลปะคนยุโรปไม่รู้จักว่าเป็นศิลปะ ต่างจากประเทศไทยต่างจากอเทวนิยม แล้วเขาอาศัย ถ้าเผื่อว่าศิลปะจะใช้คำว่าถอดแบบเขียนภาพเหมือน เขียนภาพธรรมชาติ ที่จะใช้เป็นประโยชน์แก่งานนั้นได้ อย่างนี้ก็จะดี อย่างคนที่เรียนรู้เรื่องสัตว์ เขาก็สเก็ตภาพสัตว์ นก หมา เพื่อทำความเป็นจริงเรียนรู้สรีระ Anatomy ของมัน อันนี้เป็นประโยชน์ในการใช้เขียน หรือจะเอาไปใช้ทางสถาปัตยกรรม ใช้การคิดเขียน ในการสร้างบ้านเรือน เส้นแสงเงาเสียง ที่เละเทะ แล้วบอกว่านี่เป็นศิลปะเทคนิคเขาเรียกว่าเป็น ที แทคติกของแต่ละคนเป็นอัตลักษณ์ ใครทำได้จนติดใจคน คนยอมรับว่านี่แหละคือของคนนี้เป็นสัญลักษณ์คนนี้ยอดเยี่ยม จะเป็นแวนโก๊ะ ปิกัสโซ่ จะเป็นใครก็แล้วแต่ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปิน จะมีเอกลักษณ์ของตนเอง เท่านั้นเอง เสร็จแล้วถ้าทำอะไรออกมาก็เป็นงานที่คนนิยม เขียนเก้าอี้ตัวเดียวตั้งอยู่ที่ห้องราคาก็เป็น 10 ล้าน เขียนรองเท้าของเพื่อน ก็มีราคา เป็นร้อยล้านอย่างนี้เป็นต้น ฟังแล้วน่าสังเวชใจ ที่สังเวชใจคือตัวเองก็หลอกลวงแล้ว แล้วไปส่งเสริมความหลอกลวงอันนี้อีก ที่เขาได้ชื่อว่าศิลปินจะคิดความแปลกใหม่บ้าบอทับถมขึ้นไปให้คนหลง ซึ่งมันเลยกลายเป็นซ้ำเติมให้คนโง่จัดๆมัวเมาหลงใหล _สู่แดนธรรม...ไม่กี่วันมานี้ ผมประทับใจพ่อท่านที่ได้เปิดเผยทางออกที่ตำหนิศิลปินที่มัวแต่แสวงหาอะไรที่เป็นของใหม่ๆ แต่พ่อท่านบอกว่าสิ่งที่เป็นของใหม่ควรจะเป็นของโลกุตระนี่ต่างหาก ที่ศิลปินควรจะมาแสวงหา ให้เป็นอันอื่น อัญญะที่ควรแสวงหา อันใหม่เป็นโลกจินตานั้น คิดกันได้ไม่รู้จบหรอก บ้าๆบอๆ เปรมจิต ต้องใหม่ออกนอกโลกไป พ่อครูว่า...เขาพยายามให้เป็นอันใหม่ที่คนอื่นไม่มีแต่มันก็ไร้สาระวนเวียนอยู่ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มันไม่ต่างจากรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเลยที่คุณกำลังค้นหาให้คนมารับทางตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัส แล้วก็เกิดความรู้สึกจิตวิญญาณที่ใจของคน ทั้งนั้นเลย มันเป็นโลกียธรรมโลกๆ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าอะไร เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าค้นพบโลกุตระ จึงมีศิลปะอันเป็นอุดมที่พาให้หลุดพ้น อาตมาใช้ศิลปะ ใช้ทั้งนั้น จะใช้ทั้งภาพเขียน ปั้น สถาปัตยกรรม Music Drama วรรณกรรม ใช้ทั้งหมด ที่จริงมันมี จิตรกรรม วรรณกรรม Music and Drama นาฏกรรม กับดนตรีการ ประติมากรรม เดี๋ยวนี้ไปตั้งชื่อหลากหลายสาขาออกไปอีกไปเรียนปริญญาตรีโทเอก ผสมเข้าไปอีก แล้วคนก็จะยิ่งฟุ้งซ่าน ฟุ้งเฟ้อ เลอะเทอะ มากมาย ถ้าหากมาเข้าใจโลกุตระก็จะย่นย่อสรุปลงมาเป็นสัจธรรม ให้รู้ว่าจะต้องเกิดที่จิตวิญญาณจิตใจ ให้ติดใจเกิดอะไรก็เกิดความรู้อย่างน้อยก็รู้ความดีความชั่ว รู้ดีรู้ชั่วนี้เป็นโลกียะ สูงกว่านั้นให้รู้สุขรู้ทุกข์ เพราะฉะนั้นภาพหรือศิลปะงานอะไรก็แล้วแต่ พอสัมผัสแล้วให้เกิดความทุกข์แล้วก็รู้ความสุข เกิดสุขแล้วรู้ว่าไปหลงสุข ศาสนาพุทธชัดเจนว่าความสุขเป็นความหลง ความทุกข์นั้นเราต้องออกให้ได้แล้วเลิก ความสุขกับความทุกข์เป็นอันเดียวกัน เป็นเทวดา ศาสนาพุทธนั้นเรียนรู้ความทุกข์ความสุขแล้วตีแตกเทวดาจึงทำลาย เทวธรรมทั้งหมด นอกนั้นหลงเทวธรรมเป็นเทวศาสตร์ไปหมด ก็ถือว่าเป็นความรู้ยอดเยี่ยมแต่เขาไม่มีความรู้นั้นแต่เขายกเป็นเทวศาสตร์ เพราะเขาตีเทวเป็นธรรมะ 2 ไม่ออก เป็นเทวธัมมาแล้ววิจัยวิจารณ์ในความโง่ความหลง ที่มีมากมายไม่ได้ เขาก็เลยจมอยู่ในโลกแล้วก็พาคนให้จมๆๆ ลึกลงไปอีก เพราะมีอะไรมาทับถมความงมงายเฟ้อฟุ้งไปอีก เปรมจิต เขาตีไม่แตกเลยหาทฤษฎีมาไปเรื่อยๆหลากหลายมากมาย พ่อครูว่า...ด้วยความไม่รู้สรุปแล้วเป็นอวิชชา 620722_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 59