ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข12 มกราคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5 _ทับทิม . ขอความกรุณาพ่อครูอธิบาย มิจฉาอาชีวะ 5 ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... คิดเรื่องมิจฉาอาชีวะขึ้นมานี้น่าจะได้เรื่องเดียวนี้จนหมด ชั่วโมง มันอยากอธิบาย มันจะเข้าไปละเอียดแค่ไหนก็แล้วแต่พระพุทธเจ้าจะเข้าทรง มิจฉาอาชีวะ 5 มีอะไรบ้างทดสอบนักเรียน ๑. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . ๒. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . ๓. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ ๔. การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) ๕. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม ๑๔ ข้อ ๒๗๕ มหาจัตตารีสกสูตร)

อันแรกกุหนา คือโกง ทุจริต คอรัปชั่น คือหมายความว่าทำชั่วชัดๆ ชั่วที่ 1 เลย ชั่วอันดับ 1 ทำชั่วที่ 1 นี่นะ มันต้องถึงในขั้นอยู่ในวงการเมือง ทำชั่วที่ 1เลย ไม่อยู่ในวงการเมืองชั่วไม่ครบสูตรหรอก ถ้าไม่ชั่วแบบการเมือง เพราะการเมืองนี้มันระดับคลุมทั้งประเทศเลย บทบาทที่มีอำนาจหรือมีอิทธิพล มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ แต่ถ้าโกงไม่ถึงขั้นอยู่ในวงการเมือง มันก็อยู่ในกลุ่มของคน คนที่เขาไม่ยุ่งการเมืองจริงๆนี่ การเงินจะเป็นยังไงเขาไม่แยแสเขาทำมาหากินกับชีวิตเขา มากกว่าคนที่คำนึงถึงการเมือง เข้าไปยุ่งกับการเมืองเข้าไปสนใจกับการเมือง ที่พูดด้วยสักง่ายๆว่าไม่เล่นการเมือง ไม่ยุ่งกับการเมือง แต่การเมืองมันกระทบถึงเขาเหมือนกัน การเมืองกระทบถึงเขา เขาจะไม่ยุ่งการเมือง ไม่เล่นการเมืองอะไร คุณอยู่ในสังคมประเทศ นายกเขาทำอะไรมีผลถึงคนทุกคน นายกเคยพูดดูแลทำงานเพื่อประชาชนทุกคนในประเทศ หรือประธานาธิบดีหัวหน้าใหญ่เบอร์1ว่างั้นเถอะ ในระบบการบริหารประเทศแบบประธานาธิบดีแบบนายกก็ตาม ผู้ปฏิบัติผู้กระทำจริงๆคือนายกกับประธานา

อ่านต่อ

ธิบดี ระบบประธานาธิบดีคือระบบบริหารที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ เมื่อไม่มีพระมหากษัตริย์ คุณก็ทำหน้าที่มีพลังงาน จัดการ ส่วนในหลวงหรือพระเจ้าแผ่นดิน ในประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนคอมมิวนิสต์เขาไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน หรือประธานาธิบดี ของเขาก็ไม่มี พระเจ้าแผ่นดิน เขาก็บริหารเต็มที่อยู่แล้ว ประธานาธิบดีหรือนายก ประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดินแล้วก็มีนายก ก็ให้นายกเป็นผู้รับผิดชอบ พระเจ้าแผ่นดินทรงไว้ซึ่ง ผู้ที่จะมีปัญหา มันสุดปัญหาหรือว่าเป็นปัญหาที่นายกเห็นว่าควรโปรดเกล้าขอพระปัญญาของท่าน ใช้ปัญญาของท่านตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายจึงทำ ถ้าไม่ถึงนายกทำไป หรืออันใดที่เห็นควรตามกฎหมายเขาก็จะมีกฎหมายระบุว่าอันนี้ต้องถึงพระเจ้าแผ่นดินนะอันนี้ไม่ต้องถึงก็ได้ มันก็มีระดับของมันตามกฎหมายกำหนดไว้ละเอียดอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสรุปแล้วประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงเป็นประเทศที่มีสิ่งที่เป็นสุดยอดสำคัญ มีพระเจ้าด้วยว่างั้นเถอะ ประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดินนี่มีพระเจ้าด้วย ถือว่าเป็นอำนาจสูงสุด เพราะฉะนั้นประเทศที่เขานับถือพระเจ้า ศาสนานับถือพระเจ้า แต่เขาเองกลับทำระบบประชาธิปไตยที่ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน นี่เขากบฏต่อตัวเอง พระศาสนาเขามีพระเจ้าใหญ่ที่สุด ใครจะไปทำอะไรพระเจ้าไม่ได้ ยกไว้และพระเจ้าของเขาเที่ยงด้วยอย่าไปแตะ อย่าแตะเป็นอันขาดเช่นทางอิสลามยึดถือจัดจ้าน อย่าไปเปลี่ยนแปลงอะไรเลยเมื่อขึ้น กาละ เทศะ ฐานะ พระเจ้า ในคัมภีร์ว่าอย่างไรไม่เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบจะเปลี่ยนไปยังไงก็แล้วแต่ มีระบบเดียว ซื่อบื้อใส่บทเดียว ซึ่งมันไม่ใช่ มันผิด กาละเทศะ ฐานะ องค์ประกอบ บุคคลและจิตวิญญาณและเหตุองค์ประกอบต่างๆ มันเที่ยงแท้ที่ไหน อย่างนี้คือรายละเอียด ลงไปในรายละเอียดพวกนี้มันจะมากพอดี เดี๋ยวจะพูดมิจฉาอาชีวะ 5 ไม่ได้ สรุปแล้วข้อที่ 1 โกงแหลก แล้วเก่งโกงด้วย เป็นอาชญากร ทำอาชญากรรมทางการเมืองได้สุดยอด คนไทยมีให้ดู เก่งมาก ต้องขอใช้ศัพท์เต็มที่เลยว่าเก่งฉิบหายเลยเก่งมากเก่งชิบหายจริงๆ เก่งหรือหายเลย จริงๆเป็นอย่างนี้จริงๆเมืองไทยมีตัวอย่างให้เห็นด้วยเอาล่ะไม่ยาวต่อไปตรงนั้น มาขยายความต่อ ลปนา กุหนาคือโกง แต่ลปนา โกงเหมือนกัน ทุจริต แต่เน้นที่การพูดไม่ครบสูตรเหมือน กุหนา ที่ กาย วาจา ใจครบสูตร ลปนา มีกายกับวาจา กายมีบ้าง แต่ถือว่ามีวาจาเป็นหลัก พอถึงขั้น ร่างกายจะเอาเป็นเอาตายกัน ถึงขั้นจะทำสงครามก็ไม่แล้ว ลปนา จะลดกว่า สรุปก็คือ ทุจริตอยู่ _สู่แดนธรรม… การบอกข้อมูลไม่ครบอยู่ในข้อ 2 หรือเปล่าครับบอกข้อมูลแค่ครึ่งเดียว พ่อครูว่า…ในสภาพซับซ้อนที่จัดการฆ่ากันด้วยกายกรรมมันหยาบ ใครก็รู้ว่ามันหยาบรุนแรงเกินไป เพราะฉะนั้นทำให้ดีเหมือนไม่หยาบไม่ฆ่า แต่เขาใช้อิทธิพลใช้มือคนอื่น ใช้ความฉลาดแกมโกง เฉโก ซับซ้อนให้คนอื่นรับหน้าแต่ตัวเองเป็นคนวงการมีอิทธิพลเหมือนจางซูเหลียงในเรื่องเล็บครุฑของพนมเปญไม่มีใครรู้จักจางซูเหลียง แต่จางซูเหลียงบงการหมดเลย ไม่มีใครรู้จักตัวตนของจางซูเหลียงเหมือนไม่มีตัวตนเลยนะ หายตัวได้เหมือนขณะนี้นักโทษเด็ดขาดในเมืองไทยขณะนี้ก็หายตัวได้ อย่างนี้เป็นต้นนี่ ซับซ้อนมากเลย เพราะฉะนั้นถ้า ทั้ง กุหนา ลปนา ที่ซับซ้อนลงไปอีกเรียกว่าจบด็อกเตอร์ทางอาชญากรรมมาจริงๆถึงจะทำได้ ถ้าไม่ใช่ด็อกเตอร์ทางอาชญากรรมมา ไม่อยากเรียกว่าฉลาดแต่ฉลาดแกมโกง เฉโก คือความฉลาดแกมโกงก็ทำได้อย่างนี้ กุหนาร้ายที่สุด ลปนาร้ายรองลงมา ขั้นต่อมา เนมิตกตา คือแปลว่ายังเสี่ยงอยู่ยังกึ่งๆพยายามจะทำดีแต่ก็ยังทำชั่ว ยังเสี่ยงทาย ยังไม่แข็งแรง ยังไม่เต็มรูป ยังไม่เป็นผู้ที่จะปฏิบัติได้ดี แต่พยายามบ้างแล้ว จะเลิกกุหนา จะเลิกลปนา _สู่แดนธรรม... อย่างที่ผมพูดว่าให้ข้อมูลแค่ครึ่งเดียวได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ให้ข้อมูลแค่ครึ่งเดียวเป็นกลวิธีของคนขี้โกงนะนี่ไม่ใช่พูดแค่นั้นข้อเดียว มันอยู่ที่ตัวเองปฏิบัติ ตัวเองประพฤติตัวเองกระทำ เนมิตกตา คือเลวชั้น 3 ไม่ใช่เลวชั้น 1 เลวชั้น 2 จะเป็นเลวชั้น 3 พยายามจะทำดีแล้วแต่ข้อ 1 ข้อ 2 นั้นไม่พยายามจะทำดีเลย เป็นมิจฉาทิฐิที่เห็นชั่วเป็นดี แล้วทำแต่ชั่ว ๆๆๆ อย่างที่เรียกว่าเอาดีไปเป็นชั่วหมด เอาเชิงดีที่รู้ว่าคนเชื่อว่าดีไปหลอกคนว่าฉันทำดี แต่ตัวเองทำให้คนหลงเชื่อว่าสำเร็จอีก นี่เรียกว่าคน เฉโก ฉลาดแกมโกง มันซ้อนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เนมิตกตา นี่เริ่มดีขึ้นมา เริ่มเลิกชั่ว เลิกชั่ว ตามฐานะทำได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆก็ เนมิตกตา เจริญขึ้นสูงขึ้น สูงขึ้น จะเลิกทำชั่วก็เลิกได้ๆ เยอะ ยาวนานอันนี้ อันนี้ยาวนาน กว่าจะเลิกทำชั่วได้ขึ้นมาจนกระทั่งหมดชั่ว ไม่ทำชั่วอีกแล้ว คนพวกนี้นี่มาถึงขั้นโดยเฉพาะกุหนา ลปนา ยังไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องจะรู้จักความสุขความทุกข์ เพราะคนพวกนี้หลงสมใจตนเองเป็นสุข บำเรออัตตาตัวเองเป็นสุขอย่างเดียว เขาจะเดือดร้อนลำบากอย่างไรๆ เขาก็ไม่เคยนึกว่าเป็นทุกข์ คนพวกนี้ไม่รู้ทุกข์ในอริยสัจข้อที่ 1 เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงว่า เขาจะต้องหาเหตุแห่งทุกข์ เขาจะต้องมีนิโรธ เขาจะต้องมีข้อปฏิบัติเพื่อนิโรธ ไม่มี เขาไม่รู้ทุกข์ เขาหลงทุกข์อย่างหัวปักหัวปำ แล้วก็หลอกตัวเองด้วยอุปาทานว่านี่สุข ๆๆ มันยากมากนะไม่ใช่ง่าย ยากนะ ยากมาก แต่เขาทำได้ หรือทำชั่วได้ครบสมบูรณ์แบบ ชั่วได้สมบูรณ์แบบดีเขาจึงทำได้ เพราะฉะนั้นดีขึ้นมาถึงขั้น เนมิตกตา จนกระทั่งไม่ทำชั่วเลย ไม่ทำชั่วเลยก็เป็นขั้นที่ 4 นิปเปสิกตา นิปเปสิกตา เป็นอาชีพที่เขาไม่ทำชั่วได้แล้ว บรรลุอนาคามีแล้ว หรือเกือบจะอรหันต์ แต่ยังเหลือติ่งโง่ อยู่บ้างว่า ยังคงไปรับใช้คนผิด นิปเปสิกตา ยังไปรับใช้คนผิดด้วยวิธีใดๆก็ตาม เช่น คุณยังไปรับใช้คนโลกีย์ อย่างพวกเราชาวอโศกไม่เอาแล้วไม่ไปรับใช้คนโลกีย์แล้วไปรับเบี้ยอะไรจากเขาไม่ทำแล้ว มาอยู่ในหมู่นี้เลยทำงานศูนย์ เพราะฉะนั้นขั้นต่อ นิปเปสิกตา คือ ไม่ไปรับใช้คนผิด ถ้ายังรับใช้คนผิดอยู่คือ นิปเปสิกตา เมื่อไม่รับใช้คนผิดก็มาอยู่กับคนถูกหรือคนชาวโลกุตระ ถึงขั้นสุดท้ายจริง ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา ถึงขั้น มาอยู่ในระบบสาธารณโภคี... ยังรับสิ่งแลกเปลี่ยนอยู่ จากแรงงาน 1.วัตถุแลกวัตถุ ยังมี 2.ไม่แลกวัตถุแล้วเอาแรงงานทำ แลกแรงงานคิดเป็นค่ากัน แล้วเป็นคิดค่านี้ก็เอาธนบัตร มาเป็นตัวเลข ไม่ใช่วัตถุนะ เอาเศษกระดาษมาเป็นธนบัตรที่มันซ้อนอยู่ในโลกทุกวันนี้ นี่ค่าตัวของคุณฉันยังไม่ได้ให้นะ ไม่ใช่วัตถุนะ แต่เป็นค่าลมๆแล้งๆตัวเลข ก็เลยได้แต่เงินมากองเอาไว้ กินก็ไม่ได้ ใช้อะไรก็ไม่ได้ เป็นอาหารก็ไม่ได้ เอาเป็นเชื้อเพลิงเผา ถ้ามันมากก็คงจะเผาตัวเองได้ ธนบัตรกระดาษ ไม่มีค่าอะไรเท่าไหร่ นี่พูดให้ละเอียดๆไปเล็กน้อย เพราะฉะนั้น ผู้ที่ทำงานไม่รับอะไรแลกเปลี่ยนเลย ไม่มีทั้งวัตถุไม่มีทั้งธนบัตรแลกเปลี่ยนเป็นค่าตัวทิ้งเอาไว้ ค้างเอาไว้จะใช้คืนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ล่ะ หรือไม่รับอะไรเลยอย่าว่าแต่ธนบัตร ไม่ว่าแต่อะไรจะไม่คิดรับเลย แต่ยังซ้อนอยู่ จิตผู้นั้นยังนึกว่า ฉันเป็นบุญคุณของคุณอยู่นะ ตัวเองยังยึดว่าฉันเป็นบุญคุณของคุณอยู่นะ ไอ้นี่ก็ไม่หมด ไอ้นี่ก็คือเป็นผู้ที่ทำงานยังไม่ 0 แท้ๆ ทำงานยังคิดเป็นบุญคุณ ถ้าภาษาทางบาลีท่านก็เรียกว่าเป็นให้ไม่หมด ทานไม่สมบูรณ์แบบ ทานสมบูรณ์แบบคือไม่มีอะไรเชื่อมต่อเลย ไม่มี สาเปกโข ที่จะหวังอะไรตอบแทนอีก ไม่มี เพราะฉะนั้นทานยังมีทานระดับ 2 จิตยังผูกพัน ปฏิพัทธจิตโต ติด ยังสัมพันธ์กันอยู่ นี่ก็เลยยากขึ้นจากไม่มี สาเปกโข ไอ้นี่เริ่มมีแล้วยิ่งไปสะสมเลย สันนิธิเปกโข ยิ่งสะสมใส่คลังไว้เลย อันที่ 4 นั้นโอ้โห ทีนี้เป็นตัวเป็นตนข้ามชาติไปเลย เอาไว้ที่จะกินข้ามชาติโน้นชาตินี้ชาติหน้า ปริภุญชิตสามีติ เป็นสมบัติของกูของกูข้ามชาติของกูๆๆ เหมือนอย่างหลวงตาบัวบอกว่านี่ยังเฝ้า ดอลลาร์กับทองคำอยู่ในคลัง เขาเอาไปใช้ยังไงไม่รู้เรื่องแล้วเป็นจิ้งจกตุ๊กแกเฝ้า เป็นจริงๆนะ แม้แค่ว่าเป็นจีวรของกู พระพุทธเจ้าก็เคยมี อันนี้อยู่ในพระสูตรเลย เสร็จแล้วตายก็มาเป็นเล็นอยู่ที่จีวรนั้นแหละ เห็นไหมจิตคน จีวรของกู จีวรของกู ตายยังเป็นเล็นเฝ้า มหาบัวฉันเดียวกัน หนักกว่าจีวรด้วย ทั้งดอลลาร์ ทั้งทองคำ ทำไว้ของกูของกู เขาเอาหมุนเวียนไปเท่าไหร่ แล้วจะเปลี่ยนแปลงยังไงก็ยังของกู ของกู อยู่นั่นแหละ นี่มันลึกซึ้ง อาตมาพูดชัดเจนนะ ออกชื่อมหาบัวด้วย ให้เห็นตัวอย่างว่าคนเรานี่เป็นตัวอย่าง ขอบคุณมหาบัวที่คุณทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ง่าย อาตมาไม่พูดต่อแล้ว ว่าใช้อะไรต่างๆนี้ก็ได้สิ แล้วมันก็ซับซ้อนไม่รู้ตัวเองหรอก ไม่รู้ เพราะมหาบัวไม่ใช่อรหันต์ มหาบัวไม่ใช่คนบริสุทธิ์สะอาดอย่างที่ว่านี้เลย บอกว่ามหาบัวคืออรหันต์ไม่เคยสะอาดนี้ไม่ใช่ หยาบไปยังซับซ้อนด้วย เหมือนกับทุกวันนี้คนแสดงออกทางการเมืองแต่นี่ไม่ใช่การเมือง เอาทางธรรมะ ทางศาสนามันก็คนละ มิติ คนละองค์ประกอบ คนละบริบทเท่านั้นเอง แต่หนักหนาสาหัส อย่างขณะนี้นักการเมือง หยาบคายกว่ามหาบัว แต่หยาบคายแบบรูป แต่คนก็ยังไม่เห็น แต่มหาบัวหยาบคายแบบนาม ขั้นสุดท้าย ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา คือไม่มีการใช้ลาภแลกลาภ และที่พูดลึกซึ้งผ่านไปแล้วว่า หายไปไม่มีของตัวของก่อน ไม่ยึดเป็นของตัวของตน ทั้งๆที่ตนทำมากด้วย ทำเยอะ ถ้าตีราคาตีค่า ซึ่งการตีราคาตีค่านี่ก็ซับซ้อน คนที่มีคุณธรรมมีความรู้ทางธรรมะสูง ค่าราคาตีเป็นราคา หน่วยของเงิน ตีราคาเป็นหน่วยของเงิน คุณธรรมสูง ควรจะได้หน่วยราคาของเงินมากกว่าคนคุณธรรมต่ำใช่ไหม ตามโลกที่เขาแลกเปลี่ยนกัน ทีนี้ ราคาโลกุตรธรรมนี้หาค่ามิได้เลย ตีราคามันมากจนกระทั่ง คนนี้ราคาค่าตัว ชั่วโมงละ 1 บาท คนที่มีราคาโลกุตรธรรม ชั่วโมงละล้านก็ยังน้อยไปแล้ว หาค่าบ่มีได้จริงๆ เพราะฉะนั้นคนที่ทำงาน 10 ชั่วโมง 1 วัน โอ้โห ค่าของทางโลกุตระ 10 ชั่วโมง 1 วัน จะเท่าไหร่ นี่เทียบให้ฟังบ้าง เพราะฉะนั้น คุณธรรมของคนที่ แม้ว่าเราจะยังมีตัวตนอยู่บ้างแต่มาอยู่กับหมู่ที่ทำงานฟรีอยู่ด้วยกันหมด เหลือจิตที่มีกิเลสส่วนตัว ที่ยังมี ยังยักไว้ ยังอยากได้ ยังไอ้โน่นไอ้นี่ มันก็เป็นธรรมดา แต่จะว่าไปแล้ว ไอ้สิ่งที่เราได้เราก็ไม่ได้ไปทุจริต เราก็ไม่ได้ไปทำชั่ว เราก็ได้มาด้วยบารมีหรือได้มาด้วยกรรมสุจริต เพราะฉะนั้น คนที่ละเอียดจริงๆแล้ว สูงขึ้นไปจริงพอสมควรแล้วมาอยู่ในหมู่ที่ สาธารณโภคี ไม่ทำกรรมหาเงิน ส่วนตัวเลย กรรมทุกกรรมทำงานเข้ากองกลางหมด แต่บารมีส่วนตัวที่จะได้ ลูกมาให้หลานมาให้ พ่อมาให้ แม่มาให้ หรือว่าคนที่เขาศรัทธามาให้ส่วนตัวอะไรจริงๆ นั่นก็บารมีส่วนตัว เราไม่ได้ไปทำงานให้เขาหรอกชาตินี้ แต่เขาอนุเคราะห์ เขาจะต้องเอามาให้เรา อันนี้ก็เป็นกรรมวิบาก ที่มันคิดไม่ออก เอ๊ ทำไมเขาเห็นดีเห็นงามมาช่วย มาสนับสนุน มาซัพพอร์ต มาเกื้อกูลอยู่นะอะไรพวกนี้ มันก็เป็นสัจธรรมของแต่ละคน มีได้ จะว่าไปยกตัวอย่างอาตมานี่ อาตมาไม่ได้ไปทำงานรับจ้างเลย แต่อาตมาก็ได้ คนเอามาให้ตามบารมีที่อาตมามี อาตมาเคยพูดด้วยซ้ำไปว่า ในชีวิตนี้อาตมาไม่เรี่ยไร ไม่มีวิธีเรี่ยไรใดๆ ด้วยหยาบด้วยกลางด้วยละเอียด ไม่ได้ทำ การได้มานี่ได้มาโดยบารมีจริงๆ เขาเห็นว่า พฤติกรรมอย่างอาตมาทำ สรุปกันที่ สาธารณโภคี แล้วอาตมาก็พูดและทำจริงว่า เงินที่เขามาบริจาคที่อาตมารับมา อาตมาจะไม่ใช้เงินเหล่านี้ ส่วนตัวเลย เคยพูดไปหลายทีแล้ว แม้อาตมาจะป่วยเจ็บจะตายจะต้องใช้เงินนี้จ่าย เลี้ยงตัวก็ไม่เอา จะกิน หิวหรือจะตายแล้วไม่ได้กินนี่จะต้องใช้เงินนี่ซื้ออาหารให้กินก็ไม่เอา ไม่กิน ป่วยก็ไม่รักษาไม่ใช้เงินนี้ไปแลกไปจ่าย ถ้าใครคนอื่นๆไม่ช่วยให้กินหรือไม่ช่วยรักษา ตายยอมตาย อาตมาเคยพูดหลายทีแล้วเรื่องนี้ แล้วก็ทำมาจริงๆ ซึ่งมันเป็นการยืนยันพิสูจน์ว่า คนเรานี่มีบารมี มีสิ่งที่เป็นกรรมวิบากพวกนี้นี่จริง อาตมาก็ต้องการพิสูจน์กรรมวิบากของอาตมาเหมือนกัน แล้วอาตมาก็มั่นใจว่า ชาตินี้เรามีวิบาก อยู่ได้เป็นไปได้อย่างที่เป็น จนกระทั่งมาอยู่ในหมู่พวกเรานี่ สมณะนักบวชแม้แต่สิกขมาตุก็ไม่มีใครเก็บเงินเป็นส่วนตัว ให้กองกลางหรือมาให้อาตมา มันก็อันเดียวกันคือให้อาตมาหรือให้กองกลาง หลายคนรับแล้วบางทีก็ไม่มาให้อาตมา ก็เอาไปให้กองกลาง บางคนก็มาให้อาตมาก่อน อาตมาก็รวมไปให้กองกลางอยู่ดี อาตมาไม่ได้มีของตัวเอง ไม่ได้รับทรัพย์มาเป็นของตัวเองไว้ ก็ให้ทางหน่วยฆราวาส พวกเราใช้ฆราวาส เป็นหน่วยการเงิน ซึ่งมีฆราวาสเป็นคนดูแล เพราะฉะนั้นอาตมาก็ภาคภูมิใจ ในชีวิตนี้ อายุจนป่านนี้ ทำงานศาสนามา 53-54 ปีนี้ บริสุทธิ์ ทำแม้การเงินนี่แหละได้บริสุทธิ์ อย่างน่าภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ สรุปอาชีวะ 5 ผู้สามารถทำได้ต้องเป็นโลกุตรธรรม สามารถทำอาชีวะระดับ 5 ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา คือ ลาภที่ได้มาโดยธรรม ลาภธัมมิกา ไม่เอามาเป็นของตัว เอาเข้าไปสู่สาธารณโภคี นี่เป็นเศรษฐศาสตร์สุดยอดที่สุดที่คอมมิวนิสต์ก็ต้องการ ประชาธิปไตยก็ต้องการ คือ คนสมาชิกของสังคมนี้ เสียภาษี 100% ทุกคน สมาชิกทุกคนของสังคมนี้ อยู่ในระบบ สาธารณโภคีนี้ ทุกคนเสียภาษี 100% คอมมิวนิสต์เขาก็พยายาม ประชาธิปไตยเขาก็พยายาม แต่ทำไม่ได้ ทำได้เฉพาะพุทธศาสนาโลกุตระนี้เท่านั้น ในโลกมีหนึ่งเดียว ไม่ได้บังคับนะ คุณจะเป็นสมาชิกเมื่อไหร่ ได้ คุณไม่เป็นสมาชิกคุณก็ออกไป แต่คุณเข้ามาคุณก็มาใช้บริการนี้ได้ ปฏิบัติตามกฎ ระบบระเบียบของที่นี่ก็แล้วกัน คุณก็มาใช้บริการ สาธารณโภคี ได้ แต่ถ้าคุณไม่ คุณจะไปส่วนตัวก็ออกไปข้างนอก อิสระ ไม่มีปัญหาอะไร อิสระ เราไม่ได้ไปละลาบละล้วงอะไรคุณ ของเราก็มีกฏระเบียบเหมือนกับประเทศเขาก็มีกฎหมายมีระเบียบของเขา เหมือนในโลกอันเดียวกัน นี่สุดยอดที่สุด นี่คือ สาธารณโภคี นี่คืออาชีวะ ทุกอย่างยังทำงานในระดับ ทำงานแล้วยังมีรายได้แลกเปลี่ยนคืนมายังถือว่า มิจฉาอาชีวะ ผู้ยังทำงานแลกกับสิ่งตอบแทนอยู่ ถือว่ายังมิจฉาอาชีพอยู่ เห็นไหม สุดยอดของสัมมาอาชีพของพระพุทธเจ้า พ้นมิจฉาอาชีพ 5 ได้นี่ นักเศรษฐศาสตร์ที่เรียนจบ ดร.มาจากเทวนิยมหัวพัง หัวผุ ฟังแล้วหัวแตก เขาคิดว่ามันเป็นไปได้หรือยังไง ถ้าไม่ได้มีพวกเราพิสูจน์มาถึง 40 ,50 ปีมานี้ ถ้าคุณยังไม่เชื่ออยู่ก็ไม่เป็นไร พวกคุณเชื่อไหม ก็พวกนี้เชื่ออยู่เขาก็จะอยู่อย่างนี้ไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เผาอีกคนหนึ่ง ก็ไม่เป็นไร อยู่ไปจนตายแล้วก็เผา ใช่ไหม พ่อของกรักตรงเตือน พ่อสมพร พรุ่งนี้เผา วันนี้เผาน้อย พรุ่งนี้เผาพ่อสมพร _สู่แดนธรรม... ผมอยากจะคิดเห็นในเรื่องนี้ ตอนนั้นปี 2527 ยังเป็นหนุ่มน้อยๆอยู่ ผมกำลังแสวงหาว่า สำนักไหนที่จะอธิบายเรื่อง ศีลที่บริสุทธิ์ ผมประทับใจเลยว่า สำนักสันติอโศก คือฟังจากเทปอธิบายให้ละเอียดของศีลข้อที่จะไม่ทุจริต คือศีลข้อ 2 นี่มันระบุแค่ว่า เราก็รู้สึกว่าเราทำได้แล้วนะ แต่เรายังอยากจะรู้ลึกๆละเอียดอีกว่า พ่อครูว่า... ศีลข้อ1 เรื่องสัตว์ เรื่องชีวิต เรื่องเมตตา เรื่องไม่ละเมิดทางชีวะกัน ศีลข้อ 2 เรื่องทุจริต สุจริต อาตมาเคยสรุปแล้ว ศีลข้อ 3 เรื่อง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) _สู่แดนธรรม... ผมกำลังจะกล่าวอ้างอิงถึงอีกบุคคลหนึ่ง ผมได้อ่านหนังสือแสงสูญและฟังเทป มีบุคคลที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้อย่างดีเลยคือคุณเบญจวรรณ เจริญวงษ์ เขารายงานว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เป็นข้าราชการ เขารักษาศีลของตนได้บริสุทธิ์แล้วเขายังกินแหนงใจว่าเขาเองอยู่ในองค์กรที่ทุจริตอยู่ เขาก็กินแหนงว่า ตัวเองไปพายเรือให้โจรนั่ง ตัวเองไม่ได้ทำทุจริตแล้ว ละอายแก่ใจ เลยลาออกจากงานเลย ป้าดติโท้สำนักนี้ทำไมมีปาฏิหาริย์ขนาดนี้ ตั้งแต่ปี 2527 มาผมก็เลยเลือกเข้ามาศึกษากับพ่อท่าน พ่อครูว่า... อาตมาก็ยังจำได้เรื่องของเบญจวรรณ นี่แหละเป็นเรื่องจริงของจิตวิญญาณ และเป็นสำนึกของคน สำนึกดี เห็นจริงว่าโอ้โห อย่างนี้ต้องเอาแบบนี้และมีสังคมแบบนี้ด้วย มีระบบแบบนี้ ศีลสมาธิ ปัญญาแบบนี้ แล้วคนก็มาเอา _สู่แดนธรรม... อีกเรื่องหนึ่งครับ นึกได้พอดี เรื่องนี้เป็นหลักประกันว่า แม้แต่นักการเมืองที่มีศีลข้อนี้แข็งแรงแล้ว พ่อท่านบอกว่า สมมุติคนนี้เป็นอรหันต์แล้วนะครับ พ่อท่านบอกว่า มาเลยงบประมาณลับ 500 ล้าน พ่อครูว่า... อะไรแค่ 500 ล้าน มันเป็นแสนๆล้าน งบประมาณ _สู่แดนธรรม... งบประมาณลับส่วนตัว เอามาให้ท่านผู้นี้บริหารเลย ท่านจะบริหารให้ได้อย่างดีเลยไม่ทุจริต ไม่ลำเอียง ไม่เอาเข้าตัว พ่อครูว่า... ก็คุณจำลองนี่ไง บริหารตั้งแต่ กทม.มา จนกระทั่งมาทางการเมือง 670108 ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5 รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #50 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน