เห็นต่างทางการเมืองควรเข้าข้างไหนหรือไม่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.87 KB
วันที่แก้ไข20 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

เห็นต่างทางการเมืองควรเข้าข้างไหนหรือไม่ _หลวงปู่คิดเห็นอย่างไรคะ กับ ศิษย์เก่าที่ทะเลาะกัน ในความเห็นต่างกันทางการเมือง พ่อครูว่า…อาตมาก็เห็นอย่างที่คุณเห็น ทีนี้ อาตมาก็จะตอบว่าดีหรือไม่ดี ตอบว่าไม่ดีแต่บังคับได้ไหม.. ไม่ได้ ไปบังคับเขาไม่ได้เขาจะเห็นต่างกัน ก็เป็นแต่เพียงว่าขอออกความเห็นของตัวเองคือของอาตมาว่า... ศิษย์เก่าทั้งหลายเอ๋ย ความอิสระในทางความคิดนั้นอาตมาก็เคารพ ต่อความคิดอิสระของแต่ละบุคลคน แต่เราควรจะคิดถึง สิ่งที่ควรจะเป็น สิ่งที่ควรจะเป็นคืออะไร ควรจะเป็นคือ อย่าจุดไฟ อย่ากระพือไฟ ควรจะต้องให้มันสงบ ทีนี้ ทำอย่างไรจะสงบ ...เราก็มองดู ตรวจดู ให้ชัดเจนว่า ความเห็น อันใด ความเห็นแบบใด ที่เราควรจะต้องไปเห็นด้วย ร่วมมือด้วย อันนี้ก็อาจจะมีบางคนมันบังคับไม่ได้มันเห็นต่างจริงๆ ถ้ามันสุดวิสัยก็ต้องปล่อยไป มันก็เป็นนานาสังวาสไป แต่ถ้าพอจะทำได้ เห็นแก่ความสงบระงับของส่วนรวมของประเทศ ก็จงมองส่วนรวม พูดกันอย่างกระชับ ส่วนรวมของชาวอโศกทั้งหมด ส่วนใหญ่ของชาวอโศกทั้งหมด เห็นฝ่ายไหนล่ะ เห็นควรจะต้องเห็นอย่างไร แบบใด เอ้า พูดกันง่ายๆชัดๆ เห็นอย่าง 3 นิ้ว หรือเห็นอย่างไม่ใช่ 3 นิ้ว เอาแค่นั้น นี่แบ่งเป็น 2 ข้างง่ายๆ อาตมาก็ควรจะเห็นอย่างไม่ใช่ 3 นิ้ว ชาวอโศกส่วนใหญ่ อาตมาพูดอย่างนี้ ก็เป็นความเห็นส่วนตัวเองก็เป็นความจริง ถ้าคุณจะเห็นแก่ความสงบ ก็ควรเห็นแก่ชาวอโศกส่วนใหญ่ แต่ถ้าคุณทำตามไม่ได้ก็เห็นใจ มันยาก พวกเราบวชเป็นสมณะชาวอโศกแล้ว สุดท้ายก็ต้องขอแยกออกไปเลย เรียกว่าสึกออกจากสมณะชาวอโศก ตอนนี้ไม่รู้ว่าบวชเป็นภิกษุทางโน้นหรือไม่ อาตมาไม่ขอกล่าวชื่อออกไป มันก็เป็นเรื่องสุดวิสัย บังคับไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร มันเป็นเรื่องสุดวิสัย ก็น่าสงสาร แม้กร

อ่านต่อ

ะทั่งแม่ของสมณะ ก็ยังอยู่ในชาวอโศก เมื่อพูดถึงลูกก็อยากจะร้องไห้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ลูกเราบังคับกันไม่ได้ ก็ลูกมีความเห็นต่าง อยู่กับชาวอโศกจนกระทั่งอายุ ยังไม่ 60 ก็บวชมา 26 ปีแล้ว ก็เป็นเรื่องเอาตัวตนบุคคลจริงๆมาอ้างอิงยืนยันอธิบายสัจธรรมสู่ฟัง สรุปก็คือบังคับจิตใจไม่ได้ คนเราบังคับจิตใจกันไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงมีทางออกสุดท้ายคือนานาสังวาส จากคนคนเดียวเห็นแตกต่างกับหมู่ใหญ่หมดเลย ก็มีสิทธิ์ที่จะขอประกาศนานาสังวาสกับหมู่ส่วนใหญ่ ขอปกครองตัวเองปฏิบัติตามตัวเองก็ต้องอนุญาตให้เขาเป็นนานาสังวาส เขาก็เป็นไปตามที่เขาเป็น ส่วนอีกหมู่หนึ่งมันก็ต้องต่างกัน ความต่างจะมี 3 ประเด็นใหญ่ๆ 1. ศีลไม่เสมอสมานกัน 2. ความประพฤติไม่ตรงกัน 3 อุเทส คำอธิบายธรรมะต่างๆไม่ตรงกัน อธิบายความหมายต่างๆไม่ตรงกัน อธิบายสภาวะธรรมไม่ตรงกัน อธิบายพยัญชนะไม่ตรงกัน มันจะต่างกัน 3 ประเด็นนี้ นี่คือ 3 ประเด็นใหญ่ จะต้องแยกกัน และมีวิธีการ วินัยของพระพุทธเจ้าคือแยกนานาสังวาสอย่างที่ชาวอโศกประกาศนานาสังวาสกับเถรสมาคม แต่เถรสมาคมไม่เอาพระวินัยของพระพุทธเจ้าบังคับพวกเรา เราก็ยืนยันตามธรรมวินัยก็ทำอะไรเราไม่ได้ เรายืนยันตามพระไตรปิฎกยืนยันจนบัดนี้เถรสมาคมก็ทำอะไรเราไม่ได้ เขาถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาล เราก็แพ้คดีแล้วก็ติดคุก แต่ให้รอลงอาญาติดคุกอยู่นอกคุก 2 ปีก็ผ่าน 2 ปีมาแล้วไม่ได้ประพฤติผิดอะไรก็จบแล้วก็เลยสุดในทางกฎหมายก็จบแล้ว ทางธรรมวินัยสู้ไม่ได้เขาก็เอากฎหมายโลกมาเล่นงานเราอีก มันผิดธรรมวินัยเลย ถ้านานาสังวาสแล้วห้ามฟ้องร้องกันอธิกรณ์กัน แต่นี่ไปฟ้องร้องถึงศาลคฤหัสถ์ แล้วคฤหัสถ์จะเอาอะไรมาตัดสินธรรมวินัยของพระภิกษุดูแล้วตลกๆ ดูแล้วท่านไม่เดียงสาจริงๆ ขออภัย ที่ต้องพูด แต่เราก็ยอมทุกอย่าง เอาล่ะ พูดไปก็เป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บเปล่าๆ สู่แดนธรรม…ปัญหา ที่ถาม เมื่อเห็นต่าง ทั่วทั้งโลกก็จะใช้วิธี แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง พ่อครูว่า…ก็อธิบาย อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งให้ดูองค์รวม อาตมาสรุป ให้ดูองค์รวมของชาวอโศกว่าควรจะเข้าข้าง และถ้าทำใจได้ก็ควรทำตาม แต่ถ้าทำไม่ได้ก็เห็นต่างก็ห้ามไม่ได้หรอกอย่าไปทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน อันตรายไม่อยากให้ทำผิดกฎหมาย 631019_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 13

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน