570501_พ่อครูที่ป้อมมหากาฬ เรื่อง ประชาชนมีอำนาจอยู่จริงหรือ .doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข4 เมษายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

570501_ พ่อครู ที่ป้อมมหากาฬ เรื่อง ประชาชนมีอำนาจอยู่จริงหรือ

พ่อครู… วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ที่ ป้อมมหากาฬ รัฐบาลเหมือนผู้ใช้ธนบัตร แต่ประชาชนคือ เจ้าของธนบัตร ตอนนี้ รัฐบาลใช้ธนบัตรแบบผิดๆ เสียหาย โกงกิน ประชาชนก็มายืนยันหลักฐาน ว่ารัฐบาลแพ้นะ จนรัฐบาลถอย ตอนนี้ก็ยุบสภาฯ ก็เหมือนให้ถือธนบัตรไว้ก่อน ประชาชนก็ออกมาบอกว่าเขาจะจัดให้มีผู้รับช่วงเอง แต่รัฐบาลก็บอกว่าจะให้เลือกตั้ง ประชาชนก็ว่าจะปฏิรูปก่อน เพราะโครงสร้างเก่าใช้ไม่ได้ มันเป็นค่ายกลที่พิกลพิการแล้ว เป็นค่ายกลที่มีพิษ อำนาจอธิปไตย เป็นเช่นไร...มีคนบอกว่าการเมืองคือ การ แย่งชิงอำนาจ คือการแย่งอำนาจบาตรใหญ่ ใครได้อำนาจก็คือ มีบทบาทใหญ่ในประเทศ ...มันก็มีส่วนเป็นเช่นนั้น ซึ่งอำนาจแบบนี้ก็มีอยู่ในอดีตจนปัจจุบัน แต่อาตมาว่าอำนาจบาทใหญ่แบบนี้ มันตกรุ่นไปแล้ว มันสู้ อำนาจแห่งคุณงามความดี ไม่ได้ เป็นอำนาจที่เป็นโลกุตระ ทวนกระแส ซึ่งอำนาจแบบกดข่มบังคับนั้น ใช้กันมาแต่โบราณมา คนสุภาพไม่รุนแรงนี่ต้องชนะ คนรุนแรงต้องแพ้ นี่คือ กติกาของอาริยชน คนเจริญเห็น รู้ ทำเช่นนี้ เรารวมความรู้ ร่วมแรงร่วมใจ รวมคุณธรรม เอามาทำให้จริงใจ ทำได้เท่าไหร่ก็ออกมา ทำออกมาก็เป็นพลังร่วมรวมกัน พลังโดยชอบธรรม ทำจนเกิดพลังอำนาจนี้ คนไทยก็ยังดี โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลนี่ ก็ยังดี เขาเข้าใจขึ้นว่า อำนาจสุภาพไม่รุนแรงปราศจากอาวุธนั้นดี เขาก็พยายามทำไม่รุนแรง แต่ก็เผลอออกมาบ้างตามประสาคนไม่หมดกิเลส ต่างคนต่างรวมหมู่กลุ่มกันทำ รวมกันแล้วใครได้มากกว่า ใครทำแล้วสงบ ดีงามกว่า เรียบร้อยกว่า ตอนนี้มีสองหมู่ มี นปช. กับ กปปส. ใครจะทำได้ดีกว่า ลักษณะเรียบร้อยไม่รุนแรง ไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ จะมีบ้างก็คือ ใช้ปากหอก หยาบแค่ปาก ส่วนกระทำทางกายกรรม ทำให้บา

อ่านต่อ

ดเจ็บร่างกายถึงตาย ใครทำน้อยกว่ากัน หรือไม่ทำเลย ใครไม่ทำได้ หรือแม้แต่วาจา หรือมุขสตีให้น้อยกว่ากัน ก็นับเป็นคะแนน อาตมาว่ายืนยันได้แล้วนะ ทำมาเป็นเกือบปีแล้ว อำนาจอธิปไตย หากเป็นอำนาจแห่งคุณธรรม จะดีกว่าอำนาจที่ตกอยู่ภายใต้ความกลัวไหม?

ประเด็นสำคัญ

ประเทศไทยในคราครั้งนี้ ถ้าแม้นว่าไม่หยั่งรู้ความเป็นจริงอัน เป็นปรากฏการณ์แสนวิเศษ วิสุทธิ์ วิสิฏฐ์แล้ว ที่ได้เกิดขึ้นในชาติไทย ถ้าหากทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ทุกกรมกอง ทุกผู้คน โดยเฉพาะคนผู้มีทุนทางสังคม ที่มีหน้าที่อันมีผลต่อสังคมประเทศ ไม่ได้ร่วมมือช่วยกันกระทำให้เกิดความเป็นจริงนี้ ให้บรรลุผลเกิดวัฒนธรรมของสังคมชาติประเทศ เกิดขนบประเพณีแก่ประเทศชาติ จนกระทั่งเป็นผลสำเร็จแล้วไซร้ ประเทศไทยก็คงจะจมอยู่เป็นอนาริยชาติ เป็นอนาริยชนไปอีกนานเท่านาน ในความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือ มวลมหาประชาชน ได้อุตสาหะร่วมกันออกมาทำหน้าที่ตามสิทธิที่มีของความเป็นมนุษยชาติ ในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนคนไทยได้ใช้สิทธิชอบธรรม ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญนี้แล้ว เช่น มาตรา 63 - 69 - 70 เป็นต้น ได้อย่างวิเศษ วิสุทธิ์ วิสิฏฐ์ ออกปานนี้ ขนาดนี้ มวลมหาประชาชนได้ใช้ทั้งความลำบาก ยากเย็น แสนเข็ญ ทั้งสูญเสียชีวิตไปไม่รู้เท่าไหร่ ทั้งบาดเจ็บพิการกันเท่าไหร่ ทั้งลงทุนลงแรง ใช้เวลา หมดทุนรอน จ่ายแรงงานกัน ร่วมมือร่วมใจกันอย่างเป็นเอกภาพแห่งมวลมหาชน เสียสละ ต้องทุกข์ทนอุตสาหะมานานมาก ถือได้ว่ามากจนทำลายสถิติโลกแล้ว ที่ทำได้วิเศษวิสุทธิ์ วิสิฏฐ์กันอย่างนี้ ยืนหยัดยืนยัน ประท้วง ต่อต้าน เพื่อทวงอำนาจของประชาชนคืนมาจากรัฐบาลที่ได้ผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง รัฐบาลหมดความชอบธรรมที่จะอยู่บริหารต่อไปแล้วอย่างสิ้นเชิง มวลมหาประชาชนได้เสียสละทั้งทุนรอน เสียสละทั้งเวลา และเสียสละทั้งแรงงาน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างพากเพียรวิริยะอุตสาหะจนถึงขนาดนี้ ซึ่งปฏิบัติกันชนิดที่ทำลายสถิติโลกแล้ว ซึ่งสุดยอดไปด้วยความอดทนสู้ลำบากยากเข็ญ ทั้งมากมีไปด้วยปริมาณมวลมหาศาล ทั้งอยู่ได้อย่างยืนหยัดยืนยันกันต่อเนื่องยาวนานใกล้จะเป็นปีแล้ว ต้องนับว่าทำได้ดีขั้นวิเศษ วิสุทธิ์ วิสิฏฐ์ จริงๆ ถ้าผู้คนที่มีฤทธิ์ มีแรง มีอิทธิพล หรือที่ถูกต้อง คือ มี อำนาจอันชอบธรรม ตามหน้าที่ ในประเทศไทย ไม่ช่วยกัน ไม่ตัดสิน ไม่พิจารณาให้เห็นแจ้ง ไม่ร่วมมือ ไม่ระดมแรงช่วยให้มวลมหาประชาชน ได้ชื่อว่า เป็นผู้"มีอำนาจ"จริง ตามระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจแท้ๆ ที่สำคัญมากยิ่งก็คือ อำนาจอันชอบธรรมของประชาชน คืออะไร? อย่างไร? ใช้ได้เมื่อไหร่? ความเป็นประชาธิปไตยนั้น อำนาจที่ว่าเป็นของประชาชนนั้น มันมีแค่ใช้ในการเลือกตั้งผู้แทน เท่านั้นหรือ คืออำนาจอธิปไตยของปวงประชาชน ในความเป็นประชาธิปไตย...? ในเมื่อมวลมหาประชาชนได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าของอำนาจ และออกมาแสดงอำนาจที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญนี้แท้ๆ และปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมได้วิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ สงบ ไม่มีอาวุธ ไม่รุนแรง เป็นนิติธรรมที่มีครรลองครองธรรมสุดวิเศษอีกด้วยปานฉะนี้ อำนาจเช่นนี้ มวลมหาประชาชนได้แสดงออกทั้งตัวตนเป็นๆ สดๆ ทั้งเจตนารมณ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันปานฉะนี้ ไม่สามารถปฏิวัติเหตุการณ์ของประเทศ ปฏิวัติรัฐบาล เปลี่ยนแปลงจากความวิปริต หรือความเสื่อมต่ำ ให้ประชาชนได้จัดการบูรณะ ได้จัดการปฏิสังขรณ์ หรือได้จัดการปฏิรูป พัฒนาประเทศเอง...บ้างกระนั้นหรือ? ถ้าปานฉะนี้แล้ว ก็ยังเห็นไม่ได้กันว่า อำนาจอันเป็นของประชาชน คืออะไร? อยู่ที่ไหน? แล้วในอนาคตประชาชนยังจะเป็นผู้มีอำนาจได้อย่างไร? ประชาชนมีอำนาจอยู่จริงหรือ? อยู่ที่ไหน? เขาได้รวมกันออกมาขนาดนี้ ทำกันด้วยความเสียสละปานฉะนี้ ก็ยังไม่เห็นว่า ประชาชน"มีอำนาจ"อยู่ตรงไหน? เป็นอย่างไร? ประชาชนจะไม่เข็ดหลาบหรือ? เขาจะออกมาทำหน้าที่พิทักษ์ รักษาประเทศกันอีกหรือ? ลงทุนลงแรงใช้เวลาหนักหนาสาหัสสากรรจ์ขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจ แล้วเมื่อไหร่ ประชาชนจะได้อำนาจอธิปไตยจริง สิทธิอยู่ที่ไหน? เป็นอย่างไร? อำนาจของประชาชน อยู่ที่ไหน? เป็นอย่างไร? ระบอบประชาธิปไตยนั้น สิทธิและหน้าที่ของประชาชน อำนาจของประชาชนมีแค่ใช้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนเท่านั้น เท่านี้จริงๆหรือ? อำนาจประชาชนในระบอบประชาธิปไตย? อำนาจอธิปไตยที่ว่าเป็นของประชาชนนี้ ที่มันไปตกเป็นของรัฐธรรมนูญบ้าง ไปตกเป็นของรัฐบาลบ้าง ยิ่งในกรณีขณะนี้ ก็ตกเป็นของรัฐบาลที่เหลวเละและหมดสิ้นลงไปแล้ว เหลือแต่ซากกาก คือรักษาการอยู่นี้กระนั้นหรือ? หรือไปตกอยู่กับนักวิชาการผู้รู้ที่ยังรู้ไม่ชัดเจนไม่จริงบ้าง? และหรือไปตกอยู่ที่คนไทยคนใดคนหนึ่งบางคนผู้มีอภิสิทธิ์พิเศษอย่างนั้นหรือ? คือ อะไร? อำนาจอันเป็นของประชาชน คืออย่างไรกันแน่? อยู่ที่ไหน? แล้วเมื่อไหร่จะได้? อย่างไร? เมื่อไหร่? จะแสดงว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจจริง เป็นเจ้าของอธิปัตย์จริง ประชาชนออกมาแสดงตน กันอย่าง วิเศษ วิสุทธิ์ วิสิฏฐ์ ปานฉะนี้แล้ว ยังไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของอำนาจ แล้วเมื่อไหร่? อำนาจจะเป็นของประชาชนจริงกันสักที? เมื่อวานกำนันสุเทพประกาศ 3 ขั้นตอนเผด็จศึก ประกาศ 3 ขั้นตอนวันเผด็จศึก เกี่ยวกับกษัตริย์ โดยทำในวันที่ 5 พ.ค.ใส่เสื้อเหลือง ห้อยนกหวีด ทำพิธีตั้งสัตยาธิษฐานหน้าวัดพระแก้ว เกี่ยวกับศาสนา ทำในวันวิสาขบูชา วันที่ 13 พ.ค.ทำบุญประเทศครั้งใหญ่ ขับไล่เสนียดจัญไร ถัดไป เกี่ยวกับชาติ ทำในวันที่14 พ.ค.เดินหน้าเต็มสูบ เรียกคืนอำนาจอธิปไตยตาม ร ัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ตั้งรัฐบาลประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติแก้กฎหมายปฏิรูปประเทศ

ซึ่ง นปช.ก็ปรับทัพลุย 5 พ.ค. นี้ ยึดถ นน อักษะ พุทธมณฑล ต่อต้านนายกฯ ม. 7 ยืดเยื้อ ไม่เคลื่อนมวลชนเผชิญหน้า มีตำรวจทหารออกมา....

อาตมาว่าดี ใครคุณงามความดีมากกว่า อันนั้นก็ควรชนะ ทางตุลาการท่านก็สามารถตัดสิน ประชาชนก็ทำหน้าที่ประชาชนเลย ทำตามสิทธิ์ ใน รัฐธรรมนูญ มาตรา 70 บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มาตรา 71 บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ชาติและปฏิบัติตามกฎหมาย

ประชาชนที่ดูดาย หลับไม่รู้คู้ไม่เห็น หรือสนุกรื่นเริงไป ไม่สนว่า จะมีประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาทำหน้าที่ที่ควรทำตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนก็ควรกตัญญูอย่าปล่อยปละละเลยกันนัก ปล่อยไป ดีไม่ดีใครทำดีก็ว่าเขายุ่งอีก สมมุติว่าประเทศไทยนี้มีคุณคนเดียว ในประเทศนี้ คุณจะไม่เอาตาดูหูแลใครก็ตามทีเพราะมีคนเดียว แต่หากมีสองคน อีกคนหนึ่งจับจองแผ่นดิน เอาทรัพยากรอะไรไปก็ช่างเขาเถอะ ของเรามีเยอะแยะ สองคนก็ไม่หมด ของเหลือเฟือ จะจับจองก็ทำไปสิ แต่ทีนี้ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะประชากรไทยมีตั้ง 60 กว่าล้าน ก็จับจองอาศัยที่ดิน ทรัพยากรแล้ว จนกระทั่งแย่งชิงกันแล้ว มันไม่พอ ไม่เหมือนมีสองคนที่มีเหลือเฟือ และหลายคนแย่งไปได้มากเหลือเฟือ ใช้ไม่หมด แต่ดีไม่ดีเอาที่มีมาก ไปออกฤทธิ์จ้างคน ใช้คนให้แย่งชิงเอามาอีกๆ ทำไมทำได้อย่างนั้น ที่มีอยู่กินใช้หลายชาติไม่หมด ก็ยังตะกละมาเอาอีกๆ แม้ถูกตัดสินว่าแพ้ โดยตุลาการ ว่าที่เอาไปนั้นโกงรัฐไปตั้งสี่หมื่นกว่าล้าน ศาลตัดสินแล้วก็ยังจะมาเอาคืน ใช้เงินทองมาจ้าง บังคับคน จนคนก็ยอมรับจ้างมาช่วย เพื่อให้เขาได้เข้าไปอีก มันอะไรกันนักกันหนา....โว้ย

นี่คือเหตุการณ์ประเทศไทยที่เกิดในขณะนี้

อาตมาก็เห็นแล้วก็ว่าทำไมคนเราตะกละตะกลามเห็นแก่รวยแก่ได้ หลงลาภยศ สรรเสริญ โลกธรรม ทำคนให้เดือดร้อน แล้วก็มาเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ คนที่ทำได้เยอะก็แบ่งแจกให้คนทำได้น้อย อย่างเด็กนี่สร้างอะไรไม่พอไม่เป็น สองคนแก่ที่หมดเรี่ยวแรงกำลังทำไม่คุ้มกินคุ้มใช้ สามคนพิการ สี่คนป่วย ห้าคนไร้สมรรถนะ ห้าสภาพนี้เราก็จำนน ต้องทำเผื่อเขา คนทำได้มากเกินตนกินตนใช้ ก็นำส่วนเหลือไปช่วยแบ่งแจก เด็ก คนแก่ คนป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถนะ บ้านเมืองก็อยู่เป็นสุขไปได้ดี หรือมันจะแบ่งแจกกัน คนที่ทำได้มาก มีความรู้ความสามารถมากก็แบ่งแจกคนสามารถน้อยกว่า ความรู้ด้อยกว่า ก็เกื้อกูลแบ่งแจก นี่คือ ความรู้เศรษฐศาสตร์แท้จริง แต่นี่ทำทวนพระพุทธเจ้าเลย ทำมากก็ว่าต้องเอามาเพ่ิมอีก ให้คนมาซื้อแล้วก็เอากำไรมากๆ ตีราคามาก คนทำไม่ได้ก็จำนน ต้องนำสิ่งของมาแลกหรือมาซื้อ นี่คือความเอาเปรียบกันในสังคม สังคมก็ไปไม่ออก นี่คือสัจจะที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ศาสดาต่างๆก็ค้นพบ ให้ทำให้มากแล้วแบ่งแจก พระพุทธเจ้าก็สอนเช่นนี้ ผู้บรรลุธรรมของศาสนาพุทธจะเป็นคนที่ พหุชนหิตายะ เป็นประโยชน์แก่หมู่ชนทั้งหลาย พหุชนสุขายะ เกิดเป็นสุขแท้แก่หมู่ชนทั้งหลาย โลกานุกัมปายะ เป็นไปเพื่อรับใช้อนุเคราะห์โลก พ ระไตรปิฎก เล่มที่ 4 ข้อที่ 32

ลัทธิอื่นก็มีในโลกหลากหลาย เราก็รู้เท่าทัน และอยู่ร่วมกันอย่างมีปัญญา อยู่กันด้วยดี รู้โลกวิทู อาตมาไม่พยายามหลอกล่อ อย่างการมี FMTV เราเอาพฤติกรรมของเราออกไปแสดง เขาก็หาว่าเราโฆษณาตัวเอง เขาหาว่านะ เพราะเราไม่ได้เจตนาอวด (อวดคือ แสดงออกเพื่อต้องการให้เขาเอาอย่างเราไป แล้วเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนให้เรา โดยเราได้เปรียบ) นั่นคือการโฆษณาสินค้าในโลกนี้ เขาโฆษณาให้คนรู้สึกน่ามีน่าได้น่าเป็น เมื่อคนมาเอาเขาก็แสวงประโยชน์จากคนที่มา แต่เรานี่ เขามาแล้วเราไม่ได้เอาอะไรจากเขา เราไม่เอาเปรียบเอารัด ตรงกันข้ามเลย ใครจะมาเอาก็มาเลย สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เราไม่เสียแรงสร้าง เราจะสร้างแต่ส ิ่ งมีประโยชน์คุณค่า เราสร้างแล้วก็ได้อาศัยกินใช้ ที่เราสร้าง แม้แต่งานสื่อสาร เราพูดไปแล้วที่ฉายภาพเราออกไป เราไม่ได้ทำเพื่อได้มา แม้แต่สินค้าที่เราผลิตก็ทำเพื่อให้ประโยชน์สังคม เราไม่ได้ทำสะสม ไม่เอาเปรียบ สร้างแล้วก็สะพัดอีกด้วย พระป่าจะถูกธรรมวินัยตื้นๆ แต่ผิดธรรมวินัยลึกๆ พระบ้านจะผิดธรรมวินัยตื้นๆชัดๆ ผิดข้อที่ว่า มาลาคันธวิเลปน วิภูสนฐานา คือผิดข้อที่เอาดอกไม้มาโรยให้เหยียบ เสริมความใหญ่ คนหลงหรูหราฟู่ฟ่า ใหญ่โต หลง คนก็ชอบใหญ่โตหลง ก็เลยได้พวกนี้มาก รวยใหญ่เละเทะเลย เขาเอาส ิ่ งที่คนมีกิเลสยึดมั่นถือมั่นมาปรุงแต่ง เรียกว่ามัณฑนะ ออกนอกทางพุทธ หลงหรูหร่าฟู่ฟ่าผิดธรรมวินัยเยอะ แต่พระป่านี่ หลงป่า....เป็นความเสื่อม ใน ศาสนาพุทธ มี 4 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 1 .ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไป แสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ 2 .ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หา ขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กิน ระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า 3 . สร้างเรือนไฟ ไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟ รออาจารย์ 4 . สร้างเรือนมีประตูสี่ด้าน ไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชา และจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม 9 ข้อ 163 ) ผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร 5 จำพวก โง่ เขลา 2 . ปรารถนาลามกเพราะถูกความอยากครอบงำ 3 . เพราะเป็นบ้า 4 . เพราะจิตฟุ้งซ่าน 5 . เพราะคิดว่าพระพุทธเจ้า และสาวก สรรเสริญ ยังมีในอุบาลิสูตรอีก ที่ว่าด้วยคุณธรรมของผู้ควรอยู่ป่า พระอุบาลีปรารถนาจะไปอยู่ป่า และราวป่าอันสงัด พระพุทธองค์ตรัสว่า... ป่าและราวป่าอันสงัดอยู่ลำบาก ทำความวิเวกได้ยาก ยากที่จะอภิรมย์ในการอยู่ผู้เดียว ป่าทั้งหลายเห็นจะนำใจของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิไปเสีย ผู้นั้นจำต้องหวังข้อนี้ คือ จักจมลงหรือจักฟุ้งซ่าน เปรียบเหมือนกระต่ายหรือเสือปลาลงสู่ห้วงน้ำใหญ่ หวังจะเอาอย่างช้างใหญ่สูง 7 ศอก หรือ 7 ศอกกึ่ง กระต่ายหรือเสือปลานั้น จำต้องหวังข้อนี้ คือ จักจมลง หรือจักลอยขึ้น !! (พ ระไตรปิฎก เล่ม 24 ข้อ 99 ) ถ้าคุณเป็นอนาคามี หรืออรหัตตมรรค จะไปเช็ค อรหัตตผล ก็ต้องมีจิตเป็นสมาธิก่อน จึงควรไป ถ้าไม่อย่างนั้นคุณจะจม คือติดการอยู่ป่า แล้วจักลอย ก็คือคุณจะฟุ้งหาโลก เพราะว่าอยู่ในนั้นไม่มีกามคุณ ไม่มีรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส ไม่มีโลกธรรม คุณยังไม่ได้ล้างกิเลส ก็ฟุ้งออกมา คุณก็กดข่มได้แค่นั้น ทำสมาธินั่งหลับตาได้แค่นั้น การปฏิบัติธรรมต้องอยู่ในบ้านในเมือง ได้สมาธิ อย่างนั้นอรหัตตมรรคหรือว่าอนาคามี ก็ค่อยไปอยู่ป่า แต่ถ้าไม่ได้สมาธิ ไปออกป่าก็ติดป่า อย่างอินเดียมีมากเลย แม้มีกายสักขี ก็ไม่ได้เป็นอรหันต์ จะต้องมีการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย

ความหลงผิดที่เป็นของชาวกรุง ... ซึ่งเข้าใจกันไม่ง่าย ขณะที่อาตมาพาทำนี่ทำลักษณะเมือง ...เพื่อประโยชน์ของสังคม ช่วยกันทำงาน ที่อาตมาเปิดเผย อาตมามาทำงานไม่ได้ต้องการอามิสแลกเปลี่ยน ฝ่ายที่เขาไม่เชื่อก็มี ด่าอาตมาก็มาก โดยเฉพาะช่องแดง เช่น คุณสะอาด จันทร์ดี เขาด่าอาตมาว่า มีหมอที่รู้จักกันนี่ เขาตรวจเลือดโพธิรักษ์แล้ว พบว่ามีหมู เป็ด ไก่ อยู่ในนั้นเลย ...อาตมาก็ว่า ถามหมอพยาบาล ว่าสามารถตรวจได้ว่า เป็ดไก่ อยู่ในเลือด ตรวจเลือดแล้วรู้เลยว่ากินไก่ กินเป็ด อาตมาก็ว่าไม่มีหมอคนไหนบอกอย่างนี้หรอก … อันนี้ชัดเจนเลยว่าโกหก จะไปตรวจสอบได้อย่างไร เขาก็โกหกไม่รู้กี่ที แต่ว่า อันนี้ชัด ถ้าคนเราไม่มีธรรมะจริง (คือธรรมะของพระพุทธเจ้าที่สัมมาทิฏฐิแท้) แล้วปฏิบัติจนบรรลุอย่างแท้ ถ้าปฏิบัติไม่ได้จริง โลกุตรธรรมไม่มีจริง แต่ในพุทธศาสนิกไทย ยังมีเนื้อแท้โลกุตรในใจ จึงสามารถปฏิบัติโลกุตรธรรมได้ ฉะนั้นผู้ที่มาช่วยกันทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ อย่างทวนกระแส ไม่ได้ทำอย่างForce กดขี่เขา แต่เอาแบบสงบสยบเคลื่อนไหว เอาคุณงามความดี ความผิดถูกตัดสินให้คนถูกชนะ ผู้เป็นคนไทยน่าจะยอมรับความผิดว่าแพ้ อย่าตะแบงไปมากนักเลย มันบาปนะ ถ้าคุณดันทุรังไปผิด มันก็ดันทุรังไป เป็นวิบากติดในจิตไป เป็นอกุศลวิบากอย่างแท้จริงเลย แม้คุณไม่มีปัญญารู้ ก็ขอเตือนเลยว่า อย่าทำดีกว่าน่า แต่คุณจะทำก็บังคับไม่ได้ แต่กรรมเป็นอันทำ ทำบาปก็ได้บาป ทำบุญก็ได้บุญ คุณโกหกทั้งๆที่รู้ อย่างคุณสะอาด อาตมาว่า แกเจตนาโกหก อาตมาไม่เชื่อว่าหมอคนไหนมาบอกแก ว่าตรวจเลือดได้ว่าเลือดนี้มีเนื้อสัตว์ … จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน