660616 สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายในบุคคล 7 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2566
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์34 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

660616 สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายในบุคคล 7 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53248.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1ELYQqM1_937orhwK47xA28_LiFUMnDnI/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1swW3Gcm-dq5uF4vcmKp9KCLPbIhFkjJ3/view?usp=sharing

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/R73vqsQRjnA และ https://fb.watch/lc6gph3WF0/

สมณะเดินดิน... วันนี้วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2566 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 13 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ กลางเดือนมิถุนายนแล้ว ปีนี้เข้าพรรษาจะเลื่อนไปเพราะมีเดือน 8 2 หน เข้าพรรษาประมาณวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ปกติเข้าพรรษาจะตกเดือนกรกฎาคม ช่วงนี้พ่อครูก็ประกาศคุณวิเศษ ประกาศไปแล้วทุกอย่างก็ดูเงียบ แต่ก่อนอยู่ที่สันติอโศก ติดป้ายไว้ที่หน้าสัญญา 2 ว่าเชิญมาคารวะพระโสดาบัน ประมาณ 30 ปีที่แล้ว พ่อครูก็แสดงธรรมและประกาศให้ทุกคนรู้ว่าท่านเป็นพระโสดาบัน คนก็ไม่อัศจรรย์อะไร มาเป็นสิ่งที่พวกเราเป็นได้อยู่ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพ่อครู แต่ว่าในความเข้าใจของคนข้างนอกเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เคยเห็นลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณนรฯ เขาทำประวัติแล้วเขียนยกย่องภาพหน้าปกหรือว่าพระอริยะโสดาบัน เขาถือว่าโสดาบันเป็นเรื่องใหญ่มาก สมัยก่อนพ่อครูพาสมณะจาริกไปที่โคราช พักที่ศาลากลาง มีคนไปแจ้งเจ้าคณะจังหวัด ก็มาสอบถามว่า มาทำไม พ่อครูบอกว่ามาเผยแพร่ธรรมะ เขาถามว่าเอาอะไรมาเผยแพร่ พ่อครูก็บอกว่าเอามรรคผลมาเผยแพร่ เขาก็เลยถามว่ามรรคผลนี้ได้อะไรบ้าง พ่อครูก็บอกว่า สำหรับท่านที่เป็น อุปสัมบัน ก็พอบอกได้ว่าโสดาบัน สกิทาคามีผมก็ผ่านได้แล้ว ท่านก็บอกให้เลขาจดเอาไว้ ซึ่งเ

อ่านต่อ

ลขาองค์นี้ก็แปลกเหมือนกัน ตอนหลังมาบวชเป็นสมณะชาวอโศก ฟังวันนั้นคนหนึ่งบรรลุเลย อีกคนหนึ่งก็ทะลุปรอทแตกเลย เขาเลยทำเอกสารเผยแพร่ไปทั่วว่า พระโพธิรักษ์อวดอุตริมนุสธรรม ซึ่งแค่บอกตัวเองเป็นพระโสดาบัน เขาก็ถือว่าเป็นความผิดแล้ว แต่ทุกวันนี้บอกเลยไปไกลเยอะ พ่อครูว่า... อาตมาตอนนั้นจำได้ใช้ภาษาว่า โสดาฯ สกิทาฯผมก็ผ่านแล้ว สมณะเดินดิน... เขาถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เอาไปประจานเป็นความผิดใหญ่ มีพระสุเมธาธิบดี เจ้าคณะที่กรุงเทพฯ ที่จริงแล้วคุณวิเศษนั้นอวดได้ถ้ามีในตน แต่ท่านไปบอกว่าถ้าอวดออกมาเมื่อไหร่ก็คือปาราชิกทันที มีพระผู้ใหญ่บอกว่าผู้ที่อวดประกาศตนว่าบรรลุธรรมผู้นั้นคือผู้ไม่บรรลุธรรมอย่างนั้นเลย เลยกลายเป็นหลักการของศาสนาที่ผิด พ่อครูประกาศมากในช่วงปลายของชีวิต แต่ถึงจะบอกหรือไม่บอก อาตมาก็เห็นผู้คนก็มีประมาณนี้ เพราะสิ่งที่บอกไปไม่ตรงกับอุปาทานของคน แต่ถ้าพ่อครูบอกว่าหวยงวดหน้าจะออกอะไร ประชาชนจะมาเยอะแยะเลย วันนี้ไปเดินกับพ่อครู มีบอกว่าคุณพิธาไปซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 30 ปรากฏว่าลอตเตอรี่ถูกซื้อกันเกลี้ยงเลย เบอร์ 30 และเบอร์อื่นด้วย แต่ว่าวันนี้เลขท้าย 2 ตัวออก 30 จริงๆทำให้คนที่หลงอยู่แล้วจะหลงหนักยิ่งขึ้น เขาเลยบอกว่าพิธาพารวย พ่อครูว่า... ไปใหญ่สิ พิธา สมณะเดินดิน... ถ้าพ่อครูพูดในเรื่องพวกนี้แสดงฤทธิ์ให้ดู วัดจะหาที่อยู่ไม่ได้เลย แต่ทุกวันนี้พ่อครูประกาศให้มาลดกิเลส มาทำใจอะไรอย่างนี้ บอกให้เลิศสูงขนาดไหนก็ไม่มีใครมา เพราะไม่ตรงอุปาทานเขา ตัวอย่างที่พระพุทธเจ้าห้ามอวดเพราะว่า แต่ก่อนพระอดอยากก็เลยบอกอวด เพื่อให้คนมาทำบุญเยอะๆ เป็นการอวดเพื่อลาภสักการะชื่อเสียงให้คนมานับถือมากๆ แต่สิ่งที่พ่อครูทำนี้เพื่อยืนหยัดยืนยัน

SMS วันที่ 14-15 มิ.ย. 2566

_จรรยา ประเสริฐ · ดิฉันถามตัวเองว่า ทำไมปฏิบัติธรรม แล้วเครียด พบว่า ในงานอโศกรำลึก ตัวเองตั้งใจฟังพ่อเทศน์ ทุกช็อท ตามดู ไม่ให้พลาด เพื่อว่าเราจะได้ไต่ให้สูงขึ้น ฟังเสร็จต้องทบทวนอีกหลายรอบ จนนอนดึก บางครั้งถึง ตี5 ซึ่งคิดว่าตัวเองเจริญในธรรม เข้าใจ และรื่นเริงในธรรม ไม่พลาดแม้รายการปฏิบัติกร ฟังแล้วทึ่ง ตามฟังทุกวัน ตลอดงาน พบว่าทำไมเราเครียดเนี่ย มันไม่ใช่แล้ว เกิดอะไรขึ้น ผิดทางแน่ ๆ จึงหยุดฟังตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. มาถึงวันนี้ 15 มิย. ระหว่าง 4 วัน ไปพักสมอง ตั้งใจว่าจะไม่ฟังธรรม จะทบทวนตัวเอง โดยใช้ธรรมชาติบำบัด คือไปอยู่กับบ้านริมน้ำ จะเทสมอง (ที่เครียดให้หมดว่าเกิดเพราะอะไร???) กินอาหารที่นำไปเอง อยู่คนเดียว มีลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงเปรี้ยว มะเขือ พริก กระเทียมหอม น้ำมะขาม เกลือ น้ำผึ้ง สารพัดน้ำ ไวตามิ้น ข้าวอีกนิดหน่อย แค่นี้ ทำยำกินอย่างเดียว กินแล้วลงเล่นน้ำ ปรากฎว่า เดินลงแม่น้ำ ที่ริมตลิ่ง ขี้โคลน ขี้เลน สูงเท่าหัวเข่า ธรรมชาติบำบัดจริง ๆ ค่ะ ได้ข้อคิดว่า กิเลส ก็เหมือนขี้โคลน ขี้เลน ถ้าเราไม่กำจัดมันเลย มันก็ท่วมหนา ถ้าไม่ล้างให้สะอาด ย่ำเหยียบไปมา ก็เกาะติดขาเราอย่างนั้นตลอด ตั้งใจจะไม่ฟังธรรม 7 วัน คิดเองได้ว่า ที่เราเครียด เพราะเรายึด เหมือนที่ปฏิบัติกรพูดว่า จะไม่ยึดตัวบุคคล แต่จะยึดในคำสอนพ่อท่าน คำสอนหมอเขียว เพราะถ้าไม่มีพ่อ หมอเขียวแล้ว เราจะทุกข์ ดิฉันนึกถึงวันที่น้องบีเสียชีวิต เห็นทุกคนในบ้านราช เสียใจ ที่หนักที่สุดคือน้องตี้ เราก็สะท้อนใจ จากการจากไปของคนดีอย่างน้องบีด้วย และก่อนหน้านั้นเราเครียดกับเรื่องการเมืองลุ้นลุงตู่ พอปลดได้ มายึดการเลือกตั้งนายก โดยที่เราไม่รู้ตัว มันสั่งสมตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง อาจารย์ไม้ร่มถามพ่อ เรื่องพระโพธิสัตว์ เราเสียเซลล์เลยค่ะ ยึดในความจำที่พ่อเคยกล่าว พ่อบอกพ่อก็ผิดได้ เรายึดไปเต็มเปา จนมาคิดว่า เราเชื่อพ่อทุกเรื่องจริงหรือ??????? ถ้าเราเชื่อพ่อทุกเรื่อง พ่อบอกให้ลดกิเลสอะไร เราต้องทำตามซิ นี่เราไม่ได้ทำตามทุกเรื่อง เราก็ไม่ได้เชื่อพ่อจริง ๆ แต่เลือกเชื่อในสิ่งที่เรายึด เราถูกใจ พอคิดได้ เทสมองโล่งไปเลย จะฟังพ่อต่อไป ทำต่อไป เจออะไรที่หนัก เราจะได้แกร่ง แม้แต่การเกิดในยุคกลียุค ความเลวร้ายในสังคมมีเยอะมากตามที่เห็น เด็กไม่เคารพพ่อแม่ ไม่เคารพครู เราต้องเรียนรู้ และตัดกิเลสได้ในอนาคตต่อไป ในที่สุดไม่ถึง 7 วัน ต้องกลับมาฟังธรรมใหม่ ย้อนดูที่เราไม่ได้ฟัง เทสมอง จูนสมองใหม่ เริ่มต้นอีกครั้ง และหลาย ๆ ครั้ง กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... ที่อาตมาพยากรณ์ยันตระผิด ทักษิณผิดอะไรอย่างนี้ ทำไมผิดตัวเองอะไรเป็นโพธิสัตว์ อาตมาก็ตอบว่าอาตมาก็โง่ได้ มันก็ต้องโง่มาก่อนฉลาดเท่านั้น ไม้ร่มเขาก็เลยหยุด ก็ชัดเจนขึ้นก็ต้องมีปัญญาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะไปฉลาดโดยไม่โง่มาก่อนเลยมันมีที่ไหน มาฉลาดมาเลยทันทีไม่มีหรอก ปฏิบัติธรรมไม่ใช่ไปนั่งสะกดจิตหลับตาและบรรลุธรรม อย่างนั้นมันเป็นอุปาทานทั้งนั้นเลยมีแต่อุปาทานไม่มีของจริง หลับตาปฏิบัติธรรมก็ไม่มีของจริงแล้วมันไม่เป็นทิฏฐธรรม ไม่เป็นปัจจุบันชาติ ปฏิบัติธรรมแบบนี้ผิดแล้ว ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีทิฏฐธัมนิพพานทิฏฐิ ต้องมีทิฏฐิที่จะบรรลุธรรมได้ต้องเป็นปัจจุบันทิฏฐิ ถ้าใครมีความรู้ความเห็นความเข้าใจว่า นิพพานไม่ได้เกิดในทิฏฐธรรม ปัจจุบันชาติ ปัจจุบันคือต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจเปิดสว่างมีอาโลก มี จักษุ ปัญญา ญาณ วิชชา แสงสว่าง การบรรลุธรรมได้อย่างนั้น ถ้าไปหลับตา..ไม่ได้ แค่นี้เข้าใจไม่ได้ก็เป็นโมฆะไปหลับตาไม่มีสิทธิ์บรรลุนิพพานของพระพุทธเจ้ามีแต่นิพพานเก๊ เป็นอรหันต์เก๊เป็นนิพพานเก๊กันทั้งนั้น สื่อธรรมะพ่อครู ตอน นรกสวรรค์คือภพคือชาติคืออุปาทาน _ดินงาม นาวาบุญนิยม · ลูกเข้าใจแล้วค่ะนรกในปัจจุบันสวรรค์ในปัจจุบัน ลูกเพิ่งเขัาใจชัดๆเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ และปฏิบัติถูกแล้วค่ะ ฟังพ่อครูเข้าใจซาบซึ้งมากขึ้น เข้าใจเพิ่มกับคำว่าปัจจุบันค่ะ ลูกทำปัจจุบันทุกครั้งเมื่อเจอผัสสะ ได้ผลตามกำลังปัญญาของตนค่ะ พ่อครูว่า... ดีมากหลายคนจะเข้าใจเพิ่มขึ้น นรกสวรรค์จริงๆคือจิตเป็นภพเป็นชาติ แล้วก็คิดว่าอาการหรือสภาพของนรก สภาพของสวรรค์ มันเป็นภพเป็นชาติ ตายไปแล้วค่อยไปอยู่ที่นรกตายไปแล้วค่อยไปขึ้นสวรรค์ ไอ้อย่างนั้นมันก็เป็นความเข้าใจที่มันไม่เป็นความจริงมันเป็นความเข้าใจแล้วก็เอามายึดถือ มันเป็นสัญญาในอนาคต เรายังไม่ตาย ตายไปแล้วเราก็มีภพมีชาติเป็นอนาคตซึ่งเป็นมิจฉาทิฐิอย่างหนึ่งใน 62 เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรจะต้องไปคิดอย่างนั้น ถ้าคิดอย่างนั้นมันไม่ถูกมันมิจฉาทิฏฐิตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดจับได้ว่า นรก-สวรรค์ ก็คือการสัมผัสจิตของตนในขณะปัจจุบันนี้ จิตของเราตกนรกจิตของเรามีทุกข์ก็คือตกนรก จิตของเรามีสวรรค์ก็ขึ้นสวรรค์ ศาสนาพุทธสอนไม่ขึ้นสวรรค์ตกนรก อาการรู้อะไรตามความเป็นจริงเท่านั้น ตากระทบรูปอันนี้อันนี้ก็เห็นเป็นอันนี้เท่านั้นอันนี้ไม่มีอาการทางจิตฟูแฟบ หรือตกนรกขึ้นสวรรค์ชอบไม่ชอบชังไม่ชังไม่มี ถ้ามีก็ยังเป็นกิเลสอยู่ หยาบ กลาง ละเอียด แล้วแต่อย่างนี้ เป็นต้น คุณดินงามฟังธรรมเข้าใจ ชัดเจนคนนี้ฟังธรรมเข้าใจสภาวะแล้วก็ทำได้

_จนแท้ บุญคุ้มมาจน · กราบคารวะพ่อครู.วันนี้พ่อครูตอบคำถามลุงเราโน่ภาษาฝรั่งด้วย.เป็นบุญของลูกอย่างยิ่งสาธุครับ

_ดนุธรรม วิรุฬห์ศิริกุล : พวกส้มเน่า.. พ่อครูว่า... เขากำลังสดใสนะตอนนี้ เอาไปซื้อหวยเลขท้าย 30 ปรากฏลอตเตอรี่ขายหมดเกลี้ยงเลย แล้ววันที่ 16 ดันออกเลขท้าย 2 ตัว 30 อีกด้วย ทำไมประเทศไทยมันจะมีอะไรที่พิลึกป่านฉะนี้ ขลังจริงๆ ซึ่งเขาเป็นคนสมัยใหม่นะ และมีความขลังซ้อนด้วยก็เลยจะไปกันใหญ่ คนก็เลยจะยิ่งงมงาย ยิ่งน่าสงสาร อาตมาก็ยิ่งหนักนะ จะต้องดูแล ให้เลิกสิ่งงมงายพวกนั้น การไปกังวลซื้อหวยเล่นหวยก็เป็นอบายมุขอยู่แล้ว รัฐบาลในประเทศไหนที่ไม่ต้องอาศัยเงินหวย จะเป็นรัฐบาลเป็นประเทศที่เจริญ ประเทศที่ยังพึ่งเงินหวยอยู่ไม่เจริญ _มันเรียนจบจาก"สถาบันไหนมา" พ่อครูว่า... เขาจบมาจากมหาวิทยาลัย harvard เลยนะ _ถึงไม่เข้าใจและ หาเรื่องต่างๆแบบข้างๆคูๆ.. การเป็นนายกเขามีขั้นมีตอน..ไม่ใช่เลือกตั้งเสร็จใครได้คะแนนเสียงอันดับ1 เป็นนายกทันทีมันใช่หรือ.. นี่คือประเทศไทยไม่ใช่"เกาหลี" วุฒิภาวะของ"ลุงตู่" ท่านรู้สถานการณ์อยู่แล้ว..ลุงตู่ก็ต้องอยู่จนกว่าการแต่งตั้ง"นายกคนใหม่"เป็นเอกฉันท์" และโปร่งใส.. ถ้าลุงตู่ไปทันทีแล้วมีเหตุการณ์เร่งด่วนอันใดของประเทศ..ประชาชนก็จะต้องต่อว่า" ลุงตู่"อีกว่าขาดความรับผิดชอบทิ้งหน้าที่ของตน... เพราะนายกคนใหม่.. ยังไม่ได้ผ่านสภา และต้องตรวจสอบคุณสมบัติอย่างอื่นอีกว่า ขัดต่อกฏหมายในการเป็น "นายก" หรือไม่ สุดท้ายต้องทูลเกล้าถวายปฏิญาณตนต่อเบื้องสูง..จึงมีอำนาจในการทำงานของหน้าที่นายกได้...(เหมือนกับเรา)..ทำงานบริษัทที่ไหน??..ลาออกไปโดย "ไม่ส่งงานที่ค้างอยู่" ให้กับคนต่อไป..มีแต่เพื่อนร่วมงานเขาว่า"เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ" และเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่มีใครว่าดีเลย.. (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน....คุณพิธาไปจังหวัดเชียงใหม่ไม่ใช่แค่ไปซื้อหวยยังไปประกาศว่าจะให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดสุราก้าวหน้าอีกด้วย บ้านเมืองจะสงบได้ต้อง บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง เขาบอกว่าต้อง ปิดอบาย แต่นี่ จะเปิดหมด พ่อครูว่า... ไม่ใช่ บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง แต่เป็น...

_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · ขอแสดงความยินดีกับคุรุธรรมอาวุโส คุณครูขวัญดินบวรศีรษะอโศก กับรางวัลบุคคลากรอโศกคนดีในค่าแห่งแผ่นดินฯ ในรัฐลุงรปภ.เทิดทูนสถาบันฯ อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขเป็นกำลังใจมวลชนรักช.ศ. กษ.ปชช. ผ่านพ้นวิกฤติกลียุคชาติปชช.มาด้วยกัน๒ แผ่นดินฯ อนุโมทนาสาธุ🙏💛🙇💜🙏

_ศศิธร โลมะบุตร · พ่อครู เจ้าคะ เข้ายุค กลียุคแล้ว เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... เข้าแล้วหรือ ถึงเวลากลียุคแล้วหรือ

_สื่อฟ้าศิลป์ ภูวนาถ · นมก.พ่อครูฯเคยเทศน์ให้ลูกอโศกอยู่เป็นโสดดีกว่าเป็นคู่เวรคู่กรรมฯว่าใครลดคู่เวรคู่กรรมได้ 'ลดได้ลดไปเถอะ' เลิกได้ละได้ไม่ต้องไปรักใครเลย 'แต่ละชาติๆปลอดภัย' คนมารักก็ช่างหัวมัน 'ลดให้ได้หลุดพ้นให้ได้' อย่าไปยุ่งกับมัน' รักษาตัวรอดเป็นยอดดีฯสาธุ🙏💛🙇💜🙏 พ่อครูว่า... เรื่องแต่งงานมีคู่พระพุทธเจ้ากันไว้ถึงขั้นพระวินัยของภิกษุว่าอย่าไปชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน จัดอยู่ในอาบัติขั้นสังฆาทิเสส ไม่ใช่อาบัติน้อยๆนะ เป็นอาบัติหนักรองปาราชิกเลย แล้วสมัยนี้ทำกันผิดๆเป็นพระเป็นเจ้าไปส่งเสริม เขานิมนต์ไปงานแต่งงานก็สวดมนต์อวยพรเขาอีก อาบัติซ้อนอยู่ในนี้อีก..ไม่เข้าใจ เดี๋ยวไปส่งเสริมมันเป็นทุกข์ มันเป็นการต่อภพต่อภูมิ เป็นกรรมวิบากอย่างนั้น ใครตัดได้ชาติหนึ่ง มันก็ได้เป็นกรรมวิบากที่ดีชาติหนึ่ง ตัดได้ดีหลายชาติ มันยิ่งอิสระเสรี เยี่ยม มันเป็นทุกข์เป็นเรื่องของมนุษย์ที่ยาก การไม่แต่งงาน คนไม่แต่งงานแล้ว กลายเป็นคนนิสัยไม่ดีสำส่อนตายไว เดี๋ยวก็โดนฆ่า แต่ถ้าเผื่อว่าคนที่ไม่แต่งเพราะมีบารมี รู้จักลดละกามคุณ ทางกามมราคะให้มีน้อยลง อย่างนั้นเป็นบารมี

_Thanyaphat Darunphan ธัญพัฒน์ ดรุณพันธ์ · ลูกเคยตีความคำว่า “มีศักดิ์ศรี” หรือ “หยิ่งในศักดิ์ศรี” หมายถึง ความมีอัตตาในสถานะนั้น อย่างเช่น ลูกเคยรับราชการ ถ้ามีคนมาพูดไม่ดีใส่ ก็เรียกว่า หมิ่นในศักดิ์ศรีข้าราชการค่ะ

_โกศล สุขเล็ก · กราบคารวะพ่อท่าน..ตอนนี้ทางยุโรปอเมริกายูเครนกำลังเข่นฆ่ากัน แสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อนในจิตใจ.. พ่อครูว่า... เทวนิยมจะให้เขาเข้าใจเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ง่ายๆเพราะเขาติดใน ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข หรือ แม้แต่อาวุธมันเป็นอำนาจ ซึ่งของศาสนาพุทธนี้ถ้ามาศึกษามาบวชแล้ว ไม่ให้ยุ่งเลยเรื่องเหล่านี้ หรือแม้แต่ถือว่าเป็นมิจฉา มิจฉาในเรื่องการค้าขายอาวุธ บาปมาก ค้าขายสัตว์เป็น ค้าขายเนื้อสัตว์ ค้าขายยาพิษ ค้าขายสิ่งมอมเมา เป็นมิจฉาวณิชชา 5 มิจฉาวณิชชา 5 ไม่ใช่ของภิกษุนะ พระภิกษุขายอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ค้าขายอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านมีวินัยข้อนี้เอาไว้ธรรมวินัยของท่าน มันสำหรับคนค้าขาย ก็คือฆราวาสนั่นแหละวิชชา 5 อย่าไปทำ มันบาปมาก แต่ทางเทวนิยมเขาไม่รู้เรื่องกรรมวิบาก ที่มันจะต่อเนื่องกันทำให้เกิดอะไรต่ออะไรไปอีกนานเยอะ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่เข้าใจหรอก แต่เราชาวพุทธศึกษาให้ดีแล้วจะเจริญเป็นคน อาริยกะ เป็นศิวิไลซ์ที่แท้ ส่วนอย่างโน้นไม่ใช่คนศิวิไลซ์ ยังเป็นคนเถื่อนอยู่

_สติพล จนพัฒนา · **อัชฌาสัยทนไม่ได้ต่อกรุณา ย่อมมีมาในความเป็นโพธิสัตว์ บางทีถึงกับชีวิตก็มีให้เห็นชัดๆ พระโพธิสัตว์จัดหนักจัดเต็มทุกชาติเอย. พ่อครูว่า... แผนผังเป็นกวีกลอนแต่ว่า ภาษาที่ใช้นั้นไม่ใช่ภาษากวีเลยเป็นภาษาธรรมดาๆ อาตมาเริ่มเรียนกลอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มีครูทา สีจันทร์เป็นครูสอนเรื่องกวีเป็นคนแรก

_841945 ชอบฟังธรรมแนวใหม่ของหลวงพ่อคือสอนแรงๆให้กิเลสหลุดออกเข้าใจง่ายทุกชนช้ัน สาธุ ถ้ามี"อโศกโพล" สำรวจความคิดเห็นในเรื่องต่างๆก็คงสนุกดี พ่อครูว่า... ที่เห็นว่าใหม่คือของเก่าของพระพุทธเจ้าที่คนได้เสื่อมไปแล้ว อาตมาควักออกมาคนก็เห็นว่าเป็นแนวใหม่ก็ดี

_นิตยาปราจีนบุรี : สมัครสมาชิกพรรคสัมมาธิปไตยทางไลน์ได้ไหมคะ พ่อครูว่า... ได้

_@panupundev7038 ภาณุพันธ์เดฟ • สันติอโศก นี่ดีอย่าง นักบวชแต่ละรูป ผอม สมกับกินข้าว 1-2 มื้อ แต่ข้อธรรม นี่แล้วแต่มุมมอง 555

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายในบุคคล 7 พ่อครูว่า... โอภาปราศรัยกับ SMS ก็เป็นปกิณกะธรรมะ ทีนี้เป็นธรรมะที่เป็นเรื่องเป็นราวอธิบายต่อเนื่องกันไปเป็นซีรี่ส์ วันนี้หยิบพระไตรปิฎกเล่ม 36 มา ตั้งใจจะหยิบบุคคล 9 แต่เราจะพูดกันแค่บุคคล 7 อาตมาสอนธรรมะโลกุตระ ซึ่งเทวนิยมเขาไม่เข้าใจ เขาเป็นเจ้าแห่งสุขนิยม ถ้าจะต้องฆ่าคนในโลกนี้เพื่อจะเป็นเจ้าโลกจะเป็นสุขเขาก็ทำ เขาจะเป็นใหญ่เป็นโตได้ลาภยศเยอะๆเป็นสุข มีเงินทองทรัพย์สินเยอะๆเป็นเจ้าของเจ้าของ ได้มาแล้วจะตายจากทิ้งไปก็ช่างหัวมัน ตอนเป็นๆนี้เอาให้ได้ จะไปเบียดเบียนจะไปแย่งชิงดีไม่ดีขี้โกง โกงไม่พอยังฆ่าแกงคนอื่นเอา ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา เขาก็ทำ เขาไม่เข้าใจถึงสัจธรรมที่ลึกซึ้งพวกนี้เลย เพราะฉะนั้นของศาสนาพระพุทธเจ้าจึงชัดเจนที่สุด เรียนรู้ปรมัตถ์ทางจิตวิญญาณแล้วก็รู้ทิศทางอันแสนสูงส่ง ถึงขั้นรู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง รู้จบ สมบูรณ์แบบเลย

บุคคล 7 จำพวก ล.36 ข้อ 40 ทักขิเณยบุคคล 7 หรือ เล่ม 13 ข้อ 233 [40] บุคคลชื่อว่า อุภโตภาควิมุต เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้อง(ผุสสติหรือสัมผัส)ซึ่งวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จ อิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียก ว่า อุภโตภาควิมุต

[41] บุคคลชื่อว่าปัญญาวิมุต เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ มิได้(นเหว โข) ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ 8 ด้วยกาย สำเร็จอิริยาบถอยู่ แต่อาสวะของผู้นั้นสิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ปัญญาวิมุต พ่อครูว่า... อุภโตภาควิมุติ คือ วิมุติทั้งเจโตและปัญญา สองสภาพ ส่วนปัญญาวิมุติก็คือมีแต่ปัญญาวิมุติ อาตมาเคยท้วง คำว่า น เหว โข ไม่ใช่คำว่า น ที่แปลว่าไม่อย่างเดียว แต่มี เหว โข ด้วย สรุปว่าคือ แปลว่าไม่ต้องไปกล่าวถึงแล้ว แต่เขาแปล แค่ว่า ไม่ คือ ไม่ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ก็เลยทำให้คนเข้าใจความหมายเพี้ยนไปเลย แต่แท้จริงเป็นคนที่เดินทางสัมมาทิฏฐิมา ลาดลุ่มโดยตลอด โดยไม่จำเป็นจะต้องมีถึง 2 สภาวะ แต่มีสภาวะ 2 มาแล้วตั้งแต่สภาพกาย ที่เป็นภาวะคู่มาแล้วสมบูรณ์มาถึงนี่แล้ว เพราะฉะนั้นอาสวะสิ้นได้หมดแล้วมาถึงปัญญาวิมุตก็ได้แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลาเป็น อุภโตภาควิมุติ อีกขั้นหนึ่ง แต่สัทธาวิมุติ ไม่มีความรู้เรื่องกายสมบูรณ์แบบ จึงจำต้องปฏิบัติถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ต้องกำชับเลยว่าตัวสัทธาวิมุตตั้งแต่เข้าใจ กาย ให้สัมมาทิฏฐิให้ได้ก่อนเลยเป็นสังโยชน์ข้อที่ 1 ถ้าเข้าใจคำว่ากายยังไม่สมบูรณ์บริบูรณ์ดี ซึ่งลึกซึ้งมาก อาตมาทุกวันนี้ก็ยังพยายามขยายความคำว่า กาย ก็ยังรู้สึกว่าเราก็ยังไม่เก่งเท่าไหร่ ขยายยังไม่ถึงใจตัวเอง เพราะว่ามันลึกซึ้ง มันมีตั้งแต่สังโยชน์ข้อที่ 1 เริ่มต้นปฏิบัติธรรมก็เริ่มต้นมีสติปัฏฐาน 4 โลกุตรธรรมต้องพิจารณากายในกาย อาตมาเคยตั้งข้อสังเกตให้ฟังว่าคำว่า พระพุทธเจ้าให้พิจารณากายในกาย มันก็ต้องมีนอกใช่ไหมโดยปริยาย มันต้องมีกายนอกกายกับกายในกาย ก็ต้องมีนอกควบคู่ไปด้วย เวทนาในเวทนาก็เป็นอิทัปปัจจัตตตา เป็นปรัชญาการความต่อเนื่องไปในการปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจผิดแล้วคุณปฏิบัติธรรมหลับตาทิ้งกายภายนอกไป เป็นโมฆะเลย อาตมาพูดอย่างตัดสินให้เลย ไม่ยั้งไม่ประนีประนอมเอาไว้ เพราะว่าเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกที่ผิดเลย และคำว่ากายต้องมีภายนอก ไปหลับตาไม่มีภายนอกเท่านี้ก็เป็นมิจฉาทิฐิแล้ว นี่คือความเสื่อมที่ชัดเจน พุทธของเมืองไทยเสื่อมถึงขั้นนี้แล้ว คำว่ากายนี้ไม่มีไปหลับตาปฏิบัติเสื่อมสนิทแล้ว อาตมาพูดป่านนี้ก็ไม่กระเตื้องเพราะมันเสื่อมจนขุดไม่ขึ้น แต่ได้มาบ้างขนาดนี้ก็ยังดีแล้วแสดงว่าพวกคุณมีบารมี อาตมามาตามหาผู้ที่มีบารมีขึ้นมาได้บ้างก็ยังดี ไม่ใช่อาตมาเก่ง แต่พวกคุณมีบารมีเลยมารับได้ อาตมาขยายความธรรมะพระพุทธเจ้าไปเรื่อยๆ พ่อครูว่า... คำว่าสำเร็จอิริยาบถอยู่ ก็คือดำเนินเป็นชีวิตประจำวันนั่นแหละ คือเป็นคนมีชีวิตปกติ สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายคือจะต้องมีการกระทบสัมผัสภายนอกภายในอยู่ตลอดเวลา ทั้งอาสวะบางอย่างสิ้น เพราะเห็นด้วยปัญญา ปัญญาตัวนี้จึงมีสัมมาทิฏฐิตั้งแต่กายแล้ว แต่เมื่อไปแปลคำว่า น เหว โขผิด ก็เลยไม่มีกายในการปฏิบัติ ซึ่งสำหรับ ผู้ที่สัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกายมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกล่าวถึงอีก เพราะมีการปฏิบัติวิโมกข์ 8 ด้วยกายในอิริยาบถที่สำเร็จแล้วก็คืออยู่ในชีวิตประจำวันนี่แหละ แต่คุณไปโง่หลับตาเองพากันสอนแบบเดียรถีย์ แต่ถ้าสอนแบบพุทธเจ้าก็ปฏิบัติตามธรรมจรณะ 15 วิชชา 8 ปฏิบัติตามศีลแต่ละข้อและ อปัณณกปฏิปทา 3 สำรวมอินทรีย์ 6 โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ปฏิบัติลืมตามีตาหูจมูกลิ้นกายใจกับเครื่องกินเครื่องใช้แล้วตื่นรู้จากกิเลส ลดกิเลสจนเป็นเกิดสัทธรรม 7 ศรัทธา มีอินทรีย์ 5 พละ 5 ไปตามลำดับ จะมี หิริ ละอายตัวเองเพราะเราโง่มาก่อนฉลาด เกิดความรู้ว่าเราไปยึด ไปติด ไปเสพสมสิ่งเหล่านี้ มันเป็นความลึกซึ้งมาก หิริ โอตตัปปะ เพราะฉะนั้น คนที่แสดงกามหยาบออกมา แล้วเขาไม่ละอายเพราะเขาไม่มีหิริโอตตัปปะ ไอ้คนที่เกิดความละอายก็เพราะมีหิริโอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา มีความเป็นปัญญาสำทับอยู่ข้างหลัง วิริยะคือเห็นสัจธรรมมาก มันก็ยิ่งมีความเพียรเพิ่มขึ้น สติก็ยิ่งตื่นเต็ม ปัญญาก็เกิด ปฏิบัติมันก็เกิดเป็นพหูสูตใน สัทธรรม 7 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา มีสภาวะอย่างที่อาตมาขยายให้ฟัง แล้วก็เกิดผล จิตก็เจริญขึ้นเจริญขึ้น สั่งสม ฌาน 1 2 3 4 หมายความว่า มีพลังงานของความเฉลียวฉลาด พลังงานของ ฉฬายตนะ ชัดเจนในสภาวธรรม มีสัมโพชฌงค์ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเห็นกิเลสลดลงลดลงก็เกิดมี ปิติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ มีสมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ สมาธิไม่ได้เกิดจากการไปนั่งหลับตา สมาธิเกิดจากการเดินโพชฌงค์จรณะ 15 อย่างนี้ ไม่ได้เกิดจากการหลับตา ถ้าหลับตาแล้วได้สมาธิง่ายอย่างนั้น พระอรหันต์ก็เกิดเต็มโลกสิ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) อาตมาเห็นความสำคัญเหล่านี้ ไม่มีใครเขาเอามาพูดหรอกในยุคนี้ อาตมาพูดถึงนี้ ในพระวินัยเล่มแรกเลย ผู้ที่ไม่รู้จึงแปลพยัญชนะบาลีเป็นไทยว่า มิได้ถูกวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ซึ่งมันก็จะคาอยู่ เพราะต้องถูกวิโมกข์ 8 ด้วยกายจึงจะบรรลุ แต่นี่มันจะข้ามแยก ในเนื้อหาอาสวะของผู้นั้นหมดสิ้นแล้ว แต่ทำไมไม่ถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกายในปัญญาวิมุติ ซึ่งมันเหมือนกันกับ อุภโตภาควิมุติ มีอาสวะสิ้นแล้วเหมือนกันก็เป็นพระอรหันต์แล้วสิ ก็ยิ่งไม่ต้องไปคำนึงถึงอะไรทั้งสองอย่าง ถ้าเป็นปัญญามีปัญญาอันยิ่งเพราะเห็นด้วยปัญญา เป็นปัญญาวิมุติ ในการละไว้ในฐานที่เข้าใจ คือเป็นผู้สัมมาทิฏฐิแล้วใน สักกายทิฏฐิ แล้วก็มาปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 กายในกาย กายนอกกาย ก็ชัดเจนหมดแล้วจึงจะบรรลุธรรม แม้ที่สุดจะตรวจด้วยกาย ด้วยศรัทธา ด้วยวิญญาณฐิติ 7 เป็นอันสุดท้าย ตรวจว่าเรายังมีอะไรมิจฉาทิฏฐิอยู่ มีอะไรที่ต่างจากสัมมาทิฏฐิหรือว่าสัญญาอันใดมันยังวิปลาสอยู่ก็มาตรวจ ตั้งแต่วิญญาณฐิติ 1 2 3 4 5 6 7 อย่างนี้เป็นต้น [42] บุคคลชื่อว่ากายสักขี เป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกต้องซึ่งวิโมกข์ 8 ด้วยกาย แล้วสำเร็จอิริยาบถอยู่ ทั้งอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญาบุคคลนี้เรียกว่า กายสักขี กายสักขีก็ต้องต่ำกว่าปัญญาวิมุติ อันนี้บอกว่ามีกายเป็นสักขีเลย แต่ปัญญาวิมุติ บอกว่าไม่ต้องถูกต้องวิโมกข์ 8 ด้วยกาย ที่จริงบล็อกไว้เป็นนัยยะว่าไม่ต้องไปกล่าวถึงแล้ว ก็มันผ่านมาแล้ว ทำได้มาแล้ว _ป๋องว่า...เกี่ยวกับ บุญที่ได้ชำระกิเลสมาแล้ว บุพเพจ กตปุญญตาหรือไม่ พ่อครูว่า... อธิบายผู้ที่ปฏิบัติได้แล้วอย่างนั้นก็ได้ แต่อันนี้กำลังอธิบายเรื่องสามัญกำลังปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ผู้ที่รู้กายแล้วจึงจะทำให้อาสวะสิ้นไปได้ ถ้าไม่สัมมาทิฏฐิในเรื่องกาย อาสวะสิ้นไม่ได้แม้บางอย่างก็สิ้นไม่ได้ อย่าไปพูดถึงอาสวะสิ้นทั้งหมดเลย อาสวะบางอย่างก็สิ้นไม่ได้ กายสักขีมันต้องมีกายเป็นสักขีพยาน ต้องสัมมาทิฏฐิในเรื่องกาย ถึงจะทำให้อาสวะสิ้นได้เพราะเห็นด้วยปัญญา อันนี้เรียกว่าบุคคลเป็นกายสักขี

[43] บุคคลชื่อว่าทิฏฐิปัตตะ เป็นไฉนบุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ความดับทุกข์ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ อนึ่ง ธรรมทั้งหลายที่พระตถาคตประกาศแล้ว ผู้นั้นเห็นชัดแล้ว ดำเนินไปดีแล้วด้วยปัญญา อนึ่งอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็สิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วยปัญญา บุคคลนี้เรียกว่า ทิฏฐิปัตตะ พ่อครูว่า... ถ้ามีสัมมาทิฏฐิแล้วปฏิบัติไปถึงขั้นมีอริยสัจ 4 ได้ และเมื่อเกิดปัญญาดำเนินไปด้วยดีแล้วด้วยปัญญา แล้วอาสวะบางอย่างของผู้นั้นก็หมดสิ้นแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน