สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธาตุแท้แห่งคนย่อมปรากฏตามกรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.09 KB
วันที่แก้ไข2 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ธาตุแท้แห่งคนย่อมปรากฏตามกรรม 7630กราบนมัสการพ่อท่านครับ ทำไมพล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เขาจึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ขอพ่อท่านช่วยวิเคราะห์ให้ฟังชัดๆด้วยครับ? ผมว่าทำให้หลายๆคนผิดหวังนะครับ พ่อท่านว่าไหมครับผม? ขอบคุณครับ พ่อครูว่า..เขาไม่ได้เปลี่ยนหรอก เขาทำให้คนเห็นธาตุแท้ที่เป็นจริงมากขึ้น คนแต่ละคนตัวตนไม่เหมือนกัน พยายามศึกษา ตัวตนของแต่ละคนถ้าจะศึกษา อาตมาก็คงไม่แสดงอะไรมากมายกว่านี้หรอก เพราะว่า ตัวตนแต่ละคนก็ย่อมแสดงตัวตนอย่างที่กล่าวแล้ว จะผิดจะถูกจะดีจะชั่วมันก็เป็นวิบากทั้งดีและชั่วเป็นวิบากของตนเป็นกรรม คุณจะทำอะไรกันคิดนิดนึงก็บันทึกเป็นกรรมวิบาก คิดมากก็เป็นวิบากมาก ยิ่งพูดออกมาก็ทำออกมาครบทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเลย ก็ยิ่งเป็นตัวกรรมที่สมบูรณ์แบบ มันก็บันทึกลงไปมีน้ำหนัก ในตัวคนแต่ละคน เรื่องกรรมนี่แหละ เป็นตัวตั้งของอัตภาพของแต่ละคน เริ่มต้น สัตว์โลกเป็นจิตนิยามจุติขึ้นมาเป็นเซลล์ของจิตนิยาม สัตว์เซลล์เดียว เริ่มต้น จากนั้นไป ก็จะบันทึกวิบากของเซลล์ที่เป็นอัตภาพนั้นเริ่มต้น แต่ละคนมาอย่างนั้นทั้งนั้น ส่วน พีชะมันไม่เป็นจิตนิยามก็ไม่บันทึกอะไร ไม่มีวิบากที่ต้องเวียนวน เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่แยกแยะอุตุนิยาม พีชนิยามได้ นักวิทยาศาสตร์ใดในโลกก็ยังไม่สามารถเข้าใจพลังงานนี้ได้ พลังงานที่แตกเป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยามได้ ไม่มีใครสามารถรู้อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้เลย ก็มีกรรมนิยาม ธรรมนิยาม ที่จะเป็นตัวคัดสรรในแต่ละสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนถึงสัตว์มนุษย์ ที่ยังไม่หมดความเป็นสัตว์ ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านค้นพบจนกระทั่งสามารถทำลายอัตภาพที่มันเป็นสัตว์ แยกธาตุเป็นอุตุนิยาม พีชนิยาม แยกถึงขนาดทำลายจิตนิยามอัตภาพของตนเองแ

อ่านต่อ

ตกสลายเป็นดินน้ำไฟลม เลิกความเป็นอัตภาพได้ เลิกความเป็นจิตวิญญาณได้ ซึ่งสายเทวนิยม ทุกศาสนาไม่มีศาสนาไหนสามารถที่จะทำลายจิตวิญญาณได้ จำนนต้องบอกว่า จิตวิญญาณเป็นนิรันดร มีแต่ศาสนาพุทธศาสนาเดียวที่สามารถทำลายจิตวิญญาณของตนเองได้ ทางด้านศาสนาเทวนิยมจึงจำนนไม่รู้อะไรมากกว่าที่ตัวเองรู้แต่ละชาติ ชาติเดียวเสร็จแล้วก็บอกว่าไปอยู่กับพระเจ้าจบ ไม่มีใครที่จะรู้ความวนเวียนสัจจะต่างๆแห่งกรรมแห่งวิบากต่างๆ ไม่มีสิทธิ์จะรู้ได้เพราะไม่มีทฤษฎีที่จะสอน อันนี้เป็นความต่าง ศาสนาเทวนิยมจึงจบอยู่ที่พระเจ้าแล้วก็ไม่รู้เรื่องพระเจ้าคืออะไรก็ไม่รู้ ซึ่งจริงๆก็คือวิบากกรรมของแต่ละอัตภาพ แต่ศาสนาเทวนิยมไม่รู้จักวิบากของแต่ละอัตภาพ ซึ่งสะสมแล้วก็วนเวียน และไม่สามารถที่จะตีแตกอัตภาพได้จึงจำนนต่อจิตวิญญาณอยู่อย่างนั้นนิรันดร ศาสนาพุทธนั้นไม่นิรันดร และเข้าใจว่าพระเจ้าไม่มี พระเจ้าไม่ได้มาเป็นตัวชี้ตัวบงการนอกจากตัวเอง อัตตาหิอัตโนนาโถ โกหินาโถปโรสิยา ตนนี้แหละเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่มีใครให้พึ่งพาได้ นี่สุดยอดแห่งศาสนาพุทธมันเป็นเช่นนั้น 620731_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมู่บ้านศีล 5 สาธารณโภคีมีที่ชาวอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน