สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน จะเป็นคนดีแท้ได้ต้องสั่งสมบารมีเอา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน จะเป็นคนดีแท้ได้ต้องสั่งสมบารมีเอา พ่อครูว่า...คำถามข้อที่ 1 และข้อที่ 2 มีความคล้ายกันเชื่อมโยงกันได้ อธิบายข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ พี่ดูแลเลี้ยงน้องอย่างที่เห็นตัวอย่างอาตมาเลี้ยงน้อง ที่อาตมาเกิดจิตเช่นนี้ได้ ไม่ได้เกิดในชาตินี้ชาติเดียว ขออภัยไม่ได้พูดยกยอตนเอง แต่พูดสัจธรรมสภาวธรรมที่อาศัยร่างกายชาตินี้เอามาพูดเอามาแฉ พูดทั้งพฤติกรรมชีวิตและที่ทำงาน มันเป็นเรื่องอาศัยร่างกายนี้ชีวิตของคนนี้ แล้วมีพฤติกรรมต่างๆที่ไปเป็นตามร่องรอย อาตมาเลี้ยงน้องไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองลำบากยากเย็น ไม่ค่อยอยากจะทำงานก็ไม่มีเลยเห็นเป็นเรื่องธรรมดา น้องที่ต้องเลี้ยงนี้มี 6 คน แม่มีลูก 10 คนเสียชีวิตไป 3 คน อาตมาก็เลี้ยงมา เราเป็นพี่คนโตหากเราไม่เลี้ยงแล้วใครจะไปเลี้ยง ลูกของพี่ป้าน้าอาคนอื่นก็มาให้เราเลี้ยงด้วย อาตมาเห็นลุงหมอสุรินทร์ พรหมพิทักษ์ เลี้ยงลูกหลานในบ้านบางทีมีเป็น 30 คนเลย ลุงก็เฉยๆเลี้ยงไป ดูแลช่วยเหลือส่งเสริม ช่วยในด้านต่างๆได้ก็ทำ ท่านเองก็มีลูกถึง 8 คนมีพี่คนโตผู้ชายมีน้องสาวอีก 7 คน ก็อยู่ด้วยกันอย่างนี้ คนโตๆมาเรียนในกรุงเทพฯซะเยอะนอกนั้นน้องๆก็อยู่ด้วยกันที่บ้านในเมืองอุบลฯ พวกเราก็อยู่ด้วยกันรวมกันในบ้านนี้ ตอนนั้นแม่ท่านดาวดินก็มาเป็นแม่บ้านอยู่ในบ้านนี้ด้วย แกงส้มเอร็ดอร่อยฝีมือแม่ทุม อาตมาเรียกพี่ ลูกสาวก็คือบัวพร แม่ท่านดาวดิน ตอนนั้นตัวน้อย ยายอาตมามีลูกผู้หญิงสองคน ตอนอยู่กทม.อาตมาก็เช่าบ้านเดือนละ 700 เลี้ยงน้องหลายคนอยู่ในบ้าน สรุปที่ถามมาสงสัยคือ อยู่ดีๆก็ไม่ใช่จะมาเป็นคนดีก็ไปที่พูดเช่นนี้ อยู่ดีๆคนเราจะมาเป็นคนดีไม่ได้หรอก เป็นสัตว์เซลล์เดียวมันไม่รู้เรื่องอะไรกว่าจะมาเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ตามประสาของสัตว์จ
อ่านต่อ
นกระทั่งค่อยๆพัฒนามาเป็นคนแล้วก็ค่อยๆศึกษา แม้เป็นโลกียก็เป็นคนดีๆคือไม่เห็นแก่ตัวเขาก็พอรู้ แต่ไม่มีทฤษฎีที่จะรู้คำว่าตัวตนอัตตา แล้วค่อยมีความรู้ปัญญาสามารถฆ่าความเป็นอัตตา ศาสนาเทวนิยมได้แต่ข่มอัตตา ทำแต่ดี ข่มชั่วไว้ แต่แล้วสักวันมันก็ฟื้นขึ้นมา วนเวียนอยู่อย่างนั้นดีๆชั่วๆตกต่ำแล้วก็เจริญได้ วนเวียนอยู่อย่างนั้นนับชาติไม่ถ้วน เป็นได้ถึงศาสดาของศาสนา เจริญได้ถึงขั้นนั้นเป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งของเทวนิยมได้ ปานนั้นทีเดียวแต่น้อยคนจะได้ถึงศาสดา ผู้ที่รู้ทางออกเป็นโลกุตระแล้วก็ไม่ต้องไปเสียเวลาที่จะไปวนเวียนสามารถปฏิบัติเป็นลำดับ ได้แล้วเลิกโลกียะขั้นต่ำ มาสูงขึ้นตามลำดับ สูงขึ้นไปไม่ต้องวนเวียนซ้ำซ้อนอีกพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าธรรมะของท่านมีลำดับอันน่าอัศจรรย์ เพราะมันจะไม่วกวนซ้ำซ้อนเสียเวลา มันเป็นลำดับไปขึ้นมา ไม่ต้องเสียเวลา ถ้าศึกษาผู้ที่ศึกษาสัมมาทิฏฐิเป็นลำดับที่ดีไม่เสียเวลา เพราะฉะนั้นสายปัญญาแท้ๆจะเร็ว เรียงลำดับเป็นลำดับได้ดี สายเจโตบ้างปัญญาบ้างจะช้า ยิ่งสลับไปสลับมา ยิ่งสายวิตกจริต หมุนเวียนซับซ้อนวนไปวนมาอันนั้นอันนี้ก็ดีเสียเวลามากกว่าเพื่อน ท่านเทียบว่า ผู้ที่จะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้ามีอยู่ 3 สาย สายปัญญา ใช้เวลา 20 อสงไขย เศษแสนกัปป์ สายศรัทธา ใช้เวลา 40 อสงไขย เศษแสนกัปป์ สายวิตักกะ ใช้เวลา 80 อสงไขย เศษแสนกัปป์ อสงไขยนั้นนานนับชาติไม่ถ้วนเลยเป็นล้านล้านล้านๆชาติไม่ต้องนับเลย การเกิดมาเป็นคนนั้นยากและจะได้พบศาสนาพุทธนั้นยิ่งยาก แล้วจะกลับมาเป็นคนอีกก็ยาก เทวนิยมโลกียะ มีความรู้แค่ดีๆชั่วๆดีๆ ละชั่วประพฤติดี เป็นสัจธรรมง่ายๆต้นๆแล้วก็เป็นอย่างนั้นอยู่ จนกว่าจะมาได้รู้ว่า อ๋อ.. มันมีทางไม่วน สูงกว่านี้อีกคือโลกุตระ ผู้นั้นแหละจึงชัดเจน มีทางออกทางที่จะมาเป็นโลกุตระไม่ต้องไปวนเวียนดีๆชั่วๆอยู่อย่างนั้น เขาไม่รู้นับชาติไม่ถ้วนตายแล้วไปอยู่กับพระเจ้า กรรมวิบากเขาไม่ได้ศึกษาเลย เขาไม่รู้ Reincarnation หรือ Rebirth เขาก็ไม่รู้เขาไม่มีความรู้อธิบายกัน มีสูตรสำเร็จของพระเจ้าแล้วตามสูตรสำเร็จของพระเจ้านั้นแก้ไขไม่ได้ อนุโลมอะไรก็ไม่เป็น มันก็เลยได้อยู่แค่นั้นอาจจะทำได้ดีที่สุดต้องเป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่งของเทวนิยม แล้วก็ตกต่ำนะ ศาสดาไม่ใช่จะถาวรนะ เทวนิยมอัตราหมุนเวียนตกต่ำลงไปเป็นสัตว์นรกได้ ฟังแล้วไม่ใช่ลงโทษนะแต่เป็นสัจจะ อีกอันหนึ่ง ถ้าใครไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ เขาจะเป็นอย่างศาสนาพุทธว่าไว้ไหม เป็น เขาจะตกนรกขึ้นสวรรค์อย่างที่ศาสนาพุทธพูดทั้งนั้น แล้วเขาจะไม่ได้มาเป็นอย่างชาวโลกุตระ เขาก็จะเป็นอย่างนั้นแหละ เขาไม่ได้เป็นชาวพุทธ ไม่ได้เป็นโลกุตระ แต่เขาก็จะเป็นอย่างที่ชาวโลกุุตระศาสนาพุทธบอกไว้ว่ากรรมวิบากจะเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ไปบังคับหรือมีใครไปกำหนดแต่กรรมเป็นอันทำ เขาจะไปตามกรรมวิบากของเขาทั้งนั้นแหละอย่างที่ศาสนาพุทธว่าไว้ เช่น วิบากฆ่าสัตว์ต้องไปวนเวียนใช้หนี้อีก ลักทรัพย์ก็วนเวียนใช้หนี้ทรัพย์ ติดโลกียะ รสกามคุณ เขาก็วนเวียนอยู่กับรสของกามคุณ เขาว่าเขาไม่นับถือศาสนาพุทธเขาไม่เป็นหรอก ไม่ได้หรอก สัจจะมันต้องเป็นโดยสัจจะ กรรมจำแนกสัตว์ไม่ใช่พระเจ้าจำแนกสัตว์ พระเจ้าสั่งไม่ได้หรอก ที่จริงเราคิดว่าพระเจ้าสั่งเพราะเขาไม่รู้ ทุกอย่างก็เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าเท่านั้นจะให้ดีหรือชั่วก็เป็นพระประสงค์ ซึ่งมันก็ดีในระดับหนึ่งคำสอนของพระศาสดานั้นดีทุกองค์ เป็นศาสนาที่สอนเรื่องดีเรื่องชั่ว ทำดีทั้งนั้นแหละถ้าไม่ดีก็ไม่ได้เป็นศาสดาดีจริงๆเป็นโลกียะแต่มันไม่เที่ยง มันวนขึ้นสูงลงต่ำไม่รู้แล้วมันไม่รู้จบ แต่ที่สำคัญก็คือ จุดสำคัญคือไม่รู้สุข ไม่รู้ทุกข์ ศึกษาแต่ ดีชั่วโลกียะ ไม่ศึกษาความสุขความทุกข์แต่อยากได้ความสุข บำเรอสุข บางทีก็เอาความชั่วมาบำเรอสมใจตนเอง อาการสุขเป็นอาการที่หลอกกันมาอย่างผิดๆ แต่เอาเรื่องที่ผิดมาเสพติด เช่น การโกงเขาได้ชื่นใจเป็นสุข ฆ่าเขาได้สมใจ อื้อหือ..สุข แล้วเขาก็ไม่ได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่าการฆ่าเขานี้มันดีหรือ ทำชั่วแท้ๆเขาก็ยังไม่ชัดเจน ยิ่งบอกว่าคนมาติดในรูปรสกลิ่นเสียงเหล่านี้มันจะติดใจอร่อย เขาจะฟังรู้เรื่องเหรอ แล้วมันจะเลิกความอร่อยได้อย่างไรเพราะมันอร่อย ของที่ชอบอันนี้ยืนหยัดยืนยันว่ามันชอบไม่เคยไม่ชอบเลย เจอเมื่อไหร่ นอกจากจะใส่เต็มท้องอร่อยก็ลดลงไปบ้าง ถ้ายังไม่เต็มท้องก็ยังซัดไปได้เรื่อยๆ ก็มันอร่อย อย่างนี้เป็นต้น 620802_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สภาวะของวิชชาจรณสัมปันโน