07-บทที่ 3 7.docx

โฟลเดอร์word
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์83 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การ วิจัย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ถึง ผลการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และเปรียบเทียบผลก่อนกับ หลังการประยุกต์ใช้ โดย มีขั้นตอนและวิธีการศึกษาในรายละเอียดดังนี้ 1. ปร ะชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. รูปแบบการ วิจัย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5. ก ารเก็บรวบรวมข้อมูล 6 . การวิเคราะห์ข้อมูล และ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการ วิจัย ได้แก่ ผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงระหว่าง วันที่ 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2561 จำนวน 265 คน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้จากการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) จากประชากร จำนวน 45 คน และเป็น ผู้ สมัครใจ เข้าร่วมการ บำบัดโดยวิธี กดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ ซึ่ง เพื่อเป็นกลุ่มตัวอย่าง และต้องผ่านเกณฑ์การคัดเข้า ดังนี้ เกณฑ์คัดเข้า เป็นผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และอยู่ร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาจัดค่าย 2 . เป็นผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่าไหล่ ใน ระดับ 2 ขึ้นไป และมีอายุระหว่าง 20 - 65 ปี 3 . เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาอาการปวดคอด้วยวิธีการอื่น ๆ นอกเหนือจากโปรแกรมที่กำหนดในระหว่างการทดลอง 4. เป็นผู้ที่ไม่มีความผิดปกติของกระดูกต้นคอ 5. เป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณกระดูกต้นคอ 6 . อ่าน เขียนภาษาไทยได้ 7 . สมัครใจ เข้าร่วมการ บำบัดโดยวิธี กดจุดเ

อ่านต่อ

ส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ รูปแบบการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัย การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น ( Pre - E xperimental Research ) แบบกลุ่มเดียววัดก่อน - หลังการทดลอง ( One Group Pretest Posttest D esign ) ผู้วิจัยได้วางแผนการทดลอง ดังนี้ 573405 69850 กลุ่มทดลอง O 1 X O 2 แผน ภาพที่ 2 รูปแบบการทดลอง โดยกำหนดให้ O 1 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูล ก่อนการทดลองของกลุ่มทดลอง O 2 หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูล หลังการทดลองของกลุ่มทดลอง X หมายถึง โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ เ ครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการ ทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ เป็นโปรแกรมที่ผู้วิจัย พัฒนา ขึ้นโดยอ้างอิงจากวิธีการของ ใจเพชร กล้าจน ( 2553) โดยเป็นคู่มือการปฏิบัติเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณที่แขน มีเนื้อหารูปภาพ ประกอบ และคำอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างกายวิภาคคอ บ่าไหล่ จุดลมปราณแ ละวิธีการกดจุดด้วยตนเองที่ถูกต้อง ซึ่งใช้เวลาในการแนะนำและลงมือปฏิบัติรวมทั้งสิ้น 2 4 นาที ต่อกลุ่มตัวอย่าง 1 คน โดยกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เส้นละ 2 นาที ข้างละ 6 เส้น โดยเริ่มจากแขนด้านซ้ายก่อน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการ วัดตัวแปร 2.1 แบบประเมินความปวดคอ บ่าไหล่ ซึ่ง ผู้วิจัยได้สร้าง และพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง ระดับการศึกษา อาชีพ สภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว ระยะเวลาที่เริ่มมีปัญหาปวดคอ บ่าไหล่ ประวัติการเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณคอ บ่าไหล่ และประ วัติการรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ ส่วนที่ 2 แบบ ประเมินความปวด ตามแบบของวิธีประเมินความปวดด้วยตนเอง ( Subjective Assessment ) ( Melzack & Katz , 1999) ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานมีการพัฒนาและผ่านการตรวจสภาพแล้ว ได้แก่ การประเมินความปวดด้วยตนเอง มาตรวัดความปวดแบบตัวเลข ( Numerical Rating Scale : NRS ) คือ การใช้ตัวเลขมาช่วยบอกระดับความรุนแรงของอาการปวด ใช้ตัวเลขตั้งแต่ 0 1 2 … 10 อธิบายให้ กลุ่มตัวอย่าง เข้าใจก่อนว่า 0 หมายถึง ไม่มีอาการปวด และ 1 0 คือ ปวดมากที่สุด ให้ กลุ่มตัวอย่าง บอกถึงตัวเลขที่แสดงถึงความปวดที่ กลุ่มตัวอย่าง มีขณะนั้นๆ โดย การ แปล ความหมาย การให้คะแนน ดังนี้ 1981614 221449 ปวดปานกลาง 0 ปวดปานกลาง left 229401 ปวดน้อย 0 ปวดน้อย right 7620 ปวดมาก 0 ปวดมาก ภาพที่ 32 แปล ความหมาย การให้คะแนน ความปวดคอ บ่าไหล่ 2.2 แบบทดสอบความรู้ก่อนและหลัง การ แนะนำ เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ลักษณะคำถามเป็นการวัดความรู้ ใช้ข้อคำถามทั้งหมดจำนวน 15 ข้อ ลักษณะข้อคำถามเป็นแบบ 4 ตัวเลือก คือ ก. ข. ค. ง. โดยเลือกตอบเพียง 1 ตัวเลือก ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ เกณฑ์การประเมินผลระดับความ รู้ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของคะแนนเป็น 3 ระดับ คือ มาก ปานกลาง และ น้อย ของบุญชม ศรีสะอาด ( 2556 : 100 ) ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย (คำถาม 15 ข้อ) แปลผล 0 . 00 - 8 . 99 มีความรู้ระดับน้อย 9 . 00 - 11 . 99 มีความรู้ระดับปานกลาง 12 . 00 - 15 . 00 มีความรู้ระดับมาก การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1 . เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการ ประยุกต์ ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อ แก้ไขอาการ ปวดคอ บ่าไหล่ มีขั้นตอนในการสร้างโปรแกรมดังนี้ 1 . 1 ขั้นการออกแบบ ( Design ) 1.1.1 ผู้วิจัยศึกษาผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องและแนวคิดทฤษฎีต่างๆ มาเป็นแนวทางในการ ออกแบบ โปรแกรม ฯ โดยการประยุกต์องค์ความรู้การแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมเพื่อการพึ่งตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง การกดจุดเส้นลมปราณ ที่แขน ร่วมกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรมฯ ผู้มีประสบการณ์ฝึก การกดจุดเส้นลมปราณ ตามแนวทางการแพท ย์วิถีธรรม และประสบการณ์ของผู้วิจัยเอง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพ ในการ แก้ไขอาการปวดคอ บ่าไหล่ 1.1. 2 สร้างคู่มือประกอบการเรียนรู้ เทคนิค การจุดลมปราณที่แขน เพื่อลด อาการปวดคอ บ่าไหล่ โดยมีเนื้อหาเป็นรูปภาพ และคำอธิบายเกี่ยวกับ 1) โครงสร้างร่างกาย กายวิภาคคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณและการทำงานของลมปราณซึ่งมีหน้าที่นำพลังงานที่ดีเข้าสู่เซลล์ และนำพลังงานที่เสียออกจากเซลล์ของอวัยวะที่ สำคัญคือเยื่อหุ้มหัวใจ หัวใจ ปอด ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และซานเจียว (ชุมทางของอวัยวะช่องอก ช่องท้อง ช่องเชิงกรานซึ่งไหลผ่านคอ บ่าไหล่ไปออกปลายนิ้วมือ) 2) พฤติกรรมการปฏิบัติตนในการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ 3) จุดลมปราณและวิธีการกดจุดด้วยตนเองที่ถูกต้อง 1 . 2 ขั้นการพัฒนา ( Development ) 1. 2.1 นำ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นนำเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในเบื้องต้นเพื่อ พิจารณาความ เหมาะสมของ เนื้อหา รูปแบบ ความชัดเจนของ ภาษา และ เวลา ที่ใช้ แล้วปรับปรุงตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา 1 . 2 . 2 นำ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ที่ปรับปรุงแล้วเสนอต่อ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน เพื่อ หาความตรงของเนื้อหา ( Content validity ) ซึ่งมีรายนามดังนี้ 1 ) ผศ.ดร.มาลินี อุทธิเสน อาจารย์ประจำสาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (สาธารณสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ 2 ) นางสุวิมล มณีโชติ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีตรัง จังหวัดตรัง 3 ) นางนฤมล เฉ่งไล่ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนีตรัง จังหวัดตรัง 4 ) นางนิตยาภรณ์ สุระสาย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ 5 ) นายอำนวย คลี่ใบ ประธานเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม ภาคเหนือ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม การตรวจสอบหาค่าความสอดคล้อง ของการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ( Index of item - Objective C ongruence : IOC ) และข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยกำหนดเกณฑ์ในการให้คะแนน การประเมิน ดังนี้ ให้คะแนน - 1 เมื่อแน่ใจว่าโปรแกรม ไม่มีความเหมาะสม ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าโปรแกรม มีความเหมาะสม ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าโปรแกรม มีความเหมาะสม 1.2.3 ผู้วิจัยนำผลการหาค่า IOC พบว่ามีค่าระหว่าง 0.80 - 1.00 และ ปรับปรุงแก้ไขตามที่ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท่าน ได้เสนอแนะ เพื่อที่จะทำให้โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ที่ พัฒนา ขึ้น มีเนื้อหาที่ถูกต้องตามแนวคิดและหลักการ (ดังภาคผนวก ค) 1 . 3 ขั้นทดลองใช้ ( Implement ) นำ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนไปทดลองใช้ กับกลุ่มขนาดเล็ก ( Pilot Study ) ซึ่งเป็น ผู้เข้าค่าย แพทย์วิถีธรรม อำเภอห าดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 18 - 19 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นผู้ที่มี อาการปวดคอ บ่าไหล่ อายุระหว่าง 20 - 65 ปี จำนวน 30 คน โดย ใช้ แบบประเมินความรู้ความเข้าใจในการ ประยุกต์ใช้ โปรแกรมเทคนิค กดจุดเส้นลมปราณที่แขน ที่มีผล ต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ โดยกำหนดเกณฑ์ในการให้คะแนน การประเมิน ดังนี้ ให้คะแนน - 1 เมื่อแน่ใจว่าโปรแกรม ไม่มีความเหมาะสม ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าโปรแกรม มีความเหมาะสม ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าโปรแกรม มีความเหมาะสม ผลการประเมินแสดงในภาคผนวก ข ซึ่งพบว่า กลุ่มขนาดเล็ก ( Pilot Study ) มีความรู้ความเข้าใจใน การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน สอดคล้องกัน มีค่า ระหว่าง 0.83 - 1.00 (ดังภาคผนวก ค) 1.4 นำ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน มาจัดพิมพ์เป็นคู่มือ “ โปรแกรม การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ” เพื่อใช้ เก็บ รวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 45 คน ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป 2 . เครื่องมือที่ใช้ในการ วัดตัวแปร การสร้าง และพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ในการวัดตัวแปร ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ ดำเนินการ สร้างและหาคุณภาพ ดังนี้ 2.1 ศึกษาเนื้อหา แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2 กำหนดขอบเขต โครงสร้าง และเนื้อหาของ แบบทดสอบความรู้ เพื่อนำมาสร้างข้อความให้มีความครอบคลุมเนื้อหา และ วัตถุปร ะสงค์ ในการวิจัย 2.3 ดำเนินการสร้างข้อคำถามของ แบบทดสอบความรู้ จำนวน 20 ข้อ 2.4 นำแบบทดสอบความรู้ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาเนื้อหาคำถาม จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมทั้งด้านการใช้ภาษา ความถูกต้อง และครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด 2 . 5 นำ แบบทดสอบความรู้ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา ( Content Validity ) ความถูกต้องของการใช้ภาษา ความชัดเจนของภาษา ความครอบคลุมประเด็นที่จะศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน (ชุดเดิม) ซึ่งเกี่ยวข้องและมีประสบการณ์เกี่ยวกับ การ แพทย์วิถีธรรม จุดเส้นลมปราณ การกดจุดเส้นลมปราณ อ าการปวดคอ บ่าไหล่ พิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ( Content Validity ) ความถูกต้อง สำนวนภาษาที่ใช้ พร้อมทั้งขอคำแนะนำในการปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมกับการนำไปทดลองใช้ โดยใช้เกณฑ์ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะตรงกัน โดยกำหนดให้คะแนนผลการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ระดับคะแนน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ - 1 แ น่ใจว่าไม่สอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย 0 ไม่แน่ใจว่าสอดคล้องกับกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์การวิจัย + 1 แน่ใจว่าสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการวิจัย จากผลการตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ นำไปคำนวณหาสัมประสิทธิ์ความสอดคล้องด้วยสูตร IOC ( Item - O bjective Congruence ) เลือกข้อคำถามที่มีค่า IOC ไม่น้อยกว่า 0 . 6 0 แสดงว่ามีความ ตรง ตามเนื้อหามาก และตัดข้อที่มีค่า IOC น้อยกว่า 0.60 และข้อคำถามที่ไม่ชัดเจนออก จำนวน 5 ข้อ เหลือข้อคำถาม 15 ข้อ (ดังภาคผนวก ค) 2 . 6 นำ แบบทดสอบความรู้ไปทดลองใช้ ( Try Out ) กับ ซึ่งเป็น ผู้เข้าค่าย แพทย์วิถีธรรม อำเภอห าดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 18 - 19 ตุลาคม 2560 จำนวน 3 0 คน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา ลักษณะข้อคำถามเป็นแบบ 4 ตัวเลือก คือ ก. ข. ค. ง. โดยเลือกตอบเพียง 1 ตัวเลือก นำมาตรวจให้คะแนน ตอบถูกให้ 1 คะแนน และตอบผิดหรือไม่ตอบให้ 0 คะแนน บันทึกข้อมูลใส่โปรแกรมสำเร็จรูปและสั่งเครื่องประมวลผล คัดเลือกข้อคำถามที่มีความยากง่าย ( Mean ) ระหว่าง 0 . 31 - 0 . 54 และมีอำนาจจำแนก รายข้อ ( Corrected Item - Total Correlation ) ระหว่าง 0 . 39 - 0 . 66 ซึ่งเป็นข้อที่มีความ ยากง่ายและอำนาจจำแนกใช้ได้ นำไปหาความ เชื่อมั่น แบบคงที่ภายใน ( Internal Consistency ) ด้วย สูตร Kuder Richardson Formula ( KR – 20 ) ได้ค่าความ เชื่อมั่น เท่ากับ 0 . 86 (ภาคผนวก ค) 2 . 7 จัดพิมพ์ แบบสอบถามและแบบทดสอบความรู้เพื่อนำไปใช้เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูล ใน การดำเนินการว ิจัยครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีขั้นตอน การเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ ระยะเตรียมการ 1 . คัดเลือก ผู้ช่วยวิจัย ใน การกดจุดเส้นลมปราณที่แขน จำนวน 5 คน โดยมีคุณสมบัติดังนี้ 1.1 เป็นสมาชิกจิตอาสา แพทย์วิถีธรรม ตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป 1.2 มีความเชี่ยวชาญในหลักการและวิธี กดจุดเส้นลมปราณที่แขน เพื่อลดอาการป วดคอ บ่าไหล่ 2 . ชี้แจงกระบวนการและวัตถุประสงค์ของการวิจัยกับผู้ช่วยวิจัยได้รับทราบ 3 . ประชาสัมพันธ์โครงการวิจัยกับผู้เข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมและให้สมัครเข้าร่วม โครงการวิจัย 4. ประสานความพร้อมกลุ่มทดลองที่จะเข้าร่วมวิจัย และ นัดหมายกลุ่มทดลองเข้ารับโปรแกรม 5 . จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และสถานที่ในการใช้ทำ การ แนะนำโปรแกรมและทำการทดลอง 6 . ผู้วิจัยพิทักษ์สิทธิ์ของกลุ่มทดลอง เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ร่วมวิจัย โดยใช้หลักเกณฑ์ของจริยธรรมในการวิจัย ดังต่อไปนี้ 6 . 1 ผู้วิจัยปกป้องกลุ่มทดลองจากความเสียหาย โดยอธิบายถึงวัตถุประสงค์ ในการศึกษา ขั้นตอนในการศึกษา และประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับ กลุ่มทดลองมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นกลุ่มทดลองได้เมื่อกลุ่มทดลองต้องการ ผู้วิจัยให้เวลาที่พอเพียงในการคิดและการถามข้อมูลต่างๆก่อนการตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัย 6 . 2 ผู้วิจัยปฏิบัติต่อผู้ปฏิเสธไม่เข้าร่วมการวิจัยเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อผู้ยินดีเข้าร่วมการวิจัย 6 . 3 ผู้วิจัยรักษาความลับของกลุ่มทดลอง โดยไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้ เอกสารที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลไม่ระบุชื่อกลุ่มทดลอง แต่จะใช้รหัสแทนชื่อ และเก็บรักษาข้อมูลอย่างเป็นความลับ และจะลบทำลายเมื่อสิ้นสุดการวิจัย นอกจากนั้นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยจะนำไปใช้ประโยชน์ในการนำเสนอผลการศึกษาเชิงวิชาการของผู้วิจัยเท่านั้น ระยะทดลอง โปรแกรมการ ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนใน ครั้งนี้ จะดำเนินกา ร ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ผู้วิจัยสร้างสัมพันธภาพโดยแนะนำตนเอง กล่าวทักทายกับกลุ่มทดลอง พูดคุย ซักถามทั่ว ๆ ไป และให้ผู้เข้าร่วมวิจัยแนะนำตัวเอง จากนั้นชี้แจงวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย และขอความร่วมมือกลุ่มทดลองในการตอบแบบสอบถาม 2. ทดสอบ ความรู้ ก่อนการแนะนำเกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และ ตอบแบบ ประเมินระดับความปวดคอ บ่าไหล่ก่อนการทดลอง 3 . ผ ู้ วิจัยบรรยายและ ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอ าการปวดคอ บ่าไหล่ สาเหตุของอาการปวด คอ บ่าไหล่ ปัจจัยที่ม ีผลและส่งเสริมให้เกิดอาการปวด คอ บ่าไหล่การปฏิบัติตนเมื่อมีอาการปวด คอ บ่าไหล่ ความรู้เกี่ยวกับลมปราณและประโยชน์ของการกดจุดเส้นลมปราณพร้อมภาพประกอบเกี่ยวกับเส้นลมปราณ โดยแจก คู่มือ เทคนิค การกดจุ ด เส้นลมปราณที่แขน ให้กับกลุ่มตัวอย่างคนละ 1 เล่ม สาธิต การกดจุ ด เส้นลมปราณที่แขนทั้ง 6 เส้น รวม เวลา ในการบรรยายและสาธิต 1 ชั่วโมง 4 . ผู้ช่วยผู้วิจัยดำเนินการ กดจุดเส้นลมปราณที่แขน โดยใช้ผู้ช่วยวิจัย 1 คน ต่อกลุ่มตัวอย่าง 9 คน โดยผู้วิจัยเป็นผู้สังเกตและควบคุมการทดลองอย่างใกล้ชิด สังเกตผลที่เกิดกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ โดยทำการทดลองครั้งละ 1 คน ซึ่งใช้เวลาในการแนะนำและลงมือปฏิบัติรวมทั้งสิ้น 2 4 นาทีต่อกลุ่มตัวอย่าง 1 คน โดยกดจุดเส้นลมปราณที่แขน เส้นละ 2 นาที ข้างละ 6 เส้น โดยเริ่มจากแขนด้านซ้ายก่อน 5 . ทดสอบ ความรู้ หลัง การแนะนำเกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรมสวนป่านาบุญ 2 อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 6. ประเมิน ระดับความปวด คอ บ่าไหล่ภาย หลังการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำ แบบ ประเมินความปวดคอ บ่าไหล่ และแบบทดสอบความรู้ มาตรวจความสมบูรณ์ของข้อมูล แล้วนำคะแนนที่ได้มาคำ นวณหาค่าต่าง ๆ ทางสถิติ โดยใช้โปรแกรมสำ เร็จรูปดำเนินการวิเคราะห์ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ( Descriptive Statistic ) ได้แก่ ค่าความถี่ ( Frequency ) และค่าร้อยละ ( Percentage ) ค่าเฉลี่ย ( Mean ) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( SD ) 2. วิเคราะห์ ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน โดยนำเสนอค่าเฉลี่ย ( Mean ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard Deviation ) โดยกำหนดช่วงคะแนนดังนี้ โดยกำหนดช่วงคะแนนดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 0 . 00 - 3 . 33 หมายถึง มีความปวด อยู่ในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 3 . 34 - 6 . 66 หมายถึง มีความปวด อยู่ในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 6 . 67 - 10 . 00 หมายถึง มีความปวด อยู่ในระดับมาก 3 . เปรียบเทียบระดับอาการปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง ก่อนและหลังการทดลอง โดย ใช้สถิติ Paired - Samples t - test และ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 4 . เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ ก่อนและหลังการทดลอง ก่อนและหลัง การแนะนำเกี่ยวกับ อาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิค การกดจุดเส้นลมปราณ โดยใช้สถิติ Paired - Samples t - test และกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

word1.ปก.docx
19 พฤษภาคม 2565
wordภาคผนวก.docx
6 กันยายน 2564
word01 ปก พริ้วลมบุญ.docx
15 พฤศจิกายน 2563