ผู้มาจนเป็นผู้กอบกู้สังคม ผู้ที่ไปรวยทำลายสังคม.docx
เนื้อหาในไฟล์
ผู้มาจนเป็นผู้กอบกู้สังคม ผู้ที่ไปรวยทำลายสังคม สู่แดนธรรม…พ่อท่านสอนให้พวกเราใช้ยุทธวิธีจัดการข้าศึกคือกิเลส แต่ธรรมาธรรมะสงครามไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าใครแพ้ใครชนะเป๊ะเลย เพราะธรรมาธรรมะสงครามเป็น สังขตธรรม ที่เกิดจากการปรุงแต่ง ว่าฝ่ายใดมีกำลังมากกว่าก็ชนะ หากฝ่ายธรรมะมีพวกน้อย หน้าที่ของปุโรหิตวิชาการธรรมะคือส่งเสริมฝ่ายธรรมะ ควรให้ฝ่ายธรรมะมีบทบาทในสังคมให้มากกว่าฝ่ายอธรรม พ่อครูว่า…สรุปคำว่า เทวนิยมใหญ่ เทวนิยมคือยังเอียงไปข้างตีเทวไม่แตก คำว่า เทวะ แปลว่า 2 การเรียนรู้ที่ละ 2 เป็นตัวเปรียบเทียบกัน เราก็จะได้แชมป์กับรองแชมป์ ที่คัดเลือก รองแชมป์ก็เก่งขึ้นมาอีกไปเรื่อยๆ ใครชนะก็เป็นแชมป์ จนได้แชมป์ที่สูงสุด จนหมดสิ้นรองแชมป์ จนกระทั่งรองแชมป์ที่เก่งที่สุด ไปท้าชิงกับผู้ที่เป็นแชมป์ ผู้ชนะสูงสุดก็เป็นแชมป์เลิศสุด ห่างไกลรองแชมป์อื่นๆที่จะพึงมีได้ เพราะระหว่างรองแชมป์ก็จะมีผู้ไปหาญสู้ รองแชมป์ที่คัดขึ้นมาเรื่อยๆ จนหมดรองแชมป์ที่ไปหาญสู้ผู้ที่เป็นแชมป์ เราจะยังตัดสินไม่ได้หรอก ตราบใดยังไม่สูงสุด ถ้าสมมุติว่า แชมป์คนนี้ชนะตั้งแต่รองแชมป์คนที่ 1 จนถึงรองแชมป์คนที่ 99 ก็ยิ่งใหญ่เลยสิ เพราะฉะนั้นแชมป์ตัวจริงก็จะเป็นอย่างนี้แหละ ก็จะเป็นแชมป์ไม่มีทางเคยแพ้เลย รองแชมป์เก่าก็จะฝึกวรยุทธขึ้นมาสู้ ๆๆๆๆ จนกระทั่งหมดแล้วในยุคนั้น ในกัปนั้น ไม่มีรองแชมป์คนไหนจะสู้ได้อีก พระเจ้าจึงตรัสว่าในระยะเวลาใกล้กันจะมีพระพุทธเจ้า 2 องค์ที่เก่งใกล้เคียงกันลอุบัติขึ้นมาใกล้กันนั้นหาได้ยาก เป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นฐานะที่จะเป็น อฐานะ พระพุทธเจ้าไม่มีใครจะเทียบได้ เป็นจอมยุทธไร้เทียมทานจริงๆ แม้แต่โพธิสัตว์ระดับ 7 ยุคนี้ก็จะหาคู่มาเปรียบเทียบได้ยาก ก็ต้องพิสูจน์ความจริงไป พูดไปก็เพียงแต่พูด อวดเก่ง
อ่านต่อ
ไม่พอหรอกมันต้องพิสูจน์ความจริงว่าเป็นธรรมะจริงๆนะ เป็นโลกุตรธรรมจริงๆนะ รบด้วย ไม่มีอาวุธ มีแต่ความสงบ ราบเรียบร้อย มีแต่สันติ อหิงสา อโหสิ นะ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเราก็ทำมามีรูปธรรมตั้งแต่ออกไปรบซัดพวกนายทุนศักดินา จะมารุกรานมายึดครองบ้านเมืองเราก็ป้องกันให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปได้เรียบร้อยหมด จนในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสิ้นไปก็ไม่มีปัญหา ก็มีรัชทายาทมีในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็ยังอยู่ ที่ยังเป็นผู้ค้ำบัลลังก์คือพลเอกประยุทธ์ ก็มาเป็นนักรบแทน จึงชื่อว่าเป็นประยุทธ์ แม้จะไม่ชื่อว่าตะวันโอชา ก็ยังคือจันทร์โอชา อาตมาพูดด้วยความจริงใจอย่างเดียว ไม่ต้องไปประจบประแจงพลเอกประยุทธ์ ให้ท่านทำหน้าที่ของตัวเองไปให้ดีที่สุดเลย อาตมาเชียร์ แม้ทุกวันนี้ก็ยังแสดงออก อยู่ให้ถึง 10 ปีเลยก็ได้ยังแข็งแรงทำได้เต็มที่เลย เพราะยังเป็นไปได้ แม้แต่ที่สุดสงคราม covid มันยิ่งร้ายกาจ เขาก็พยายามกันทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ อะไรต่างๆนานา แต่ด้านต่างประเทศสงบเรียบร้อยดีมาก จริงๆแล้วเรื่องเศรษฐกิจเขาเข้าใจยังไม่ได้ ซึ่งมันซับซ้อน น่าเห็นใจเหมือนกัน เศรษฐกิจที่ดีคือเศรษฐกิจของชาวอโศก ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านตรัสไว้แล้วว่า มาจน มาเป็นคนจน คนจนนี่แหละสุดยอดซับซ้อนที่สุดเลย เข้าใจไม่ได้ว่าจนจะอยู่อย่างไร ก็มาดูว่าชาวอโศกอยู่อย่างไร ชาวอโศกไม่กระดี๊กระด๊าไปแย่งลาภยศสรรเสริญอีกแล้วในสังคม มีวรรณะ 9 จริงๆ เลี้ยงง่าย บำรุงง่าย เป็นคนมักน้อย อัปปิจฉะ กล้าจน อย่างจริงใจ อย่างสำราญเบิกบานใจ จนอย่างรู้ว่า จนก็ดีกว่าไปรวยจะไปรวยทำไมให้คนมาแย่งชิงริษยา ไม่มีใครมาริษยาคนจนหรอก ถ้าไม่มีใครมาบอกว่าสู้เราไม่ได้หรอกเราจนกว่า ก็มีแต่พวกเราท้วงกันเองไป แล้วก็จริงใจ พวกเราก็รู้อยู่ว่ามันก็ยังหมกเม็ดอยู่นะ หลายเม็ดอยู่นะก็เท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรเราก็รู้ว่าเป็นไปตามลำดับ ผู้ที่มีสำนึกสังวร ยังทำไม่ได้ก็เป็นตามลำดับ เพราะว่าเป็นเรื่องของปัญญาที่มารู้จุดสำคัญของโลกุตระเป็นเรื่องอจินไตย อธิบายไม่ง่ายมันต้องมาอยู่ที่ตัวเองรู้ตัวเอง มีจิตตัวเอง มีสภาพจริงของตัวเองแล้ว มันจะเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ เพราะฉะนั้นผู้ที่มาจนจะเป็นผู้กอบกู้สังคม ผู้ที่ไปรวยจะทำลายสังคม เพราะมันขี้โลภและหวงแหนทำให้เสียของ เป็นสมบัติของตนเองคนอื่นมาแต่ต้องแย่งชิงไม่ได้ผิดกฎหมาย ก็คุณใช้หลักเกณฑ์ของโลก Majority rule เพราะคุณเก่ง คุณเอาไปรวมไว้ได้มากเป็นหมู่ของคุณ คนอื่นก็ใช้ไม่ได้ ทำให้สังคมแหลกเหลวเสียหาย แต่คนก็เข้าใจยากเพราะเป็นกิเลสของเขา ที่เขาคงเห็นว่าอย่างนี้ดี เขาเห็นอย่างนั้นว่าเป็นสัมมาทิฏฐิที่จริงเป็นมิจฉาทิฐิอย่างร้ายแรง แต่เขาไม่รู้เขาก็ต้องทำตามที่เขารู้ มันเป็นสัจจะ เป็นธรรมาธรรมะสงครามที่จะพิสูจน์ความจริงไป เราจนเราก็ไม่ได้เดือดร้อนเราไม่ได้แย่งชิง เป็นแต่เพียงว่าเราพยายามให้คนอื่นมีความรู้ว่ามาจนอย่างนี้ดี ก็มีมวลปริมาณพลเมืองของคนจนเพิ่มขึ้น แล้วเป็นคนจนที่มหัศจรรย์ เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ เป็นคนจนที่มีสมรรถนะ เป็นคนจนที่ยอดเสียสละ เป็นคนจนที่ไม่ได้เป็นพิษภัยอะไรต่อโลกต่อสังคมต่อไปเลย มีแต่คุณค่าประโยชน์ต่อโลกต่อสังคม เป็นคนยอดขยัน ไม่สะสม อปจยะ วิริยารัมภะ 2 ตัวสุดท้ายของวรรณะ 9 ไม่สะสม ชัดเจนว่าสาธารณโภคีเป็นเศรษฐกิจที่สูงสุด มีส่วนกลาง แล้วเป็นคนมักน้อยสันโดษกินน้อยใช้น้อยอยู่แล้ว ดีไม่ดีแต่ละวันเราก็ทำงานสร้างสรรค์ให้แก่ชุมชนมากกว่าที่เรากินเราใช้ ได้มากเท่าไหร่ก็ดีเท่านั้น ก็เป็นกุศลของเรา ถ้าหากชาติหน้าเราเป็นโพธิสัตว์ต่อไป คุณก็จะเป็นโพธิสัตว์ที่ไม่ใช่โพธิสัตว์กระจอก แต่เป็นโพธิสัตว์ที่ร่ำรวยมีทรัพย์ศฤงคารรองรับก็เป็นกรรมของคุณทำเอาไว้ทั้งนั้น คุณขยันนั่นมันเสียหายที่ไหน สร้างสรรเสียสละสิ่งที่ดีสิ่งที่สมควรเป็นปัจจัยของมนุษย์ในแต่ละยุค แล้วคุณก็สร้างไปสิ ไม่ว่าจะเป็นงานที่เป็นนามธรรม งานที่เป็นอรูป หรืองานที่เป็นรูปธรรมเลย เช่น การปลูกพืชผักเป็นรูปธรรม งานสื่อสารเป็นงานอรูป งานเป็นครูบาอาจารย์เป็นงานนามธรรม อย่างอาตมาเป็นงานนามธรรม ซึ่งเป็นสภาพที่ ซ้อนลึกสูงส่ง ละเอียดลออสมบูรณ์แบบ ผู้ถึงขีดขั้นก็เป็นอย่างนี้ ผู้ยังไม่ถึงขั้นก็แสดงรูปก่อน ผู้สูงขึ้นก็แสดงอรูป ผู้สูงสุดก็เป็นงานนามธรรม อาตมาแสดงออกไปมีผู้เป็นจริงได้ไหม (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม…ผมสังเกตมาหลายปีแล้วว่า พ่อท่านบริหารพวกเราด้วยการไม่บริหาร มีผู้ยกย่องว่าสังคมสาธารณโภคีเกิดมาได้เพราะพ่อท่าน แต่พ่อท่านบอกว่า.. อาตมาไม่ได้ทำ คนทำคือพวกเรา ถ้าไม่มีลูกๆที่รับความรู้จากพ่อท่าน พ่อท่านเอาอรูปมาสอน พวกเรารับได้มาทำจนเป็นรูปธรรม พ่อครูว่า…เมื่อพูดถึง อรูป นามธรรมเป็นเรื่องที่ลึก เรื่องแอพสแทรค เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ มันก็มีจิตให้ศึกษา โลกุตรธรรมสาธารณโภคี อาตมาว่าสาธารณโภคีคือเศรษฐศาสตร์ขั้นสูงสุด ไม่มีอะไรสูงกว่านี้แล้วเป็นเศรษฐศาสตร์ขั้นสุดยอด ที่เกิดจากความรู้ของพระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเอามาสอนเอามาปฏิบัติไว้ ในยุคพระพุทธเจ้าก็มีแต่นักบวชเพราะเป็นยุคที่มีข้อจำกัด เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคของทาส มีนายทาส ลูกทาส เป็นยุคที่คนยังไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองมีสิทธิในตัวเอง อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่ยุคนั้นแล้ว ไม่มีทั้ง 3 อย่างไม่มีสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่มียุคทาส เป็นยุคที่มีความรู้ในสิทธิมนุษยชนสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นจึงเกิดสาธารณโภคีขยายผลมาถึงฆราวาสได้ ไม่ใช่อาตมาเก่ง แต่มันเป็นยุคของมันที่เป็นไปได้ ยืนยันสัจธรรมที่เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ดีที่ในพระไตรปิฎกมีหลักฐานพวกนี้ อยู่ในสาราณียธรรม 6 สาธารณโภคี คือลาภธัมมิกาได้ลาภโดยธรรมแล้วเอามารวมกันกินใช้ อยู่กันด้วย เมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อยู่ด้วย ศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา ก็สมบูรณ์แบบ พัฒนาพุทธพจน์ 7 พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ ตีแตกยาก นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ได้แล้วได้เลยตายแล้วไม่ฟื้น ฟื้นแล้วไม่ตาย เป็นอมตบุคคลซึ่งสุดยอด คำว่า สาธารณโภคี ขอขยายความง่ายๆก่อน ส่วนตัวจน ส่วนรวมอุดมสมบูรณ์ ไม่เรียกว่ารวย เดี๋ยวจะขัดแย้ง ส่วนตัวจนแต่ส่วนกลางอุดมสมบูรณ์ กินใช้เหลือพอเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้อีก มันเกิดบทบาท ช่วยกันสร้างไม่ได้นิ่งตาย ไม่ได้ขุดกินบุญเก่าหรือทุนเก่า ได้กินเฉพาะคงคลัง ไม่ใช่ แต่ขยายผลพัฒนาหมุนเวียนอยู่อย่างมีส่วนเกิน มีส่วนเกิน จึงเป็นเศรษฐกิจที่ไม่เสื่อม เกินได้เพราะอะไร เพราะแรงงานแต่ละคนมีส่วนเกิน แล้วไม่เอาเป็นของตน สมรรถนะ ความสามารถ ความขยันนี่คือทรัพย์ ได้ส่วนเกินมาก็เอามารวมกันเป็นส่วนกลางเราก็ฝึกให้มักน้อยสันโดษลง ใช้ให้น้อยลงจนกระทั่งอยู่ตัวมีปัจจัยส่วนตัวเท่านี้พอแล้ว มีสันโดษอย่างแท้จริง แค่นี้พอ ก็ตามแต่ละฐานะของคน มันน้อยได้อีกก็ทำได้อีก มักน้อยที่สุดสมดุลที่สุด เช่น เสื้อผ้าของพวกเรามี 5 ชุดก็พอแล้ว ไม่รู้จะไปเก็บอะไรกันนักกันหนา มีชุดเอาบุญ ภาษาอีสานว่าชุดสวยชุดเก่งชุดโก้นานๆจะควักออกมาใส่ เมื่อมีงานที่ก็เอามาใส่แล้วก็เก็บไว้นอกนั้นก็มีชุดลำลองสามัญใส่ประจำ สู่แดนธรรม…เมื่อกี้นี้ได้ยินพ่อท่านพูดแล้วปิ๊งมาเลยว่า พ่อท่านพามาทำเศรษฐศาสตร์ในระบบสาธารณโภคีจะเจริญที่สุดยิ่งกว่าเศรษฐกิจระบบใดๆ แต่ตอนนี้แสดงตัวมากไม่ได้ เพราะว่าสุดยอดอันนี้ต้องล้ำหน้าไปไกลก่อน ผู้ที่มีบารมีจะต้องพัฒนาไปไกลๆก่อนนะเขาถึงจะลืมตามาเห็น พวกเราไม่ต้องไปรีบร้อนให้สังคมไม่ยอมรับเพราะยังไม่ใช่ฐานะ เราต้องพัฒนาของเราจนกระทั่ง พ่อครูว่า…คนตาบอดเห็นได้ อาตมาก็พูดสำนวนนี้ จนคนตาบอดเห็นได้
640510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมใหญ่สุดโต่งอย่างไรในศาสนาพุทธ