สาธารณโภคีต้องมีศีลอันเป็นอาริยะประกอบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.38 KB
วันที่แก้ไข10 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

สาธารณโภคีต้องมีศีลอันเป็นอาริยะประกอบ มาเข้าสู่เศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ใช้คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง เอาคำว่าสันโดษมีใจพอ น้อยก็พอ ไม่ได้เบียดเบียนตัวเองไม่ได้เบียดเบียนคนอื่นตนเองมีน้อยเท่าไหร่ก็พอเข้าใจคิดของตัวเอง ก็จะขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในยุคสมัยเช่นในยุคที่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ ก็จะไปสะสมมากทำไม แต่ถ้าเผื่อว่าทรัพยากรธรรมชาติก็มีเยอะไม่พอพวกเราก็ไม่ใช่จะไปแย่งกับคนอื่นเราก็ต้องมีพอที่จะสะพัดออกไปก็ต้องเหลือไว้พอให้ตัวเองก่อนนะ ไม่อย่างนั้นหากไม่พอต้องเดือดร้อนตัวเองหรือไปเดือดร้อนคนอื่น ไม่กระทบตนไม่กระทบท่านหรือถ้าจะเดือดร้อนตัวเองพอจะทนได้ก็อย่าไปกระทบคนอื่นเดือดร้อนคนอื่นได้มันก็เป็นดี ไม่เกิดวิบากเสียหาย เรารับเสีย อย่างนี้เป็นต้น สาธารณโภคี ถ้าเข้าใจประเด็นว่า เรามามักน้อยมาจนนี้ดีกว่าไปแย่งกันรวย ประเด็นแค่นี้ ถ้าเข้าใจได้คนนี้เข้ากระแสแล้ว แต่ถ้าเขายังเข้าใจไม่ได้นะไม่เข้ากระแสโลกุตระ เขาก็ยังมีโลกียะที่เผื่อพอๆๆ จนกระทั่งจบไม่ลงไม่มีขีดพอไม่มีที่สิ้นสุด คำว่าสันโดษอันเป็นอาริยะ พระพุทธเจ้าบอกว่า ธรรมะอันเป็นอริยะ 1. ศีลอันเป็นอาริยะ (อริเยนะ สีลกฺขันเธนะ) 2. อินทรีย์สังวรอันเป็นอาริยะ (อริเยนะ อินทริยสัญวเรน) 3. สติสัมปชัญญะอันเป็นอาริยะ (อริเยนะ สติสัมปชัญเญน) 4. สันโดษอันเป็นอาริยะ (อริยายะ สันตุฏฐิยา) (พตปฎ. เล่ม ๙ สามัญญผลสูตร) ศีล อันเป็นอาริยะหมายถึงการเรียนรู้ทั้งกระบวนการของศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ทำให้เกิด อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ ศีล ไม่ใช่หมายความว่าไปอยู่คนเดียวเดี่ยวๆ แล้วให้บริสุทธิ์ทางกายในศีล แล้วสมาธิก็ไปนั่งหลับตาเอา ไม่ใช่ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ อยู่ด้วยกันหมด เป็นเหตุปัจจัยแก่

อ่านต่อ

กันด้วยกัน ตามจรณะ 15 วิชชา 8 ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาหลงผิดเป็นฤาษีเดียรถีย์ ไม่ใช่ ในการปฏิบัติสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าจึงจะครบสมบูรณ์ในวิธีการปฏิบัติที่สัมมา ถูกต้องตามสูตรของพระพุทธเจ้าไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ยิ่งใหญ่เลยที่พูดกว้างๆเลยคือมรรคมีองค์ 8 ขยายความสมบูรณ์ขึ้นไปก็เป็นโพธิปักขิยธรรม 37 แกนจริงๆคือ จรณะ 15 วิชชา 8 ย่อลงไปสั้นๆก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจกระบวนการต่างๆที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และพาทำมาตลอดเวลา จะได้มรรคผลของเราที่พิสูจน์ได้ อาตมาไม่เคยตกใจไม่เคยหวั่นไหวว่าพวกคุณจะได้มรรคได้ผลไปแล้ว ซึ่งคนเขาไม่ฟัง เราบอกว่าเรามีโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แม้แต่พวกเราก็ยังไม่ชัดเจนในตัวเองว่าเป็นอรหันต์หรือยัง อรหันต์มีไม่รู้กี่ขั้น อรหันต์สูงสุดขั้นที่ 9 เป็นอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า อรหันต์รองลงมาขั้นที่ 8 เป็นมหาโพธิสัตว์ อรหันต์ขั้นที่ 7 ก็เป็นสัตบุรุษ ซึ่งไม่เท่ากัน ส่วนอรหันต์ขั้นที่ 6 ก็ไป อนิยตโพธิสัตว์ อรหันต์ขั้นที่ 5 ก็เป็น อนุโพธิสัตว์ อรหันต์ขั้นที่ 1 2 3 4 ก็เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ จะเรียกว่าอรหัตผลของโสดาบันก็ได้ อรหัตผลของสกิทาคามี อรหัตผลของอนาคามี อรหัตผลของอรหันต์ ถ้ายังไม่จบสมบูรณ์ขั้นที่ 5 จึงจะเรียกว่าหมดตนจริงๆ อรหันต์ขั้นที่ 4 ก็เอาให้หมดตน ยังไม่หมดตนก็เป็นอรหัตตมรรค เพราะฉะนั้นต้องตรวจสอบตัวเองแต่ละคน เราติดยึดในสิ่งที่มันอยู่รอบตัวเรานี่แหละคือสิ่งที่มันอยู่ห่างไกล เราก็ตรวจสอบได้ทุกวันนี้สื่อสารมวลชนมีให้เรารู้เยอะแยะ สิ่งที่เราสัมผัสแล้วรู้สึกว่าไร้สาระไม่เอา แต่แค่สาระแค่นี้เรายังกอบโกยสะสมอยู่ มันมีอยู่เท่าไร เราก็ลดละไป สู่แดนธรรมสรุปจบ สมณะเดินดินว่า…พ่อครูเคยอธิบายความขัดแย้งให้ฟังว่า ถ้าพระพุทธเจ้ายังอยู่ก็จะไม่เกิดความขัดแย้ง หลังพุทธปรินิพพาน มีการแยกของหมู่สงฆ์ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งเห็นว่าสิกขาบทเล็กน้อยเปลี่ยนแปลงได้ตามพุทธโอวาท อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าพระพุทธเจ้าเพิ่งปรินิพพานยังไม่ควรเปลี่ยนแปลงสิกขาบท สู่แดนธรรม…แม้แต่พระอรหันต์ ท่านก็ยังมีทิฏฐิไม่ตรงกันได้ด้วยใช่มั้ยครับ พ่อครูว่า…ต้องเข้าใจให้ได้ว่า มันมีอารมณ์นิพพานอย่างเดียวกันที่ตรงกัน อารมณ์นิพพานเป็นปรมัตถ์สัจจะ ส่วนสมมติสัจจะไม่มีอะไรแย้งกันหรอก พระอรหันต์ก็แย้งกันอยู่ในสมมติสัจจะ ในเรื่องของโลกเขา ไม่ใช่เป็นเรื่องจุดสำคัญของจิตวิญญาณที่เป็นปรมัตถธรรมปรมัตถสัจจะ พระอรหันต์กิเลสไม่มี สูญหมดตัวตนเหมือนกันหมดเป็นหนึ่งเดียวกันหมด แต่ในสมมุติข้างนอกออกมาอีกนี่ เริ่มเป็น 2 ต้องไปอ่าน จูฬวิยูหสูตร และจูฬสุญญตสูตร หลายๆเที่ยว ไม่ง่ายเลย สัจจะมีหนึ่งเดียว สัจจะที่ขัดแย้งกันมี 2 ไปเรื่อยๆต่างกันทั้งนั้น ผู้ที่ไม่มีตัวตนแล้วก็จะไม่มีของข้าถูกของเอ็งผิดก็จะแยกนานาสังวาสได้ สมณะเดินดิน…สิ่งที่เราฟังพ่อท่านพูดก็ไม่ใช่เป็นใบไม้กำมือเดียว แต่เป็นใบไม้ทั้งป่า เราอย่าไปตีทิ้งพระกัสสปะไม่ได้

640510_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เทวนิยมใหญ่สุดโต่งอย่างไรในศาสนาพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน