สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ธรรมะสองของโลกียะโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ธรรมะสองของโลกียะโลกุตระ พ่อครูว่า... เริ่มต้นด้วยคำว่าโลกุตระ สามัญเขาก็ใช้โลกียะ หรือโลกๆ ธรรมดาๆ ทั่วไปปุถุชน พอมามีอีกอันหนึ่งขึ้นใหม่แล้วมันทวนกระแส ปฏิโสตัง ทวนกระแสโลก ที่ คนจะต้องยินดีในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ที่บำบัดบำเรอเวทนา ตัณหา ที่ต้องการ อุปาทานที่ยึดไว้ แล้วเราก็ยึดอยู่อย่างนั้นก็ได้ตามตัณหา ก็เกิดอาการจิตชอบใจ พอใจ บำเรอตัวที่ตั้ง ที่อุปาทานยึดไว้อย่างนี้ มันจะมีตัวตั้งของจิตที่เป็นตัวเรา เป็นเราอย่างนี้ อันนี้ สัญญา ย นิจจานิ ยึดไว้กำหนดไว้อย่างนี้ๆ พอได้มาตรงเป๊ะ หรือไม่ตรงก็อนุโลมไม่ได้ร้อยก็เอา 90 80 ก็ยังดี แล้วมันก็พอใจ เมื่อมีสิ่งสอง ธรรมะสองสัมผัสกันกระทบกัน แตะกันก็จะเสียดสี แตะกันก็ระดับหนึ่ง ถ้าไม่มีอะไร แตะเลย หนึ่งเดียว คือไม่เกิดการปรุงแต่งอะไรเกิดขึ้น 1.ไม่เคลื่อนไหว 2.ไม่มีอะไรไปแตะเลย อย่างนี้ สูญ เริ่มต้นตั้งแต่ สภาพเป็น1ก็จะเป็น 0 และ 1 มันไม่มี 2 ศูนย์มันก็ไม่มี 2 มันคือสภาวะที่เกิดขึ้นที่เราจะต้องกำหนดรู้ ตามที่เราใช้สังขยาเลข แทนสภาวะต่างๆ สภาวะ 1 สภาวะ 2 เกิดขึ้นมีอะไรแตกมากขึ้นหรือมีอะไร อีกอันหนึ่งมาเกี่ยวข้องกับเรา ก็มีแค่นี้สภาวะ แล้วปรุงแต่งผสมผเส ก่อเรื่องราวตามเหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย แตกลูกแตกหน่อ แตกกอ นับเป็น ล้านๆๆ พระพุทธเจ้าค้นพบสิ่งนี้ขึ้นมาจึงเป็นสุดยอด โลกุตระ แล้วท่านก็อธิบายละเอียดจนกระทั่งธาตุรู้ ที่จะจำกัดกำหนดหมายชัดเจน มันรู้อยู่อย่างนี้อย่างเดิม (พ่อครูไอตัดออกด้วย) แม้จะขยายมากขึ้นมันก็อย่างนี้ มันมีอันใหม่จากอันที่ยังไม่มี มีอยู่อย่างนี้ แล้วไม่มีนี้มีตัวซ้อนในนี้ มีมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นแล้วก็จะเสื่อมลงเสื่อมลงเสื่อมลง แล้วก็จะมีมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นแล้วก็เสื่อมลงเสื่อ
อ่านต่อ
มลงเสื่อมลง ถ้ามีระนาบแค่นี้ มีไปแล้วก็มา มีเฉียงได้อีก สอดแทรกประสานกันได้อีกมากมาย พูดก็เมื่อยเลย 610909_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เศรษฐกิจสุดวิเศษแบบพุทธอยู่ที่ไทอโศก