พ่อครูยังตั้งใจทำงานไปอีกให้ถึง 70 ปี.docx
เนื้อหาในไฟล์
พ่อครูยังตั้งใจทำงานไปอีกให้ถึง 70 ปี _ซึ้งซื่อ วิเชียร . ขอกราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรสุดเกล้าครับ ตอนนี้ผมได้เข้ามาอยู่ที่เมืองหลวง คือราชธานีอโศกแล้วครับ และจะอยู่จนถึงปีใหม่ครับ และได้มาทำกสิกรรม เช่น ได้ไปถอนหญ้าที่ไร่สวนกระเทียมบรรยากาศดีมากครับ ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ต่างจากกรุงเทพฯ อย่างมากเลยครับ ที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากแผ่นดินพุทธดินแดน “สัปปายะ ๔” ที่ดีเยี่ยมสุดยอดเลยครับ และได้อ่านเวทนากับผู้คนสิ่งของ เป็นผัสสะเกิดอยู่ที่บ้านไม่เป็นเช่นนี้ ผมจะอยู่ช่วยงานตลาดอาริยะให้ดีที่สุด ต้องขอขอบพระคุณพ่อท่านที่ได้มาสร้างดินแดนแห่งนี้ขึ้นมาที่ได้ให้ลูกๆ ทุกคนได้มาปฏิบัติกับสิ่งจริงในแบบพุทธที่เป็น “โลกุตระ” สูงสุดดีเลิศ ซึ่งหายากในโลกใบนี้ กราบขอบพระคุณพ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า... ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงตลาดอาริยะแล้ว ก็ทยอยเอาของเข้ามาจัดสถานที่ งานตลาดอาริยะนี้ เราไม่ได้จัดมาหลายปีแล้วใช่ไหม สมณะฟ้าไท... ปีที่แล้วก็จัดครับ พ่อครูว่า... อ๋อ นึกว่าไม่ได้จัด เรานี่ขี้หลงขี้ลืม พูดไปจะเป็นการยกย่องยกยอตัวเอง มันจะดูน่าเกลียดก็ไม่พูดมาก ก็ผ่านไป คนที่รู้คนที่เห็นก็จะเข้าใจเองคนไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร อาตมาพูดไปแล้วหลายทีก็สะดุดอยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้พูดเปิดใจทุกอย่างแล้วว่า เรานี่มันยกตัวยกตนเบ่งข่มผู้อื่นมากอะไรต่ออะไรหลายอย่าง มันรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่มันก็เป็นสัจจะที่เป็นจริง เช่น อาตมาบอกว่า อาตมาเป็นผู้ที่มากอบกู้ธรรมะโลกุตระที่มันเสื่อมตามคำตรัสพยากรณ์ไว้ของพระพุทธเจ้าแล้วว่า ศาสนาพุทธคนชาวพุทธจะเสื่อมใน อาณีสูตร แล้วก็จะมีผู้มากอบกู้ ผู้จะมากอบกู้ก็ต้องมีคุณธรรมเพียงพอที่จะกอบกู้ได้ ถ้าหากไม่มีของจริงจะมาทำจริง มันเป็นไปไม่ได้ อาตมาก็มา เกิด
อ่านต่อ
มาชาตินี้จริงๆอาตมาไม่รู้ตัวหรอกว่าอาตมาเป็นใคร เกิดมาอาตมาก็เป็น ลิงลมอมข้าวพอง อยู่ 36 ปีอยู่กับโลกโลกีย์เขาแย่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข จะดีจะเด่นกับเขานะ ซึ่งมันก็พอได้ ทั้งๆที่อาตมานี่มันมีเครื่องพิสูจน์ว่าอาตมาก็จะเป็นฆราวาส จนกระทั่งมีฐานะยากจน เรียกว่าจน ตามประวัติ ก็จน ก็ก่อร่างสร้างตัวทำอะไรขึ้นมาเจริญขึ้นมาเห็นๆเป็นไปได้ แต่สุดท้ายก็มาถึงขีด หมดพลังงานของ ลิงลมอมข้าวพอง ก็ไม่เอาแล้วโลกียะ อยู่ทางโลกไม่เอา ก็มาทางนี้ตั้งแต่บัดนั้น แล้วทำงานมาถึง 53 ปี ปีนี้ย่างปี 53 จะเต็ม 53 อยู่ เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา อาตมาบวช 7 พฤศจิกายน 2513 ปีนี้ 2566 มันก็เต็ม 53 ปี ขึ้นปีที่ 54 นี่มันเดือนธันวาคมแล้ว เพิ่งจะผ่าน 7 พฤศจิกายนมาเดือนกว่าเอง เลย 53 ปีมาเดือนกว่า อาตมาก็มานึกถึงว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงงาน 70 พรรษา อาตมาก็มานึกว่าอาตมาจะทำน้อยกว่าท่านหรือ อาตมาทำ 53 ปีเองทำไมไม่ทำเติมให้ไปได้อีกสัก 17 ปี ถ้าหากเติมไปได้อีก 17 ปีอยู่ไปได้อีก 17 ปีมันก็ 70 ปีเท่าๆกันกับในหลวง ดูซิท่านทำ ในหลวงท่านก็ทรงงานตามบารมีของท่าน ท่านเป็นทางรูปธรรม ท่านเป็นสายศรัทธาสายเจโต อาตมาเป็นสายปัญญา อันนี้ก็เป็นสัจจะที่พูดมาแล้วก็ย้ำยืนยันมา ก็ทำไปจริง แล้วในสังคมประเทศไทยมีสิ่งนี้จริง ถ้ามันไม่จริงมันก็ไม่มีอะไรออกมาใช่ไหม แต่นี่มันจริงมันก็เลยมีอะไรออกมา แล้วมันก็มาเกิดผล มนุษย์มีได้เป็นได้ แล้วจะให้พูดยังไงใช่ไหม มันก็ยืนยันได้ มันก็ไม่มีภาษาจะพูดต่อไป เพราะเป็นภาษาโลกุตระ มันไม่ใช่โลกียะ มันก็ยาก แต่ก็พอเข้าใจได้ อย่างโดยเฉพาะพวกเรายิ่งเข้าใจ ยิ่งมั่นใจยิ่งชัดเจน เพราะฉะนั้นก็สรุปตรงที่ว่า มันเรื่องจริงก็แล้วกัน เพราะฉะนั้นเมื่อความจริงเกิด ความจริงก็จะดำเนินไป ความจริงก็จะมีผลความจริงก็จะเกิดอะไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขนาดนั้นมันก็ยังมีวิบากอยู่ในสังคม ยกตัวอย่างชัดๆง่ายๆก็คือ กลุ่มชาวอโศกก็เป็นกลุ่มธรรมะ เป็นพุทธนะ กลุ่มส่วนใหญ่กระแสหลักก็เป็นพุทธ แล้วคนเข้ามานี่แน่นอน เขาก็บอกว่าศาสนาพุทธในเมืองไทยก็ต้องไปที่โน่นหมด ไม่ได้มาที่นี่ ใช่ไหม เพราะฉะนั้นพวกเราจริงๆ โอ้โห มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงจะยากอย่างไรมันก็ไม่มีปัญหา เพราะมันมีแต่ปัญญา มันก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ยิ่งผู้ที่ชัดเจนถึงขีดเขตแล้ว ก็เหลือเขตที่จะต้องไปทุกข์ มันไม่มีทุกข์มันเลยเขตที่จะทุกข์ มันไม่ทุกข์ ดีไม่ดีมันออกสนุกด้วยซ้ำ ระวังจะคะนอง ดีไม่ดีแล้วมันจะเลยเถิด เลยกลายเป็นนอกเกินขอบเขตไปเป็นสุดโต่งหรือเป็นบ้าๆบอๆเลยเถิดไปก็ระวังบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสัจจะที่มีในเมืองไทยในประเทศไทย ในระยะเวลามันไม่มากหรอกที่เราทำกันมา ที่อาตมาบอกว่า มันเสื่อมจริงๆไม่ได้พูดเล่น หลักฐานมีความจริงปรากฏพระพุทธเจ้าตรัสไว้ แม้อาตมายืนยันว่า อาตมาเป็น สยังอภิญญา ท่านก็ตรัสไว้เป็นผู้ที่รู้จักโลกนี้โลกหน้าจะมาประกาศ ปเวเทนตีตี สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) ก็ทำพิสูจน์ยืนยันกันมา 40-50 ปีป่านนี้ ยืนยันทั้งหลักฐานทางพฤติกรรมที่พาทำทั้งความรู้ความเห็น ที่บอกทั้งพวกเรารับรู้เข้าใจได้เอาไปประพฤติเกิดมรรคเกิดผลที่แท้จริง จนกระทั่งมีรูปธรรมของ สาราณียธรรม 6 เป็นกลุ่มมนุษย์ที่มาอยู่รวมกันเป็นชุมชนที่เป็นชุมชน สาราณียธรรม 6 อยู่ด้วยกันอย่าง สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม และอยู่กันอย่างระบบสาธารณโภคี ลาภที่ได้โดยธรรม ก็หมายถึงสิ่งที่เป็นรายได้วัตถุก็ตาม ที่สร้างขึ้นหรือไปขายมาเป็นเงินทอง ซึ่งค่าจ้างพวกเราก็ไม่ไปหาเงินทอง ค่าจ้างแรงงานพวกเราก็ไม่มีรายได้ของค่าจ้างแรงงาน นอกจากได้เงินทองที่แลกกลับจากการขาย ขายก็ขายทวนกระแสโลก ขายให้ต่ำได้ราคาต่ำที่สุดเป็นดีที่สุด มันจำนนหรือเหมาะควรก็เอากว่าหน่อย มีหลักเกณฑ์ทำกันอย่างจริงจังไม่ใช่พูดเล่น ยืนยันมาได้ทำมา อย่างการค้าการขายก็ทำมาตลอด 40-50 ปีไม่ได้หยุดหรอก แม้แต่ที่สุดทำมันชัดๆถึงตลาดอาริยะ ก็ทำกันจริงๆ ไม่ได้ทำเพื่อต้องการดัง ไม่ได้ต้องการดัง ไม่ได้ต้องการเด่น ไม่ใช่ ทำเพื่อให้รู้ว่าเราจะต้องทำจริง เสียสละจริง เกื้อกูลกันจริงๆ แม้ปลีกย่อยเราก็แจกจ่ายเท่าที่ทำได้ มันมีได้ อันนี้มันเป็นเรื่องของความจริงของมนุษย์ที่เข้าใจด้วยจิตวิญญาณแล้วก็ออกมาทางกายกรรม วจีกรรมเต็มใจตั้งใจ แล้วก็บันเทิงใจที่เราได้ทำสิ่งเหล่านี้ มันไม่ใช่เป็นทุกข์ มันไม่ได้เป็นทุกข์นะ จะบอกว่ามันเป็นสุขก็ได้เรียกด้วยอนุโลม ความหมายของมัน มันไม่ได้ทุกข์ที่เราได้ไปทำ นอกจากเราขี้เกียจก็ไม่ได้ไปทำ ถ้าไม่ขี้เกียจก็ขยันร่วมกันทำ มีอะไรเราพอทำได้ ไม่มีอะไรก็เก็บผักตาโก้งไปแจก คนจะเอาไหมนี่ มันเยอะเหลือเกิน หรือผักบุ้งก็เก็บไปแจกได้ทุกวันก็ว่ากันไป มันก็งามของมันเต็มไปหมด 661215 พระอภิธรรมของ ฌาน และเวทนา 108 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก