พระอภิธรรมของ ฌาน และเวทนา 108.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข16 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

พระอภิธรรมของ ฌาน และเวทนา 108 _จับใจ ธนะโภค . กราบนมัสการพ่อครูฯ ขอน้อมกราบเรียนถามดังนี้ค่ะ ศาสนาพุทธให้เชื่อชาตินี้ ชาติหน้า ชาตินี้เจอพระโพธิสัตว์ (พ่อครูฯ) ที่ให้ความรู้และการปฏิบัติธรรมอย่างสัมมาทิฏฐิ แล้วผู้ที่มาปฏิบัติด้วยก็สั่งสมการปฎิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิ ชาติหน้าถ้าได้เกิดมาอีก การปฏิบัติจะง่ายขึ้นมั๊ยคะ พ่อครูว่า... ใช่ไหม ก็เป็นจริงไม่ได้ตอบยากอะไรอันนี้ มันจะทำได้ ที่พระพุทธเจ้าท่านใช้สำนวนว่าได้ฌาน 4 โดยไม่ยาก ไม่ลำบากในฌานทั้ง 4 มันจะได้ ฌานก็คือพลังงานที่เป็นทั้งภาคมรรคและภาคผล ภาคมรรค ก็คือภาคที่พัฒนาไปตั้งแต่ฌาน 1 วิตกวิจาร ลองฟังความหมายของฌานให้ดีๆ วิตกวิจาร คือ สภาพ 2 ใช้พยัญชนะว่า วิตกคำหนึ่ง วิจารคำหนึ่ง วิตกเป็น Static วิจารเป็น Dynamic เป็นพลังงาน 2 วิตกคือสภาพที่เป็นเจโตหรือศรัทธา วิจารเป็นลักษณะของปัญญาทำงานร่วมกัน พิจารณาพฤติกรรม สรุปรวมแล้วก็คือพิจารณาพฤติกรรม วิตักกะก็คือ เริ่มเกิดจิตมาแล้วก็เริ่มดำริ เขาแปลวิตักกะว่า ตริ แล้วก็ตรอง วิจาร ตรองตริ ในสภาวะนี่แหละมันทำงานร่วมกันเรียกว่าฌาน เพราะสภาพที่สัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย เกิดสภาพขึ้นมาแล้วจิตเราเกิดอย่างไร ถ้าวิตักกะ มันมีกิเลสกามหรือกิเลสปฏิฆะร่วมมาด้วย เราก็วิจัยวิจาร วิจัยแล้วก็เห็นพฤติกรรมของกิเลส จาระ คือพฤติกรรม เห็น พฤติกรรมของกิเลสนั้นร่วมด้วย คุณก็ต้องแยกเอากิเลสออกมาอย่าไปเอาจิตมาทั้งหมดฆ่าดับไปเลยบื้อๆซื่อๆเหมือนพวกนั่งหลับตาไม่ได้เสียของ เอาแต่ตัวผี เอาแต่ตัวกิเลสดึงเอากิเลสมา ดึงกิเลสลงมาได้ ไอ้กิเลสรู้ว่าปัญญา ความรู้โลกุตรธรรมเรียกว่าปัญญาคือธาตุรู้ที่ยิ่งใหญ่ เป็นวิชชาหรือเป็นปัญญาหรือเป็นญาณ ก็พูดแล้วไอ้กิเลสมันเห็นหน้าปัญญา มันวิ่งหูตูบหนีไป มันเป

อ่านต่อ

็นสัจจะ ถ้าคุณมาเป็นสีขาว ทับลงไปในสีดำ สีดำสีหม่นหมองสีเทามันก็หายไปถ้ามันมีพลังงานพอ มันก็เป็นธรรมชาติ อันหนึ่งเกิดอีกอันหนึ่งก็ต้องดับ เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นวิตกวิจาร เริ่มทำงาน ฌานที่ 1 ทำได้ขึ้นมาก็จะยินดีเป็นฌานที่ 2 มีปิติ ยินดีที่เราชัดเจน มันเป็นปัญญาที่เฉลียวฉลาดมีทั้ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ฉฬายตนะ ครบใจด้วยเป็น 6 เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อธิบายนี้มันจะเกิดองค์ประกอบพร้อมทั้งการสัมผัสแตะต้องกิเลสเกิด ปัญญาซ้อนเห็น แล้วก็ปฏิบัติทำจิตในจิตให้กิเลสมัน เจโตปริยญาณ 16 ทั้งแถบ ก็จะแยกได้หมดเลย อันนี้ราคะ อันนี้โทสะ อันนี้ปฏิฆะ อันนี้ ราคะ โทสะ โมหะ ทำให้ลดได้ไหม วีตะ ราคะโทสะโมหะ ลดได้ขั้นที่ 1 จากนั้นเป็น สังขิตฺตํจิตตํ วิกขิตฺตํจิตตํ ไม่ดีได้หรือไม่ได้มันก็เป็น มหัคตะ หรือ อมหัตคะ ดีขึ้นอีกได้หรือไม่เป็น สอุตฺรํจิตตํ ดีกว่านี้ยังมีอีกจนกระทั่งไม่มีดีกว่านี้อีกเป็น อนุตฺตรํจิตตํ ก็มีเงื่อนไขว่าดีกว่านี้ไม่มีแล้วต้องเจโตก็เต็ม ปัญญาก็เต็มเรียกว่า สมาหิตะหรือวิมุติ อีกสองคู่ ถ้ามันยังไม่เป็นสมาหิตะ เป็น อสมาหิตะ กับอวิมุติ เป็นวิมุตแบบพระพุทธเจ้าที่มีญาณรู้สัจจะ รู้กิเลสหมดจริงจนกระทั่งรู้แน่นอนหมดจบครบ นี่เป็น เจโตปริยญาณ 16 มันรู้แจ้งเห็นจริงด้วยสภาวธรรม อาการ ลิงค นิมิต ของ จิตเจตสิกรูปสมบูรณ์แบบเป็นนิพพาน

รูปที่ถูกรู้เป็นรูป 28 หรือรูป 24 อุปาทายรูปที่ 24 ก็มีลักษณะต่างๆ ถ้าจะอธิบายไปอีกมันก็จะลึก อุปาทายรูป 24 ซึ่งน่าอธิบายไม่ได้ทบทวนกันมานาน

เหลือเวลาอีก 31 นาทีจะได้อธิบาย ที่เราจะรู้จักรูปพวกนี้นี่ เราจะต้องปฏิบัติ ให้มีเวทนา 108 ถ้าคุณปฏิบัติธรรมแล้วมีเวทนาปฏิบัติแล้วเวทนานี้จะแยกออกถึง 108 แล้วน่ากลัว ฟังแล้วมันจะยากจังเลย มันไหวหรือ คนที่ฟังแล้วโอ้โห มันยากจังเลยตายๆๆ นี้มันไม่ไหวท้อเลย เวทนาตั้งร้อยแปด ฟัง 108 ก็มึนแล้วแค่จะไปจำภาษาตั้ง 108 ชนิด มันจะไหวเหรอ ไหวสิ มันมีหมวดหมู่ให้เข้าใจง่ายๆ ท่านแจกเป็นหลักๆ แล้วเป็นหมวดหมู่ ถ้ามีสภาวะก็ไม่ยาก แล้วสภาวะที่มีมันจะนำมาให้เรารู้จักพยัญชนะ เพราะอาตมาจะพูดซ้ำพูดซากไปเรื่อยๆ เช่น 108 ฟังดีๆ หลายๆคนแล้วสภาวะยังไม่เต็ม แต่อาตมาจะพูดพยัญชนะและตัวหลักพวกนี้ไป จะออกไปได้เลยพวกเรานี่แหละ เรียนก็ศึกษาอย่างเราได้ 1. เวทนา 2 2. เวทนา 3 3. เวทนา 5 4. เวทนา 6 5. เวทนา 18 6. เวทนา 36 7. เวทนา 108 มี 7 หลักง่ายๆ.. เวทนา 2 มี กายิก กับเจตสิกะ คือ กายกับจิต เวทนา 3 มีสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์มี 3 เวทนา 5 มีทุกข์ มีสุข มีโทมนัส มีโสมนัส มีอุเบกขา เวทนา 6 เกิดจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กาย 5 คู่ พอหมดกิเลสภายนอก 5 แล้วก็เหลือใจอีกคู่หนึ่ง ก็เป็น 6 คู่ เวทนา 6 ที่นี้เวทนา 6 นี้ ตามันกระทบรูป มันก็สุขก็ได้ทุกข์ก็ได้ ไม่ทุกข์ไม่สุขก็ได้ หูก็เหมือนกันกระทบแล้วมันสุขก็ได้ทุกข์ก็ได้ไม่ทุกข์ไม่สุข ก็ได้ จมูก ลิ้น กาย สัมผัสหรือแม้แต่ใจกับใจก็มีทั้งหมด 3 กับ 6 ทั้ง 6 ทวารนี้มันจะสุขหรือทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ก็ได้ มันก็รวมเป็น 18 มันไม่รู้เป็นชาวโลกโลกียะ 18 เรียกว่า มโนปวิจาร 18 ไม่รู้มันก็เป็นชาวโลกๆหลงกับสุขกับทุกข์จริงจังอยู่กับสุขทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ จะไปล้างเป็นไม่สุขไม่ทุกข์แบบสะกดจิตก็ได้เป็นแบบโลกีย์อยู่ พวกนั่งสะกดหลับตาสะกดจิตหลับตา ได้แค่ เคหสิตเวทนา เป็นเคหสิตอุเบกขาเวทนา ตัวที่ 18 ของ เคหสิตะเวทนา เท่านั้นไม่ออกมาเป็นเนกขัมมะ ไม่ได้มาเป็นโลกุตระเลย เพราะฉะนั้นจะไม่ได้ลดกิเลสสุขทุกข์ หมดข้างนอกเหลือโสมนัสโทมนัสลดข้างในอีกจนเหลืออุเบกขา เป็น เนกขัมสิตตะอุเบกขา มี 18 เหมือนกัน แต่มันออกจากิเลส หรือทำกิเลสออกได้หมดกิเลสได้ปฏิบัติจริงทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คุณก็กระทบสัมผัสเกิดกิเลสแล้วปัญญามีพลัง ปัญญามันก็มีฤทธิ์มีธรรมฤทธิ์ มันทำให้กิเลสลดได้จริงๆ กิเลสหยาบ ตั้งแต่กามภายนอก แล้วกาม ภายนอกที่เราทำได้แล้วเป็นอนาคามี หมดกามก็ไม่ได้หมายความว่าเราหลับตา เราไม่ได้มองเห็น หูก็ไม่ได้ยิน จมูกก็ไม่ได้กลิ่นไม่ใช่ ยังเห็นอยู่นั่นแหละแต่อยู่เหนือมัน ยิ่งมีฤทธิ์เหนือมันตลอดมากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้น ลดได้ ในรูปาวจร เหลือภายนอก หากไปลดภายในเลยไม่ได้ต้องลดภายนอกก่อน เหมือนกับกินทุเรียนทั้งเปลือก ซัดตั้งแต่หนามเข้าไป ปากเจ่อเลือดไหลแน่ อาตมาชอบยกตัวอย่างนี้ มันชัดดี ต้องปอกเปลือกออกก่อน ต้องทำลายเปลือกก่อน หรือทำลายกิเลสหยาบภายนอกก่อน หมดแล้วจึงจะเข้าไปหาข้างใน แล้วจึงจะทำกับข้างในขั้นรูป ขั้นอรูปได้ แล้วมันก็อยู่เหนืออย่างไม่ได้ข่ม ไม่ได้หนี ไม่ได้ข่มจิต เห็นอยู่รู้อยู่แต่กิเลสมันทำอะไรเราไม่ได้ มันไม่ทำ พยัญชนะมันก็พูดได้แค่นี้สภาวะของใครที่มีเองจริง เราจะรู้เลยว่ามันจริง อย่างเข่งนี่ ไปหาพี่สาวร้านทอง เขาจะยกร้านทองให้ทำไมไม่เอา เขาจะสร้างร้านทองให้อีกร้านหนึ่งเลยทำไมไม่เอา อ้าว แหม ร้านทองรวยๆทั้งนั้น เขาก็รวยเขาก็อยากจะทำ แต่เข่งไม่เอาเพราะชัดเจนมันจะไปสะสมอีกทำไม พวกนี้ไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง ไม่ใช่เรื่องตลกอะไรมันเรื่องจริงใจมันไปแบกไปหาเมื่อไหร่ พระพุทธเจ้าท่านมีเวียงมีวังท่านจะเล่นตลกกับเราหรือท่านมาหลอกเรา 45 ปีแล้ว ท่านก็ปรินิพพานไปหรือไม่ใช่หรอก มันเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องสัจจะ พระพุทธเจ้าอย่าว่าแต่ท่านเองท่านอยู่ในวังของท่านแคว้นเล็กนะ แคว้นสักกะของท่านแคว้นเล็ก ในยุคนั้นประเทศอินเดียมีแคว้นมคต แคว้นโกศลอีกที่เป็นสองแคว้นใหญ่ เหมือนกับจีนอินเดียสมัยนี้ตอนนั้นอยู่ในอินเดียเท่านั้นการคมนาคมยังไปไหนไม่ออก มันก็อยู่ในประเทศอินเดีย พระพุทธเจ้าท่านไม่เอาแล้วท่านออกมาเจอพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารเห็นแล้วก็ศรัทธาพระพุทธเจ้า บอกว่าอย่างนี้ให้มาปกครองประเทศด้วยกันเลย ยกที่ให้ครึ่งนึง แต่พระพุทธเจ้าท่านไม่เอา แล้วพระเจ้าพิมพิสารก็ตาม พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ตาม มีภูมิธรรม มันสมยุคสมัย บารมีพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่ มาแล้วมีคนเห็นด้วยก็ศรัทธาเข้าใจโลกุตรธรรมพวกนี้ แต่ท่านก็ต้องเป็นไปตามบารมีของท่านพระเจ้าพิมพิสารก็ตาม พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ตามท่านก็ให้สิทธิพระพุทธเจ้าเต็มที่เอาเลย จะเผยแพร่ยังไงเผยแพร่เลย แล้วคนของท่านคนของพระเจ้าพิมพิสารเอง คนของพระเจ้าปเสนทิโกศลเองก็ตาม แต่ดูเหมือนท่านตรัสกับพระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งได้ทำปิตุฆาต พระเจ้าอชาตศัตรูก็ทำการประหารพ่อคือพระเจ้าพิมพิสารและตัวเองขึ้นครองราชย์ ก็เลยมีอนันตริยกรรมกับตัวเอง แต่ขนาดนั้นก็ยังมาเข้าใจ มาเข้าใจพระพุทธเจ้าได้ พระเจ้าอชาตศัตรูมาเข้าใจพระพุทธเจ้าได้ โอ้โห ว่าสุดยอด จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่านได้ลองใจถามว่า ถ้าคนของท่านที่ท่านรัก เป็นผู้ที่เป็นผู้อยู่ใกล้ชิด ตื่นก่อน นอนทีหลัง รับใช้ใกล้ชิด เป็นผู้ที่ท่านโปรดเลย แล้วเขามายินดีในวัตรปฏิบัติอย่างของพระพุทธเจ้าพาธรรม มาศรัทธา คือตอนนั้นจะพูดว่าแยกศาสนาโลกียโลกุตระก็ยังไม่ได้พูด พูดไม่ค่อยชัด อย่างโน้นก็นับถือแบบนั้น แต่ถ้าเขามานับถือแบบพระพุทธเจ้าพาทำ เรียกว่ามาเข้ารีตอย่างนี้ การเข้ารีตหมายถึงมาเข้าจารีต มาเข้าลัทธิ ถ้าคนของท่านผู้ที่ท่านรัก เป็นราชวัลลภ เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิด มาศรัทธานี้ท่านจะเอาคืนไปไหม พระเจ้าอชาตศัตรูบอกว่าไม่เอาคืน มีแต่จะสนับสนุนส่งเสริมเขา ขนาดพระเจ้าอชาตศัตรูมีอนันตริยกรรม ฆ่าบิดาแท้ๆ ยังมีภูมิปัญญารู้ได้ แต่เพราะอนันตริยกรรมถึงได้แค่นั้นก็เป็นพลวปัจจัยให้แก่พระเจ้าอชาตศัตรูเหมือนกัน ที่ได้พบพระพุทธเจ้าได้ฟังธรรมได้ศรัทธาได้เข้าใจในระดับไปเรื่อยๆสะสมภูมิธรรมไปเรื่อยๆ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสัจจะที่เอาตำนานเอาเรื่องราวจริงๆเป็นประวัติศาสตร์ของพระพุทธเจ้ามาขยายธรรมะให้ฟัง มันค่อยๆสะสมหน่วยกิตภาษาสมัยใหม่ สั่งสมหน่วยกิตของโลกุตรธรรม หรือ อัญญธาตุ ที่อาตมาใช้ภาษาอีกภาษาเป็นธาตุที่แปลกธาตุใหม่เป็นธาตุโลกุตระซึ่งมันไม่มีในโลกียะ มันก็ค่อยๆเกิดจริงมีคุณธรรมคุณสมบัติจริง อธิบายเวทนา 2 เวทนา 3 เวทนา 5 เวทนา 6 เวทนา 18 แล้วก็เวทนา 18 มี 2 อัน รวมกันเป็น 36 เวทนา 36 ก็ปฏิบัติจริงมีคุณธรรมมีมรรคมีผลในเวทนาที่ได้ปฏิบัติ เป็นเวทนาอุเบกขาเป็นเวทนาสะอาด ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นเวทนาที่ยิ่งทำสะอาดได้ ก็ยิ่งตกผลึก อเนญชา ตกผลึกอเนญชาๆ ยิ่งมี ประสิทธิภาพแข็งแรง ซึ่งไม่ใช่แข็งตัวนะ แต่แข็งแรงแววไวทำงานได้เป็น มุทุภูตธาตุ ที่แววไวในตัวเป็นปึกแผ่นสั่งสมเป็น อเนญฌาๆ ขึ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งเจริญไม่มีอะไรจะมาหักล้างได้ อสังหิรัง ไม่กลับกำเริบอีกเด็ดขาดเพราะเป็นคุณธรรมที่ยิ่งไปสู่ที่สุดที่สูง สัมโพธิปรายนะ ยังไม่มีที่จะห้ามกั้นเลยเพราะว่ามันเป็นสัจจะจริงๆ เพราะฉะนั้นไปสรุปตรงที่ว่าปัจจุบัน 36 อดีต 36 อนาคต 36 รวมแล้วเป็น 108 แล้วมันจะไปจำยากทำไม ใครฟังแล้วจำได้แล้วยกมือ ยังมีที่จำไม่ได้ยังไม่แน่ใจอีกเยอะเหมือนกัน มันมี 2 มี 3 มี 5 มี 6 มี 18 มี 36 แล้ว 36 ก็เป็น 108 พูดเร็วไปหน่อยไหม มี 2 มี 3 มี 5 มี 6 มี 18 มี 36 มี 108 ทีนี้ 36 108 นี่แหละมีปัจจุบันเป็นตัวสัจจะ ปัจจุบันเป็นตัวความจริง ผ่านเป็นอดีตแล้วไม่เป็นความจริง ยังมาไม่ถึง ก็ไม่เป็นความจริง เพราะฉะนั้นตัวปัจจุบันชาติ ถ้ายิ่งมีปัจจุบันชาติ 36 ที่มีพลังธรรมฤทธิ์แข็งแรง พลังของอดีต 36 ก็แข็งแรง อเนญชา สั่งสมลงไปอีกเป็นฐานที่ตั้งอย่างแข็งแรง เป็นฐานพีระมิด ช่วยกับปัจจุบัน อนาคตมันจะมายังไง หนึ่งมันจะมาสู้ 2 ไม่ได้หรอกปัจจุบันกับอดีตช่วยกัน 36 + 36 เป็น 72 กับ 36 แล้ว 36 มันจะมาสู้ 72 ได้ยังไง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีโอกาสชนะ ชนะๆๆ เพราะฉะนั้นอนาคตจะหนักหนาสาหัสมาเท่าใดเท่าใดก็ยังยากที่จะชนะ 36 2 หมู่ เป็น 72 36 มาเท่าไหร่ก็ยาก เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นปัจจุบันชาติมีธรรมะที่เป็นตัวสัจธรรมแข็งแรงตัวนี้ มันจึงเป็นฐานอาศัย ที่พิสูจน์ได้ยืนยันได้เลยว่ามันไม่ล้ม มันไม่กลับกำเริบ มันไม่มีอะไรหักล้างได้ อสังหิรัง อสังกุปปัง แน่นอนที่สุด คุณธรรมของพระพุทธเจ้า พูดถึงตรงนี้เราใช้พยัญชนะบาลีก็ตาม อธิบายเป็นภาษาไทยก็ตามพวกเราเข้าใจแล้ว มันเป็นจริงไหม เป็นจริง พวกเราแม้มีปานนี้หรือมีเท่านี้ ยังไม่ถึงอรหันต์บ้าง ถึงอรหันต์แล้วก็ไม่มีปัญหาแล้ว ไม่ถึงบ้างอนาคามีภูมิก็เข้าใจได้ดีแล้ว แม้แต่ สกิทาคามี ก็เข้าใจได้ โสดาบันก็อาจจะต้องฟังตามไปพิจารณาไปศึกษาเพิ่มเติมตามไปแต่เข้าใจได้ตามลำดับๆ เพราะฉะนั้น อาตมาแวะถึงเวทนา 108 ได้ขยาย 108 ไปแล้ว คิดว่าพอสมควรแล้วนะเรื่อง 108 ของเวทนา

ทีนี้กลับมาหาคำว่า ฌาน เมื่อกี้พูดไปบ้าง ฌานที่ 1 แล้วเมื่อเราทำได้วิตกวิจารอธิบายแล้วนะเมื่อกี้นี้ ได้ผลขึ้นมาก็ดีมีปิติ ปีติก็ยังเป็นอุปกิเลส หรือจริงๆแม้ปิติ มันมีขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นมันก็เกิด ชิน ชา ภาษาไทยก็เอามาตีกินเป็นชินชา ชินชาเป็นไง มาเป็นภาษาไทยแล้วที่จริงชิน-ชาเป็นภาษาบาลี ภาษาไทยชินชา มันก็เฉย มันก็อุเบกขา มันก็ว่าสบายแล้วชินชาแล้วได้แล้ว ชินะคือชนะ ชา แปลว่า รู้ ภาษาบาลี แปลว่าชนะด้วยความรู้มันรู้ว่าชนะแล้ว เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีชินชา ผู้ที่มีความชนะทางธรรมะ จึงเกิดสภาพสงบ สงบอันนี้เรียกด้วยภาษาฌานขั้นที่ 3 ว่า สุข มันเป็นความสงบเป็นความสุขที่สุขเพราะสงบ ไม่ใช่สุขเพราะบำเรอกิเลส นี่ต้องต่างกัน _สู่แดนธรรม... เรียกว่า วูปสโมสข พ่อครูว่า... ใช่ วูปสโมสุข มันสุขที่กิเลสลด ไม่ใช่สุขที่เกิดจากความเลอกิเลสมากขึ้น สนุกสนานมากขึ้น ตื่นเต้นมากขึ้น จัดจ้านมากขึ้น ไม่ใช่ มันหายไป โลกโลกียะหายไปแล้วมันสงบ สงบพวกนี้ไม่ได้จืดๆชืดๆ แต่มันแจ่มใส สงบแจ่มใส สงบอบอุ่น สงบชื่น ชื่นใจ ใช้ภาษาไทยว่า สงบชื่นใจ ไม่ใช่สงบจืดๆชืดๆแห้งๆแข็งๆไม่ใช่ ร่าเริงเบิกบานได้สมบูรณ์แบบ ร่าเริงเบิกบาน มันสงบร่าเริงเบิกบาน _สู่แดนธรรม... สงบเพราะได้รับอิสระได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ด้วย นั่นแหละทั้งหมดเลยทั้ง 7 8 คำ อิสระ สบาย สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล และเพิ่มพูนการเสียสละ เพราะฉะนั้นเมื่อมันเริ่มได้ฌาน 3 เป็นคุณธรรมเป็นลักษณะอาการของฌาน ชั้นที่ 1 2 3 อธิบายมาแล้วทำในองค์ประกอบที่มีความชัดครบ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาไม่รู้เรื่องรู้โลก ไม่ใช่เลยแต่มีครบเลย โลกุตรชนมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย และมีใจ สัมผัสอันโน้นเดี๋ยวนี้แล้วใจเรามีสภาวธรรมที่เป็นฌานอย่างลืมตา อย่างมีคุณธรรมมีคุณสมบัติแข็งแรงเป็นฌานที่แข็งแรงจนถึงฌานที่ 4 เป็นอุเบกขา แล้วตบท้ายด้วยบุญ ประหารกิเลสเกลี้ยง สั่งสมเป็น อเนญชา แข็งแรง แข็งแรง เพราะฉะนั้นคำว่า ฌาน นี้จึงเป็นคุณสมบัติที่รู้ทุกอย่าง ปหานกิเลสหมด ทุกอย่างและมีคุณสมบัติมีประสิทธิภาพของฌานสมบูรณ์แบบขึ้นทุกอย่าง ใช้ในชีวิตของผู้ปฏิบัติเป็นฌานวิสัยที่เป็น อจินไตย พวกคนมีบ้างไหม ...มี โอ้โห เสียงดังเชียว มีบ้าง สิบตรีหรือสิบโทหรือสิบเอก มีบ้าง คนละบั้ง สองบั้ง สามบั้งเป็นจ่า ก็โอ้โห ได้ไม่เลว นี่เป็นสัจจะที่มันเป็นสภาวธรรม ผู้ปฏิบัติจริงมีจริงพูดกันรู้เรื่องไม่ได้โมเม ไม่ได้พูดเล่นลิ้นอะไร แล้วเราก็ได้อาศัย คนเขาไม่รู้เรื่องด้วยเขาก็หาว่าหลงอะไร พูดไปเขาก็หาว่าหลง ก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าเรามีสภาวธรรมจริงเราก็ได้อาศัยจริง ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เหมือนกับเรามีสตางค์อยู่ในกระเป๋าเงินล้านอยู่ในกระเป๋าเรา เราควักกระเป๋าเราก็กำเงินล้านอยู่ในกระเป๋า เขาก็บอกว่าเอ็งไม่มีเงินหรอก เราก็บอกว่ามีฉันมีเงินล้านอยู่นี่เขาก็บอกว่าไม่เชื่อ ไม่เชื่อก็ช่าง พูดอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ เราก็ไม่ต้องควักมาอวดก็ได้ หากว่าควักมาอวด เขาก็จะหน้าแตก เราไม่ต้องควักมาอวดก็ได้ เดี๋ยวเขาจะหน้าแตก แต่เราก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเรามีอยู่แล้ว คลำอยู่ในกระเป๋า ไม่ใช่มีคนมือบอนเอาไปย้ายที่นะเหมือนเพลงอย่าบอน มีคนมือบอนมาย้ายที่ไม่ใช่แต่นี่ยังอยู่ เพราะฉะนั้นอธิบายเวทนา 108 อธิบายแล้ว ฌาน ก็อธิบายแล้วสำหรับวันนี้ เข้าใจฌานเพิ่มขึ้นไหม เข้าใจเวทนาเพิ่มขึ้นไหม ไม่ได้ลงรายละเอียดไปถึงรูปที่ 18 หรืออุปาทายรูปที่ 14 ยังไม่ได้ลงสรุปวันนี้ อีก 1 นาทีสำหรับนาฬิกาอีก 5 นาทีไม่ถึง 5 แล้วเหลือ 4 ครึ่ง สำหรับเวลาที่เขาให้อาตมาชั่วโมงครึ่ง อาตมาก็รู้สึกว่าวันนี้เริ่มต้นพอพระพุทธเจ้าเข้าสิงหน่อยก็เลยไอน้อยลง แต่ก็อย่าย่ามใจสักชั่วโมงครึ่งก็คงพอประมาณ เพราะฉะนั้น ก็นี่แหละเราก็เติมธรรมะ แต่ละวันแต่ละวันอาตมาก็ยังเป็นอยู่และอยู่ได้สดชื่น เบิกบาน สังขารมันจะยังไงถูไถไปยังไงฝืน ลากสังขารไปอย่างที่พูดไม่ได้พูดเล่นหรอก จริง พูดจริง แล้วพวกคุณก็รู้อาการคนใกล้ชิดก็จะรู้อาการชัดเจนก็จะรู้ อาตมารู้นะว่าคนใกล้ชิดสงสารอาตมา แต่ละวันแต่ละวันพยายามช่วย อนุโลมช่วยอนุเคราะห์อย่างโน้นอย่างนี้เพื่อที่จะให้อาตมาต่อขันธ์ไปได้เรื่อยๆ อาตมาก็รู้อยู่เข้าใจเห็นจริงๆเห็นใจ หรือผู้ไม่อยู่ใกล้ชิดก็เถอะก็เห็นก็รู้อยู่ ซึ่งอาตมาก็สอดคล้องกันทั้งคนที่อยากให้อาตมาอยู่ อาตมาก็คิดว่าควรอยู่ จะเรียกว่าอยาก มันจะกลายเป็นคำที่เป็นกิเลสเกินไปก็ควรอยู่ก็อยู่ก็พยายาม มันเป็นการพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า มันเป็นการทำงานให้พระพุทธเจ้า ให้ศาสนา ให้มนุษยชาติ ให้ประเทศ ให้มวลมนุษย์ในโลกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหรอก ในหนังสือคนจนที่มีแบบ เล่ม 2 อาตมาหมายเหตุไว้ ฌาน ในหน้า 213 ฌานของพุทธจึงเป็นพลังงานจิตที่มีคุณสมบัติพิเศษ ฌานคือพลังงานไฟที่เผากิเลสอันได้แก่ ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะไง อย่างนี้เป็นต้น ผู้ที่สามารถปฏิบัติฌานคือปฏิบัติทำใจในใจหรือมนสิการของตน ให้เป็นฌานให้สำเร็จ จึงทำบุญสำเร็จ อ่านไปฟังแล้วพวกเราเข้าใจเลยใช่ไหม แล้วพากเพียรปฏิบัติสั่งสมผล (อนุรักขนาปทาน )ด้วย อาเสวนา ทำซ้ำๆให้คุ้นเคยแล้วมันก็เป็นภาวนา คือทำอย่างที่มันได้เกิดผล อย่างที่ได้เรียกว่า ภาวนา พหุลีกัมมัง ก็คือมาก ทำให้มาก จนกระทั่งมี อเนญชาภิสังขาร คือมีจิตที่ปรุงแต่งได้ด้วยสมาธิ ที่มั่นคงแน่วแน่ไม่หวั่นไหวแล้ว แข็งแรงชำนาญบริบูรณ์ ตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิ ซึ่งมีฌาน 4 ได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก นี่ก็อ่านกันหนึ่งพารากราฟในหนังสือคนจนที่มีแบบเล่ม 2 ตอนนี้มีหนังสืออีกเล่มกำลังเขียนเรื่องคน เดี๋ยวนี้แหละเรื่องคน ที่จริงก็เขียนใกล้จะจบแล้วแต่เมื่อ rewrite เขียนอีกก็จะขยายอีก ก็คิดว่าจะไม่นานจะจบ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีโปรแกรมว่ามันจะต้องเอาไปพิมพ์เหมือนอันอื่น ทำเสร็จไปแล้วก็เกิดมาชาตินี้ นั่นน่ะจัดการให้ไป Edit ให้ไปจัดการพิมพ์ซะ เพื่อจะได้ใช้ในงานวันครบรอบ 90 ปีถ้วน ในปี 2567 นี้ 5 มิถุนายน 2567 ได้ออกมาก่อนก็แจกก่อนไม่เป็นไร ถึงวันงานแจกวันงานก็พิมพ์ได้ พิมพ์ขึ้นมาอีกกี่พันเล่มก็ว่ากันไป ใครมีทุนมีรอนก็ช่วยกัน ขออภัยพูดแล้วเหมือนไปเรี่ยไร พูดไปแล้วเหมือนเรี่ยไรไม่ดี พวกเราบางทีเราก็พยายามที่จะ พูดไปก็ไม่ได้ไปเรี่ยไรคนข้างนอก เพราะเราไม่ได้รับเงินคนข้างนอกที่ไม่ใช่สมาชิกที่เป็นชาวอโศก อันนี้เป็นกติกาที่เราทำมานานตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ไม่รับเงินคนข้างนอกที่ไม่รู้จักเรา ไม่ได้อ่านหนังสือ 7 เล่มยังไม่ได้มาคบคุ้นภายในสัก 7 ครั้งอย่างน้อยที่เป็นกติกาที่เราทำมา เราจะไม่รับเงินบริจาคให้แก่เราจากคนที่ยังไม่อยู่ในข่ายกติกา เป็นต้น เราก็ทำมาตลอดทุกวันนี้ ทำอย่างนี้มามันก็พอเป็นไป แล้วก็ไม่มีใครมามีอิทธิพลได้ คนที่เขามีเงินใช้เงินเป็นอิทธิพลเห็นๆกันอยู่ในโลกทุกวันนี้ คนที่ยังตกอยู่เป็นทาสของ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข แต่แค่ลาภ ยศ ก็เห็นชัดๆอยู่แล้วว่าเป็นทาส เป็นทาส ผู้ปล่อยไม่ไป เป็นทาสผู้ที่ วจีสังขารของอาตมามันบอกว่า เดาออกไหมว่าคำอะไร เป็นทาส อย่างปล่อยไม่ไป เป็นคำไทยชนิดหนึ่ง เป็นทาส อย่าง หน้าด้าน มันเป็นทาสลาภยศ เห็นๆอยู่ทุกวันนี้ก็เห็นอยู่ในวงการการเมืองหรือพฤติกรรมของมนุษย์ในโลก ไม่ต้องไปพูดถึงทางด้านที่เขาเป็นเทวนิยม โอ้โห แย่งแผ่นดิน แย่งอำนาจ แย่งทรัพย์สินฆ่ากันอย่างไม่รู้สีรู้สา ไม่รู้กรรมวิบาก ไม่รู้ความเป็นชีวิตคนชีวิตมนุษย์ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงว่าเขาจะไม่ฆ่าสัตว์เลย ขนาดชีวิตมนุษย์นี่เขาก็ยังทำลายกัน ฆ่ากันขนาดนี้ เอาละสำหรับวันนี้เขาให้สัญญาณว่าเวลามันหมดแล้ว สมณะฟ้าไท.. สรุปจบ 661215 พระอภิธรรมของ ฌาน และเวทนา 108 พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน