210107 ความมั่นใจ-พ่อท่าน-ปราการอโศก-ฬ012.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์202 KB
วันที่แก้ไข17 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เวลาประมาณ 13:30 น ของวันเสาร์ที่ 7 มกราคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมธรรมะณพุทธสถานปราการอโศกดังต่อไปนี้อ้าววันนี้เราก็มาพร้อมประกันการทำหรือว่าเพิ่มความมั่นใจเพิ่มความเข้าใจถ้าพูดได้เกิดความมั่นใจมั่นก็หมายความว่าไม่ถอนมันก็หมายความว่าสร้างอยู่แน่นอนคงที่ทำหมันแท้ ก็ไม่กลับเปลี่ยนไปอย่างไรก็อย่างนั้นมันหมั้นได้ในลักษณะงมงายก็เป็นได้มั่นคงแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงได้ในลักษณะมีปัญญาแท้ก็เป็นได้ทั้ง 2 อย่างนั้นจึงต้องใช้คำว่าเราได้มั่นใจเราได้มาพยายามเพิ่มความมั่นใจและก็เพิ่มความเข้าใจความเข้าใจนั้นก็คือปัญญาเราจะต้องมีทั้งสองส่วนจะมั่นใจโดยไม่มีปัญญาเดินงมงายโดยยึดผิดโดยไม่เข้าเรื่องเข้าราวนั้นไอ้นั่นแหละที่เราจะต้องแก้ไขแล้วแก้ยากซะด้วยถ้าไปติดไปมั่นไปปักลงไปในสิ่งที่มัน ไม่มีปัญญาชัดแจ้งแก้ไขยากและการทำความเข้าใจด้วยปัญญาจึงเป็นเรื่องที่จะช่วยเราได้อย่างดีและเร็วไม่ปากมั่นอะไรจนเกินไปจนลำบากลำบนจนกว่าเราจะใช้ปัญญาจนเป็นที่สุดเป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นปัญญาอันที่สุดปัญญาอันหมดสงสัยมันแทงทะลุรอบต้องใช้สำนวนหรือใช้ภาษาว่ารู้แจ้งรอบหรือแทงทะลุรอบเมืองไทยจะรู้มันจบสิ้นเลยมันหมดความสงสัยเลยเป็นความเข้าใจชั้นสุดไม่มีอะไรจะสงสัยอีกเมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็รู้รอบมุมเหลี่ยมต่างๆที่มันชัดเจนถูกเวลา สัมผัสหรือว่าเหตุปัจจัยอย่างนี้เกิดขึ้นเราก็จะแจ้งสว่างรู้มันก็ไม่หวั่นไหวไม่เกรงไม่กลัวไม่หรอกไม่แหละไม่เปลี่ยนไม่แปลงจึงเรียกว่าเป็นความมั่นมั่นใจคงที่โดยมีปัญญาเข้าแทงทะลุมีทั้งความมั่นใจและเข้าใจ 2 ส่วนเลยว่าปัญญาวิมุติและเจโตวิมุติถ้าเรียกด้วยซ้ำที่สูงสุดเป็นตัวมั่นใจคือตัวเจโตนั้นแน่นอนครับเป็นตัวปัญญาที่เข้าไปร่วมการฟังธรรมก็เป็นการทำความมั่นใจหรือเข้าใจด้วยเข้าใจให้จริงของเองแล้วม

อ่านต่อ

ันก็ไปทำความมั่นใจ ความรู้แจ้งแทงทะลุให้มันมั่นถ้าเรานั่งคิดเอาเองก็ได้ไตร่ตรองพิจารณาทบทวนแก้ไขทำความเข้าใจใช้ปัญญาวิเคราะห์วิจัยทำเอาวิจัยต่างๆอยู่ก็ได้ภาษาต่างๆที่เกิดจึงเป็นจริงแล้วเราก็เกิดการรอบรู้เกิดการเข้าใจเหลี่ยมครูต่างๆชัดแจ้งก็ได้เป็นจริงฟังธรรมทางเข้าใจตามผู้ที่ท่านรู้แล้วท่านพยายามที่จะชักแน่ชักมุมชักเหตุชักผลต่างๆอธิบายซอกอันนี้จะเป็นประโยชน์มากที่สุดที่เราเรียกว่าฟังธรรมจากสัตบุรุษการฟังสัจธรรมจากทางบุรุษนั้นน่ะมันเร็วมันไม่รอเวลาไม่ โอกาสแผนที่เหตุปัจจัยนี้จะยังไม่เกิดมันก็สามารถชักเหตุชักผลักเหตุทั้งปัจจัยในภาษาได้บัญญัติเคยมีมากล่าวเคยมีมาก่อนหรือว่าไม่ต้องมีมากล่าวมาก่อนจะฟังแล้วเนื้อความไม่เข้าใจซึ้งแท้ซึ่งจริงๆแล้วเราก็แน่ใจมั่นใจของเราจริงๆเมื่อประสบกับเหตุการณ์อย่างนี้เราก็ได้พิสูจน์ทันทีว่ามั่นคงไม่ผิดแปลกตามที่ได้ฟังได้เข้าใจมาแล้วเราก็ยืนหยัดยืนยันมันก็เป็นความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงมีปัญญาอยู่ร่วมด้วยแท้จริงจึงเป็นการสิ้นสุดให้จบได้ในการรู้และอุปโภคภาคปฏิบัติการบรรลุได้หมดต้องการฟังธรรมนี่จำเป็นและสำคัญมาก มันรักโดยที่กล่าวแล้วมันรับมันเร็วมันมีเหตุเปลี่ยนมุมอะไรต่างๆจับมันมาอธิบายยอกย้อนชักได้ไม่ต้องเปลืองวัสดุไม่ต้องเปลืองของเข้าไม่ต้องเปลืองอะไรแต่ไรเพราะว่าเอาภาษาอธิบายประกอบไปเลยเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเรื่องเล็กเรื่องละเอียดเรื่องยังไงยังไงมันก็ยกออกหมอพูดมาจากกันนกทำความเข้าใจให้ได้เดี๋ยวนี้นะถ้าทำได้ตลอดเวลาเสมอเมื่อใดที่มีโอกาสได้ง่ายไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมากเกินขอบเขตการฟังธรรมถ้าเราได้มีโอกาสจึงเป็นเรื่องดีเราก็ไม่ต้องลงทุนแรงต้องไปผัสสะมาต้องไปทำอะไรต่ออะไรเอาต้องไปทำอย่างโน้นทำให้ปรากฏอย่างนี้ต้องไปตากแดดลอง กูต้องไปตากฝนลองดูต้องไปลองดูทั้งทันทีทันทีอย่างนี้ยกสมุดง่ายๆก็ไม่ตอบมันถึงเป็นโอกาสที่ดีง่ายการฟังธรรมถ้าได้โอกาสมีสัตบุรุษมีผู้ที่จะมาแสดงจึงให้ตั้งใจสาเหตุที่รับถ้าเราแน่ใจว่าพรุ่งนี้จะช่วยเราได้มากทีเดียวเราก็รับมันก็จะได้เกิดประโยชน์ข้าวเหมือนที่เราได้ปฏิบัติธรรมแล้วก็ได้พยายามมาจนป่านนี้แล้วหากความเป็นอยู่ในที่เราเองเรายังยากยังยุ่งเรื่องความเจ็บความป่วยใดเราก็เข้าใจยังไม่ถึงเป็นอริยสัจเพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาทั้งเดือนร้อนดิ้นรนวุ่นวายและแม้แต่ความตาย จะถึงบทตายได้ก็ยังไม่ถึงบทตายก็ทำให้เราสะท้อนสะท้านสะเทือนอะไรต่างๆนานามากเกินไปผู้นั้นก็ยังไม่อยู่สุขเป็นไปด้วยความที่ยังไม่เรียบร้อยยังไม่เรียกว่าเป็นพระอริยะแท้ๆหรือสูงพระอริยะชั้นสูงชั้นสูงทนได้ทนได้ก็ยิ่งจะมีความเป็นอยู่ไม่ยากมีความเจ็บป่วยอย่างไม่เดือดร้อนสุดท้ายจะมีความตายอย่างสงบจะมีความตายอย่างไม่สะเทือนสะท้านอะไรเลยตายก็ตายเหตุปัจจัยใดๆมันเป็นไปตามพวกมันเพราะขนขวายถ้าคิดจะขวนขวายพอประมาณไม่ต้องตอบไม่ต้อง ควายจนกระทั่งคนอื่นเขาเห็นว่าไอ้นี่กลัวตายจังไม่มีเดือดร้อนดิ้นรนอยู่ถ้าคนด้วยการมองมองภาษาคนคนเขาจะเห็นพรุ่งนี้ตามประสาคนคนอาจจะดิ้นมากเพราะว่าการกลัวเจ็บกลัวป่วยแล้วจะไล่ไปถึงตายเนี่ยเขาดิ้นรนมากอะไรนิดอะไรหน่อยดิดิ้นรนมากเขาก็ไม่ถือสาเขาเลยเป็นเรื่องธรรมดาแต่เรื่องปกติของคนๆแต่พระอาทิตย์จะมองลึกกันขึ้นไปก่อนนั้นไอ้นี่นิดๆหน่อยๆก็ดิ้นแล้วเพราะฉะนั้นพระอริยะจะดิ้นยากแม้เจ็บแม่ป่วยแม่อะไรต่ออะไรก็ไม่ค่อยดิ้นแผ่นดินร้อนไม่เดือดร้อนอะไรมากมายจะเห็นได้ว่าเป็นพวกทนเป็นผู้ที่ไม่สะ ทานอะไรแม้จะเจ็บป่วยหรือแม้จะถึงตายก็ไม่สะเทือนสุดท้ายไม่เห็นยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปเป็นระดับๆเป็นเรื่องจริงถ้าเมื่อเราเป็นจริงถ้าเราเป็นผู้นั้นจริงเราก็จะเป็นได้จริงหาใหม่ไปเบียดเบียนไม่ไปยุ่งยากอะไรใครเป็นอยู่ไม่ยากปกติถ้าพูดได้ยิ่งอ่อนแอคนนั้นยิ่งอยู่ยากมันก็จริงพูดได้ยิ่งแข็งแรงผู้นั้นยิ่งอยู่ง่ายก็จริงทีนี้จะแข็งแรงได้ก็เพราะว่าเราเองเราไม่โอ๋ตัวเองไม่เห็นแก่ตัวไม่ห่วงตัวห่วงตนแล้วก็เป็นผู้ที่รู้สิ่งแวดล้อมรู้โลกกระทัดเข้าใจสถานที่ที่เรียกว่าเสนาสนะเข้าใจบุคคล มันอยู่แวดล้อมทั้งนั้นเข้าใจอยู่กับสถานที่อย่างไรอย่างไรก็ได้อยู่กับบุคคลอย่างไรอย่างไรก็ได้อยู่กับอาหารอาหารในกระเพาะเครื่องประกอบเครื่องประกอบที่ได้ให้เราส่งอยู่ตั้งแต่อาหารกินเข้าไปในปากบริโภคในจนอาหารอยู่ข้างนอกเป็นเครื่องประกอบข้างนอกเป็นวัตถุต่างๆที่ปัจจัยอยู่เป็นบริขารเป็นเครื่องบริพัตรนอกอาจจะมีการยอมบริโภคนอกคือยารักษาคือไม่ใช่คือที่อยู่กับเครื่องหนึ่งของนี้เป็นต้นเรียกว่าเครื่องบริโภคนอกคืออาหารหรือยารักษาโรคอย่างนี้เรียกว่าบริโภคในหรือเหมาะมาก นั้นจะเป็นเครื่องที่เป็นบริขารต่างๆอันประกอบเล็กน้อยยังไม่มากแค่เราเองเราก็ไม่ท้อไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่วุ่นวายมีก็ได้ไม่มีก็ได้มีก็ดีพอสมควรพอประมาณไม่มีก็แล้วไปอยู่ที่สุดไม่ดิ้นไม่ร้อนไม่เดือดไม่ร้อนบริวารต่างๆก็มีจำเป็นท่านก็จัดอยู่แล้วคนก็รู้รับรู้อยู่แล้วเขาก็บริการหรือว่าเขาก็ช่วยเหลือโปรไฟล์กันอยู่แล้วก็สบายนะเพราะคนเราถ้าอยู่กันอย่างแบบโบราณแบบอายุยางแบบชาวป่าชาวตั้งแต่ดึกดำบรรพ์เลยแล้วก็ไม่มีอะไรเลยคนเนี่ยอยู่รถล้มไงเกลี้ยงๆไม่มีอะไรมากพอยิ่งมี ก็ยิ่งอ่อนแอยิ่งทุกวันนี้คนอ่อนแอกว่าสมัยโบราณอึดผิดกันหลายพันต่อจะใช้คำว่าหลายพันต่ออะไรนิดอะไรหน่อยก็ทนไม่ได้สู้ไม่ได้ไม่เหมือนแต่ก่อนถ้าเราบอกว่าคนป่าแกก็อยู่ปี 1 ปี 1 รอบๆปีนี้มันก็แดดน้ำลมฝนอยู่ก็เหตุการณ์อยู่กับอะไรต่ออะไรวนเวียนวนเวียนอยู่อย่างนี้เหมือนกันหมดนั่นแหละมันจะเป็นหนีจากไหนมันหนาวมันร้อนมันเย็นมันฝนมันฟังอะไรเหมือนกันแต่เขาก็อยู่ได้มันจำเป็นก็จะต้องไปเฉลี่ยหาเสื้อหนาวเสื้อกันหนาวไปหาเสื้อเฟิร์นไปหาผ้าห่มไปหาอะไรจะอะไรให้มันเป็นที่ครื้นเครงเสร็จแล้วก็หาฟู่ขาวหมอนหาไอ้ล้อรั้วล้อมหาที่กั้นที่บางทีมีอะไรเกินขอบเขตไปเขาก็ปลาเค้าก็พอ ใบเล็กๆน้อยๆมันก็อยู่รอดมาแล้วถ้าเราเรียนทางจิตแล้วเราจะรู้ว่าจิตของเรานี่แหละไม่สามารถเอาชนะแม้ลมหนาวแดดร้อนอะไรต่ออะไรต่างๆที่ผัสสะเราก็สามารถที่จะอยู่ได้มันต้องพูดใดวางใจผู้ใดที่สามารถที่จะเหนือจิตสามารถที่จะทำจิตให้เออจะรับตรงกับลุงไม่รับรู้สึกเฉยอะไรได้ง่ายๆแท้จริงแล้วเราก็คนนั้นก็ถึงจะเป็นผู้ที่ปลอดโปรดอภัยเป็นผู้ที่ง่ายเป็นผู้ที่พ้นทุกข์เป็นผู้ที่ไม่เดือดร้อนเป็นผู้ที่จะอยู่อยู่สุขอยู่ในอยู่ได้อยู่กับอากาศอย่างไรก็อยู่ได้สิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ได้แม้เสนาสนะ อย่างไรก็ได้เสนาสนะที่เขาจะเดี๋ยวนี้เขาเรียกกันพระพุทธที่จะมีเสนาสนะสัปปายะก็คือผู้ที่จะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลกเสนาสนะสัปปายะผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ก็จะเลือกเสนาสนะเพราะสถานที่นี้น่ารื่นรมย์หนอบางคนก็จะต้องอยู่วังอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ฟูเฟื่องหรูหราและเรียกว่ากิเลสใหญ่กิเลสชาวโลกถ้าผู้ใดรู้เท่าทันสิ่งเหล่านั้นก็ลดลงมาสงบไม่ต้องหนักหนาเหน็ดเหนื่อยกับไอ้สิ่งแวดล้อมที่หรูหราฟุ่มเฟือยก็อยู่กะเสนาที่เป็นของง่ายๆลงมาแม้จะเล็กแม้จะน้อยเป็นธรรมชาติง่ายๆขึ้นมาก็มาหา ช็อตให้ถึงชั่วขึ้นแล้วผู้ที่อยู่กับธรรมชาติง่ายๆได้ไม่มีอะไรต้องปรุงต้องแต่งมากมายคนนั้นก็อยู่สบายทีนี้เมื่ออยู่กับธรรมชาติได้แล้วก็เวียนกลับอีกแม้ธรรมชาติที่ขาดแคลนให้เร็วๆไปอีกหน่อยไม่ธรรมชาติที่ขาดแคลนที่มันน้อยที่มันเล็กธรรมชาติก็เหม็นๆอับๆธรรมชาติก็ร้อนๆหนาวๆธรรมชาติก็ไม่กินไปด้วยแหมจะต้องมีดอกไม้หอมต้องมีต้นไม้ร่มเย็นต้องมีน้ำต้องมีลมโกรกต้องมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาไม่ต้องถึงขนาดอย่างนั้นก็ต้องหัดต้องฝึกก็ต้องอยู่ให้ได้อาจจะขาดแคลนเล็กน้อย ยิ่งดียิ่งเก่งโอ้ที่นี่หนาวมากที่นี่ร้อนมากอยู่ได้ที่นี่ไม่มีใบไม้เลยอยู่ได้ที่นี่ไม่มีร่มเลยอยู่ได้ที่นี่ไม่มีแม้แต่สถานที่ที่มันเรียบร้อยอะไรเลยทุกๆคักๆลำบากลำบนมีสัดเสือกลิ้นขาดอะไรก็มากมายด้วยอยู่ได้แล้วคนอย่างนั้นแหละเป็นอรหันต์ของเราอะไรอย่างนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้แม้แต่แดดน้ำลมฝนแม้แต่สัตว์เสือกลิ้นคลานเพราะฉะนั้นอย่างนั้นก็อยู่ได้ทีนี้ความว่าสัดส่วนลิ้นคลานความหมายทางธรรมาธิการสัตว์นรกสัตว์พรหมสัตว์นรกสัตว์พรมทีนี้เราก็รู้ได้อย่างชัดเลยไม่ใช่สัตว์ไม่ เป็นตัวตัวตัวตัวตัวตัวตนบุคคลเราเขาแล้วตอนนี้เป็นคำอธิษฐานอยู่กับเสนาชนะอย่างนั้นอย่างนี้แล้วแล้วก็บุคคลที่นี้บุคคลที่เป็นสัตว์บุคคลที่เป็นสัตว์ต่ำเป็นสัตว์อบายเป็นเดรัจฉานไอ้โง่ที่สุดเป็นสัตว์ที่เดือดร้อนดิ้นรนเร่าๆๆอยู่ที่สุดเป็นวิริยะภูมิเป็นสัตว์นรกหรือเป็นสัตว์เปรตขี้อยากอยู่นั่นแล้วอยากได้อยากมีอะไรจะคุยตามเรื่องของเขาหรือศักดิ์สิทธิ์อสุรกายอาจจะรู้บ้างแล้วแต่อินทรีย์ภาระยังไม่กล้าอย่างนี้เรียกว่าสัตว์นรกหรือจะเป็นเทวดาดีขึ้นมาบ้างแล้วหรือจะเป็นชั้นพรหมเลยสัตว์ชั้นพรหมกษัตริย์ถือ มือถือตอนมีมานะยิ่งใหญ่ว่ายากสอนยากบ้างหรือเป็นพรมที่เอาแต่ใจตัวอย่างใดอย่างหนึ่งจิตสงบจิตความรู้ติดสอนติดจะถืออำนาจบาตรใหญ่หลายอย่างก็คือเรื่องอัตราโรคอัตตานั่นแหละพระพรหมที่ตัวเองยึดติดของตัวเองแล้วก็เอาแต่ใจตนเอาตนเป็นใหญ่เป็นอัตตาธิปไตยเอาอำนาจแห่งตนเป็นใหญ่ถึงสัตว์อย่างนี้ก็ตามอยู่ด้วยกันเราก็สามารถที่จะอยู่ได้เสนาชนะอย่างนี้บุคคลอย่างนี้ที่มีความเป็นสัตว์เสือกลิ้นคลานอย่างนี้ยากบ้างท่านน้อย ก็อยู่ได้แล้วยิ่งเป็นพรหมที่เป็นพรมชั้นดีขึ้นด้วยไม่ใช่พรมหยาบไม่ใช่พรมอย่างสัตว์ต่ำๆแต่เป็นพรหมชั้นสูงขึ้นสูงขึ้นก็อยู่ได้ยิ่งพร้อมที่ยิ่งละเอียดยิ่งโทรมาทำสูงเข้าไปหาพุทธะแน่นอนคนเรามันยิ่งอยู่ได้เรื่อยๆแต่ถ้าพูดได้ที่อยู่ไม่ได้นั้นยิ่งอยู่กับผมชั้นสูงเท่าใดยิ่งอยู่ไม่ได้แสดงว่าเรายิ่งต่ำมากเพราะว่าเราเองมีจิตมานะถือดีมากยิ่งเห็นเขาได้ดีเรายิ่งอิจฉาแรงยิ่งริษยาแรงยิ่งขี้ด่ารังเกียจรังงอนอะไรนิดอะไรหน่อยก็ถือก็สายอยู่ไม่ได้นั่นก็ยังต่ำถ้าเรายิ่งอยู่ก็พร้อมฉันสูงเท่าใดก็ยิ่งอยู่ไม่ได้ก็ยิ่งต่ำลงต่ำลงเท่านั้นเอง ทิศทางของมันสวนทางอยู่อย่างนั้นเพราะถ้าผู้ใดไม่มีปัญญารู้ด้วยสัมมาทิฏฐิอย่างนี้เราอยู่กับพระอริยะอยู่กับแดนคนดีแล้วเรายังอยู่ไม่ได้เราก็แสดงว่าเรายิ่งต่ำถ้าเราแน่ใจว่านี่ดีจริงแล้วเข้าใจอยู่ผู้ได้เห็นผลมีหลักฐานอ้างอิงก็เข้าใจว่าดีแล้วเรายังอยู่ไม่ได้ยิ่งนานวันยิ่งนานคืนก็ยิ่งอยู่ไม่ได้แสดงว่าเราเจริญลงไม่ใช่เจริญขึ้นถ้าเราต่ำลงไม่ใช่เราไม่ได้ใช้เราสูงขึ้นมันต้องพยายามอ่านสัจธรรมและทำความจริงให้เห็นถ้าจะกลายเป็นคนอย่างนั้นเมื่อเราแน่ใจมั่นใจอะไรอันหนึ่งแน่ใจมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลสปายะเป็นบุคคลที่จะพากัน สปายะนี่มันแปลว่าเจริญว่าจะเป็นบุคคลที่จะพากันเจริญเราก็อยู่กับบุคคลที่เจริญและภูมิเป็นดินแดนที่มีบุคคลที่เจริญต่างรวมกันอยู่เป็นสังคมของคนเจริญเจริญทางธรรมซะด้วยนะไม่ใช่เจริญทางวัตถุไม่ใช่เจริญอย่างโลกียะถ้าเราแน่ใจแล้วก็ให้แน่ใจและมั่นใจแล้วก็ให้มั่นใจเราเด็ดขาดและให้เด็ดขาดทำปัญญาให้แจ้งอย่าสงสัยเอาให้ชัดเมื่อเราทำปัญญาให้แจ้งสงสัยไม่ชัดแล้วเข้าใจทะลุปกครองมันเหลาะแหละอยู่อีกก็เป็นแนวรับสัญญาณนะสัญญาเป็นความไม่จริงของเราอีกนั่นแหละและเลาะและไปๆมาๆไม่เที่ยงไม่คงปัญญาความรู้ไม่จริงจะมารู้แล้ว ทำไมมันไม่รู้อ่ะมันมีอะไรอีกเพราะบางคนเมื่อมันตัดสินซะอย่างหนึ่งตัดสินแล้วไอ้นี่ที่สุดและดีที่สุดแล้วก็เหลือแต่ตัวเราที่จะพยายามทำตัวเองเท่านั้นทีนี้ก็เมื่อนายกอันนี้ว่าดีสุดแล้วทีนี้เราก็ต้องพยายามทำตัวเองไปโรงเรียนอะไรที่เราจะแก้ไขได้อะไรต่ออะไรที่เราจะทำได้เราก็ทำด้วยวิธีจำยอมเพราะจำยอมเพราะเห็นว่าเออเราก็ตัดสินจุดนั้นแล้วนะอีกจุดนึงมันจะมีจุดอื่นไปจากไหนมันมีราวกับเขาเท่านั้นในโลกเมื่อตัดสินว่าเขาดีแล้วเราก็ต้องไม่ดีเมื่อตัดสินว่าเราดีแล้วเขาไม่ดีเมื่อเขาไม่ดีแล้วมันก็ต้องแยกกันทีนี้ถ้าเราจะอยู่กับเขาเขาต้องอยู่ใต้อำนาจเราเพราะเราดีนี่เราต้องเหนือเขาแต่ทีนี้พอเราเหลือเขาไม่ได้เราจึงอยู่ ไม่ได้เราจึงอยู่ไม่ได้เพราะเราดีจริงแล้วอยู่เหนือเขาไม่ได้แต่ถ้าเราดีจริงแล้วผู้นั้นเป็นพระอริยะท่านพระอรหันต์หรือว่าจิตหมดมานะแล้วแม้เราเหนือเขาไม่ได้มันก็ไม่มีปัญหาจะเหนือจะต่ำจะสูงอะไรมันไม่มีปัญหามันรู้แต่ว่าเราเป็นประโยชน์กับเขาได้บ้างเสมอเมื่อไม่เป็นประโยชน์แก่เขาก็เป็นประโยชน์แก่คนอื่นคนนั้นคนนี้อยู่แล้วเราก็อยู่อย่างสบายผู้ใดที่เราจะให้ประโยชน์เขาได้ก็ย่อมได้ผู้ใดที่เราให้ประโยชน์เขาไม่ได้ก็ไม่ได้แล้วเราก็ไม่เดือดร้อนด้วยบุคคลไม่ว่าบุคคลที่เราให้ประโยชน์ได้หรือบุคคลที่เราให้ประโยชน์ไม่ได้หรือแม้แต่บุคคลที่ไม่ใช่เราให้ประโยชน์เขาหรือว่าให้ได้หรือให้ไม่ได้ผู้นั้น มันมีอะไรกับเราซะด้วยซ้ำไปไม่เข้าใจเราได้ภูมิปัญญาของเขาเข้าใจอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนู้นอยู่บ้างในจำนวนหมู่กลุ่มมี 10 คนมีสักคนนึง 2 คน 3 คนเราก็อยู่ได้เขาอยู่ได้นอกจากมันจะมากเกินไปในกลุ่มนี้โอ้โหเขาไม่ชอบเราทั้ง 7 พิจารณาเราทำไมเราไม่ชอบถ้าเราเป็นอภิญญาหรือเป็นคนดี 10 คนเขาไม่ชอบเราต้องเจ็บเพราะชอบเราตั้ง 6 หรือไม่ชอบเราต้องห้ามแล้วถ้านายสิบไม่ชอบเราตั้ง 5 อ้วกแล้วมันอยู่ไม่รอดแล้วมันอยู่ไม่ไหวแล้วขนาดจะยกตัวอย่างเมื่อกี้ว่าไม่ชอบเราสัก 3 นี่ก็แหมมันน่าดูเหมือนกันมันแย่เหมือนกัน 3 ใน 10 มีนาคมเพราะฉะนั้น 2 ใน 10 มันก็ยังมีบ้างและเป็นธรรมดาหรือ 1 ใน 10 นี่ไม่ต้องมีแหละใครจะไปให้คนมาชอบเราหมดทั้ง 10 ได้ แม้จะชอบเราหมดทั้งสิ้นมันก็จะมีเวลาไม่ชอบอยู่บ้างสัญจรมามันก็ยังจะมีและเป็นธรรมดาเพราะงั้นเราก็จะต้องรู้ฐานะแห่งความเป็นจริงเท่านี้การเป็นอยู่ที่มันไม่เที่ยงอนิจจังมันจะต้องมีไอ้นู้นไอ้นี่ออกแบบออกแบบอะไรต่ออะไรบ้างถ้าเผื่อว่าพระอรหันต์อยู่ด้วยกันหมดเลยแน่นอนถ้าพระอรหันต์ทั้งหมดแล้วก็แน่นอนขนาดพระอรหันต์ทั้งหมดจะเล่าสู่ฟังสมัยที่อาตมาเกิดเมื่อหลายล้านปีมาแล้วเนี่ยรอบนี้ทานอาหารอยู่ด้วยกันพระอรหันต์ไม่ทะเลาะกันต่างคนต่างมีปัญญาว่ามันทะเลาะกันเป็นความเร็วกว่านั้นเสร็จแล้วเมื่อไม่ทะเลาะ แล้วยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันได้เพราะพระอรหันต์ทุกองค์เข้าใจได้ว่าสิ่งสองสิ่งไม่มีอะไรเหมือนกันเริ่มต้นเป็น 2 สิ่งไม่มีอะไรเหมือนกันในสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างเดียวคือสุญญตามันโสดมันไม่มีอะไรมีมันจึงไม่มีมันไม่มีแตกต่างถ้ามันเกิดมีขึ้นมาแล้วมันต้องต่างกันเลย 2 สิ่งนี้เหมือนกันเหลือเกินนั่นแหละ 2 สิ่งนั้นต่างกันแล้วฟังดีๆใน 2 สิ่งนี้เหมือนกันเหลือเกินใช่และสองสิ่งนั้นต่างกันแล้วเพราะมันเป็น 24 ถ้ามันเป็นสิ่งเดียวกัน 2 สิ่งนี้ไม่ใช่เหมือนกันแล้วเกิดไม่ใช่สิ่งนี้สิ่งเดียวกันเป็นเอกโกเอกโกทำมาอันเดียวกันอาจจะเป็นชิ้นสองชิ้น อยากเรียกว่า 2 ชิ้นโดยทำแล้วโดยธรรมะเป็นเอโกแล้วมันไม่มีอะไรขาดไม่มีอะไรต่างมันจะต้องเท่ากันไปหมดเรียกว่าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเหมือนกันหมดเรียกว่าอรหันต์ต้องมีจุดที่เหมือนกันอย่างมากเลยไอ้ที่ไม่เหมือนกันเขาไม่ยกขึ้นมาใส่ไอ้ที่ไม่เหมือนกันก็ตัดทิ้งทั้งคู่ถ้าเพราะอรหันต์ต่อพระอรหันต์แล้วมีความเห็นต่างกันได้แต่พระองค์ที่ท่านเองท่านเป็นอรหันต์แท้แล้วนี่ท่านก็จะรู้ของตนเองอัตโนมัติถ้าแสดงก็แสดงออกแสดงแล้วบอกเขาบอกเขาไม่รับท่านก็ตอบทันทีไม่ต้องเอามาขัดไม่ต้องเอามาขวางแล้วไม่ต้องเอามายึดถ้ายึดมันก็ถูกพระอรหันต์ท่านฉลาดที่ท่านจะไม่เอาทุกข์ใส่ตัวเพราะข้าจะปล่อย อยากรู้ว่ามันขาดมันไม่ตรงมันความเห็นคนละคนเห็นคนละถนัดคนละจริตคนละแง่คนละเรื่องคนละเนื้อคนละตัวมีสมมุติว่าคนละตัวก็แทงสองแท่งมันคนละแท่งแล้วอรหันต์ 2 อรหันต์ชื่อเดียวกันจริงแต่มันไม่เดียวมัน 2 โดยสมมุติไอ้สัตว์จับมัน 2 ตอนนั้นสิ่งใดที่มันไม่เหมือนกันนั้นพระอรหันต์ท่านรู้จักวางรู้จักฝ่ายรู้จักการไม่เอามาซัดกันเขาจะเอาทรัพย์เราเราก็เราก็ฟังหรือเราก็รู้จักการเก็บเอามาซักเราเราก็เก็บหรือพระอรหันต์องค์นั้นถูกเอามาพระองค์นี้ถูกท่านทรัพย์ทำถูกองค์อื่นทรัพย์ท่านก็รู้จักเก็บหรือว่าอาหารน้อยจะเอาซัดเขาท่านก็รู้จักเอาไปซัดเขารู้จักการเอาไปซัดเขาจะตัดเขายังไงฟองนั้นถึงจะพอดีพอดีถ้าเขาจะ มาอีกท่านก็รู้ว่าเขาจะตอบมาโดยที่เราทนได้เพราะฉะนั้นท่านจะไม่ทุกข์อะไรจะเอาไปซักแล้วก็จะตอบมาเขาก็จะตอบแล้วท่านเองท่านก็จะรู้ว่าเขาตอบมาอย่างนี้เราสบายมากเราไม่ทุกข์หรอกแล้วเรารู้อยู่แล้วจะคำนวณออกก่อนด้วยซ้ำไปเพราะอรหันต์ก็ดียุคไหนก็ดีปางไหนก็ดีจึงจะอยู่ด้วยกันได้โดยที่เรียกว่าไม่มีอะไรต่างกันนะมีอะไรไม่เหมือนกันนะแต่อยู่ได้อยู่กันจนตายจากกันไปหมดก็อยู่ได้เพราะความเป็นอรหันต์แท้รู้เป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นอยู่เป็นผู้รู้อยู่เป็นผู้ไม่เอาอิจฉาเพราะพวกที่ยังไม่อดอาหารก็จึงจะต้องพยายามทำตนให้เกิดอรหันต์ ตัดสินให้รู้ภูมิรู้ถิ่นรู้ทันรู้หมู่รู้กลุ่มรู้การงานโดยการรู้จักผัสสะและเอาผัสสะนั่นแหละมาพิจารณาธรรมทำกับใจเราจนใจเราเป็นอุเบกขาเวทนาหรือเป็นอนุกรมสุขไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นสุขเป็นนิพพานได้นั้นเป็นจุดยอดของมนุษย์แต่ละบุคคลเป็นปัจจัตตังเป็นความสามารถเมื่อได้ตัวนี้แล้วก็สบายแล้วยอดมันจะอยู่กับอะไรทีนี้ก็จัดการทำงานนั้นไปจัดการที่จะสังเคราะห์สังเคราะห์หรือจะเป็นอยู่กับอันนั้นอันนี้ไปอย่างไรสบายนะเพราะการอยู่กันเป็นหมู่พระอรหันต์จึงไม่มีอะไรอาตมายกอ้างกล่าวไปเป็นประกอบเมื่อกี้นี้ก็เพื่อจะยกตัวอย่างเหล้าอะไรต่ออะไรประกอบ จะเห็นได้สำหรับผู้ที่เห็นอาตมาเล่าเนี่ยอาตมาเล่าอย่างไม่ใช่ว่าไปเล่านิทานอะไรหรอกมันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นแล้วพวกเราเองมาปล่อยอะไรมาฝ่ายจุดที่ดีที่สุดที่จะไม่ต้องเดือดร้อนสะทกสะท้านอะไรรู้จักสัจจะรู้จักความอยู่ได้มีความเป็นอยู่โดยไม่ยากมีความเป็นอยู่โดยไม่ยากมันมีอะไรก็รู้มันมีอะไรก็เข้าใจพยายามทนนึงส่วนทน 2 ใช้ปัญญาที่จะเข้าใจส่วนที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้เราเข้าใจว่าเราได้ทางนี้ถ้าเราเองยังไม่เก่งเขาว่าเราก็รับครับก็ไม่เก่งแล้วเราก็ไม่ดูได้ไม่ใช่แดกดันประชดประชันเล็กๆอยู่อย่างนั้นไม่ชี้ที่ฐานไม่ขนขวายให้กับตนเองก็ไม่ใช่ ไปอย่างนั้นมันเลวเลวโดยการว่าตัวเองเนี่ยไม่พยายามทำดีขึ้นให้ตัวเองดีนะคนหนึ่งเลวเพราะว่าถ้าผู้อื่นเขาจะมาช่วยเราเข็นขึ้นเข็นเราขึ้นชักจูงเราขึ้นดันเราขึ้นแล้วมันก็กลายเป็นผู้อื่นนั่นแหละจะเสียเวลาเปล่าแล้วคนเราในโลกถ้าเกิดว่าคนที่คิดดีแล้วมันก็ปรารถนาดีมันก็จะช่วยฉันคนอื่นขึ้นจริงๆนะก็ทำให้เสียเปล่าไม่ดีหรือถ้าผู้ที่จะเขียนเราขึ้นนี่มีจิตดีและเจตนาดีจะช่วยเข็นเราขึ้นจะช่วยทำให้เราสูงขึ้นแต่พวกนั้นยังมีกิเลสผู้พิทยา ก็จะเพราะหนักๆเข้ามากๆเข้ามันก็ชักจะไม่ชอบใจกิเลสสั่งสมเข้าสั่งสมกับเอฟปรารถนาดีแท้ๆทำดีแท้ๆช่วยดึงขึ้นแท้ๆช่วยลากแท้ๆทำไมไม่เอาทำไมไม่ทำตามทำไมไม่พยายามกระโดดขึ้นให้ได้เมื่อมันไม่ได้เข้ามากๆเข้ามันก็จะกลายเป็นคนด้านเป็นคนดื้อดึงกลายเป็นคนไม่เหมือนมันเหมือนหินเหมือนก้อนหินก้อนดินมันเฉยมันทิ่มๆไปแล้วมันก็จะดูตีกลับจิตวิญญาณเนี่ยของกิเลสเนี่ยมันทำให้เห็นตีกลับได้เหมือนเดิมนั่นแหละแต่นานๆเขาก็เวลามันก็บวกมันก็จะกลายเป็นว่าเอ้คนนี้มันแกล้งประชดประชันกันนี่หว่าเราเองเราพยายามเขียนให้ทำเป็น โดเรม่อนอย่างนี้เกิดไม่พอใจคืนกันได้เกิดความแตกต่างกันได้เหมือนกันถ้าสำหรับผู้มีกิเลสผู้ไม่มีกิเลสท่านก็จะรู้ว่าคนนี้ก็เห็นกันพอประมาณเข็นไม่ขึ้นแล้วท่านก็จะตัดปล่อยท่านก็จะละหมดอุตสาหะวิริยะล่ะเพราะท่านรู้ฐานแล้วว่าคนนี้ไม่ช่วยตัวเองเราช่วยเขาอยู่ท่าเดียวท่าเดียวท่าเดียวช่วยกันตั้งไม่ใช่ 3 ครั้งไม่ใช่ 6 ครั้งไม่ใช่ 9 ครั้งเกินกว่านั้นแล้วนี่ก็ไม่กระทบเลยไม่ได้พยายามมีหิริโอตัปปะไม่พยายามเกิดเรื่องให้แก่ตนเองเลยก็คนอื่นมีอีกคนไม่ใช่มีคนนั้นคนเดียวท่านย่อมจะไม่ใช่ท่านโกรธแต่ท่านรู้ความจริงว่าคนนี้ไม่ช่วยตัวเองแล้วให้โอกาสมากแล้วแล้ว การเขียนแล้วเพราะฉะนั้นคนนี้ก็ท่านก็จะวางวางมือลงไปเรื่อยๆตัดปล่อยตัดปล่อยตัดปล่อยตัดปล่อยสุดท้ายท่านก็จะพรหมทัณฑ์ก็จะเฉยเสียอ้าวใช้ศัพท์ให้มันหนำใจไปเลยว่าช่างหัวคุณก็ช่างหัวคุณเป็นไรคุณจะเป็นจะตายจะร้ายจะดียังไงก็ช่างหัวคุณคำนี้แสบนักธรรมคำนี้สำหรับนักปฏิบัติธรรมและต้องรู้ดีการลงโทษของพระพุทธเจ้าทรงประทานให้เป็นลงโทษชั้นสุดสุดแสบสุดแสนสุดเจ็บปวดถ้าทำไมเอาภาระเราแล้ววางเฉยไปเลยมันมีอยู่ 2 อย่างถ้าไม่เอาภาระหรือเอาเลยอย่างที่ 1 ก็คือเราบรรลุเป็นอรหันต์และช่วยตัวรอดได้แล้วท่านก็ไม่ต้องเอาภาระ หน้าที่งานอื่นที่จะทำต้องเอาไปทำกับคนอื่นแล้วคนนี้ก็มันเลี้ยงตัวเองได้รอดแล้วโต๊ะสุดยอดแล้วสบายใจอัตโนมัติเป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็ไม่ต้องไม่ๆๆไม่ต้องไปเอาภาระอีกท่านก็ตัดปล่อยเหมือนกันส่วนตัดปล่อยอีกอันนึงนี่มันไม่เหมือนกันอันนี้ดีสุดไอ้นี่ตายแล้วตัดปลายก็เพราะว่าไม่ไหวแล้วช่วยไม่ได้แล้วร้ายก็ต้องปล่อยเป็นลักษณะที่สุดทั้ง 2 ส่วนเป็นลักษณะสุดดีก็สุดไม่ดีถ้าพูดพูดได้ที่ได้ปฏิบัติแต่พยายามฝึกฝนและพยายามที่จะกระทำตนก็ย่อมจะหาทางที่เจริญอย่างนี้เราได้อะไรที่เราเป็นฐานพรรคเป็น สุขเป็นวิหารธรรมเป็นเครื่องเป็นอยู่ที่เราได้ทำให้แก่ตนเมื่อทำได้แล้วไม่ว่าจะเป็นเด็กจะมีอายุการไปอีกหลายสิบปีกว่าจะแก่กว่าจะตายมันก็จะไม่เปลี่ยนแปลงมันก็จะมั่นใจมันก็จะมั่นคงมันก็จะคงที่มันก็จะเออก็เป็นสถานอย่างนี้แหละไม่สงสัยเลยยิ่งจะรู้ลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นเลยยังจะมีปัญญาเข้าใจโลกชัดอยู่กับโลกเขาอย่างนั้นอย่างนี้ยิ่งใหญ่รู้ว่าหลักเกณฑ์เก่าที่เราไม่หลงโลกมันจะไม่หลงจริงๆแล้วมันจะยิ่งเข้าใจโลกขึ้นยิ่งเห็นของแปลกของใหม่แทนที่จะไปติดมันไม่ติดนี่เห็นของแปลกของใหม่ที่เราไม่เคยรู้มันก็จะไปรู้ว่าอ๋อโลกมีอย่างนี้หนอแล้วก็รู้ว่าไอ้นี่เป็นอำนาจยั่วยวนเป็นอำนาจหรอกชั้นปานฉะนี้หนอมัน ไม่เห็นเข้าไปอย่างนั้นส่วนคนธรรมดานี่เห็นแปลกเห็นใหม่แล้วก็ไปติดอยากลิ้มอยากลองอยากได้อยากมีอยากเป็นเรียกว่าภวตัณหาเกิดหรือตัณหาธรรมดาคนนี้เป็นปัญหาธรรมดาธรรมดาเลยแรงเป็นอย่างนั้นเลยเดี๋ยวถ้าเผื่อว่าผู้ใดที่บริสุทธิ์บริบูรณ์มั่นคงของที่และไม่ว่าจะเด็กจะเล็กอายุจะอ่อนมันก็สบายมั่นคงมั่นใจเพราะมันมีตัวเข้าใจตัวรู้โลกตัวแทนทะลุโลกตัวอยู่เหนือโลกไม่เปลี่ยนแปลงหรอกแต่ยังไงยังไงก็รู้โลกที่จะมาผัสสะเราไม่ว่าจะเป็นเสนาสนะไม่ว่าจะเป็นบุคคลไม่ว่าจะเป็นอาหารเพราะเรามีโลกุ เพราะเรามีธรรมะเป็นสัปปายะสุดธรรมะเจริญสดสัปปายะของเราแปลว่าความเจริญมันเจริญสุขแล้วมันมีความเจริญอีกยิ่งกว่านี้หรอกสำหรับตัววิมุตมันมีพิษสุดแล้วไม่หวั่นไหวเพราะเมื่อพบผู้ใดที่มีวิตกสุดแล้วก็มีแต่จะเดินปัญญาก้าวหน้าท่าเดียวเมื่อมีมดสุดแล้วมันไม่หวั่นไหวอะไรเมื่อรู้อะไรเพิ่มเติมมันก็มีแต่สิ่งนี้มันได้รู้เพิ่มอีกเป็นปัญญาเป็นปัญญาเป็นปฏิภาณเป็นการรู้โลกรู้โลกที่รอบตัวรู้โลกที่กว้างใหญ่ไพศาลโรคอื่นๆอีกส่วนโลกของเรานั้นไม่มีปัญหาในการอยู่ชีวิตอยู่ อยู่สิ้นพรหมจรรย์เพราะเข้าใจในกิเลสตัณหาทุกด้านทุกอย่างทุกมุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน