สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน แยกจิตเป็นอุตุพีชะได้ใน นิยาม 5.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.18 KB
วันที่แก้ไข23 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน แยกจิตเป็นอุตุพีชะได้ใน นิยาม 5 _โชติพงษ์ พิทักษ์ชลเดช : รบกวน ช่วยตอบ เรื่องอุตุ พีชะ ชีวะ กรรม พอเข้าใจได้ไหมครับ หนุ่มเหนือน้ำ พ่อครูว่า...คุณต้องเข้าใจคำว่าอุตุ พีชะ จิต ก่อน อุตุคือ การปรุงแต่งของดินน้ำไฟลม ยังไม่มีชีวะใดๆเลย สิ่งใดไม่มีชีวะแล้ว ปรุงแต่งอย่างไรก็เรียกอุตุ ดินน้ำไฟลม พระอาทิตย์พระจันทร์ Galaxy nebula มันไม่มีชีวะอยู่ในนั้นเมื่อแตกมาเป็นโลกแล้วก็ต้องรอให้เย็นพอสมควรจึงมีสัตว์โลกที่เป็นชีวะอุบัติขึ้นได้ ซึ่งโลกบางโลกมีชีวะระดับหนึ่งยังไม่มีคน พูดมาก็วนไม่รู้โลกกี่ล้านดวง บางดาวก็เหมือนกัน ซับซ้อนมีชีวะได้คล้ายกัน หรือห่างกันเยอะ อย่างใกล้กัน ขนาดพระจันทร์ยังไม่มีสัตว์โลก เราก็มาทำชีวิตให้ ไม่เป็นโทษภัยต่อใครเลยไม่เป็นโทษภัยต่อโลกด้วย อาตมาก็เอาเรื่องนี้มาอธิบาย อาตมาขยายความไปมากกว่าพระไตรปิฎกที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อีก ซึ่งหลายคนก็ชัดเจนขึ้น ไม่ได้ค้านแย้งไม่ได้ไปล้มล้างบัญญัติของพระพุทธเจ้า แต่เป็นเรื่องที่ขยายความให้ละเอียดต่อไป นิมนต์จิบน้ำ สมณะฟ้าไท แจ้งปรากฏการณ์ sun outage ทำให้จอบุญนิยมทีวีอาจดับ แต่ต้องมีวิธีแก้ไขได้ คือปิดแล้วเปิดใหม่

พ่อครูว่า..อธิบายต่อ อุตุ คือที่ไม่มีชีวะเลย แม้ตัวเราบรรลุธรรมแล้วเอาจิตส่วนหนึ่งที่เป็นอุตุได้ ก็มีสภาพเป็นดินน้ำไฟลม มันก็ปรุงแต่งในร่างเรา แต่เราทำจิตให้เป็นดินน้ำไฟลมไม่เป็นชีวะได้ เวลาตายจิตเราก็เป็นดินน้ำไฟลมไม่จับตัวกันอีก แต่ถ้าเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เป็นชีวะ มันไม่มีความทุกข์ความสุขมันไม่มีความดูดความผลัก จนถึงขั้นจองเวร มันไม่ดูดอย่างผูกพันไม่ยอมปล่อยง่ายๆมันเห็นว่าใช้พอสมควรก็ปล่อยสลายได้ไม่มีการจองเวรชาติแล้วชาติเล่าเหมือนกับที่หนังจีนที่บอกให้ลูกแก้แค้นแ

อ่านต่อ

ทนพ่อ ฐานของพีชะ จึงเป็นฐานของชีวะที่ไม่สุขไม่ทุกข์และไม่รักไม่ชังไม่จองเวรจองกรรมไม่มีความดูดดึงอะไร เป็นฐานที่อาศัย เป็นฐานที่ถือว่าเป็นพระอรหันต์ได้แล้วสิ้นอาสวะแล้ว ก็เหลืออนุสัยเท่านั้น อนุสัยคือยังนอนเนื่องอยู่ในจิต พระโพธิสัตว์จึงไม่ทิ้งอนุสัยง่ายๆ แต่หมดสิ้นอาสวะด้วยปัญญาวิมุติไม่มีทุกข์อีกแล้วไม่มีสุขอีกแล้ว อาศัยรูปฌาน รูปฌานนี้อาศัยได้ เป็นพลังงานที่เอามาใช้ได้อย่างเหมาะสมได้ ส่วนอรูปฌาน เราก็ทำได้ แต่เป็นสภาพที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่เราได้ไม่เปลี่ยนแปลงได้ จิตสะอาด อากาสาฯก็ว่างจริง อากิญจัญ ก็ไม่มีกิเลสแม้นิดนึงน้อยหนึ่ง เนวสัญญานาสัญญายตนะ คือ นอกจากเป็นได้แล้ว จิตนิดนึงไม่มีกิเลส คุณต้องรู้ด้วยว่าจิตคุณนิดหนึ่งน้อยหนึ่งกิเลสก็ไม่มี ตรวจสอบด้วยอากิจจัญเสมอ มันก็เป็น อากาสาฯเป็นรูป วิญญานัญจา คือนามเป็นธาตุรู้ เป็นธาตุ 2 เป็นเทวะ เท่านีั้นเอง เมื่อใดผู้ใดที่ทำจิตให้เป็นพีชะได้ หมดรักหมดชังหมดความจองเวรจองกรรมแล้ว ได้อาศัยแล้ว แต่พระอรหันต์ไม่ได้แค่หมดสุขหมดทุกข์เท่านั้น พระอรหันต์จะต้องสูญได้ด้วยจะต้องแยกจิต พีชะ ให้เป็นอุตุได้ด้วย เมื่อตายไปแล้วปรินิพพานได้ ต้องมีเงื่อนไขอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าพระอรหันต์ แม้ว่าจะเป็นกายสักขี บางทีโลกกามไม่เกิดแล้ว แต่ในโลกที่ละเอียดกว่านั้นคุณยังไม่ถึง ต้องทบทวนด้วยการสัมผัส สัมผัสแล้วมีอนิจจัง แต่ถ้าไม่สัมผัสอาจจะใช้วิธีกดข่มได้ไม่แยแสได้ เอาแต่อรูปคุณก็ได้ แต่จริงๆแล้วคุณจะต้องอยู่เหนือเลย เป็นอุตระธาตุเป็นธาตุที่อยู่เหนือทั้งสองสภาพทั้งในเชิงของ เจโต และปัญญา อุภโตภาควิมุติ เหนือกว่าปัญญาวิมุติ อันนี้สิ้นอนุสัย สยะ แปลว่าตัวเรา อาศัยก็คือตัวเรายังใช้งาน แล้วใช้งานได้เก่งเรียกนิสัย คือรู้แล้วสยะตัวเราไม่เอาแล้วไม่มีตัวตนแล้ว สูงกว่านั้นคือวิสัย ยิ่งกว่านิสัย เป็นอมตบุคคล สูงไปกว่านั้นคืออนุสัย เป็นอรหันต์แล้วจะรู้เองได้ อธิบายไปอย่างไรก็อจินไตย คุณก็ได้ฟังไว้ แต่ขอฝากไว้ก่อนโอฬาร อุตุ พีชะ จิต จิตอรหันต์คือทำจิตเป็นพีชะ ได้ อุตุได้ โดยการทำกรรมกิริยา ที่เป็นอุตุ พีชะ จิต กรรม ธรรมะ เป็นธรรมนิยาม 5 ชัดเจนกว่า คำว่าชีวะก็อธิบายได้ไม่ครบ 5 อาตมาอธิบาย อุตุ พีชะ จิต ไปบ้างแล้ว จิตจะมีภาวะทำได้ทั้งอุตุ พีชะ จิต กรรมจะทำกรรม ทำมนสิกโรติ หรือมนสิการ ทำใจในใจเราให้เป็นอุตุ พีชะ ได้ในเหตุปัจจัยที่เราสัมผัสอยู่ในโลก เราก็สัมผัสมันมันมีอยู่ในโลก แต่จิตใจเราหลุดพ้นจริงๆ ก็ไปทำที่กรรมแล้วก็ทรงไว้ซึ่งธรรมะ เป็นจิตที่เหนือ เป็นพระอรหันต์ก็ทรงไว้ในจิตที่เป็นอรหันต์เอาไว้ใช้งาน ธรรมะแปลว่าทรงไว้ กรรมแปลว่าการกระทำ กรรมกับธรรมะเป็นรูปกับนามที่คู่กัน กรรมเป็น Dynamic เป็นตัวนามธรรม ธรรมะเป็นตัวรูปธรรมเป็นตัว static เป็นรูปกับนาม 630308_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ทำจิตให้เป็นอุตุพีชะให้ได้ตามสามัญผลสูตร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน