สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน มรรค 8 กับจรณะ 15 เนื้อหาเหมือนกัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.44 KB
วันที่แก้ไข27 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน มรรค 8 กับจรณะ 15 เนื้อหาเหมือนกัน _อโศกสัมปวังโก 1.การแสดงธรรมในอดีตพ่อท่านได้แสดงเส้นทางสู่สมาธิด้วยการเดินมรรคทั้ง 7 ขั้นต้นในมรรคมีองค์ 8 จะปฏิบัติธรรมให้เข้าสู่สัมมาสมาธิก็ต้องปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ก็แสดงมาแต่ไหนแต่ไรตามธรรมะพระพุทธเจ้าตามที่ท่านสอนระบุไว้ชัดในมหาจัตตารีสกสูตรว่าสมาธิของศาสนาพุทธที่เรียกว่าสัมมาสมาธิเรียกเต็มๆว่าอริโยสัมมาสมาธิก็จะต้องปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์เป็นเหตุเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัติไม่ใช่ไปนั่งหลับตาเป็นเหตุหรือนั่งหลับตาเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัตินั้นไม่ใช่ต้องปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ พ่อครูว่า...นี่ไปศึกษาให้ดีๆคำสอนของพระพุทธเจ้าการไปนั่งหลับตานั้นเป็นเรื่องนอกรีต อาตมาพูดจนกระทั่งไม่เกรงใจแล้วนะทุกวันนี้ ทุบหัวเอาทุบหัวเอาไม่รู้จะรู้สึกบ้างหรือไม่ ผลก็คือสัมมาสมาธิเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาพ่อท่านได้แสดงเส้นทางสู่สมาธิอีกอย่างหนึ่ง คือ การปฏิบัติจรณะ 15 เป็นเบื้องต้นอยากทราบว่าเส้นทางเข้าสู่สมาธิ 2 เส้นทางนั้นมีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า...ไม่ต่างกัน เป็นแต่เพียงว่าองค์ประกอบที่สื่อให้รู้เป็นพยัญชนะภาษามันต่างกันเท่านั้นเอง แต่ถ้าโดยเนื้อแท้แล้วมันเหมือนกันจะบอกว่าเป็นมรรคทั้ง 7 องค์ก็ครบพร้อมอยู่แล้วทั้งในทุกอิริยาบถในขณะที่ทำงานอาชีพเรียกว่าสัมมาอาชีวะก็ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เกิดสัมมาสมาธิเรียกว่าให้เป็นสัมมาอาชีวะซึ่งมี 5 ขั้นตอนมี 5 แบบอย่างนี้เป็นต้น สัมมากัมมันตะในการกระทำทุกอย่างการกระทำทุกอย่างก็ต้องให้สัมมาให้เกิดกรรมกริยาทุกอย่าง จะต้องมีความเป็นสัมมาที่ออกจากมิจฉาในการปฏิบัติ ศีล 3 ข้อ วาจาในขณะพูดก็สัมมาก็พ้นมิจฉา 4 พูดเท็จ ส่อเสียด หยาบ เพ้อเจ้อ สังกัปปะ 3 ก็ให้พ้นมิจฉา 3 คือ

อ่านต่อ

กาม พยาบาท วิหิงสา ก็เข้าสู่การปฏิบัติทุกเวลานาที ทุกอิริยาบถ ที่อาตมาอธิบายก็รวบเอาวิชชาจรณะสัมปันโน สรุปเลยว่า สมาธิจะเกิดได้นั้น เป็นการอธิบายคำสอนพุทธคุณ 9 คือ วิชชาจรณสัมปันโนจะเรียกว่าศีลสมาธิปัญญาก็ได้ จะเรียกว่ามรรคมีองค์ 8 ก็ได้ จะเรียกว่าโพธิปักขิยธรรมก็ได้ ถ้าเข้าใจสภาวะแล้วปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถอยู่ในทุกกรรมกิริยาในทุกเวลาทุกอย่างในชีวิตที่เป็นอยู่ จรณะ 15 มี 1. ถึงพร้อมด้วยศีล 2. คุ้มครองทวารอินทรีย์ 3. ประมาณในโภชนา 4. ประกอบความตื่น หากขาดสามข้อนี้ก็ไม่ใช่การปฏิบัติของพุทธแล้ว ไปนั่งหลับตาไม่มีสังวรศีล สำรวมอินทรีย์ไม่มีการประมาณในบริโภค ไม่มีการตื่นเอาแต่หลับ ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ยืนยันแล้วว่าการปฏิบัติของผู้ต้องปฏิบัติแบบลืมตา มีการกระทำในปัจจุบันจนเกิดเป็นสังคมสาธารณโภคีอย่างนี้ยังมองไม่ออก ยังไม่รู้ว่านี่คือผลเป็นมรรคผลของศาสนาพุทธ ที่เป็นชาวอโศกนี้อยู่กันอย่างสบายทุกวันนี้ ก็เพราะได้รับอานิสงส์จากการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้ามา รู้ไว้ซะด้วย ได้มาไม่ใช่เพราะคุณไปแย่งลาภยศสรรเสริญกับเขาและคุณปฏิบัติพุทธอย่างสัมมาทิฏฐิจึงได้มามีความสุขอย่างนี้ ความสุข คำนี้ก็ขอยืนยันว่ายืมคำว่า สุข มาใช้เท่านั้นคำว่าสุขนี้แปลว่า ว่างนั่นแหละดี สุ แปลว่า ดี ข แปลว่าว่าง สู่แดนธรรมว่าใช้สัปปายะน่าจะดี พ่อครูว่า..ที่นี่โควิดไม่มาเพราะมีโคคลาน หากหมอชีวกมาคงบอกว่าที่นี่ยาเยอะ เหลือแต่ไมยราพยักษ์นี่แหละจะมีคนมาวิจัยเอาไปทำยาได้หรือไม่นะ

อาตมาขออธิบายขยายความอีกทีว่า สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นจริงแล้วอาตมาเพิ่งได้คิดว่าสมาธิจริงๆของพระพุทธเจ้านั้นจะต้องปฏิบัติจรณะ 15 และวิชชา 8 ครบจึงจะได้จิตที่เป็นปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา เป็นจิตใจที่เกิดเป็นผลจากจรณะ 15 วิชา 8 เป็นจิตที่บริสุทธิ์ มีความก้าวหน้ามากขึ้นในการสัมผัสสัมพันธ์กับโลกได้ก็บริสุทธิ์เหมือนเก่า แต่สามารถมีวิธีมากขึ้นในการรับสัมผัส ในสิ่งที่จะทำให้เราไม่บริสุทธิ์ทำไม่ได้ อสังหิรัง ไม่มีอะไรหักล้างได้ อวินิปาตธรรมไม่แปรปรวน นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) นี่คือผลของจิตที่สามารถคงทน อเนญชา ไม่หวั่นไหวต่อโลก ที่จะมากระทบกระเทือนเลย ไม่ว่าโลกียะจะมาในรูปแบบไหน ใครจะปรุงแต่งอาวุธร้ายเอากิเลสมาแทรกก็สู้ไม่ได้ ทำให้กิเลสเข้าในตัวเราไม่ได้เลย นี่สุดยอดของพระพุทธเจ้า สมาธิแปลว่าจิตแข็งแรงตั้งมั่นตกผลึกเป็นสมาหิโต เป็นจิตที่ตั้งมั่นแล้ว บริบูรณ์ เป็นอัตโนมัติ เป็นตถตา เป็นอย่างนั้นเลย Axiom อาตมาสรุปสมาธิแท้ๆของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้น หลักการปฏิบัตินั่งหลับตาไม่ได้เข้าท่าเลยไม่ได้ทำให้เกิดการเผากิเลสได้โดยไม่ยากไม่ลำบากซึ่งชั้น 4 มันไม่ใช่เลยคุณจะได้ทานจะต้องไปหาที่ไปนั่งหลับตาเข้าฌาน เป็นฌานที่ได้โดยยากโดยลำบากไม่ได้โดยไม่ยากไม่ลำบาก พูดปุ๊บก็ได้ปั๊บเดี๋ยวนี้ก็เป็นปั๊บเป็นฌานไม่ได้ คุณจะต้องไปหาสถานที่ คุณจะต้องไป แต่ถ้าคุณจะต้องไปดูลมหายใจเข้าลมหายใจออกอะไรอีก เฮ้อ ที่พูดก็เมื่อยแล้วนะไปทำก็เมื่อยใหญ่ไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้า 630311_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัมมาทิฏฐิ 10 ที่เป็นประธานของสัมมาสมาธิ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน