สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สังกัปปะ7จะเข้าถึงจุดสูญ ต้องมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สังกัปปะ7จะเข้าถึงจุดสูญ ต้องมีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ พ่อครูว่า...เรามาเริ่มต้น อธิบาย ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ กันให้ชัดอีกที คำว่า ตักกะ คือจิตที่มันจะเกิดในจิต ตัวไหนก็แล้วแต่ นี่คือสังกัปปะทั้งนั้น คนจะเรียนรู้ถึงขั้นวิจัย จิตตักกะที่เริ่มดำรินึกคิด ต้องจับอาการจิตให้ได้ ตัวนี้เป็นตัว ตริ ตรึก นึกคิด ขึ้นมา ในอวิชชา ในปุถุชน คนไม่หมดกิเลส แน่นอนมันจะมีกิเลสอยู่ในนั้นแน่นอน คนที่ไม่ได้เรียนรู้เลย แม้คนเรียนรู้แล้ว เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ยังต้องตรวจแล้วตรวจอีก อย่างน้อยก็อ่านให้ทัน อ่านทันแล้ว วิจัยเข้าไป ต้องมีธัมมวิจัย ถึงขั้นสัมโพชฌงค์ เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ ไม่ใช่ความรู้ธรรมดา ไม่ใช่ความรู้แค่โครงสร้างความขบคิด หรือความรู้ทางโลกีย์เท่าน้น พ่อครูว่า... ต้องเป็นความรู้ที่จะพาไปสู่นิพพาน พาไปสู่การบรรลุธรรม เป็นกระบวนการ ไปสู่การบรรลุธรรม แต่ถ้าเผื่อว่า มันปรุงแต่งและแยกได้ แต่เป็นโลกียะ ไม่สามารถทำ เนกขัมมะ ไม่เป็นเลย ทำให้กิเลสลดไม่เป็นเลย จะแยกยาก จิตของคุณอย่างไร คนธรรมดา ปุถุชน พวกนักเล่นจิต เขาอ่านจิตเขาออกเหมือนกัน แต่เขาไม่รู้โลกุตระ ไม่รู้จักอุบายเครื่องออกของพระพุทธเจ้า อุบายที่ทำให้กิเลสลดได้ เขายังไม่มีความเข้าใจว่าทำอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่รู้หรอก ต่อให้เห็นจิต พิจารณาว่า มันไม่เที่ยง เป็นเหตุแห่งทุกข์ มันเป็นอัตตานะ สอง มั่นใจว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์ ต้องกำจัดให้มันหมดไป เป็นอนัตตา เมื่อหมดไปไม่มีตัวตนของตัวนี้จึงจะหมด ในภาษาบาลีจะมีคำคู่อยู่สองคำคือ วิตก กับ วิจาร เป็นวิธีการปฏิบัติธรรม ต้องรู้ทั้งสอง จึงปฏิบัติฌานได้ ไม่อย่างนั้นปฏิบัติฌานไม่ได้ ฌาน คือการเพ่งรู้แล้วก็ทำให้กิเลสลดได้ กิเลสถูกทำลายหรือถูกเผา มีพลังอุณหธาตุ
อ่านต่อ
ทำให้กิเลสลดได้ ถ้ามีวิจัยแยกแยะกิเลสได้แล้วต้องมีอุบายเครื่องออก คือปัญญา ว่า.. 1. มันไม่เที่ยง 2.มันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ถ้าทำลายมันไม่หมด มันก็เป็นเหตุแห่งทุกข์ ถ้าทำลายมันได้ กิเลสก็ลดลง ทุกข์ก็ลดลง ยิ่งทำด้วยปัญญานะ ไม่ได้ทำด้วยกดข่มมัน คุณจะรู้ละเอีอดละออ ตามภูมิปัญญาของคุณ เมื่อกิเลสลด คุณเห็นกิเลสลด เห็นทุกข์น้อยลง บางทีดับได้ ครั้งนี้ชั่วคราวก็ตาม มันไม่มีอาการทุกข์เลย อาการไม่สบายใจมันไม่มีเลย ก็จะเข้าใจว่า ความไม่มีเหตุแห่งทุกข์เป็นเช่นนี้เอง เป็นตถตา จะอ่านรู้ คุณว่าคุณเห็นรู้ทำได้อย่างนี้อย่างไม่ได้กดข่มวิขัมภนปหาน คุณได้ใช้ความรู้ปัญญาทำให้มันจางคลายหรือมันดับ ก็ไม่ได้กดข่ม จะรู้ว่ากิเลสไม่มีด้วยปัญญาด้วยธาตุรู้ กดข่มจะตื้อๆไม่ทุกข์เหมือนกัน แต่ตื้อๆไม่เหมือนปัญญา ปัญญารู้จะมีปีติ ถ้ากดข่มไม่มากก็มีปีติ แต่ถ้ากดข่มจนดับหมดก็ไม่มีปีติ มันไม่เหลือปีติ แต่ของปัญญามันมีปีติ ปัญญามันได้ล้างกิเลสดับไป คุณจะดีใจ มันต่างกันนะ วิกขัมภนปหานกับใช้ปัญญามีนัยยะที่ละเอียดต่างกัน อาตมาตั้งใจอธิบายสามเส้า 600621_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ต้องทำสัมประสิทธิ์ให้มีฤทธิ์ถึงอรหันต์