640907 ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไร้แก่น เพราะพอใจแต่ยอดไลค์คือใบดอกผล_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไร้แก่น เพราะพอใจแต่ยอดไลค์คือใบดอกผล . เช้านี้ 7 กันยายน 2564 พ่อครูสนทนากับปัจฉาฯ ... . สมณะเดินดินว่า... ในรายการคุณธีระกับคุณกนก บอกว่า “คุณสองคนนี่” (หมายถึงพระมหาสองรูปที่กำลังเป็นข่าว) มีทั้งเสียดสีกระแนะกระแหนด้วย คือไม่ได้เรียกคำนำหน้าว่าพระเลย . ส.ดินไทว่า...ไปว่าเขา เขาเปรียญ 9 เปรียญ 7 กำลังทำด็อกเตอร์นะ มีคนดูเป็นแสน คนชื่นชมด้วย กดไลค์กดแชร์ . ส.แสนดินว่า...พระพยอมว่าดี ที่มีคนดูธรรมะเยอะ . สมณะเดินดินว่า... มีคุณวันชัย สอนศิริบอกว่า มีช่องที่คนดูมากก็คือช่องที่ด่านายกฯด่าเลอะเทอะ คนก็ดูมากเหมือนกัน . ส.ดินไทว่า...สองรูปนี้ก็แซวนายกฯเหมือนกัน แต่นายกฯบอกว่าไม่ได้ดู . พ่อครูว่า... คือมันด่าทางโซเชียลมีเดียนี่ มันอิสรเสรี ก็เลยทำแสดงออกบำเรออารมณ์เกลียดชังของตนเอง เป็นการขายขี้หน้าตนเอง ซึ่งการบอกความไม่ดีของคนไม่จำเป็นต้องไปพูดด่าพูดหยาบคายก็ได้ . ส.แสนดินว่า...เขาเรียกว่าพวกหิวแสงครับ . พ่อครูว่า... ภาษาสมัยใหม่ หิวแสงกัน ส่วน เราก็ทำไป ไม่มีปัญหาอะไรหรอก คนจะชอบไม่ชอบ คนจะชมหรือติ เราก็มีสิทธิทำความจริงตามความเป็นจริงอย่างเดียว .................................................................. พ่อครูได้เทศนาไว้ในรายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 8 วันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมาว่า...นี่ใหม่ๆ เกิดกรณี มหา 9 ประโยค กับมหา 7 ประโยค เป็นละครลิเกสลับฉากของสังคมชาวพุทธ ตลกสิ้นดี มันตลกมากเลย ทั้งคู่นะ ต่างคนต่างพยายามทำปริญญาเอกกันนะ ทั้งคู่ แต่ว่ามหาสมปองจะทำเปรียญ 9 ประโยคหรือเปล่า แต่มหาไพรวัลย์นั้นจบเปรียญ 9 แล้ว แล้วกำลังทำปริญญาเอก มหาสมปองกำลังทำปริญญาเอก แต่ไม่รู้ว่าจะจบประโยค 9 ไหม . นั่นแหละก็มีคว

อ่านต่อ

ามรู้มีการเรียนตามระบบของโลกเขา แต่เสร็จแล้วก็เป็นตัวตลกของศาสนา แล้วก็นึกว่าตัวเองเป็นตัวเด่น เป็นตัวตลกนะ มันก็น่าสังเวชใจ น่าสมเพช น่าสงสารจริงๆ ก็มันก็เป็นจริงในเรื่องของสังคมมนุษยชาติ แม้แต่พุทธศาสนา ก็ไม่ละเว้นที่จะต้องเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไป นอกจากกฎไตรลักษณ์ไม่ได้เหมือนกันศาสนาพุทธ แต่มันอยู่ที่ว่า ใครจะได้เนื้อหาสาระแก่นแท้ของศาสนา . พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมูลสูตรแก่นคือวิมุติ วิมุติคือแก่น มันก็เป็นพยัญชนะนะ แล้วทำอย่างไรจะได้วิมุติ วิมุติคืออะไร แก่นคืออะไร . พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ในพระสูตรอื่นอีก ท่านตรัสว่า คนศึกษาธรรมะก็เพราะว่าต้องการแสวงหาแก่น เสร็จแล้วก็ไปได้งมงายอยู่แค่ สะเก็ด นึกว่าได้แก่นแล้ว ไปหลงสะเก็ดเป็นแก่น บางคนก็ลึกเข้าไปได้ถึงเปลือก เข้าไปจากสะเก็ด ไปถึงเปลือกไม้ ก็นึกว่าเปลือกไม้เป็นแก่น งมงายอยู่กับเปลือก บางคนก็ลึกไปถึงเนื้อกระพี้ นึกว่าเป็นแก่น งมงายอยู่กับเนื้อกระพี้ ส่วนแก่นนั้นคือวิมุติ ก็ไม่ได้แก่น จริงๆแล้วอย่าไปว่าสมัยนี้ยุคนี้ถึงกระพี้หรือเนื้อมันเลยที่ท่านหมายถึงเอาปัญญา กระพี้หรือเนื้อคือปัญญา แก่นคือวิมุติ กระพี้หรือเนื้อคือปัญญา เปลือกคือสมาธิ ก็ไม่ได้ทั้งนั้น สะเก็ดคือศีล ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ก็ไม่ได้ แล้วเขาได้อะไร ได้ใบ ได้ดอก ได้ผล ใบดอกผลของต้นไม้ คืออะไร คือ ลาภ สักการะ เสียงสรรเสริญ นี่ ศาสนาเขาได้อยู่แค่นี้ ทุกวันนี้ศาสนามี ใบและผล ใบและดอกและผล มีแต่ลาภสักการะเสียงสรรเสริญ นี่คือสิ่งที่เขาได้ ................................................................... ส.แสนดินว่า...มีคำถามในสังคมตอนนี้มีว่า พระสายตลก กับพระสายเคร่งธรรมะ อย่างไหนจะเหมาะกับสังคมไทยในยุคนี้ . พ่อครูว่า...โอ้ เอาสังคมตลกหรือ? พูดง่ายๆว่าจะเอาสังคมตลกใช่ไหม จะเอาสังคมตลกก็เอาไปสิ . ส.เดินดินว่า...ท่านพระมหาไพรวัลย์ให้เหตุผลที่ทำไปว่า เพราะคนในสังคมกำลังเครียด . พ่อครูว่า... มันเครียดที่ไหน อย่างเราก็ไม่ได้เครียดอะไรนี่ แต่คุณนะมันเครียดจนเกินเครียดแล้ว เครียดของคุณกับเครียดของเราดีกรีมันต่างกันเยอะ เราเครียดที่ไหน เราไม่ได้เครียดอะไรนี่ เราไม่เครียดจนกระทั่ง ไม่รู้ว่าความเครียดมันเป็นอย่างไร แต่คุณน่ะไม่รู้จักว่า “ความไม่เครียด” มันเป็นอย่างไร เพราะคุณอยู่กับความเครียดจนชิน แล้วคุณก็บอกว่านี่ไม่เครียด ก็คือคุณจมอยู่กับความเครียดจนชิน แล้วคุณก็บอกว่าไม่เครียด แต่ที่จริงมันเครียดแล้ว . ส.แสนดินว่า...เอาตลกมากลบเกลื่อนความเครียด . พ่อครูว่า... คุณน่ะไม่รู้ว่าความเครียดคืออะไร แต่เราน่ะ ความเครียดเป็นยังไง? ..มันต่างกันนะ คุณน่ะไม่รู้ว่าความเครียดคืออะไร เพราะคุณจมอยู่กับความเครียดแล้วไม่รู้ทุกข์ คุณจมอยู่กับความทุกข์แต่คุณไม่รู้ว่า ทุกข์คืออะไร? คุณก็กดข่มหรือกลบเกลื่อนไป กระจายๆไปไม่ยอมรับรู้ทั้งๆที่มันมี เหมือนปัดสวะ เดี๋ยวมันก็มาหุ้มอยู่อย่างเก่า . ส.แสนดินว่า...ลาภสักการะสรรเสริญ มันทำให้แย่ลงนะครับ . พ่อครูว่า...โอ้ ตัวนี้แหละ ละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนสูง...เหมือนทุกวันนี้เต็มไปด้วยลาภสักการะนั่นแหละตัวหนัก ส.แสนดิน...ท่านสองรูป มียอดคนดูหลายแสนคน ก็เลยมีกำลังใจ . พ่อครูว่า... ก็นั่นแหละเ ขาไม่รู้ว่า การชมเชยนั่นแหละมันต่ำทราม คำสรรเสริญเป็นความต่ำทราม ไม่พอที่จะทำให้ ละหน่ายคลายกิเลสได้ คำตรัสของพระพุทธเจ้านี่สุดยอดแสบเลย ไม่ต้องไปยินดีขนาดมหา 2 มหานี้หรอก ความยินดีที่เขามีไม่ใช่ฉันทะนะ เพราะฉันทะคือความยินดีที่ไปหานิพพานสุงสุด แต่ความยินดีที่ไม่ใช่ฉันทะ แต่เป็น รชะ ปีติ ปราโมทย์ มีอีกหลายอย่างที่เป็นอุปกิเลส ซึ่งรวมสิ่งที่เป็นความร่าเริงเบิกบานเกินเขตที่เหมาะควร เรียกว่า ขิฑฑาปโทสิกะ (คือรื่นเริงเกินไปจนเป็นโทษ) ส่วนร่าเริงเบิกบานแบบพุทธ พระพุทธเจ้า ท่านใช้คำว่า อภิปโมทยังจิตตัง อย่างนี้เป็นไปในทางเจริญ ................................................. พระไตรปิฎก เล่ม 29 ข้อ 605 (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า) ก็ความสรรเสริญนั้นเป็นของน้อย ไม่พอเพื่อสงบกิเลส ข้าพระองค์ย่อมกล่าวผลแห่งความวิวาทเป็น 2 อย่างบุคคลเห็นโทษแม้นั้นแล้ว เห็นอยู่ซึ่งภูมิแห่งความไม่วิวาทว่า เป็นธรรมชาติเกษม ไม่พึงวิวาท. . [606] คำว่า ก็ความสรรเสริญนั้นเป็นของน้อย ในคำว่า ก็ความสรรเสริญนั้นเป็นของน้อย ไม่พอเพื่อสงบกิเลส ความว่า ความสรรเสริญนั้นเป็นส่วนน้อย ต่ำช้า นิดหน่อย ลามก สกปรก ต่ำต้อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ความสรรเสริญนั้นเป็นของน้อย. คำว่า ไม่พอเพื่อสงบกิเลส ความว่า ไม่พอเพื่อยังราคะ โทสะ โมหะ ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ มารยา ความโอ้อวด ความกระด้าง ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความมัวเมา กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง ความกระวนกระวายทั้งปวง ความเร่าร้อนทั้งปวง ความเดือดร้อนทั้งปวง อกุศลาภิขารทั้งปวง ให้สงบ เข้าไปสงบ ดับ สละคืน ระงับไปทั้งปวง อกุศลาภิสังขารทั้งปวง ให้สงบ เข้าไป สงบ ดับ สละคืน ระงับไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ความสรรเสริญนั้นเป็นของน้อย ไม่พอ เพื่อสงบกิเลส. ................................................. พุทธบุตรผู้มีฉันทะไปสู่ความพ้นทุกข์ พึงเบื่อหน่ายคลายจางจากความยินดีในลาภสักการะสรรเสริญ หากมุ่งสู่พระนิพพานแล้วไซร้ พุทธบุตรพึงยินดีฉันทะในคำตำหนิจากสัตบุรุษ จึงจะพาไปสู่ความพ้นทุกข์พ้นสุข ถึงฝั่งพระนิพพานได้อย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน