640616 ใครกันคือผู้ชนะ_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

☝ ใครกันคือผู้ชนะ? 👤 . ⛩ ที่ศาลาฟังธรรมยามเช้า วันนี้เป็นวันให้ญาติโยมได้พูดสภาวธรรมกันคนละ 3 นาที . 👱 คุณ ก. ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับการแพ้-ชนะ สองเรื่อง ... . 🐳 เรื่องแรก...เรื่องหลวงจีน พระรูปหนึ่ง เข้าไปเก็บฟืนในป่า หลังจากเก็บได้พอประมาณ ก็แบกฟืนกลับวัดพอเดินใกล้จะถึงวัด ก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังไล่จับผีเสื้ออยู่ และเขาก็จับผีเสื้อได้ตัวหนึ่ง "หลวงพี่ เรามาพนันกันไหม?" เด็กหนุ่มถาม "พนันยังไงล่ะโยม?"พระหนุ่มถาม "หลวงพี่ลองทายดูสิครับว่าผีเสื้อที่อยู่ในมือผมนี่ตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่? ถ้าหลวงพี่ทายผิด ฟืนมัดนี้ก็เป็นของผม!" เด็กหนุ่มตอบ เมื่อหลวงพี่ได้ฟังกติกาก็พยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า "อาตมาว่ามันตายแล้ว!" เด็กหนุ่มแบมือที่กุมผีเสื้อไว้แล้วหัวเราะชอบใจ "หลวงพี่แพ้ผมแล้ว ฮ่าๆ" ผีเสื้อตัวน้อยบินออกจากมือของเด็กหนุ่ม "ดีแล้วๆ งั้นฟืนมัดนี้ก็เป็นของโยมละสินะ" กล่าวเสร็จก็ถอนหายใจแล้วเดินยิ้มจากไป เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมหลวงพี่ต้องทำท่าทีเหมือนดีใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไตร่ถาม ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง จากนั้นก็หอบเอาฟืนขึ้นบ่าแบกกลับบ้านด้วยความดีใจ . 🐳 และคุณ ก.ยังได้เล่าต่ออีกเรื่องหนึ่งว่า... ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กอ้วนกับเด็กผอมที่มาหาปลาที่ฝั่งลำน้ำมูล เด็กสองคนท้าทายกันว่าใครดำน้ำได้นานกว่ากันคนนั้นชนะ เด็กสองคนอ้วนผอม ก็ดำน้ำลงไป ....ผ่านไปสักหลายนาที เด็กผอมทนไม่ไหวทะลึ่งขึ้นมาก่อน ...และพบว่า เด็กอ้วนยังไม่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ...เด็กผอมคิดว่าตัวเองแพ้แล้ว...ก็เลยรอเพื่อนอ้วน...ผ่านไปอีกเป็นสิบนาทีเด็กอ้วนก็ยังไม่โผล่...ผ่านไปอีกสามสิบนาทีเด็กอ้วนก็ยังไม่โผล่...ทีนี้เด็กผอมตกใจ รีบช่วยเพื่อนอ้วน...สุดท้ายเพื่อนอ้ว

อ่านต่อ

นก็จมน้ำตายไป... . 💦 เมื่อเล่าสองเรื่องจบ เวลาในการพูดได้หมดลงพอดี ... มีคนตีระฆังให้สัญญาณว่าหมดเวลาแล้ว ... แต่คุณ ก. เอ่ยว่า ขอเวลาพูดอีกนิดนึง...แต่มีคุณ ข. ที่นั่งฟังอยู่กล่าวว่า หมดเวลาแล้ว ... ไม่ให้พูดต่อ...คุณ ก. ชะงักไปสองวินาที เพื่อตัดสินใจ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าไม่พูดต่อ ขอจบการพูดแต่เพียงเท่านี้ . ซึ่ง ก่อนหน้าคุณ ก.จะมาพูดนั้น คุณ ข.ได้พูดโดยใช้เวลาครบไป 3 นาที แล้ว คุณ ข. ก็เอ่ยขอเวลาพูดอีกหน่อย...ตอนนั้นไม่มีใครท้วง คุณ ข.ก็พูดต่ออีกได้แล้วค่อยจบการพูด โดยไม่มีใครทักท้วง . 💥 สามเรื่องนี้ซ้อนอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน คือ เรื่องเล่าที่ศาลาฟังธรรมเช้านี้ เรื่องแรก พระหลวงจีนกับเด็กหนุ่ม เรื่องที่สอง เด็กอ้วนกับเด็กผอม เรื่องที่สาม คุณ ก. กับคุณ ข. . 🌲 สามเรื่องนี้ ถ้าตั้งคำถามว่า ใครแพ้ใครชนะ...คำตอบของแต่ละท่าน ก็คงมีในใจแตกต่า กันไป บางท่านอาจคิดว่า...พระหลวงจีนเป็นผู้ชนะที่แท้จริงแม้จะเสียฟืน แต่ก็ได้ช่วยชีวิตผีเสื้อ เด็กอ้วนก็ไม่ได้เป็นผู้ชนะที่แท้จริง แม้จะดำน้ำได้นานกว่า...ส่วน คุณ ก.ไม่ได้พูดต่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้แพ้... . แพ้ หรือ ชนะ เป็นเรื่องสมมุติของแต่ละคน ที่จะมีสัญญากำหนดหมายว่า ถ้าอย่างนี้คือแพ้ ถ้าอย่างนี้คือชนะ...ปุถุชนกับอาริยชนก็จะกำหนดหมายต่างกัน เช่น ปุถุชนกำหนดว่าคนได้เปรียบคือผู้ชนะ ส่วนคนเสียเปรียบคือผู้แพ้ แต่อาริยชน กำหนดหมายว่า การได้เปรียบคือผู้แพ้ทางธรรม ส่วนการเสียเปรียบคือผู้ชนะทางธรรม ซึ่งการกำหนดหมาย เป็นองค์รวมของสังคมนั้นๆว่า แพ้หรือชนะ ก็ต่างกันไปในแต่ละสังคม . 🙏 เคยมีคนถามพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ว่า... “เราควรยอมแพ้ทั้งกายใจใช่มั้ยคะทั้งๆที่เราถูกต้องกว่า” ...พ่อครูตอบว่า...ประเด็นนี้ยิ่งใหญ่ เราควรยอมแพ้ทั้งกายใจ ถูกต้อง อาตมาประสพมาแล้ว ต้องมีความรู้ในคำว่า กาย ใจ และคำว่า ยอมแพ้ . คำว่า ยอมแพ้ แพ้หรือชนะ นี้เป็นเรื่องของสมมติสัจจะ ถ้าจะบอกว่าเป็นปรมัตถ์ ผิดถูกก็เป็นสมมุติสัจจะ แต่แพ้ชนะมันเป็นเรื่องของโลกีย์แท้ๆ ผิดถูก จับคู่กัน แพ้ชนะ จับคู่กัน ผิดถูกจะเป็นโลกุตระมากกว่าแพ้ชนะ . เพราะฉะนั้นเราแพ้ได้แต่เราเป็นผู้ไม่ผิด เพราะฉะนั้นเราเข้าใจกาย เราเข้าใจ ,ใจกาย คือสภาพสอง ใจคือสภาพหนึ่งของเรา คนต้องเข้าใจกายใจ แล้วแยกกายกับใจ เมื่อใดเราจะเอาแต่กาย เมื่อใดเราจะเอาเฉพาะใจ แต่หากไม่ได้สองส่วนได้แต่ใจ ก็จบ . กายเรายอมแพ้ได้ องค์รวมภายนอกเรายอมแพ้ได้ แต่ใจเราก็ยอม เต็มใจไม่มีปัญหาอะไร แพ้ก็แพ้ชะตาทราม รามดวงใจทรงความมั่นคง ไม่มีปัญหาอะไรในสมมุติมติสัจจะ แต่ในปรมัตถ์สัจจะ เราแพ้อะไร.. . เช่น เถรสมาคมยืนยันว่าถูกเป็นอย่างนี้ เราก็ไม่ต้องไปดึงดัน คุณจะเป็นอย่างนั้น ส่วนเราก็ยืนหยัดยืนยันว่าถูกคืออะไร กับใจเรา แล้วเราก็ทำไปอย่างมีภูมิปัญญา เป็นผู้ที่ฉลาด อาตมาทำมาตลอด จนทุกวันนี้อาตมาทำได้ง่ายขึ้น จนเขาไม่กล้าห้ามไม่กล้าต้านที่อาตมาพาทำแล้ว . เพราะอาตมาพยายามทำอย่างให้เห็นว่า จริงๆอาตมาทำถูกต้องตามพระพุทธเจ้ามากกว่านะ โดยเอาพระไตรปิฎกมาเป็นหลักฐาน เขาแย้งไม่ได้ โชคดีที่มีพระไตรปิฎกเป็นหลักฐาน ...พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ 1 พ.ค. 2563 🙏 .................................................................................... ✋ การยกตัวอย่าง สามกรณีนี้มาให้อ่าน ไม่ได้มีเจตนาไปว่าใครแพ้ใครชนะ แต่ยกตัวอย่างให้เห็นว่า เมื่อเกิดเหตุที่ต้องมีแพ้มีชนะ เราควรทำใจในใจเช่นไร จึงเป็นการตามรอยพระอรหันต์ ตามรอยพระโพธิสัตว์...ที่ท่านเป็นผู้แพ้ก็ได้ เป็นผู้ชนะก็ได้ เพราะจิตท่านบริสุทธิ์ หมดสิ้นแล้วซึ่งการยึดถือกามหรืออัตตา หมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลสและอุปกิเลส ท่านแพ้ก็ได้ชนะก็ได้ ...แพ้ก็แพ้เพื่อศาสนา ชนะก็ชนะเพื่อศาสนา หมดตัวตนเพื่อตน แต่มีแต่ตัวตนเพื่อผู้อื่นเพื่อพระศาสนา... . 🌎 ภูมิพุทโธ... 17 มิถุนายน 2564 .................................................................................... “ความบริสุทธิ์เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลก ในที่สุด” ...💚 พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ Nothing but the untainted purity that will triumphantly outlast everything in the world eventually.

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน