250504-3-202 ทางเอกภาค3-ตอน202(หน้า378)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 4 พฤษภาคมพุทธศักราช 2525 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมวัดเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรายิ่งจะกำหนดการศึกษาจะรู้ตนรู้ตัวจะฝึกให้เกิดสติชาโลหรือว่าความเป็นผู้ตื่นเรายิ่งจะต้องควบคุมอินทรีย์ทั้ง 6 ให้ละเอียดละออและก็พยายามไม่ปรับปล่อยที่จะรู้อารมณ์ สิทธิ์ของตัวเราเองเสมอใครจะเป็นผู้ที่แยบคายมากขึ้นและสามารถที่จะได้เห็นอาการเห็นอารมณ์อ่านความแตกต่างกันที่เป็นลิ้นชักของอารมณ์จิตของอาการถ้าเราเรียกเป็นคำพูดว่าอาการก็เหมือนจะยังรูปถ้าเราเรียกว่าอารมณ์เสมอไปยังนามมีลักษณะรสชาติอารมณ์และอาการนั่นแหละอาการหรือรสชาติที่เรารู้มันอยู่ด้วยตนนั่นแหละ ถูกรู้นั่นเองคือรูปรถรู้สึกนั้นเองคือนามและเราก็จะต้องรู้ความแตกต่างในกุศลและอกุศลเท่าที่มันเปลี่ยนไปได้เราก็จะเปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจไปสู่กุศลเสมอๆถ้าเราก็มาเรียนเป็นปกติและเราก็ต้องทำให้มันเป็นปกติผู้ใดเป็นปกติแล้วนี่หมายความว่าหมดทุกข์สบายๆมาเรียนก็สบายๆเหมือนกับเราจะต้องเดินจะต้อง ยืนจะต้องนั่งนี่เป็นเรื่องปกติทั้งนั้นเป็นเรื่องสบายๆเราก็ต้องมีอยู่ในวงของชีวิตมันต้องมีรูปนามขันธ์ 5 มันก็ต้องเดินมันก็ต้องยืนมันก็ต้องนั่งมันก็ต้องนอนมันต้องกินมันต้องขี่มันต้องเยี่ยวเยี่ยวแขนไปขาแบบยกทำโน่นทำนี่อะไรมันก็เป็นสิ่งที่จะต้องมีเป็นองค์ประกอบอยู่ในวงชีวิตทีนี้เราตื่นเช้าเท่านี้แต่เราก็มาลงศาลานั่งอบรมฟังธรรมเหล่าเรียนทบทวนย้ำซ้ำบทเรียนหรือขยายอะไรก็แล้วแต่ซึ่งเราเห็นอยู่แล้วว่ามันเป็นมันเป็นความ กวนมันเป็นความจำเป็นและเมื่อมันเป็นได้มันเป็นได้มันมีอยู่ได้มันเป็นความกำไรมันเป็นประโยชน์มันเป็นความเสริมหนุนเป็นความเสริมศาลที่เราได้มีแบตเตอรี่ด้วยแต่มันตื่นมาก็มานั่งอบรมได้มาเล่าเรียนได้มาศึกษามีผู้เอาภาระมีมิตรดีเพื่อนดีสหายดีช่วยเกื้อกูลเราอย
อ่านต่อ
ู่ในประเทศอันสมควรเราอยู่กับกลุ่มบัณฑิตหรือผู้รู้มิตรดีเพื่อนดีสหายดีของเราไม่ได้มีถึงขั้นว่าผ่านชนเป็นผู้ใดสังวรสำรวมฝึกหัดอบ เป็นมิตรดีเพื่อนดีสหายดีมีขัดมีกาวคนนั้นมีอย่างโน้นบ้างคนนี้มีอย่างนี้บ้างเขาขัดเกลาเขาติจริงก็เข้ากับหลักที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสเสมอว่าเขาก็ชี้ขุมทรัพย์ให้แก่เราบางทีอาจจะไม่ใช่เป็นเจตนารมณ์ที่จะขัดเกลาเราทีเดียวแม้จะเป็นกิเลสของเขาเป็นมานะของเขาหรือเป็นอารมณ์ของเขาก็ตามเพราะมันมีความรู้ในจิตใจของคนเนี่ยมันก็จะรู้ว่าไอ้นี่ดีกว่าไม่ดีกว่ามันจะมีในเลือดของมานะเนี่ยบางทีมันมีตัวจิตที่ดีเหมือนกันคือมันรู้ว่าไอ้นี่ดีกว่านะแต่มันไม่ ออกมาในสภาพที่เรียบร้อยมันออกมาในสภาพที่วู่วามมันมีปัญญาอยู่ในนั้นแหละมันรู้ว่าอันนี้ถูกกว่าแล้วมันก็ออกมาวัดออกมาหรือว่าออกมาแรงพรึ่บมาเลยกระทบกระแทกกับเพื่อนกับฝูงมันเป็นความถูกต้องเหมือนกันแต่มันแรงเพราะมันวู่วามมีมานะถือตัวถือตนมีความยับยั้งยังไม่สมควรยังจะต้องค่อยๆระมัดระวังฝึกตนเพราะมันไม่ควรจะเป็นสภาพแรงออกมาอย่างไม่รู้ตัวไม่มีการควบคุมมันออกมาโดยเร็วทันทีโดยอำนาจของจิตตัวหนึ่งคือ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ปฏิกิริยากายกิริยาวจีโดยเฉพาะยิ่งกิริยาจิตโดยเฉพาะกิริยาจิตต้องอบรมจริงๆอบรมฝึกฝืนขันตรีปรมังตะโปตีติกขาอบรมอดทนอดทนขันติอดทนปรมังตะปอเป็นต่ออย่างยิ่งประมาณก็คือสิ่งที่เราเอามาเป็นกรรมฐานหรือว่าเป็นหลักประพฤติที่จะต้องจะต้องอดทนจะต้องเพียรตีติดคลาสแล้วว่าเพียรแปลว่าบาดบั่น ตีติกขาแล้วก็ขยันบากเพียรเอาอดทนสู้เป็นหลักปฏิบัติอันหนึ่งตายตัวเลยในโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์ท่านย้ำยืนยันและแม้ที่สุดเมื่อเรารู้แล้วนี่เราเรียนความหมายเราเรียนความเข้าใจแล้วเข้าใจเข้าใจรู้รู้เมื่อรู้แล้วต้องทำบ่อยๆต้องเพียรให้มันเกิดซ้ำๆให้มันเกิดต่อกันเรียกว่าสมาบัติมาติให้มันต่อเนื่องกันให้มันมีเป็นสมณะเรียกว่าเนื่องกันอยู่เสมอๆให้ตัวกุศลนี้มันมาต่ออย่าให้อกุศลมันมาขั้นให้ตัว อีนี่มันต่อกันไปให้ได้มากๆยาวๆอย่าให้ไอ้ตัวไม่ดีมันมาขั้นถ้ามันมาคั่นก็ต้องรีบขจัดมันออกตัดตัวนั้นต่อตัวดีเข้าไปต่อตัวที่เรารู้แล้วเข้าใจแล้วอาการอย่างนี้อารมณ์อย่างนี้กิริยาอย่างนี้มันเป็นกิริยาที่ดีมีคุณค่ามีประโยชน์ต่อมันก็ไปเรื่อยๆเรียนต่อในส่วนที่ควรต่อตัดในส่วนที่ควรตัดสิ่งที่ควรตัดจะต้องตัดจริงๆตัดให้ขาดตัดให้เด็ดขาดอย่าให้มันมาอ้อยอิงท่านเรียกว่าตัดสันติให้มันรู้ LINE ให้มันมีปลายสันตะบวกติดเนี่ยสันตติพยัญชนะมันมีอยู่แค่นี้สันตะมันแปลว่าปลายมันแปลว่าเรียบร้อยมันแปลว่าจบให้รู้จักความเรียบร้อยที่ลงตัวแล้วถ้าจะแปลเอาเนื้อความตินี่หมายความว่าเกิดวงและเกิดวงวัฏฏะเกิดความเข้ารอบแล้วติดเนี่ยแต่ในตินี่แหละในสันตติท่านมาแปลความว่าความสืบต่อเนี่ยเราจะต้องสืบต่อให้ดีๆแต่ในสันตติในท่านมีความหมายอันหนึ่งอยู่ท่านเคยอธิบายกันใครเคยได้ยินก็คงจะรู้ท่านเรียกว่าตัดสันติถ้าตัดสันติได้ นั่นน่ะเป็นอันว่าจบหมายความว่าเหลือแต่สันติหรือแต่สันตะสันตะแปลว่าปลายหรือแปลว่าสุดหรือแปลว่าสงบราบรื่นแปลว่าเรียบร้อยสันติสันตะสันตะเรียกว่าสงบเย็นและเพราะฉะนั้นเราจะให้เกิดโดยความหมายว่าสันติอธิบายความหมายฟังแล้วว่ามันเป็นตัวที่ลงรอบปลายยังมีความที่มันไม่ไม่สันตะเพียวๆอย่าขาดออกไปอีกเพราะฉะนั้นในรอบใดรอบนึงเนี่ยเราสามารถที่จะให้เดินให้เป็นไปนั่นเป็นผู้รู้ผู้ใดควบคุมสันติได้เร็วกว่าผู้อยู่เหนือเขตปลายผู้ได้ตัดก็ได้ต่อก็ได้ ผู้ที่มีทั้งสันตะมีทั้งจิตฉันตอบแปลว่าปลายรูปพรายพรายเรื่องย่อมจบอยู่ในต้นนี่แหละแล้วก็ให้มันเดินอยู่ในตัวรอบที่มันจะเดินถ้าจะให้มันหยุดล่ะก็มีแต่ปลายตัวเดียวดูดิมีแต่สัณฐานถ้าเข้าใจความหมายของฉันถามว่ามันปลายน่ะมันเป็นที่สุดประกอบความเป็นปลายประกอบความเป็นที่สุดเราจะมีแต่สุดโดเรแล้วไม่ต้องเดินหยุดว่างั้นนะจบว่างั้นก็จบเราจะต้องจบในลักษณะใดๆเราก็ต้องรู้ฟังดีๆตอนนี้จะแยกแยะอารมณ์จะแยกแยะอาการที่มันมันเป็นสภาพที่อยากจะแยกจากความอยากจะหาความ เขาอยากจะจับตั้งแต่โสกะปริเทวะทุกขโทมนัสอุปายาสพวกนี้รวนแล้วแต่ยังไม่พ้นทุกข์โสกะมีความโศกหยาบกับเพื่อนเป็นอาการที่หยาบกับเพื่อนคือมันโสกาอ่านดูมันโศกเศร้าหมองหม่นทุกอย่างขึ้นอยู่เลยมีแต่ความทุกข์ที่คลุมลานอยู่ที่ตนเองเป็นอารมณ์ที่ทุกข์หม่นหมองโศกเศร้าอาดูรมันยิ่งกว่าร้องไห้โชคนี้ยิ่งกว่าร้องไห้ อธิบายแค่นี้ก็คิดว่าพวกเราจะรู้ภาษาหรือรู้ความรู้ความรู้สภาพอยู่แล้วถ้ามันยังมีอย่างนี้อยู่ในอารมณ์แน่นอนเรายังไม่พ้นทุกข์เราต้องตัดออกจางคลายออกเอาออกจากจิตอย่าให้มีอาการอย่าให้มีอารมณ์อย่างนี้แม้ว่ามันรู้ว่าเราออกก็ได้แต่มันก็ยังมีใจเนี่ยจะด้วยอะไรก็ตามแต่ด้วยความไม่ยอมปล่อยด้วยลักษณะใดก็ตามแต่ยังอาลัยอาวรณ์ยังตัดไม่ขาดด้วยกำลังไม่มีหรือกำลังมันตัดไม่หลุดรู้แล้วล่ะก็พยายามจะตัดตัดแล้วมันก็ยังเหลือตัดแล้วก็ยังกลับมาอยู่กลับมาอยู่ ซึ่งเราเองเราทุกคนจะเจอสภาพอย่างนี้จะเจอก็ตัดมันนะแต่มันก็อ่อยๆจริงๆอยู่นั่นน่ะเหลือเชื้อปริเทวะเนี่ยปริเทวะพระอาการของปริเทวะปริเทวะนาการอาการมาต่อปริเทวะปริเทวะนะเข้าไปเรียกว่าปริเทวะนากาการของมันก็คือมันยังไม่ขาดออกจากกันไม่ตัดเรียกว่าสันติยังไม่สันตะมันยังไม่สงบเรียบร้อยมันยังมีอาการที่มันยังเวียนมั่งแนวๆอยู่นั่นน่ะหรือก็ยังเวียนว่าเหงาๆๆอยู่ มันก็ยังเป็นอาการอยู่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเอาเอาลักษณะของสภาพพวกนี้ไปอธิบายอาการของความง่วงน่ะเดี๋ยวจะเอาไปอธิบายเอาลักษณะเอาความหมายของโสกะปริเทวะทุกขโทมนัสอุปายะเนี่ยไปอธิบายถึงความง่วงเอาไปขยายความง่วงของคุณให้ฟังมันความง่วงก็เป็นความโศกเศร้าชนิดหนึ่งเป็นความหม่นหมองชนิดหนึ่งแล้วมันก็เหงาๆชนิดหนึ่งฟังให้ดีนะที่ใช้ภาษาไทยนะแงวนี่มันเป็นยังไงมันยังเงาๆอย่างนั้นมันยังงอแงมันไม่ขาดจะว่ามัน เมาก็เมาจะว่ามันอ่อนก็อ่อนจะว่ามันตัดได้ก็ตัดพอรู้ตัวก็ตัดพอตัดวันนี้ไม่เอาๆอีกละมาอีกแล้วงอแงมาอีกแล้ววกวนมาอยู่นั่นแหละเรียกว่าปริเทวดาการคือมันพิรี้พิไรอยู่นั่นแหละเอ๊ะมันเสร็จแล้วก็ไม่แล้วมันน่าจะจบแล้วนะมันแรงอ่อนๆน่ะมันแรงอ่อนแล้วน่าจะจบแล้วก็เหม็นแล้วสักทีไม่เด็ดขาดลักษณะพวกนี้ไม่มีการทำอื่นนอกจากทุนต้องขันตีประมาณตี 10 ขาทำให้มากเพราะพระพุทธเจ้าไม่ก็เห็นไม่เห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนไว้อย่างอื่นอีกเลย นอกจากจะทำให้มากทำให้มากด้วยทางวิปัสสนาธุระและสมถะธุระวิปัสสนาธุระคือเห็นไม่ได้ให้เกิดการเห็นเห็นว่าทำอย่างนี้ซึ่งมันเป็นอีกวิธีที่ละเอียดอ่อนใครทำของใครของใครเป็นอิทธิวิธีเป็นมโนมยิทธิเป็นฤทธิ์แรงรู้วิธีของตนและทำของตนนั่นแหละของใครของมันจะใช้ภาษาบอกว่าบี้มันสิสลัดมันออกสิฆ่ามันเลยสิร่างมันละมันไม่ใช่ภาษาทั้งนั้นมายาแต่การกระทำของคุณน่ะคุณจะทำอย่างไรคุณรู้ตัวสมมุติว่าตัวนี้เป็นตัวม่วงกำลังอยู่ที่คุณทำยังไงมันถึงจะออกตัวนี้คุณทำยังไงมันถึงจะเลิกไปอาการอย่างนี้เลิกไป อาการเลิกไปทั้งอารมณ์อารมณ์ก็เป็นอารมณ์ใหม่แล้วเป็นอารมณ์ตื่นเป็นอารมณ์ชื่นเป็นอารมณ์เบิกบานแล้วคุณทำยังไงคุณต้องจำแล้วคุณก็ต้องทำทองคุณต้องซ้อมสักคุณต้องรู้รู้และทำให้มันดีมีผลสูงถ้าทำอาการอย่างนี้ฆ่ามันทำวิธีนี้สลัดมันหลุดทำวิธีอย่างนี้มันหายไปหายไปดีนะหายไปนานหายไปอย่างเก่งลึกสะอาดได้มากของใครของมันเลยที่วิธีเหล่านี้ไม่รู้จะบอกยังไงได้ไม่รู้จะบอกยังไงได้คุณจะต้องกระทำด้วยอิทธิพลด้วยสามารถจริงๆ มีความเก่งนั่น 1 กระทำจริงๆเลยนะ 1 2 เห็นนี้เป็นวิปัสสนาธุระกระทําไม่มีให้ได้ด้วยวิธีอะไรก็ตามใจ สองต้องเห็นต้องเห็นต้องเห็นเห็นนี่ก็คือเรืองปัญญาหรือรู้ต้องรู้ให้ได้ว่ามันออกไปนั่นแหละวิธีเป็นอย่างนี้เรียกว่ามักออบวิธีเป็นอย่างนี้นะของใครก็ต้องซับซ้อนให้รู้ของตัวเองว่าวิธีอย่างนี้นี่เลยว่ามะพอออกไปได้ออกไปได้นั่นเป็นปัญญาแล้วเออออกไปได้รู้เลยว่าออกไปได้นั่นหนึ่งสองเสพอารมณ์ใหม่เห็นผลของการออกไปได้แล้วเสวยผลว่าเมื่อมันไม่มีแล้วมันมีผลต่างกันกับมันมีตัวที่เราจะเอาออกอยู่นี่ มันต่างกันอย่างไรเห็นเห็นเองเลยเป็นปัดสีเป็นรูปปัดสีตามเห็นตามรู้เลยตามรู้เลยว่ามันไม่ได้หมายความว่าไอ้เจ้าหนี้ถาวรไอ้เจ้านี่ตายตัวไอ้เจ้านี่เป็นนิจจังไอ้เจ้านี่ตีไม่แตกเป็นคณะเป็นข้าราชการเป็นตัวที่เป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นกลุ่มเกาะกลุ่มอยู่อย่างนั้นเปลี่ยนไม่ได้แก้ไขไม่ได้ไม่ใช่เห็นอันนี้เรียกว่าเห็นอันนี้จังอันนี้จารุประภาอย่างนี้ผู้นั้นพ้นมิจฉาทิฏฐิวิชา แปลว่าเห็นทิฐิแปลว่ารู้เกิดสัมมาทิฏฐิถ้าผู้ใดยังไม่เคยประสบเลยผู้นั้นก็มีแต่เหตุหลักวิจัยฟังในสัมมาสังกัปปะเอ้ยไม่ใช่ฟังในสัมมาทิฏฐิในสมาธิหลักของสมาชิกที่ 6 ปัญญาปัญญาปั้นยินดีปัญญาผลนี่หมายความว่าตัวรู้ทั้งนั้นน่ะทีนี้ท่านอธิบายก็ไม่รู้จะไปต่อรองยังไงเพราะทำมาวิจัยมันก็สอดอยู่ในปัญญาสัมมาทิฏฐิก็สอดอยู่ในปัญญามักคังคะองค์แห่งมรรคก็สอดอยู่ในปัญญามันมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนสอดกันอยู่ปัญญาประดิษฐ์ 4 ปัญญาผลก็คือตัวปัญญาที่มีสภาพที่เรืองปัญญาหรือเจริญปัญญา รื้ออธิปัญญาหรือปัญญามันเก่งขึ้นโตขึ้นขั้นปัญญาธรรมดาก็เป็นเพียงรู้ปัญญาอินทรีย์ก็เป็นปัญญาที่มีฤทธิ์แรงสูงขึ้นมีอำนาจมีอำนาจในการรู้สูงขึ้นปัญญาผลก็หมายความว่าเป็นปัญญาญาณทัศนะสุดท้ายที่ตัดสินรู้แจ้งมีพลังท่านถึงเรียกปัญญาพละด้วยแปลปัญญาผลในพระบาลีเรียกว่าปัญญาพลังปัญญาผลแต่มาแปลในตัวภาษาไทยเนี่ยในพระไตรปิฎกแปลว่าปัญญาพละคือเอามาจากอินทรีย์ 5 พละ 5 ปัญญานี้มีศรัทธาเชื่อมั่นเด็ดขาดมีวิริยะเต็มมีสติเต็มสามารถเลยมีสมาธิคือมีความเป็นไปได้อย่างตั้งมั่น มีสมาธิที่ต่อเนื่องมีอิทธิทุกอย่างโดยมีอำนาจทางจิตมีหลักเกณฑ์ก็ถูกตามหลักเกณฑ์ปฏิบัติการนี้แยกไม่ออกปัญญาก็เห็นแจ้งเลยว่าเป็นความบริสุทธิ์อยู่พ้นอยู่เป็นอุเบกขาพระอธิบายไปทั้งหมดเป็นจิตอุเบกขาอยู่ทีเดียวสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีกิเลสตั้งมั่นแล้วแก่งแข็งแรงมีความสามารถอยู่ในมือเลยเชื่อหมดทุกข์ แววไวไม่ใช่เป็นจิตลี่เครื่องซึมไม่รู้งมๆงามๆมัวๆมนๆหม่นหม่นหมองหมองอยู่ไม่ใช่เป็นจิตตื่นเป็นจิตเบิกบานเป็นจิตโปร่งใสแสงสว่างก็อยู่เห็นรูปได้ละเอียดลออความเห็นรูปก็อยู่แสงสว่างก็สว่างไสวปลอดโปร่งรู้ยิ่งเป็นถ้ารู้ที่สมตัวเป็นธาตุรู้ที่สมบูรณ์เป็นธาตุรู้ที่ไม่ลำลำเรื่องไม่ถูกอำนาจอะไรเข้ามาแยกเข้ามาแบ่งเข้ามาครอบงำเป็นตัวเต็มเป็นอำนาจรู้ตัวเต็มของเราของผู้ใดตื่นอยู่ใช้ธาตุรู้นี่เต็มภูมิพยายามฟังดีๆ จะทำยังไงก็ต้องอธิบายกันโดยภาษาบัญญัติชอนไชก็ไปหาสภาพถ้าตอนนี้เรายิ่งเป็นผู้ที่มีอาการแก้ไขความง่วงไม่ได้ก็ต้องตั้งใจฟังจะชี้หน้าชี้ตามันบอกหมดทุกขุมขนมีแผลเป็นตรงนี้มีด่างตรงนี้มีรอยตรงนี้มีสภาพนี้จะชี้มันด้วยแล้วจะบอกกรรมวิธีนัยยะที่สามารถเพียงบอกได้ไม่รู้จะบอกได้กว่านี้อย่างไรอีกพยายามจะพยายามเก่งที่จะบอกก็กรรมวิธีก็คือจะต้องใช้สมถะจุฬาฯประกอบกันอย่างที่กล่าวที่อธิบายอยู่นี่ เราจะมีฤทธิ์ใจแรงใจอย่างไรที่จะสลัดเพราะมันไม่มีตัวตนบอกแล้วว่าจิตวิญญาณแต่ก็อยู่ในกำลังของเราเนี่ยคุณจะสลัดคุณจะใช้คำว่าคิดแตะภาษาอังกฤษเอ้าเตะมันออกไปตีแรงมันออกไปสลัดมันออกไปอย่างไรแรงอย่างไรก็แล้วแต่ในพระพุทธเจ้าจึงใช้คำว่านิสิตสาธารณะอย่าเอามันมาพึ่งสังฆะอย่าเอามันมาหลงว่าเป็นสวรรค์ไอ้ที่ยอมมันให้มันเป็นอยู่นี่นะจิตมันติดจริงๆจิตมันหลงว่าเป็นสวรรค์สังฆทานก็คุ้มคลีนมันอยู่แต่เอาความก็เกี่ยวมันอยู่เกี่ยวก้อยมันอยู่ เกี่ยวข้องมันอยู่คลุกคลีมันอยู่ท่านแปลหยาบๆว่าคลุกคลีเกี่ยวข้องก็จริงยิ่งกว่าปริเทวดาการปฏิวัติอาการยังมีหยุดมั่งเหมือนอย่างที่เคยแสดงให้ฟังว่าเด็กร้องไห้มันควรจะหยุดไปแล้วนิ่งไปพักหนึ่งเทวดาการอยู่ได้ที่ไรอยู่ได้มันควรจะหยุดไปตั้งนานแล้วมันควรจะหยุดได้แล้วก็มันจังหวะขาดเห็นชัดๆอย่างนั้นสันติก็นานหยุดไปก็มันหยุดได้แล้วนะแล้วมันต้องมีอะไรบ้าง อะไรอ่ะจังหวะขาดก็เห็นเด่นชัดเลยอย่าให้อาการอย่างนั้นเกิดนี่เรียกว่ามันทิ้งช่วงที่นี้พิไลที่ชัดเจนมันทำไมอยู่ทำไมโง่เง่าแงอยู่ทำไมหาเรียกว่าปาร์ตี้เทวดาการเนี่ยมันถ้ามันมีมันก็ยังมีมาโดยที่เราไม่รู้ด้วยปัญญาต้องรู้ด้วยปัญญาว่าไม่ต้องมีมานานแล้วก็ใช้อำนาจที่เราจะต้องปราบมันด้วยฤทธิ์แรงที่เรามีทำบ่อยๆทำบ่อยๆแล้วเกิดปัญญาปัญญานี่เป็นตัวถอนกำลังตัวใหญ่เลยเป็นปัญญาผลหรือปัญญาพละตัวสุดท้ายเกิดความรู้ความเห็นความแจ้งความซาบ ซึ้งใจเพราะเวลาคุณเกิดสัมมาทิฏฐิก็คือคุณวิจัยมีปัญญาผลแล้วอยู่ใน 6 ตัวที่ว่าสัมมาทิฏฐิแล้วเกิดธรรมวิจัยจิตใจก็คือเทียบเคียงมีธรรมะที่แยกออกมีวิตกวิจารแยกตัวพฤติกรรมที่มันไม่มีกับที่มีออกชัดว่าอะไรดีคุณเห็นด้วยปัญญาซ้อนลงไปซ่อนลงไปในธรรมวิจิตรไม่ใช่แค่ทำมาวิจัยด้วยเหตุผลเท่านั้นนะฟังให้ดีนะนี่ไม่ใช่ทำมาวิจัยด้วยเหตุผลแต่วิจัยโดยเอาของจริงมาเทียบกันโดยขอบคุณที่คุณเองมีอารมณ์ที่มีความง่วงนั้นกลับมีอารมณ์ที่ความง่วงนั้นหมดไปตอบอันไหนมันสบาย ตื่นสบายกว่าอธิบายซ้อนมาหมดแล้วว่าถ้าคุณนอนไม่พอจริงๆมันเปรี้ยมันเพลียแหมมันจะต้องเอาอีกมันได้นอนน้อยจริงๆหรือนอนชั่วโมงเดียวหรือว่าทำงานหนักเหลือเกินนี่มันต้องควรพักนั่นก็อีกเรื่องหนึ่งมันอาจจะสู้ไม่ได้แต่นี่แล้วก็เทียบเคียงกับคนอื่นเขาแล้วโอ้ยไอ้เราก็บางทีตัวใหญ่ตัวโตกว่าเขาพลังงานก็ว่าแน่กว่าเขาบางทีก็ว่าฉันเป็นแมนนะเป็นผู้ชายแต่ผู้หญิงเขายังทรงได้ผู้ชายขี้หมาอะไรต้องสู้ไม่ได้อะไรอย่างนี้เป็นต้นมันไม่รู้กี่อย่างก็อธิบายแล้วก็เราเวลานอนเราก็บางทีก็มากกับเขาซะด้วยงานการ เห็นทำอะไรมากหนักกว่าเขาอะไรงี้สู้พระพุทธเจ้าได้ไหมสอน 20 ชั่วโมงแล้วนอน 4 ชั่วโมงแล้วยังไม่แถมไม่ต้องอสัญญีด้วยไม่ต้องภักดีลงไปเลยด้วยไม่ต้องพักมากด้วยอย่างนี้เป็นต้นเทียบไปถ้าเทียบใครไม่ได้ก็พุทธานุสติระลึกตามความเป็นของพระพุทธเจ้าเป็นยอดบูชาเป็นยอดตัวอย่างหรือระลึกถึงสังขารุสติถึง 2 องค์ใดองค์หนึ่งหรือคุณของสิ่งที่ส่วนใหญ่เรียกว่าคณะก็คณะเขาไม่เป็นได้ทำไมเราไปเป็นอยู่เล่าอย่างนี้เป็นต้นหรือความหมายของธรรมะธรรมานุสติธรรมะที่ถูกต้องความหมายที่ถูกต้องความทรงสภาพที่ส่งไว้ที่ถูกต้องอะไรมันแน่ดีกว่า ปัญญาใช้วิปัสสนาธุระพร้อมกันสอดร้อยกันไปมีธรรมวิจัยธรรมวิจัยตัวนี้เป็นสภาวะธรรมไม่ใช่มีแต่เพียงภาษาพูดเท่านั้นไม่ใช่มิตรวิเคราะห์ไม่ใช่วิจัยแต่เพียงเหตุผลไม่ใช่ตรรกะวิตักกะไม่ใช่ตรรกะธรรมไม่ใช่ตรรกศาสตร์เท่านั้นไม่ใช่ความรู้ทางความหมายเท่านั้นแต่ตอนนี้ความรู้ทางความเห็นทางการเห็นความรู้ทางการเห็นไอ้เห็นตัวนี้ไม่ใช่เอาลูกกะตาสองหน่วยนี่มาเห็นไม่ใช่เอาลูกกะตา 2 ลูกนี้มาเห็นมันเป็นทิฐิมันเป็นปัดสีเห็นด้วยทัศนะวิเศษเห็นด้วยความสัมผัสรู้ด้วยญาณของตัวเองเลยว่ามีอารมณ์แล้วอารมณ์ไม่ได้ ลูกกะตาเห็นเลยมีอารมณ์นี่เป็นสภาพอารมณ์อย่างนี้อาการหรืออาการของจิตเห็นในอาการของจิตนี้เลยมันเป็นอาการอย่างไรมันเป็นอารมณ์อย่างไรเห็นก็ไปชัดๆพูดอย่างนี้ก็ยังไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะทำยังไงไม่ได้เอาลูกกะตาไปใช้ถ้าว่ากันจริงหรือคนตาบอดมาฟังนี่ยังจะรู้เรื่องเลยแม้พวกคุณนี่ทะลวงตาซะก่อนดีไหมจะได้บอกเออนี่สอนคนตาบอดนะไม่ต้องสอนคนตามีลูกกะตาเพราะว่าไม่ต้องใช้ลูกกะตาเห็นตรงนี้มันเห็นเป็นปัสสีแล้วมันก็รู้อ๋อเป็นอย่างนี้ทำมาวิจัยตัวนี้จึงไม่ใช่ตัวเอามาคิดลึกเท่านั้นแต่ กำลังทำขณะนี้ถ้าคุณเป็นอยู่ก็กำลังพักซ้อมอยู่ไปในตัวเลยเออจริงอารมณ์นี้อารมณ์อันนี้ออกไปแล้วอารมณ์นี้เป็นอย่างนี้อยู่ตอนนี้ตื่นๆอิจฉาคิยะตื่นไอ้ตอนนี้ไม่ตื่นด้วยมาอีกแล้วไอ้เงาๆนี่มาอีกแล้วไอ้เหมียวๆนี่มาอีกแล้วแหม่วิ่งเลยนี่ทำรูปให้ดูแต่ไม่รู้คุณจะเอาอะไรไปเปลี่ยนก็ช่างคุณเถอะเทคนิคเอ้าเอามันออกไปอาการอันนี้อยู่ในจิตเอามันออกไปอารมณ์ลักษณะอย่างนี้ต่างกับอารมณ์ที่ปราศจากถ้าอารมณ์ปราศจากนิวดีกว่าเอาอารมณ์ปราศจากเข้ามาแทนที่อารมณ์ที่มีอย่างนี้เปลี่ยนออกไปและกรรมวิธีของใครของมันทีนี้บอกแล้วว่าติดที่วิธีอย่างนี้แหละของใครตามจับวิธีให้ดูด้วยเออวิธี วิธีนี้ได้คล่องแคล่ววิธีนี้ได้ชะงักชะงักผลดีคุณก็จำเอามีหลากหลายวิธีคุณมาขบวนท่าคุณใช้กระบวนท่าเดียวก็ไม่สำเร็จหรอกจริงๆนะขบวนท่าเดียวก็ไม่สำเร็จไอ้เจ้านี่ก็เหมือนกันหลายๆขบวนท่าเลยมาขบวนท่านี้เล่นลูกแปลมาขบวนนี้ถ้าเล่นลูกเข่ามาขบวนนี้เล่นลูกกรงมาขบวนนี้เล่นไม่รู้ว่าเล่นลูกศอกลูกเขาลูกทุ่งลูกกระแทกอะไรก็แล้วแต่คุณที่จะเอาให้มันกระเด็นออกไปเอาให้มันออกไปได้เร็วถ้าถึงแปลเอาอัดว่านิสสรณะนี่คือสลัดออกท่านแปลอิสระหน้าว่าสลัดออกโดยพยัญชนะก็แปลว่านี่แปลว่าไม่สรณะแปลว่าที่พึ่งไม่ต้องพึ่งมัน ไม่ต้องเอามันมาเป็นที่พึ่งฤทธิ์ศรัทธาไม่ต้องไปเอามันมาเป็นสวรรค์ไม่ต้องไปประกอบสวรรค์อันนี้ขึ้นมาไม่ต้องไม่ต้องสร้างถ้าสักสักครั้งนี่ถ้าเป็นภาษาสันสกฤตท่านว่าสาระคะชื่อฉันสร้างนี่ที่คนเขาเขียนสาระคะสรหันแล้วก็คควายตัวนี้สักพักเนี่ยเป็นภาษาบาลีเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่าสร้างอันเดียวกันน่ะแปลว่าสร้างหรือแปลว่าสวรรค์สร้างอะไรล่ะคนเราก็ต้องสร้างสวรรค์นั่นแหละเป็นยอดสร้างไอ้สิ่งที่ชอบใจพอใจไม่เอาไม่ต้องสร้างมันมาไอ้เนี่ยถ้าใจมันพอใจอยู่นั่นแหละมันยังหลงตอนนี้คุณรู้แล้วรวยจริงเลยว่าเอาออกดีกว่ามีเพราะฉะนั้นไอ้นั่นไม่ใช่สวรรค์หรอกไม่มีนี่ ฝันว่าท่องไว้ท่องไว้ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่สวรรค์นิติศาสตร์เอาออกเอาออกเอาอย่างจิตโปร่งเนี่ยจะตื่นนี่จิตไม่มีตัวนี้เนี่ยไม่มีเจ้าหน้าตัวง่วงเนี่ยเป็นสวรรค์กว่าถ้าไม่เรียกสวรรค์ก็ได้เป็นสิ่งดีกว่าเป็นอารมณ์ที่ดีกว่าเป็นอารมณ์นิพพานเป็นอารมณ์ว่าว่างจากอันนั้นถ้าคุณยังสงสัยคุณก็พิสูจน์คุณก็อ่านคุณก็ทำอารมณ์นี้เทียบเคียงดูเป็นธรรมเอาวิจัยจนคุณเกิดสัมมาทิฏฐิตัวธรรมวิจัยและสมาธิจิตเป็นตัวต่อมาคิดที่ตัวนี้แหละตัวถูกต้องตัวเห็นถูกแล้วพ้นมิจฉาทิฐิคุณเห็นครั้งหนึ่งคุณก็สมาธิอีกครั้งหนึ่งคุณเห็นตัวที่เกิดจริงเป็นจริงครั้งหนึ่งสมาธิ ครั้งหนึ่งคุณเห็นตัวจริงเป็นจริงเกิด 2 ครั้งก็สัมมาทิฏฐิ 2 ครั้งคุณสั่งสมสัมมาทิฏฐิตัวเห็นนี้ให้ได้เนืองๆเรียกว่าสมาบัติให้เกิดบ่อยๆเรียกว่าสมาติคือมันให้เข้าถึงให้เกิดอุบัติอุบัติอาการอย่างนี้ต่อเนื่องมากๆเบาบางลงทำได้ง่ายขึ้นก็เรียกว่าพ้นสักกายะทิฐิเห็นแล้วว่าไอ้ตัวการสักกายะไอ้ตัวการตัวนี้ของเราเนี่ยมันเบาบางมันพ้นออกไปเรียกว่าพ้นทุกข์เห็นทีใดเป็นทุกข์ว่ามันยังมีมันยังเกิดมันยังเป็นเหตุแห่งทุกข์มันยังเป็นตัวทุกข์แท้ๆนั่นคุณกำลังรู้อริยสัจอยู่พอคนทำให้ นางคลายลงไปจังใครลงไปตามเห็นความจางคลายเป็นเวลาคานอุปศรีเอ้ยไม่เที่ยงนั้นรู้แล้วว่ามันไม่เที่ยงแน่คุณแน่ใจว่ามันจะอยู่อย่างนี้กับคุณตลอดนิรันดร์ไหมไม่อยู่ถ้าเรามีความสามารถถ้าเราเอากับมันจริงใช่ไหมวิธีการมีใช่ไหมแล้วก็ลองทำดูแล้วว่าทำได้มันลดได้มันไม่ใช่มันลดไม่ได้ตีไม่แตกไม่จริงตีแตกใช่ไหมมีผลมิจฉาทิฏฐิชัดแจ้งในความเป็นอนิจจังไม่เที่ยงมันไม่แน่นอนมันไม่จริงมันเป็นมายามันเป็นตัวหลอกตีได้ฆ่าได้ลดได้ละได้มันมันยังอยู่ที่เรานี่นิรันไม่ได้มันมาจริงมัดจำมันไม่เก่งไม่ได้ถ้ายังสงสัยในความข้อนี้ว่ามันเป็นอนิจจังแน่แท้ อนิจจังปรมัตถ์นะไม่ใช่คุณเป็นอนิจจังบอกโอ้ยไม่เที่ยงเดี๋ยวเดินออกไปรถชนตายไอ้นี่มันรูปไอ้นี่มันเรื่องหยาบแต่ตอนนี้มันอนิจจังของจิตเจตสิกรูปนิพพานอนิจจังของปรมัตถธรรมอนิจจังของสิ่งที่เป็นอภิธรรมไม่ใช่เป็นหยาบๆทำไอ้ธรรมะหยาบๆอย่างนั้นไม่ต้องไม่มีปัญหาอะไรโอ้ยไม่เที่ยงนี่ดูสิหนุ่มๆก็ตายไปแม้มันควรจะอายุมากๆจึงจะตายไอ้นี่มันอนิจจังรูปไปทำอนิจจังหยาบๆแต่นี่เป็นตัวอนิจจังอันนี้จะทำที่เป็นตัวสูงตัวละเอียดตัวปรมัตถ์ตัวอภิธรรมจริงๆจิตนะอภิธรรมจิตจิตตัวนี้มันเปลี่ยนได้ไม่เที่ยงไม่มั่นคงไม่ ยืนอยู่อย่างเก่าถ้าไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นลักษณะอื่นอาการอื่นได้นี่เป็นการเห็นแล้วคุณเห็นของคุณด้วยสภาพแน่ใจว่าในนี้จะได้ลองหมดแล้วล่ะเคยเห็นมันแล้วอนิจจังคงพ้นมิจฉาทิฐิแล้วล่ะเกิดศรัทธาที่แน่ใจเชื่อมั่นว่าอ่อมันเอาออกได้แต่ขนาดนั้นคุณก็ยังไม่เก่งอยู่ในรอบของผู้เป็นเริ่มต้นก็เป็นโสดาบันที่เริ่มตรงไหนก็มาสู่สภาพ 1 มิจฉาทิฐิคุณพ้นมาด้วยเห็นอนิจจังแล้วชัดเจนด้วยผัสสะเองนะต้องมีผัสสะเป็นปัจจัยนะบอกแล้วแม้แต่คนมิจฉาทิฐิก็เป็นผัสสะเป็นปัจจัยผัสสะในใจของคุณมีอะไรขนาดนี้เราสอนปรมัตถ์และคุณก็รู้ตัวนั้นแล้วคุณก็เชื่อแล้วล่ะแต่ ซ่อมสมาบัติไม่พอซักซ้อมจนกระทั่งมันลดจางคลายได้มากพ้นทุกข์ตอนนั้นพ้นอนิจจังตอนนี้พ้นทุกข์ขังพ้นทุกข์ขังคืออะไรพ้นทุกข์ขังคือคุณสักกายะตัวการใหญ่ที่มันเป็นมากเป็นบ่อยเนี่ยเป็นมากเป็นบ่อยก็ทุกข์มากทุกข์บ่อยเป็นน้อยลงจางคลายได้เกิดที่ราคาลูกปัดสีตามเห็นความจางคลายลดลงเบาลงเบาลงทุกข์ก็ลดลงตัวเหตุที่มันเคยแข่งกับเราเราก็ชักเก่งกับมันมากขึ้นดับเหตุมีอิทธิวิธีกระทำให้มันจางคลายได้ให้มันพราวไปได้ตัวการมี 100% นี่ตอนนี้ลดลงกว่า 50 ลดลงกว่า 60 เรียกว่าตัวการ โปร่งเห็นตัวการเล็กลงหินสักกายะเล็กลงเห็นศักยะเบาบางลงไปแต่ยังไม่หมดนะยังเป็นสภาวะยังเป็นผลแก่ขันยังดีแก่ขันของตนแก่ชีวิตของตนแก่รูปนามขันธ์ 5 ของตนเออดีนะเวทนาเราก็ค่อยจะเข้ามาสู่สุขเวทนาบ้างสุขเพราะรถสุขเพราะสุขเพราะละนะสุดเพราะสุขเพราะเบาบางเพราะบุคคลเพราะไอ้ความเป็นกิเลสอันนี้โดยเฉพาะเรากำลังตั้งสมมติฐานว่าคือตัวง่วงเพราะไอ้ตัวโง่นี่ถูกเราแก้ไขได้เก่งขึ้นมันเบาบางลงไปเป็นเวลาทานอุปสรรคสีมันเป็นบุญแห่งเราเราได้ชำระมันมันเป็นบุญแห่งตน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ที่ติดแบ่งออกเป็น 2 1 เป็นสาวสะวะ 2 เป็นอนาคตตอนนี้กำลังอยู่ในขนาดที่กำลังเป็นสาธารณะอยู่เป็นส่วนแห่งบุญคือบุญคือเป็นส่วนที่มันได้ชำระเบาบางลงคุณจะพ้นสักกายทิฏฐิก็เพราะคุณทำได้ควรจะเป็นคนสอบได้ตัวการนี่ชักเราสามารถมากกว่ามันเล่นงานเรามากนี่แหละคือการเข้าสู่โสดาปฏิญาณพระโสดามักโสดาผลถ้ามักมีทางปฏิบัติของคุณสูงขึ้นเป็นมรรคที่ยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นเท่าไรเท่าไรทางเดินของคุณยิ่งใกล้เข้าไปมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งเข้าหาผลที่แท้จริงเท่านั้นสอบจะเต็มร้อยขึ้นมาเรื่อยๆๆสักกายะก็ลดลงลดลงลดลงจริงๆฟังดีๆชัดๆไอ้ ตนที่มันมีก็คือตัวของกิเลสหรือตัวความเก่งทางความเลวให้กับเรานี่มันลงไปจริงๆมันพร่องลงมันน้อยลงมันตัวใหญ่มันก็เป็นตัวน้อยลงตัวน้อยลงจนอยู่ในขีดนึงถ้าจะว่ากันจริงแล้วเราก็ควรจะตัดรอบว่าอาจจะสอบไล่ว่าเราเป็นโสดาบันก็ควรจะ 50 เราลดตัวการนี้ลงไปได้ถึง 50 เอาเป็นโสดาบันแต่ยังไว้ใจไม่ได้สกิทาลดความต้องการใครอยากกามมาฉันจะพยาบาทตอนนี้ลงไปอีกทิศทางขาลงไปเป็น 60% เป็น 75% ถ้า 75% ก็ควรจะเป็นสกิทาเรียกว่ารถลงไปได้ชัดเจนและย่อยลงมาได้มาแล้วได้ดีมาก เสียยังเหลืออยู่ 25%
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive