250527-3-211 ทางเอกภาค3-ตอน211(11ส.ค.2519-หน้า394)-พ่อท่าน-แดนอโศก-NONE.txt
เนื้อหาในไฟล์
บ่ายวันที่ 11 สิงหาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระพุทธที่รักอบรมธรรมะณพุทธสถานแดนอโศกเป่าได้อธิบายการติดต่อมาถึงแยกแยะมาถึงลักษณะของการต่อศาสนาอิสลามคือเรื่องบรรยายเข้ามาหาเรื่องที่หาเรื่องการพิเศษสรุป ประสิทธิเวชจิตเวชอะไรลงไปอีกแล้วก็ดูฐานรู้ว่าฐานที่มีแล้วไม่มีแล้วของตนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นถ้าไปยืนยันว่าศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาที่มีปาฏิหาริย์ที่ใช้อนุศาสนีปาฏิหาริย์อเมริกาสอนการกล่าวการแสดงบัญญัติทำอย่างนี้ทำอย่างนั้นแล้วก็ทำได้เป็นผลสำเร็จจริงคือรักชั่วคนดีที่จริงมันเป็นปาฏิหารของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นบริหารของศาสนาพุทธ แล้วมันก็ได้เบี้ยวๆเบี้ยวๆออกไปเนื่องจากบุคคลที่สอนไม่ตรงบางคนก็รู้ด้วยภาษาเสร็จแล้วก็กระทำไม่ได้จริงก็พูดเข้าไปอีกอย่างหนึ่งทำไปอีกอย่างนึงหาก็เป็นเหตุให้ศาสนามันเพี้ยนเพราะว่าคนรู้จักมันอยากจะเกิดกลายเป็นของไม่ถูกฝาถูกตัวอย่างหนึ่งฝาอย่างนึงมันก็เลยกลายเป็นของอีกอย่างนึงขึ้นมาแล้วก็ใช้ไม่ได้ถ้าคนพวกนี้บางทีรู้ตัวทำอย่าง พูดอย่างนึงนะรู้ตัวเพราะฉะนั้นพอเราจี้หรือว่าใครจี้จุดจริงเขาบ้างก็หาว่าเขาส่อเสียดหาว่าเขาก็ทุกข์พูดกระทบยกตนข่มบ่ได้ไปเพราะว่าเสียงไม่ออกหน้าที่เรียกว่ายกตนข่มอะไรก็อย่างนี้ก็เป็นเชิงเป็นภาษาที่เขากันถ้าเอาไว้ไม่ให้พูดไม่ให้ทวงจริงถึงสิ่งที่เขาผิดกันอยู่มันก็กลายเป็นว่าบางทีก็กลายเป็นการป้องกันเพราะฉะนั้นเราจะต้องดูให้ดีเราเองเราไม่มีจิตลามกส่อเสียดเราหมายจะให้ทะเลาะเบาะแว้งกันหรือ สเสือที่มาให้ทะเลาะเบาะแว้งกันหาให้แตกแยกให้เป็นการทำลายแต่ถ้าเราไม่มีอย่างนั้นแล้วเราก็มันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็สำคัญเราไปพูดกระทบโดยที่เรียกว่าไปกระทบเอายังตรงๆจังๆหรือว่าไปถูกตัวถูกตนบุคคลอะไรขึ้นมาอย่างนั้นก็พยายามเลี่ยงพยายามอย่าไปพูดกระทบอย่างนั้นไม่ดีแต่เราแสดง
อ่านต่อ
ธรรมนั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วเราย่อมแสดงธรรมดำทำขาวเป็นธรรมดาที่ทำตามที่ทำข่าวก็ชี้พยายามยกแต่ทำแล้วก็อย่าให้มันมากเกินไปถ้าเกิดว่ายกทำที่เรามีมากเกินไปมัน กลายเป็นว่าเราไปยกตนข่มท่านจึงได้รับทำได้โดยบริสุทธิ์ด้วยศีลแต่วินัยเมื่อเรามีสูสีที่ทำได้โดยบริบูรณ์ในส่วนตนเองแล้วดีแล้วแต่เราก็ไม่ขอบคุณผู้อื่นด้วยศีลที่เราได้เรามีนั้นก็เป็นความอยู่ผาเป็นธรรมะอันเป็นอยู่อย่างผาสุกแห่งความเป็นหมู่ให้เกิดทะเลาะเบาะแว้งกันหาดังพระสูตรที่ว่าจะตัดไว้แม้เราจะทำได้แล้วก็ดีนะเมื่อภิกษุใดผู้ใดสมบูรณ์ด้วยศีลด้วยตนเองแล้วไม่กล่าวของผู้อื่นในชีวิตอันยิ่งตนเองได้ก็ดีแล้วล่ะ ปฏิเสธมี 4 อันยิ่งแล้วก็ไม่กล่าวของผู้อื่นอยู่อย่างนี้ก็เป็นอยู่ผาสุขดีตอนนั้นเราต้องพยายามระมัดระวังเราจะไปคิดอวดอ้างหรือว่าข่มขู่ผู้อื่นแม้เราจะได้จะมีก็พยายามแสดงให้เป็นจังหวะตะโกนอย่าไปดูเป็นเชิงที่ข่มกันมากทีนี้พูดที่ป้องกันตนเองโดยที่ไม่ยอมรับผิดนี่ก็หาทางกันถ้าเอาไว้ด้วยเรตๆต่างๆโดยวิธีพูดหาว่าผู้กล่าวทำนั้นสอบเสร็จเอาที่ตัวกระบะกระทบคนบ้าหรือว่ายกตนหาว่าเขายกตนข่มตัว สังคมเราบ้าอะไรเนี่ยโดยที่เขาพูดเพลงโทษนั้นน่ะจะไม่เข้าใจเลยว่าเพราะจะต้องชี้ทำดำชี้ทำขาวสู่ผู้คนที่ไม่รู้ให้รู้คิดผิดให้รู้ผิดชี้ถูกให้รู้ถูกแล้วเขาจะไม่รู้เลยว่าผู้แสดงธรรมโดยปราศจากจิตโรคปราศจากโกรธไม่มุ่งร้ายไม่มีจิตเป็นมารแต่อย่างใดเลยเรียกว่าอย่ามายาวีเสร็จก็ทำปกติขั้นไหนแล้วจะมีในโลกนี้ด้วยหรือไม่ก็เห็นว่าชี้ผิดเพราะปู่ย่าตาทวดก็ ทำกันมาอย่างนี้อย่างนี้อาจารย์ปาจารย์เก่าๆก็พากันทำกันมาอย่างนี้อย่างนี้ว่ากันไปเลยแล้วก็มีอยู่ก็แก้ตัวไปด้วยเรตๆต่างๆมีต้นอังกาบหนูนี่แหละกายหนักคือกรณีที่บอกว่าเออนี่ปู่ย่าตาทวดอาจารย์อาจารย์ก็แก่ๆแล้วก็ทำกันมาอย่างเงี้ยกรณีหลังนี้แหละร้ายนักเพราะอาจารย์เก่าที่ว่าเนี่ยเขาหมายถึงก็ไม่ใช่เก่าจริงไม่ใช่เก่าที่เป็นสมัยพระพุทธเจ้าไม่ใช่เก่าอย่างนั้นตอนสมัยพระพุทธเจ้าหรือว่าจากพระพุทธเจ้าเป็นต้นรากมาแล้วก็พระอรหันต์เจ้า ที่รู้แจ้งเห็นจริงเปล่าหรือว่าทำตามธรรมเนียมกันมาก็ไม่ใช่เก่าเป็นเก่ารุ่นใหม่เพื่อนเก่าซึ่งมันทีหลังทีหลังนี่แหละมาประดิษฐ์คิดประดอยอะไรก็ขึ้นมาเองกลายเป็นวิวัฒนาการด้วยซ้ำไปแล้วเราก็มาหลงยึดถือทำตามๆกันมาเอาว่าเป็นธรรมเนียมมาเป็นจารีตประเพณีของเราเอาแค่นี้ก็มีเราไม่ใช่เก่ารุ่นเก่าจริงเป็นเก่ารุ่นใหม่ที่ได้ช่วยช่วยกันคอยๆเบี้ยวบาลีไปเรื่อยๆจนนานเข้าก็แปลบาลีเบี้ยวหรือบางทีจนกระทั่งกลับกันไปหมดแต่นามเป็นรูปหมาเอารูปเป็นนามเต็มไปหมด จะจิตวิญญาณนี่ก็ไปอธิบายเป็นรูปอยู่นอกตัวเราร่างอย่างนั้นทรงอย่างนี้สีอย่างโน้นอะไรให้เปรอะไปหมดซึ่งแท้จริงมันเป็นน้ำจิตวิญญาณมันเป็นน้ำก็ไม่เข้าใจความหมายบาลีว่าเป็นน้ำก็ไม่ใช่ไม่เข้าใจความหมายคำว่าน้ำความหมายคำว่าอย่างไรน้ำหมายความว่าความรู้สึกความรับรู้หรือจิตวิญญาณจิตวิญญาณมันเป็นความรับรู้มันไม่ใช่ภาพถูกเห็นหรือถูกรับไม่ใช่เสียงไม่ใช่รูปไม่ใช่กลิ่นไม่ใช่ลมไม่ใช่อากาศ หรือไม่ใช่ดินธาตุน้ำธาตุอะไรทั้งนั้นน่ะนามนามไม่ใช่อย่างนั้นนามเป็นความรับรู้หรือวิญญาณโดยเฉพาะจิตวิญญาณในธาตุรู้เราใช้ภาษาไทยว่าธาตุรู้ทาสรับรู้สึกแต่เราไปบอกว่าไอ้ตัวโน้นเป็นทาสรับรู้มันก็ผิดตามรูปมันก็ผิดรูปนามในตัวที่เราจะเป็นรูปเป็นนามเรารู้รูปรู้นามที่ตัวเราผิดไปมันเป็นสภาพรู้เป็นการรู้ที่อยู่ในผู้ใดก็ของผู้นั้นจะไปมีตัวมีสีมีสรีระกันได้ยังไงมันก็ค้างพระพุทธเจ้าดัง พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาที่จะขาดปริยัติหรือขาดปฏิบัติไม่ได้ศาสนาพุทธเพราะว่าละเอียดละออมันจะขาดปริยัติศึกษาปฏิบัติก็เบี้ยวกันไปหมดไม่ได้โดยเฉพาะพระหรือผู้ปฏิบัติธรรมแท้จริงในตัวผู้นั้นต้องมีให้พร้อมทั้งปริยัติและปฏิบัติต้องเรียนต้องรู้ให้แจ้งบรรลุให้ถึงพระปริยัติทั้งปฏิบัติให้เกิดผลแท้ลงกันให้ตรงกันให้ช่วยกันส่งเสริมกันและกันให้จริงให้มันรู้ให้มันตรงให้มันเห็นแจ้งถ้าดังนี้คือปฏิเวชปริยัติกับปฏิบัติที่ช่วยกันทำเข้าพิสูจน์ เสียงแล้วเป็นปฏิเวธเป็นคนเป็นการแทงรอบขึ้นมาหรือคือการเกิดผลที่ภาษาบาลีเรียกกันเต็มๆชัดๆว่าภาวนาเป็นผลบาลีเรียกว่าภาวนาอะไรแม้แต่คำว่าภาวนานี้ก็เถอะที่พูดที่ถูกที่แท้แต่เดิมมันหมายความว่าการมีสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นปรากฏหรือเกิดขึ้นมาจริงๆแล้วนี่ภาวนาวงเล็บสภาพจริงตามนั้นยืนยันทฤษฎีนั้นเป็นสภาพความสภาพจริงตามนั้นยืนยันทฤษฎีนั้นนี่เรียกว่าภาวนาหรือผลปรากฏและปฏิวัติคือบอกเวทะมันก็หมายความว่าทวนแล้วทวนเล่าทั้งทำทั้ง พิจารณาตรวจสอบแก้ไขไตร่ตรองให้เกิดเพื่อให้มีจริงๆให้ตรงวงเล็บถูกกับปริยัติให้ตรงหรือมีปริญญามาแล้วก็ให้ตรงให้ถูกกับปฏิบัติแทนดูแล้วเจาะดูแล้วแทงดูอีกเจาะดูอีกให้ลงขวาลงตัวกันแท้ๆนั่นเองรู้ก็อาจเป็นสมาธิรู้ก็ให้ถึงสมาชิกให้ได้เกิดผลก็ให้เป็นสัมมาสมาธิเกิดผลก็ให้ถึงสมาธิได้ถึงขั้นเก่งจริงๆเป็นอิทธิพลอิทธิพลก็มีอิทธิปาฏิหาริย์แต่อิทธิปาฏิหาริย์ พระพุทธนั้นคือเก่งในการมีนิพพานได้จริงๆมีมรรคมีผลกันแท้ๆถ้าไม่ใช่อิทธิทางเดรัจฉานวิชาดอกนะเพราะมันตรงกับคำสอนว่ามันเบามันว่าพ้นภาระเย็นสันตะที่เป็นผลเป็นสุญญตาแต่ฉันจะเย็นคนภาระเบาว่าง่ายมันเป็นอย่างนั้นเป็นผลมันลงตัว 18 ที่มันลงตัวกับคำสอนที่ยืนยันว่ามันเบาว่าอะไรอนุสาสนีปาฏิหาริย์แต่จิตที่ปาฏิหาริย์มาสอนมันเก่งเก่งที่มันทำได้มันทำได้จริงๆผู้ที่เรียนมาตามปริยัติก็ถูกกับ ถามว่าไปปฏิบัติถูกให้ตรงถูกกับปริยัติหรือปฏิบัติถูกกับปริยัติหรือกับหรือปฏิบัติกดตรงหรือปฏิบัติก็ตรงลงการคนที่เรียนรู้ปริญญามาก็ถูกกับปริยัติหรือคนที่เรียนปริยัติมาก็มาปฏิบัติก็ตรงรวมกัน ถามว่าเป็นสภาพเก่งแต่มีอิทธิปาฏิหาริย์แท้ๆเก่งจริงในการมีนิพพานได้จริงมีมากมีผลกันแท้ไม่ใช่อิทธิปาฏิหาริย์แบบที่เป็นเดรัจฉานวิชาทั้งหลายที่เข้าใจไปโน่นอ้าวแล้วบอกว่ากิเลสหมดจิตหมดโรคเพราะโทรศัพท์หมดรู้ทุกข์รู้สุขรถทุกข์รถสุขจริงๆเป็นตัวทุกข์ไม่ใช่เป็นตัวเป็นตัวเก่งแบบร่องรอยของคนเดินน้ำดำดินดักใจแทงใจทายโน่นเล่นแร่แปรธาตุอะไรไม่ใช่มันเป็นสภาพให้รู้ทุกข์รู้สุขไม่รู้จิตที่มันเบาง่ายไม่ต้องเป็นสุขแบบโลกโลกคือสุขแบบบำบัดแต่เป็นสุขเพราะว่าเมื่อก่อนไม่ลำบากมันก็สุขวันศุกร์อยู่อย่าง มาติดกันเพราะฉะนั้นมันทำได้ถูกตรงตามประสายืนยันที่เราเคยได้ยินหรือมีสภาพที่ลงตัวกันปริยัติปฏิบัติตรงตัวกันตรงกันตรวจสอบกันแล้วตรงกันหมดเรียกว่าอนุสาสนีปาฏิหาริย์และได้สัมผัสได้รู้อยู่เห็นอยู่อยากดูรู้ได้ที่ใจของตนนี่เองแท้ๆชัดๆเลยว่าเทศนาปาฏิหาริย์พระเทศนาปาฏิหาริย์พระเจ้าเป็นดักดูใจคนนั้นอยากดูใจคนนี้อยากรู้ใจคนโน้นไม่ใช่รู้ใจตัวเองใจที่เป็นสัตว์มหัศจรรย์นักวิจัยตนเองนี่รู้ว่าเป็น สะพานนครที่เป็นสัตว์เทวดานี่เป็นพรหมศักดิ์รู้ชัดว่านี่เรียกว่าสัตว์หรือเรียกว่าเป็นบุคลากรแล้วบุคคลแล้วมันสูงกษัตริย์บุคคลที่สูงกว่าสัตว์อ้าวเป็นบุคคลขึ้นมาแล้วไม้เอาว่าแต่ก่อนนี้เราเป็นบุคคลขั้นนี้ไปเสียค่าบุคคลตอนนี้เป็นบุคคลแต่ก่อนเป็นบุคคลขั้นบุคคลตอนนี้เป็นสีขาวบุคคลขึ้นมาแล้วอริยบุคคลจนเป็นอาหารสมุนไพรหรือว่าเป็นบุคคลเลยก็แล้วแต่แล้วเขาจะต้องรู้ นอกจากสิ่งที่นอกจากอันนั้นนอกจากอันนั้นเรียกว่าต่างกันอยากดูรู้ที่ใจตัวดักดูรู้จิตเจตสิกรูปนิพพานมันจะไปดักดูรู้ที่อื่นแต่อยากรู้รู้สิ่งที่ถูกรู้คือจิตของเรานี่แหละถูกรู้อยากดูรู้แท้ว่าอันนั้นอันนั้นมันต่างกันอย่างนั้นไม่ใช่อันนี้อันนี้ไม่ใช่อันนี้มันรู้จริงๆอย่างนี้เรียกว่าอาชีพสนามปาฏิหาริย์แกจะไปเข้าใจเราไปดับดูคนอื่นอะไรอย่างเงี้ยอันนั้นเป็นเดรัจฉานวิชาแม้เราได้แล้วเป็นสีขาวบุคคลไปแล้วเป็น พระอริยะชั้นสุดปลายสุดบริบูรณ์แล้วถ้าเราจะไปช่วยได้รู้ของคนอื่นอีกมันก็ไม่ใช่ของประหลาดอะไรหรอกทีนี้มันก็เป็นชะระภิญโญหรือเป็นปฏิสัมภิทาญาณมันไม่ประหลาดดังนั้นภาวนาคำว่าพรานจึงมีความหมายนัยยะเดียวกันกับบริกรรมคือมาจากคำบาลีว่าปริบวกกัมมะซึ่งหมายความว่าได้กระทำกันจนมีผลรอบทั่วหมายความว่างั้นแต่กระทำกันจนมีผลรอบๆธรรมอันเป็นความจบแห่งบทกรรมฐาน แต่ละฐานแต่ละฐานไปบริกรรมคดีภาวนาก็เหมือนกันแต่ทุกวันนี้ทั้งภาวนาทั้งบริกรรมก็ถูกเบี้ยวบาลีไปหมายเอาว่าท่องบนบ้างหรือไม่ก็กำลังจะทำพิธีปฏิบัติอยู่ไอ้หมาเอาไปติดภาวนาก็ตามบริกรรมก็ตามเป็นหมายเริ่มต้นเรียนได้แค่ปริญญาด้วยกำลังท่องบทอ่านจำหรือไม่ก็ไปหมายเอาว่ากำลังทำกำลังเริ่มปฏิบัติอยู่ซึ่งมันเพี้ยนความจริงไปแล้วที่จริงบาลีก็ไม่ได้หมายความว่างั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเริ่มไปหมดแล้วเดี๋ยวนี้มันกลับหัวไปหาหมดซึ่งเพี้ยนความจริงไปแล้วทั้งท่องบท วอลเลย์บอลได้แค่บทการกระทำทางปริยัติทางตามนัยยะอันหลังก็ได้แค่บทการกระทำทางปฏิบัติคือที่กำลังกระทำพิธีปฏิบัติอยู่นั้นก็เอาภาวนาด้วยบริการแท้จริงแล้วทั้งภาวนาทั้งบริกรรมมันหมายถึงปฏิเวธเขาบอกว่านาก็บริการมันหมายถึงปฏิเวธหมายถึงผลเกิดหมายถึงตัวบรรลุผลมิใช่เอาแค่ยังเป็นเพียงบทการกระทำอยู่เท่านั้นไม่แต่มันหมายถึงผลที่สุดของปริยัติกับปฏิบัติภาวนาหมายถึงผลที่สุดจนเกิดสภาพจริงตามนั้นยืนยันทฤษฎีนั้นเป็นความครบรอบเป็นความ เป็นความถ้วนทั่วจริงมิใช่ยังกำลังกระทำอยู่หรือเพียงแค่กำลังเรียนทฤษฎีท่องบทสวดกรรมไม่ใช่ไม่ใช่กำลังกระทำอยู่หรือเพียงแค่กำลังเรียนทฤษฎีหรือท่องบทสวดกรรมไม่ใช่แค่นั้นคำว่าภาวนาหรือคำว่าบริกรรมนี่มันกลับไปหมดแล้วเดี๋ยวนี้เราไม่เคยได้ยินทั้งนั้นน่ะเธอเรียนมาก็บอกอ้าวภาวนาเกินทำหรือไม่ก็ในกำลังภาวนาอะไรกำลังท่องมนต์แค่นั้นแหละว่าภาวนาแล้วอันนี้บริการมันเป็นอันสุดท้ายมันเป็นผลขั้นปลายมันเป็นตัวเกิดขั้นปลายภา ทำอนามัยสีลมัยก็เกิดมาเป็นภาวนามัยผลของทหารที่บริบูรณ์แล้วนั่นแหละเป็นตัวเป็นตนนั่นแหละเรียกว่าภาวนาใหม่ล่าสุดจะไม่ปัญญามันก็มาเป็นภาวนาปัญญารู้มาก่อนแล้วก็มาคิดเห็นทบทวนจนกระทั่งเกิดผลเห็นจริงแจ้งชัดก็เป็นภาวนาระยะปัญญามันไม่ได้หมายความว่าภาวนามันเป็นตัวตนอย่างนี้เป็นต้นมีทัศนาสังวรอธิบาย ภาวินโมทนาถึงจะเป็นภาวนามันเป็นผลที่กระทำมาจนกระทั่งครบรอบรอบจนกระทั่งทวนผลสุดท้ายเป็นภาวนาเดี๋ยวนี้ภาวนาจึงเป็นภาวะแล้วเป็นสภาวะเป็นภาระภาวนาเป็นปัจจัยสภาวะก็เป็นอุปสรรคนี่มันเติมหน้าพระภาวนามาเติมหลังนะนายหรือภาวรรณมันเป็นสภาพเกิดจิตตภาวันหมายความว่าเกิดจิตแล้วมีผลแห่งจิตแล้วเรียกว่าจิตตภาวันไม่ใช่เรื่องไม่ใช่เรื่องภาวนาไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกิดเป็นและเป็นภาวะแล้วสภาวะใช้ อุปสรรคถ้าภาวะนะหรือภาวดีภาวะตะมันเป็นเรื่องของปัจจัยเสริมไม่มีสิ่งนี้เน้นให้มันเห็นชัดบางทีก็เน้นเป็นแค่สิทธิเพศบางทีก็เล่นเป็นบุรุษเพศอะไรแล้วแต่สมหมายความว่าพึ่งหยุดเถอะเพราะทำเพิ่มได้อย่างอ่อนเรียกว่าอิทธิพลทำเพิ่มได้อย่างแข็งกล้าเลยว่าบุรุษเพศสภาพแสดงถึงตัวความมีความเป็นความบอกขนาดและเป็นความบรรลุด้วยตัวจริงแล้วมันเป็นความเป็นความถึงแต่ไม่เข้าใจด้วยเหตุนี้เองผู้ประพันธ์ต้องเข้าใจวิเวกแท้เป็นสัมมา จึงจะบรรลุวิเวกได้ครบพร้อมกายวิเวกวจีวิเวกและจิตวิเวกโดยเฉพาะต้องให้เป็นจิตต้องให้เป็นจิตวิเวกเป็นที่สุดให้ไปปรกติให้ได้ถึงจะบริบูรณ์ด้วยบริษัทต่อนิดนึงเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดเหตุที่ทำให้เกิดอีกเหตุที่ทำให้เกิดมีที่แปลว่ากินแล้วโดยตรงก็ได้คือตัวที่พาเกิดเหตุที่ทำให้เกิด เฮาก็บ่มีวิศวกรรม 18 ได้เฉพาะอุปธิอุปธิวิเวกก็หมายความว่าพฤติกรรมที่มันหมดสงบทวีปแปลว่าสงบก็สงบเหตุที่เกิดเหตุทำให้เกิดเนี่ยสงบเหตุที่ทำให้เกิดอีกนั้นมันสงบแล้วอุบัติเหตุมีคำว่าวิเวกตามหรือเรียกว่าสงบจากเหตุที่ทำให้เกิดหรือสงบจากกิเลสวิเศษอุปธิวิเวก ใช่เหตุที่ทำให้เกิดหินเฉพาะอุปกรณ์ที่แปลว่าเหตุที่ทำให้เกิดอีกตัวอุปธิตัวเดียวนี่เอาตัววิกผมแปลว่าสงบมันหมายความว่ามันมาพร้อมมันลดน้อยลงไปแล้วมันสงบไอ้เหตุที่ทำให้เกิดอีกเนี่ยมันสงบลงไปหรือมันน้อยลงไปน้อยลงไปจนสงบจนที่เรียกเป็นดีที่สุดเป็นพฤติกรรมที่ดีที่สุดแล้วนี่แปลคำว่าอุบัติเหตุคำเดียวแปลว่าเหตุที่ทำให้เกิดดีหรือแปลว่ากิเลสสุดท้ายก็อุบัติเหตุและอธิบายมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้วมีวงเล็บบวกแต่คำว่าอุปธิแปลว่าเหตุที่ทำให้เกิดอีกจะแปลว่ากิเลส เข้ากรุงเทพฯไปไงล่ะก็อุบัติเหตุเราไม่ได้ไปแต่คำว่าอุบัติเหตุเราก็แปลมาแล้วครับเมื่อเราเข้าใจดีหมดเราต้องเข้าใจคำว่าวิเวกให้จริงซะก่อนแล้วเราก็จะเข้าใจสภาพได้หมดทุกอย่างที่มีองค์ประกอบการพิเศษจนกระทั่งไปถึงอุบัติเหตุเราก็จะเข้าใจกันทั่วตัวเพราะจิตนั่นแหละเป็นที่สุดและก็เจ็บ นั่นแหละเป็นจุดต้นเป็นประธานขอดูดีๆนะเพราะจิตนั่นแหละเป็นที่สุดเป็นปลาอะไรแล้วก็ป้าจิตนั่นแหละเป็นต้นเพราะจิตนั่นแหละเป็นที่สุดแล้วจะติดนั่นแหละเป็นจุดต้นเป็นประธานพอจบก็จบจิตนี่แหละจบบริบูรณ์จิตต้นก็เริ่มต้นเป็นประธานจะเกิดก็ที่จิตตายก็จะจิตเป็นต้นเป็นปลายอยู่ในตัวเมืองสำคัญอย่างน้อยที่สุดจิตก็จะต้องเกิดความเข้าใจหรือมีปัญญาเป็นสัมมาทิฏฐิหรือมิฉะนั้นก็ต้องทำสภาพนั้นเกิดได้เป็นได้และต้องตรงสภาพที่ถูกแท้ ตรงจริงแล้วตัวสำคัญที่สุดไอ้อื่นมันไม่ใหญ่โตอะไรเพราะงั้นถึงบอกว่าเราจะทำยังไงร่างกายเรื่องอะไรต่ออะไรจะเป็นห่วงมันเลยเรื่องโรคนอกวัดทุกอะไรจะได้มันไม่สำคัญมันไม่ใหญ่มันไม่ยอดเยี่ยมมันที่สุดๆตรงนี้ไอ้ตัวจิตเนี่ยต้นมันก็อยู่นี่ปลายมันก็อยู่นี่เป็นตัวสำคัญที่สุดจริงๆถ้าพูดจะบรรลุวิเวทสูงสุดจะเหลือเชื้อของประมาณซักถามอยู่ในจิตแม้เพียงทุเรียนละออมไม่ได้เลยหากผู้ที่จะบรรลุวิเวกสูงสุดแต่จะต้องหมดฐานประมาณไม่เหลือฐานประมาทและเรียกว่าเป็นผู้ที่มีพิเศษสูงสุดไม่มีฐาน ก็มีสติเต็มตรวจคิดตรองให้เสมอเลยวิเคราะห์ธรรมะวิจัยสิ่งใดที่ยิ่งแปลกใหม่มาก็ต้องวิจัยทันทีอันใดที่รู้แล้วเห็นแล้วไม่ต้องวิจัยมาตัดสินเลยไม่ได้เปรี้ยวรู้แล้วดีไม่ดีรู้เป็นอัตโนมัติอันใดเป็นอัตโนมัติแล้วอันนี้หวานอันนี้แปลกมาไอ้นี่มันเปลี่ยนมาแล้วมันเค็มก็วิเคราะห์ดีหรือชั่วรู้เท่านั้นเองไอ้นี่มีมาใหม่โลกสร้างมาใหม่ไอ้แดงไอ้เขียวไอ้นี่ผสมสีมาอะไรก็ไม่รู้เอออันนี้แปลกแล้วก็รู้วิเคราะห์แล้วก็สัญญาไว้จำไว้เท่านั้นเองถ้าธรรมดาแล้วอะไรที่รู้ที่อะไรแล้วมันตัดสินเป็นอัตโนมัติส่วนใหญ่เป็นจิตที่ไม่ประมาท คำว่าผู้ใดมีวิกๆสูงสุดคือไม่เหลือเชื้อประมาณซักถามอยู่ในจิตแม้เพียงธุลีใดๆและเมื่อผู้นั้นมีอย่างนั้นก็จะเข้าใจคำว่าอุทานอย่างซาบซึ้งที่สุดพร้อมกันนั้นก็จะเข้าใจแจ้งอย่างสิ้นการขายในวุฒิฐานที่เอาความหมายกันว่าหยุดพ้นแล้วพรรคแม้จะอธิบายเป็นเชิงซ้อนเข้าไปอีกในวุฒิฐานนั้นมีวรรคฐานก็ยังเข้าใจแสนเข้าใจยิ่งและจะเข้าใจไปตลอดถึงเราไม่ใช่เราหรือตัวเราไม่มีหรือไม่เห็นแก่ตัวจริงๆ เพราะมันมีแต่กรรมหนักเข้าเราก็จะรู้แม้แต่เราก็ไม่รู้ไม่รู้ว่าเป็นเราไม่ใช่เราไม่มีเราไม่เห็นแก่ตัวไม่มีตัวมันจึงไม่ได้เห็นแก่ตัวทั้งหมดตัวมันจึงไม่เห็นแก่ตัวหรือไม่มีเราแต่มันก็รู้ความจริงว่าเป็นรูปนามขันธ์ 5 เป็นธรรมดาเพราะมันมีแต่กรรมงานมันมีแต่การงานเท่านั้นเป็นตัวของมันเองตกลงไอ้นี่มันมีอะไรเป็นองค์ประกอบของตัวการงานเป็นองค์ประกอบของตัวการงานจึงเข้าใจที่สุดได้ถึงแม้ท่านทำกรรมแต่ไม่มีเกิด จะเข้าใจได้จนกระทั่งถึงที่สุดทำกรรมแต่ไม่มีเกิดเพราะไม่มีอะไรเกิดตอนนี้ทำกรรมมีแต่ตัวกรรมเพราะฉะนั้นก็มีแต่กรรมและไม่ได้เกิดมีคนเกิดไหมไม่มีคนเกิดไม่มีสัตว์บุคคลตัวตนเราเขาคือตัวเราโดยเฉพาะนี่แหละสำคัญที่สุดตัวเรามันไม่มีมันไม่เข้าไปผสมอยู่ในนั้นมันมีแต่เพียงรู้มันมีแต่เข้าใจอันนี้ควรทำอันนี้ไม่ควรทำมันมีแต่พฤติกรรมแห่งความขยะมันจะมีพฤติกรรมแห่งการพากเพียรอยู่การขยันมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆมันจะไม่สงสารเลยมันจะ เออจริงๆนะมันก็เป็นไปตามตัวของมันขี้เกียจมันก็ไม่มีมนุษย์ดีมันก็ดีมันควรจะเกิดไหมไอ้นี่มันก็ควรจะเกิดมันก็เกิดของมันไปเราก็ทำได้ก็ทำไปไม่หนักหนาเหน็ดเหนื่อยอะไรไม่เหนื่อยก็รู้เหนื่อยแต่อยู่เฉยๆมันก็อย่างนั้นถ้าเราไม่ติดเฉยว่าหยุดเรียบร้อยมันก็มีปัญหาอะไรเพราะฉะนั้นเราจะพักเราจะหยุดเราจะพ้นแล้วก็รู้ว่าความรักความสุขความหยุดความพ้นมันเป็นยังไงเราก็เข้าใจแล้วก็ทำได้แล้วด้วยเป็นฐานนะถ้าสมมติฐานเพราะฉะนั้นเราหยุดแล้วก็หยุดจากหยุดเสียคือไม่หยุดพอเราพักพอแล้วก็ไม่พักนะพักผ่อนและก็ไม่พัก นิรันดร์งานอันควรมีพระพักตร์แล้วก็พักพักเราหยุดแล้วเราก็จะไปติดอยู่ก็อย่าไปอยู่ที่หยุดๆหยุดแล้วก็เอ่อพอพอดีรับประมาณและมีการันต์ยึดตาหรือไม่ทันหรือเปล่าพอประมาณแล้วก็พอแล้วเราก็หยุดคือหยุดๆนั่นเองคือการอยู่เฉยๆเลิกการอยู่เฉยๆหยุดเสียงเลิกเสียงการที่เฉยๆนั่นแหละเราได้หยุดแล้วเราจะพักแล้วล่ะสิพักคือหยุดเพราะว่าเราจะต้องพักเอาแรงหรือเมื่อยหรือไม่สมควรจะพักสมควรจะหยุดแล้วเราก็หยุดถ้าหยุดแล้วแล้วมันก็เลิกหยุดได้เร็วกว่าพื้นฐานคือจะทำสภาพอย่างนั้นถ้าสภาพหยุดก็ทำได้ ข้าก็ทำได้ทำได้จริงๆให้มันทำก็ทำได้ให้มันหยุดก็หยุดได้แต่ตอนน้อมๆมาตอนสำคัญนี่เขาก็ให้มันหยุดหยุดไม่ได้ตอนทำมันไม่ยากหรอกแต่ตอนทำมันไม่ยากเท่าจากกรณีสำคัญผิดไปยึดเอาไอ้ตัวหยุดตัวพักตัวเฉยๆตัวว่างๆว่างๆซึ่งมันเป็นตัวสำคัญเธอก็ควรจะให้สิทธิ์ให้ได้ซะก่อนติดแล้วแล้วก็ต้องภาระออกมาอีกหรือไม่ติดรู้เป็นปริยัติตามไปก่อนเลยนำไปก่อนเลยว่าเราจะไปติดอยู่จะหยุดพักก็เป็นความสบายความไม่ต้องหนักหนาอะไรแต่พอเราเลิกจากพอพักผ่อนเพียงพอรู้สาระแล้ว ปิดมันไม่ได้ติดมันก็เป็นอัตตาอีกตัวนึงเป็นการเสพติดเมาเมาหนักๆเข้าทีนี้ก็ใครจะมากวนไม่ได้สมมุติเข้าแล้วพอมาซะเขาแล้วที่เป็นชีวิตเขาแล้วมันก็ไม่ได้เพราะจิตตัวนี้เป็นชีวิตเขาแล้วเสร็จมันอ่าติดไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องพยายามฝึกออกฝึกออกฝึกออกแล้วเห็นได้จริงมันไม่ได้แม้จะหยุดก็ติดไม่ได้พักผ่อนแล้วก็พอสินะแล้วก็เลิกเลิกพักเลิกหยุดมาเป็นไม่พักไม่หยุดพระพุทธเจ้าชนิดใดเป็นการสุดท้ายเราไม่พักเราไม่เปลี่ยนเราไม่พักเราไม่เปลี่ยนราคาปกติ ปั๊มแก๊สไปซ่อมแซมไปมาหลายๆเที่ยวจะเข้าใจอธิบายยกตัวอย่างคำนี้อีกนะเออสิ่งลึกซึ้งขึ้นเข้าใจมากขึ้นได้สักคำเหล่านี้มันไม่ใช่คำตื้นมันเป็นคำสูงเป็นคำที่ละเอียดลึกซึ้งซ้อนเชิงเข้าไปอีกเมื่อเราเข้าใจอย่างนั้นเราก็จะเห็นแต่ตัวเก่าตัวการงานเพราะมันไม่เห็นแก่ตัวแล้วมันไม่มีตัวแล้วมันมีแต่กรรมมีแต่ตัวการงานเท่านั้นเป็นตัวของมันเองจึงเข้าใจที่สุดได้แม้ถึงขั้นมีทำกรรมแต่ไม่มีเกิดแต่เข้าใจได้แต่กระทำกรรมไม่มีเกิดเพราะจิตใจของเราไม่ผูกพันเป็นโรคก็ไม่มีไปรับก็ไม่มีไปชื่นชอบไม่มีใบสั่งไม่มีมันไม่มีใจเป็นอย่างนั้นมันมีแต่กรรมมันการงานที่ทำดีแล้วจะดีมันไม่ได้ชอบ ไม่ได้ทำมันไม่ได้รักฉันไม่ได้ห่วงไม่ได้หวงดีก็ดีเป็นของมันไม่ดีก็ไม่ดีเป็นของมันเป็นธรรมดาของมันอยู่อย่างนั้นแหละแต่เราก็ไม่มีไม่มีทางที่เรามีวิเคราะห์เสมอเราต้องรู้เสมอว่าเราจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ดีหรือไม่ดีไม่ทำเราทำก็ทำแต่สิ่งดีให้เกิดเราไม่เกิดจริงๆแต่เราไม่เกิดจริงๆเชื้อธุลีสุนทรีทุกข์หรือเชื้อโลภะโทสะไม่มีโดยรู้ยิ่งนายอภิสิทธิ์แพ้ของตนโดยรู้จริงๆรู้ยิ่งในอดีตของตนแท้ๆเลยไม่มัวไม่หม่นไม่หลอกตัวเองรสชาติ นารูชัดเชียวว่าจะเจ็บของเราไม่มีธุลีสุขธุลีทุกข์ไม่มีโลภะโทสะเป็นใจวางรู้ความจริงตามความเป็นจริงอยู่ไม่อึดอัดขัดเคืองแม้แต่อึดอัดขัดเคืองหาไม่ชอบน้อยๆก็ไม่มีเฉยๆไม่มีโดยรู้ยิ่งในอดีตแท้ๆของตนจริงๆอาทิตย์จิตเข้ารูปปัจจุบันขนาดเรียกกันว่าอายตนะขนาดเรียกกันว่าอายตนะซันนี่สุขุมป่านนี้หรือปานใดก็ฉลาดก็จะฉลาดรู้จะตรัสรู้ได้อย่างแท้ๆจริงๆเรียกว่าสมาธิกุศลคือจะรู้เนี่ย พิจิตรไม่ว่าจะเป็นขั้นอรูปอรูปมายาอัตราใดที่เราเป็นหลงยึดเอาเป็นอันเป็นของเราเป็นอัดรูปบางเบาขนาดไหนเอารูปขั้นอายตนะตะนะมันก็แปลว่าน้อยนิดเอารูปมันก็เป็นภาษาบอกความหมายว่ามันละเอียดมันของรู้ยากลูกมันก็ยังหนาอย่างหยาบมันของบางไม่รู้จะเอาภาษาอะไรเรียกแล้วเขาก็เอาว่าก็ลูกนั่นแหละจะเรียกกันว่ามันก็ไม่เชิงรูปอ่ะนะอรรูปมันก็ลูกนั่นแหละเป็นสิ่งที่ถูกรู้นะแต่มันละเอียดมันรู้ยากกว่ารูปแต่ไม่มีภาษาจะเรียกแล้วก็ใช้คำว่ารูปแทนเท่านั้นเองมันเป็นรูปนั่นแหละแต่รูปบางเบาท่านน้อยนิดปานใดเราก็รู้ ก็เห็นแท้ๆเข้าใจแท้ๆและจะให้ตั้งอยู่หรือจะให้ดับไปก็ทำได้เด็ดขาดเก่งเยี่ยมจริงๆเรียกว่าสมาธิจะอภินิหารทะลุแล้วก็ปฏิบัติต่อไปได้จริงเหลือนิดเหลือน้อยหรือมากหรือไม่เป็นประโยชน์ยังไงก็รู้ไม่เป็นประโยชน์ยังไงก็รู้ถ้าเป็นประโยชน์ก็เป็นตัวประโยชน์ของมันเองเป็นการงานก็เป็นตัวการงานของมันเองไม่ใช่ของเราของเขาของใครจิตตัวที่จะรู้ว่าเราไม่ได้คิดว่าเป็นเราเนี่ยเราจะรู้เลยว่าถ้าเราไปยึดเป็นราวแล้วไม่มีอะไรมากรู้เป็นกลางทำแล้วก็วางออกไปทำแล้วก็ปล่อยออกไปเป็นสภาพนั้นคนเขารับไปได้หรือไม่ได้เราก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขารับไม่ได้เราก็ไม่เก่งเราก็ปรับปรุงเอาที่เอาให้เขาให้รับไม่ได้ กดเข้ารับได้แล้วเออก็ดีแล้วแล้วเราก็ไปติดดีนะดิเผื่อไว้ทวงหนี้กับเขาอีกแรกบุญแรกคุณก็ไม่ใช่ไม่เอาถ้าอย่างนี้เราต้องตามรู้ไปหมดจะเห็นความเป็นสักกายะของจิตในจิตกระจ่างแจ้งวงเล็บคือหมู่กลุ่มอันใหญ่ชัดของเราจะเห็นความกระจ่างชัดเราจะเห็นสัตว์กายะความเป็นตะกายหมายความว่าความประชุมที่ใหญ่ตรรกะแปลว่าใหญ่กายจะเป็นความประชุมพอประชุมของจิตนี่แหละเราจะเห็นความประชุมก็มาเกิดจากกระจ่างและจะละลายถ่ายถอนไม่เหลือแม้อายตนะจะไม่เหลือแม้อาจจะชนะวงเล็บไม่หลง กำไรเล็กประโยชน์น้อยเซฟเศรษฐกิจสดไม่หลงไม่เผลอไม่เผลอที่จะแอบเสพแม้กำไรและประโยชน์น้อยอะไรก็ไม่แอดๆใจของตนไม่หลงหรือไม่หลงเธอจะรู้ทุกอย่างอริยสัจจะรู้ทุกอย่างรู้แจ้งสิ่งจะล้างจะรักแท้ๆจริงรู้ตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาแล้วถ้าอย่างใดที่เราพอทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากนั่นเรียกว่าเราคนถูกแล้วถ้าเราทำมันก็อาจจะทนได้อยู่นี่สบายเป็นอัตโนมัติด้วยซ้ำไปถ้าทำได้คิดได้พูดได้ กลับก็ทำได้มีผัสสะมีอะไรมีการงานมีบทการงานมีบริบทอะไรอยู่มันไม่ได้ทรมานอะไรเนี่ยทนได้ก็ทนเดินมันก็ไม่เห็นเป็นไรนะจะเดินสักหน่อยไม่โดนซะอีกนั่งอยู่นานๆซะอีกยังจะทุกข์อยากจะบอกไอ้เรื่องลำบากทนลำบากแล้วต้องเดินไปแล้วไงเอ้าเดินจะบอกว่าเดินมาทุกข์ก็นั่งก็ไม่ใช่คนที่นั่งมันก็ทุกข์กว่าเดิมจะบอกว่าเออดูหนังทุกก็นอนก็ไม่ใช่บางทีนอนมันก็ทุกข์กว่าเดิมของมันจริงๆมันเป็นยังไงเพราะงั้นเราจะทำอะไรก็ทำถ้าทำได้โดยความเคยชินโดยความที่ไม่แข็งแรงมีฉันทะมีอะไรแล้ว พูดไม่ถูกมันไม่ทุกข์หรอกเรามีฉันทะแล้วโน้มน้อมไปกับมันแล้วมันก็เป็นไปเราทำได้โดยไม่ยากทำได้โดยไม่ลำบากถ้าความหมายของทุกข์หมายความว่าสิ่งที่ทนทนได้โดยยากที่ทนได้โดยลำบากเรียกว่าทุกข์เพราะที่ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแล้วพอไปพอมาแล้วไอ้นั่นก็ไม่เรียกว่าทุกข์แล้วพ้นทุกข์แล้วทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากคนทุกข์และทีนี้ก็ขออธิบายซ้อเราไปอยู่ในทุกข์เนี่ยคำว่าทุกข์นี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive