เรื่องตอนฝันกับเรื่องตอนตื่น ฝึกอย่างไรให้เป็นเรื่องเดียวกัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.98 KB
วันที่แก้ไข28 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

เรื่องตอนฝันกับเรื่องตอนตื่น ฝึกอย่างไรให้เป็นเรื่องเดียวกัน _สมพอน สปป.ลาว ..หลวงพ่อครับ ขอฝากคำถามเถิงหลวงปู่แน่ครับ เลื่องมีอยู่ว่า:มีเพื่อนบ้านผมคนนึ่งอายุสี่สิบกว่าปี(เดียวนี้เขาตายไปใด้สามเดือนแล้วครับ) ในช่วงที่เขาป่วยหนัก เขาใด้ฝันแล้วเขามาเล่าสู่ยาดพี่น้องฟังว่า มีผู้ชายคนนึ่งตัวดำมีรูบร่างใหญ่พูดกับเขาว่า:ตามหาคุณมานานแล้วกำลังเจอ ไปกับผมเดืยวนี้ ในชาดที่แล้วคุณไปลักเอาพระพุทธรูปไปขาย แล้วเขาก่อพูดกับชายคนนั้นว่าอย่าเพิ่งเอาผมไป ผมขอเวลาอยู่อีกสองปีเถิดครับ ชายคนนั้นก่อตอบเขาว่า ไม่ได้ คุณต้องไปกับผมเดียวนี้ ผมตามหาคุณมานานแล้ว ต่อมาอีกไม่เถิงอาทิดเขาก่อป่วยนักขึ้นแล้วก่อหมดสะติไปครับ อยากจะถามหลวงปู่ว่าเลื่องนี้เปันเลื่องจิงไหมของชีวิดคนเราเมื่อใก้จะตายก่อจะมีคนมารับไป(แต่ว่าไปไหนไม่รู้ครับ) พ่อครูว่า... ก็ตอบตรงนี้ก่อนเลยว่า คนที่ตายแล้วไม่มีใครมารับไปหรอก ตายแล้วเราก็ไปของเราเอง ตายแล้วของเราก็ไปของเรา ตามกรรมวิบากของเรา หลังตายนี่อาตมาก็ไม่ค่อยอยากจะพูดเท่าไหร่ เพราะพูดไปแล้วก็จะมีคนอวดดี อวดเป็นผู้รู้ แล้วก็พูดต่อไป ก็มันไม่มีใคร ที่ยังไม่ตายจะไปรู้ได้ คนละภพ มันก็ไม่รู้ก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน มันต้องศึกษาดีๆแล้วก็จะรู้ว่าการเกิด การตาย มันเป็นการเดินทางของจิต เหมือนคนนอนหลับและคนตื่น คนตื่นอยู่ก็อยู่ในภพตื่น พอหลับตกไปสู่อีกภพหนึ่งเป็นภพหลับ มันก็จะเป็นอีกภพหนึ่ง ซึ่งมันไม่ค่อยต่อกันหรอก มันคนละภพ แล้วคนที่ยังไม่ได้ศึกษา ไม่ได้เรียนรู้จริงแล้ว ทุกคนของตนเองแต่ละคนก็ฟังสิ่งที่อาตมาจะพูดก็คงเข้าใจ มันจะเหมือนกับคนละโลกกันเลย แล้วเราก็เหมือนจะเป็นคนละคน แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวเอง อาตมาว่ามันเป็นอีกคนละเรื่องอีกคนละความเข้าใจ อีกคนละการคบหาพวกนี้ เป็นเรื่อง

อ่านต่อ

เป็นราวเป็นละคร คนละเวลาวาระ มันลืมเรื่องที่เรามีชีวิตตอนเป็นๆตื่นๆ หลับไปแล้ว มันก็ไปเหมือนอีกโลกหนึ่งเหมือนอีกชีวิตหนึ่ง เหมือนละครคนละเรื่องกัน แต่ตัวเราก็ยังเป็นตัวเรา แต่มันมีตัวละครอื่นโดยมีเรื่องราวอื่นอีกคนละเรื่อง นอกจากคุณจะศึกษาฝึกฝนจนกระทั่ง ให้ชีวิตตื่นกับหลับนี่ มันต่อเนื่องกันแล้วมันก็เหมือนตื่นกับหลับ ตื่นกับหลับ ซึ่งไม่ง่ายมันยาก อาตมาทำได้ แต่ก็ไม่ง่าย ต้องพยายามทำ แต่ก็ทำได้ พอตื่นก็คือตื่น พอหลับก็คือหลับเป็นเรื่องเดียวกัน ความรู้สึกเดียวกัน ภพเดียวกัน แต่พอตกลึกลงไปก็เปลี่ยนเหมือนกัน แต่ถ้าเผื่อว่าเราจะประคองเป็นเรื่องราวต่อเนื่องเหมือนที่เราตื่นอยู่ เอาเรื่องที่เราคิดตอนตื่นนี่แหละ ที่เราปรุงแต่ง ที่เราจะดำเนินเรื่องอะไร มันก็ไปด้วยเรื่องนี้ได้ แล้วก็ยาว มีเรื่องมีราวอะไรไปได้ แต่มันจะไม่ได้หลับลึก มันกินพลังงานเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ มีรายละเอียดมาก ศึกษาดีๆแล้วจะรู้ เรื่องจิต เจตสิกมันก็มีตื่นกับหลับ มีตายกับเกิด มีสุดท้ายคือมีกับไม่มี สุดท้ายเราก็จัดการความมีให้ไม่มี อะไรที่เราจะทำให้ไม่มี กิเลส หยาบ กลางละเอียด ที่เกิดในจิตเรา จนมันไม่มี มันไม่มีแล้วมันก็ไม่เกิดอีกในจิต จนจะดึงมันกลับมารู้สึกอีก ไม่ได้ โอ้โห.. อันนี้อาตมาก็เจอกับตัวเอง อย่างเช่น รสอร่อยที่พูดกัน อาตมาดึงกลับคืนมาไม่ได้ กินอาหารเพื่อให้ได้ปริมาณ เพื่อจะยังขันธ์ ไปแต่ละวัน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเคี้ยวไป ไม่ได้กินด้วยความหิวกระหายความตะกละตะกราม ความเอร็ดอร่อย มันช้านาน กว่าจะได้ปริมาณพอที่จะเลี้ยงขันธ์ ซึ่งก็พยายามอยู่ แต่ฟื้นขึ้นมาบ้างนิดๆหน่อยๆก็เอา ก็พอเป็นพอไป อย่างเขาสนุกสนาน ไม่ใช่แต่เรื่องกินหรอก ดูเรื่องเขาสนุกสนาน เขาโกรธ เขาแค้น ดูอารมณ์เราจะไปกับเขา เขาจริงเขาจังสนุกกันเล่น อาตมาก็พยายาม พยายามร้องเพลง พยายามรื่นเริง แต่ว่าเรื่องเศร้าๆสร้อยๆ เรื่องที่มันไม่ดี มันบั่นทอนกำลังมาก อาตมาไม่ทำหรอก ก็ทำแต่เบิกบานร่าเริงไปเท่านั้นเองที่เห็นได้ ใครคบใครอยู่ได้อยู่ใกล้ชิดสัมผัสสัมพันธ์อยู่ก็จะเห็นอาตมาก็เป็นเช่นนั้น อธิบายอีกทีสรุปว่า ศึกษาปฏิบัติธรรมเอาเอง แล้วจะรู้ความจริง ไอ้ที่พูดนิยายไม่รู้กี่เรื่องก็เล่ากันไป ก็ตอบให้ได้ว่า ไอ้ที่พูดกันนี้ คนเขานึกว่ามันมีมันก็มีได้ จะเป็นเรื่องหลอกตัวเองโกหกก็ได้ เป็นอุปาทาน มีได้ แต่ที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่เขาไม่มีอย่างนั้น คุณบ้าอยู่คนเดียวตอบง่ายๆ 660724 ประชาธิปไตยจะให้คะแนนกันอย่างไร ตอน 1 รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #31 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน