สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน 85 ปีนี้จึงเริ่มมีสัตบุรุษที่มาสอนให้เป็นคนจนมหัศจรรย์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์17 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน 85 ปีนี้จึงเริ่มมีสัตบุรุษที่มาสอนให้เป็นคนจนมหัศจรรย์ อาตมาต้องชื่อรัก แม้แต่คนมาฆ่ามาทำลายก็ต้องรักเขา คนที่เห็นค่าอาตมาเขาก็ตายไปหลายคนแล้วแต่ทำไมยังไม่ตายมันเป็นอย่างนั้น เข้าเป้าอีกทีหนึ่งว่า ถ้าโลกนี้คุณไม่เจอสัตบุรุษแล้วไม่ยอมรับว่าใครคือสัตบุรุษคุณก็ล้มเหลว พระศาสนาพุทธนั้นต้องได้ฟังจากสัตบุรุษคือผู้ที่บรรลุผู้ที่มีคุณธรรมที่แท้จริง ถ้าคนไม่ได้คบสัตบุรุษ คุณรู้เองไม่ได้ ศาสนาพุทธมีพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตรัสรู้เอง แล้วก็มีพระสาวกมาสืบทอด จนเป็นผู้สืบทอดต่อเรียกว่าสัตบุรุษ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้วก็เหลือแต่สัตบุรุษที่จะออกมาสืบทอดธรรมะเป็นโลกุตรธรรมเป็นสัจธรรมแท้ของพระพุทธเจ้า สมมติว่าในยุคใด เอาชัดๆในประเทศไทย ในช่วงหลายร้อยปีมาแล้ว อาจจะถึง 1000 ปี ไม่รู้นะ อาจจะหลายร้อยปีมาแล้ว สัตบุรุษไม่มีแล้วในช่วงนั้น คุณก็ไม่มีทางที่จะได้พบสัตบุรุษ เพราะสัตบุรุษไม่ได้อุบัติขึ้นมาในกาละในช่วงนั้น ไม่ต้องนานหรอก พูดง่ายๆในช่วง 85 ปีนี้ไม่มีสัตบุรุษเกิด พอเริ่มต้น 85 ปีมาถึงทุกวันนี้มีสัตบุรุษชื่อโพธิรักษ์เกิด เกิดมาแล้วในโลกยุคนี้ 85 ปีนี้อาตมายืนยันว่าอาตมาเป็นสัตบุรุษเกิดมา แล้วก็บอกความจริงออกไปสู่โลกว่าอาตมาเป็นสัตบุรุษ คุณก็มองไม่เห็นว่าคือสัตบุรุษเพราะว่าคนถูกครอบงำแล้วว่าโลกนี้ไม่มีสัตบุรุษไม่มีพระอริยะแล้ว อย่าไปพูดถึงพระอรหันต์อย่าไปพูดถึงโพธิสัตว์ที่สูงส่งหรอก เขาไม่มีความรู้ พวกนี้คือพวกที่เข้าใจว่าโลกนี้ว่างจากสัตบุรุษ แน่นอนเขาก็ปิดประตูเห็นปิดประตูรู้จักสัตบุรุษในตัวเขา เขาก็เกิดมา โลกนี้ นัตถิโลเก ที่จะมีสัตบุรุษแน่นอน ส่วนคนที่เข้าใจว่าน่าจะมีนะมีผู้พยากรณ์ว่าจะมีธรรมิกราชเกิดมาในยุคกึ่งพุทธกาลนี้นะ ตอนน

อ่านต่อ

ี้มันก็ 2,500 กว่าปีแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 เป็นสัตบุรุษหรือเปล่า อาตมาก็เกิดมาอาตมาก็ประกาศตัวเอง ในหลวงท่านไม่ได้ประกาศตัวเองว่าเป็นสัตบุรุษแต่ท่านทรงมีพฤติกรรม มีพระจริยวัตรของท่านเป็นสัตบุรุษรับใช้ทางรูปธรรม อยู่ในฐานะที่ท่านต้องปฏิบัติทางรูปธรรม ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน อาตมาเป็นธุลีดิน แล้วอาตมาก็มาอธิบายธรรมะขึ้นมา สอดคล้องเป็นอันเดียวกันกับพระเจ้าแผ่นดิน อาตมาเป็นธุลีดิน ดินเหมือนกัน แล้วมาอธิบายสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวกันเช่น ต้องมาเอาแบบคนจนตรงกันเป๊ะเลย พระเจ้าแผ่นดินตรัสมาขัดแย้งกับนักบริหารเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐกิจของประเทศ ที่บอกว่าจะให้รวย แต่ในหลวงบอกให้มาเป็นคนจน ในหลวงท่านก็ตรัสเองว่า พอบอกว่าต้องมาขาดทุนของเราคือกำไรของเรา นักเศรษฐศาสตร์ก็จะบอกว่าไม่ใช่ พูดอย่างนี้ไม่ถูก ท่านตรัสอย่างสุภาพไม่เหมือนโพธิรักษ์กระโชกโฮกฮาก ในหลวงท่านสุภาพเรียบร้อยนิ่มนวล มีรัฐมนตรีเกาหลีเป็นเพื่อนกับประธานาธิบดีอยากรู้ว่าในหลวงท่านบริหารประเทศแบบไหน ท่านก็ตรัสแบบคนจน...ไม่ติดตำรา “แบบที่เรียกว่าทำแบบคนจน คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขา เราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำก็ทำ แนะนำได้ ทำแบบคนจน เพราะเรา เราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก แล้วไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมากมีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขาเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมสูง มีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ Concept ของคนโลกีย์ทั่วไปจะต้องก้าวหน้าให้มากจะต้องรวยกว่าคนอื่น แต่ในหลวงเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า บอกว่าเราไม่อยากเป็นประเทศที่ก้าวหน้า อย่างทั้งหลายที่โลกียเขาเป็น ไม่อยากก้าวหน้าอย่างนั้น ก็ถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมากอย่างนั้นมันจะมีแต่ถอยหลัง อันนี้สิก้าวหน้าและถอยหลังอย่างไร การก้าวหน้าอย่างนั้นมันคือการถอยหลัง ไปเอาแต่รวยๆนี่คือประเทศที่ถอยหลังต้องเอามาเป็นแบบคนจนจึงจะเป็นประเทศที่ก้าวหน้า ท่านบอกว่าจะถอยหลังอย่างน่ากลัวด้วย ตอนนี้ฝากไว้ก่อนเดี๋ยวจะมาอธิบาย ...แต่ถ้าเรามีการบริหาร แบบ...เรียกว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ตำราที่จะให้ก้าวหน้าแบบอุตสาหกรรมอย่างนั้นไม่ใช่ฐานของประเทศไทย ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ ท่านก็สรุปตรงนี้ทำการกสิกรรมทำอย่างสามัคคี เราไม่สามารถสร้างองค์กรนาซ่าได้แข่งกับอเมริกาหรอกแต่ว่าทำอย่างเมตตากันก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามบัญชี ตามวิชาการแล้วก็วันหนึ่งก็วิชาการนั้นเราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย ในหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอก อนาคตยังมีแต่ไม่บอกว่าต้องอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้ว มันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอะล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ หยุดก้าวหน้าแบบอุตสาหกรรมมาข้างหน้าแบบกสิกรรมและหยุดตำราแบบทุนนิยมมาเอาตำราแบบบุญนิยมมาถ้อยทีถ้อยอาศัยแบ่งกันกินแบ่งกันใช้อย่าไปกักตุนแย่งชิง อย่าไปโลภโมโทสันอย่าไปสร้างช่องว่างระหว่างความรวยกับความจนให้ห่างกันไปอีก ชาวอโศกความรวยกับความจนใกล้กันมากเพราะไม่สะสมความรวย เพราะฉะนั้นช่องระหว่างความรวยและความจนจึงไม่เกิดไม่เกิด Gap เข้ามาหาเสียงปริ่มน้ำ สรุปว่าการบริหารประเทศประเทศไทยดำเนินรอยตามศาสตร์พระราชาเท่าที่จะมีภูมิปัญญา อาตมานี้ขอยืนยันเลยว่าของในหลวงรัชกาลที่ 9 กับของอาตมา อาตมาก็พาคนทำจนเกิดชุมชนที่เป็นเศรษฐกิจ แบบบุญนิยม รัฐกิจก็เป็นแบบบุญนิยม สาธารณโภคีด้วย สังคมก็เป็นสาธารณโภคีแบบบุญนิยมตามแบบพระพุทธเจ้า ตามศาสตร์พระราชา แถมในหลวงที่เป็นพุทธมามกะเป็นโพธิสัตว์องค์หนึ่ง อย่างถูกต้องจึงเกิดผลสังคมแบบนี้โดยปริยายและมีแก่นแกนเป็นชาวอโศก ที่ทำได้ เป็นแบบคนจนที่จริงๆขาดทุนของเราคือกำไรของเก่าจริงๆอย่างจริงใจ คนเขาก็อาจจะไม่เชื่อ เพราะเมื่อมองเข้ามาในชุมชนสังคมชาวอโศกในหมู่บ้านชาวอโศก ทำไมดูเหมือนอุดมสมบูรณ์มีมากมาย มีความพร้อม คนในหมู่บ้านนี้จนแต่ส่วนรวมรวย เพราะฉะนั้นถ้าหากปฏิบัติบริหารประเทศแบบเศรษฐกิจแบบคนจนแบบอโศกทำ ประเทศทำทฤษฎีแบบในหลวงถูกต้องตรงตามพระพุทธเจ้าแบบอโศก ประเทศไทยคนไทยจะเป็นคนจน เมื่อเปรียบเทียบกับต่างชาติแล้วคนไทยจะเป็นคนจน รายได้ต่อหัวจะมีน้อย จนถึง 0 ชาวอโศกมีรายได้ 0 แต่อยู่กันอย่างเป็นสุขสงบเย็น เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนที่เข้าใจได้ยากมากเลย สรุปอีกที คนไทยจะมีคนจนเป็นฐานแต่อุดมสมบูรณ์อยู่เย็นเป็นสุข ไม่แย่งไม่ชิง เพราะว่าจิตใจมีวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายเป็นคนกล้าจนเป็นคนมักน้อยเอาแต่น้อยมีน้อยก็พอมีความสุขก็พอ เป็นคนไม่มักมากเลย อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ แม้ว่ามีน้อยแล้วก็ขัดเกลาจนกิเลสให้เป็น 0 ไฟไหม้ยังไม่สูญก็ขัดเกลาโดยใช้หลักเกณฑ์ของศีลเคร่งครัด ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาให้กิเลสลดลงจนมีกายกรรมวจีกรรมที่น่าเลื่อมใส ปาสาธิโก จบลงด้วยการเป็นผู้ไม่สะสมเลย อปจยะ เป็นผู้ไม่สะสมเลยและเป็นคนยอดขยัน ชีวิตจบด้วยการเป็นคนไม่สะสมอย่างพวกเรานี้ทำมาหากินไป แม้เราเป็น 0 ไม่มีทรัพย์สมบัติเราก็อยู่กับส่วนกลาง เขาให้ใช้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านี้เท่านี้ เสร็จแล้วก็สร้างสรร วิริยารัมภะ ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร ได้เท่าไหร่ก็เอามาเข้ากองกลาง 100 เปอร์เซ็นต์ กินใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด สุดยอดจริงๆเลย อาตมาต้องขอประกาศ และประกาศมานานมากแล้วจนเขาหมั่นไส้ว่าพวกนี้คุยตัวหรือไม่ แล้วไม่ให้คุยตัวจะเอาคนอื่นมาคุยได้อย่างไรเราไม่รู้ แต่ของเราเป็นอย่างนี้เรารู้จักดีแล้วก็คุยของเราไปคุยตัวมากเลย อาตมาจะเอาคนอื่นมาอวดไม่เท่หรอก เอาของตนเองมาอวดนี่แหละเท่รู้ไว้เสียด้วย หากคุณไม่มีแล้วไปยืมเขามาใส่แล้วคุณเข้าอวดไม่ใช่ แต่ของเรานะมีเท่าไหร่แล้วก็อวดเราอวดความจน เราอวดความมีน้อยเรามีน้อยเดียว ปัดโธ่เอ๋ย แหวนเพชรเม็ดเล็กนิดเดียว ทำไมเอามาอวดเราก็บอกว่าเราพอแค่นี้ จริงๆแล้วเราจะมีมากมีเยอะกว่านี้ก็ได้แต่เราพอ เพราะฉะนั้นคำว่าพอ คำว่าสันโดษคำนี้คำเดียว เดี๋ยวนี้ไม่รู้จะกินอะไรเลยกองนี้ อะไรๆก็มีมากมายเหลือเฟือขายได้อย่างถูกๆแจกจ่ายเจือจานได้ ก่อนจะขึ้นไปเวทีก็เลยพูดกันว่า จะขึ้นป้ายให้คนแถวนี้หรืออยู่ที่ใกล้ๆแถวนี้ย่านนี้ เชิญเลยนะ ราชธานีอโศกพยายามทำอะไรเอาไว้ เพื่อที่จะเผื่อแผ่เกื้อกูลใช้สอย ยกตัวอย่างง่ายๆ อาตมาทำน้ำตกทำที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ ซื้อกระท่อมซื้ออะไรมาวางเพื่อให้มาพักผ่อนหย่อนใจ เดี๋ยวนี้ก็มารับบริการกันพอสมควรเชิญมาเลย จะมาอาบน้ำอาบท่าก็ได้ ต้องการให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สาธารณะเลยนะแต่มันอยู่ ว่าไม่ใช่ที่สาธารณะแท้เท่านั้นเอง ต้องบอกไปว่าแม้จะไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่ก็เปิดใจว่าคือที่สาธารณะ คุณจะมาเลอะเทอะทำนักเลงทำอุบาทว์ไม่ดีไม่งามอย่ามาเท่านั้นเอง ถ้าหากทำอย่างเรียบร้อยสุภาพมาเลยมาพักผ่อนหย่อนใจมาใช้สอยมาอาศัย ยกตัวอย่างทำน้ำมาให้อาบให้มาโดดให้มาใช้ ผู้ใหญ่ก็ให้มาใช้ได้ แต่ผู้ใหญ่ยังไม่เชื่อยังไม่เห็นดียังไม่เข้าใจยังไม่กล้าก็เลยมีแต่เด็กเป็นส่วนใหญ่ ผู้ใหญ่ก็ยังไม่กล้ามาเท่าไหร่ แต่เอาเลยผู้ใหญ่ทั้งเด็กมาได้เลย มาเลย แต่อย่ามาแต่งทูพีชวันพีชอะไร มาให้มันสุภาพเรียบร้อยหน่อย มาใช้กระท่อมก็ดีใจแล้ว ที่นี่มีคนใช้เป็นฉากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเลยนะ หอบเอาชุดแต่งงานมาถ่ายภาพเอาที่นี่เป็นแบล็คกราวก็ใช้ได้แล้ว เห็นในภาพคนมาเยอะยังกะหนอนเลย อาตมาว่าเป็นเรื่องอบอุ่นใจผ่านมาแล้วก็ใช้สอยเอามาใช้ประโยชน์ เหมือนกับประเทศชาติที่จะต้องสร้างสวนสาธารณะ หรือว่าที่พักผ่อนหย่อนใจสาธารณะให้แก่ประชาชนก็คล้ายกัน เราก็ทำที่สาธารณะให้แก่ประชาชนตามสถานะที่เราจะทำได้ ประกาศให้พี่ป้าน้าอาน้องนุ่งลูกหลานเชิญ หรือว่าจะมาพักผ่อนหย่อนใจก็ได้ ตอนนี้มีผู้ใช้บริการพอสมควรก็ดีแล้วเจตนาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ประเทศชาติเขาก็ทำสวนสาธารณะให้คน อาตมาก็ช่วยประเทศชาติส่วนหนึ่ง ถือว่าเป็นสาธารณูปโภคก็ได้ เป็นการมาบริโภคสาธารณะ พวกเราก็มาใช้บริการอยู่คนข้างนอกก็มา หรือแม้แต่ตลาดอาริยะตลาดประชารัฐอาคารบวรที่สร้างขึ้นมาเป็นอาคารที่จะให้เป็นตลาดให้ชาวบ้านชาวช่องนี่แหละมาอาศัยเป็นที่ขายของ โดยไม่ได้คิดเงินไม่ได้จะเก็บเงินทองเลยเอามาเป็นย่านตลาดให้มาค้าขายได้ จะมีวัตถุดิบมีผลผลิตอะไร ผลหมากรากไม้ของสด เป็นของแห้งก็ตาม ก็มาใช้อาศัยตลาดนี้ได้ ค้าขายได้ สร้างขึ้นมาเพื่ออย่างนั้น พวกเราเองก็ไม่ได้ใช้ค้าขายอะไรมากมายมีที่ตั้ง 11 ไร่ จริงๆแล้วมันก็รวมชั้น 2 ด้วยก็มากกว่านั้น ก็มาอาศัยใช้สอย เขียนป้ายบอกไว้แล้วว่าเป็นตลาดฟรี แต่ที่คนไม่ค่อยเข้ามาก็เพราะเหตุว่าคนยังไม่มาเยอะมากไม่จอแจ ก็เลยไม่ได้เริ่มเสียที ต่อไปในอนาคตอาตมาก็ไม่มีปัญญาจ้างลิเกมาเล่นเรียกคนให้มาตลาด เหมือนกับข้างนอกเขาที่เขาทำ เอาลิเกมาเล่นเรียกคนเข้าตลาดจึงจะติดตลาด อาตมาก็ไม่มีปัญญาขนาดนั้น ก็อาศัยเหตุการณ์บ้านเมือง คนเราถ้าติดแล้วจะบอกว่าใครเขาก็ขับรถไป ทางนี้ไม่มีถนนตรงด้วยก็ต้องอ้อมมา ต้องเข้ามาจากกุดระงุมท่ากกเสียวต้องเข้าทางคำกลาง ประชาชนเข้าใจเจตนาดีของเรา ก็จะเข้ามาเขาจะไม่ได้วัตถุเท่าไหร่หรอกไม่ใช่สถานที่คนรวย เป็นย่านทองย่านเงินอะไร ใกล้ชิดสะดวกไปมาในทาง 4 แพร่ง ไปสร้างมุขสี่ด้านไว้ตรงนั้นไม่ใช่ เราทำไม่ได้เพราะเราทำแบบคนจนก็ค่อยๆซื้อเก็บไป หมู่บ้านนี้อาภัพเสียจริงก็ต้องซื้อที่ทางเอง หมู่บ้านอื่นเขาก็มีที่สาธารณะของเขา แต่เราต้องมาซื้อที่รวมและซื้อที่ตัวเอง เพราะฉะนั้นแผ่นดินของราชธานีอโศกนี้ ต้องซื้อแผ่นดินมาเป็นพื้นดินของหมู่บ้านนี้ แต่พื้นดินของเราก็เป็นสาธารณะที่พวกเราเป็นเจ้าของร่วมกันหมด เป็นแผ่นเดียวกันทั้งหมดเป็นของส่วนกลางเป็นของสาธารณะ เป็นความซับซ้อนของสาธารณโภคี ซึ่งเป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์ที่ลึกซึ้ง เมืองไทยเป็นเมืองพุทธที่มีทฤษฎีมีความรู้หลักของพระพุทธเจ้าวันนี้ ในหลวงท่านได้ทรงงานเป็นสาธารณโภคีมาแต่เขาไม่เข้าใจ ท่านอยู่ในฐานะที่ลำบากจะแสดงสาธารณโภคีได้อย่างเต็มรูป ในยุคของพระพุทธเจ้าท่านยังแสดงสาธารณโภคีอย่างอาตมาไม่ได้ อาตมานี่มันมีโชคมาก ที่ได้มาแสดงสาธารณโภคีให้เป็นถึงขั้นเอามาให้ฆราวาสทำสาธารณโภคีได้ คนจะเข้าใจสาธารณโภคีไม่รู้ว่าอีก 50 ปีจะเข้าใจกันหรือเปล่าในโลก หรือว่าสัก 30 ปี อาตมาก็อายุ 100 กว่า ถ้าหากต่างประเทศเข้าใจสาธารณโภคี อาตมานั่งวอเลยนะ อาตมาก็คงจะแก่มากเลย ถ้าเป็น 115 ปีต่อไป ยังจะแข็งแรง Active อยู่อย่างนี้ มั่นใจว่าอาตมาจะไม่เป็นคนแก่ที่เซื่องๆเงอะงะ

คนจะต้องหันมาเอากับระบบบุญนิยม เพราะ.. คนทุกข์มากขึ้น สาหัสมากขึ้น เอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น ไม่รู้สึกอบอุ่น ไร้ความไว้วางใจ หวาดระแวงกันมากขึ้น ทำร้ายกันรุนแรงยิ่งขึ้น ทุจริตหยาบคายยิ่งขึ้น ทรัพยากรของโลกร่อยหรอลง ขาดแคลน ไม่พอกันจริงๆ พลโลกมากขึ้น ไม่มีทางอื่นให้เลือกดีเท่าอีกแล้ว มีตัวอย่างของสังคมที่ไปรอดในทิศทางนี้.. ให้ดูเป็นการยืนยัน ได้แล้วจริงๆ ระบบบุญนิยมเป็นระบบที่ยั่งยืนจริง พิสูจน์ได้ด้วยกาละ จนคนต้องเชื่อในที่สุด

พ่อครูว่า...การสืบทอดของศาสนา ของพระพุทธเจ้ากระจายให้ ect สาวก 80 ของอาตมาต้องกระจายไปให้ 800 คน ถึงจะเผื่อพอ รับสืบทอดต่อไปก็สำเร็จ ไม่ใช่ทำแล้วหวงวิชาของความรู้ไม่อยากให้ใครมาเป็นเต้ย ไม่มีเต้ยแต่ทุกคนนี้รวมกันแล้วเท่าอาตมาหรือเก่งกว่าอาตมาไปอีก เลย เข้าไปหาพระพุทธเจ้าก็ได้ เรื่องที่พิสูจน์ได้ไม่ใช่ทฤษฎีเพ้อเจ้อ ทำจริงได้มีตัวอย่างเอหิปัสสิโกเชิญมาดูได้ จนจริงหรือเปล่าสุขจริงหรือเปล่า อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์จริงหรือเปล่าหรือว่าอยู่อย่างอดอยากปากแห้งแย่งกันกินไม่เลย กินเหลือเฟือด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นข้างนอกไม่เหลือแล้ว มันไม่อดมันจึงไม่อยาก เพราะมันไม่อยากมันจึงไม่อด สัจจะที่แท้จริงเป็นเช่นนั้น ในประเทศไทยมีระบบสาธารณโภคีที่เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจที่ 1 ของมหาจักรวาล เป็นสัจจะยืนยันด้วย คนที่มีดวงตา ต่างประเทศก็ตาม อาตมายังนึกเลยว่าต่างประเทศจะมาเอาระบบสาธารณโภคีบุญนิยมไปใช้ก่อนประเทศไทยรัฐบาลไทยหรือเปล่าหนอ ยังพยากรณ์ไม่ได้ ..ทำยากคืออะไร.. คนจะมาเอา ต่างประเทศจะมาเอาหรือว่ารัฐบาลไทยจะมาเอาสาธารณโภคีความรู้อันนี้ไปหรือต่างประเทศจะเอาไปใช้ก่อนกัน หรือว่าจีนหรือรัสเซียจะมาเอาก่อนสงสัย คนจนทุกวันนี้อยู่อย่างยาก เขาจะต้องสำรวจว่าประเทศจะมีคนจนเท่าไหร่ พยายามจะให้คนจนลดลงแต่เราจะทำให้คนจนเกิดมีได้มากที่สุด แม้แต่ในหลวงก็ให้มีคนจนแต่คนจนพวกนี้เป็นคนจนมหัศจรรย์เป็นคนจนขาดทุนให้แก่สังคม มีทุนในการขาดทุนให้แก่สังคมด้วย จึงเกินกว่าทุนนิยม เพราะว่า พวกนายทุนของบุญนิยมนี้ เป็นนายทุนที่ยอมขาดทุนให้แก่สังคม เป็นนายทุนที่ประเสริฐสุด ส่วนพวกนายทุนที่ไม่ยอมขาดทุนให้แก่สังคมเป็นพวกที่เลวสุด ฟังความคำพูดนี้ให้ชัดเจนแต่มันแรงๆ เพราะฉะนั้นคนที่จะเป็นอย่างนี้ได้ต้องมีจิตใจ จิตใจที่จะรวยไปทำไมโง่จะตายชัก รวยแล้วจะต้องรักษาอย่าให้พร่องลงไป เดี๋ยวมันขาด เดี๋ยวมันจะลดลงไปส่วนได้ มันจะลดลงส่วนรวมมันจะลดลง นี่ของเรามีเงินรวมทั้งเงินต้นเงินสะพัดอยู่ 10 ล้าน จะให้มันพร่องไปกว่า 10 ล้านไม่ได้ คิดตัวเลขอยู่ทุกวันเลย หากว่ามันพร่องจะต้องหาแล้วว่าอะไรมันบกพร่องจะต้องทำให้มันมากยิ่งขึ้น เหนื่อยชิบหายเลยพูดก็เหนื่อยแทนเลย ใช่ไหม ใครเคยเป็นมาแล้วบ้างยกมือ พวกที่ไม่เคยไปรวยไปแย่งเขาก็ค่อยยังชั่ว แต่คนเคยไปรวยแล้วจะซาบซึ้งดีมันโง่มานาน กูเอ๋ยโง่มานานตอนนี้ฉลาดบ้างหรือยัง ความฉลาดทางโลกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ฉลาดแบบโลกีย์ มันฉลาดที่ลำบาก ฉลาดที่ไม่เคยเป็นสุขมีแต่ความทุกข์อยู่ในหัวใจ พระพุทธเจ้าท่านสอนให้คนเป็นได้อย่างที่ควรจะเป็น เมืองไทยเป็นเมืองพุทธแท้ๆ ขออภัยแม้เถรสมาคมก็ไม่เคยสอนอย่างนี้ได้ ให้มาเป็นคนจน แม้แต่ว่าเป็นภิกษุก็ยังไปแย่งไปโกงอีก คอรัปชั่นอีก จะบ้าตาย ภิกษุอะไรกบฏต่อพระพุทธเจ้า เสียความเป็นภิกษุหมดเลย มันน่าอาย อาตมาพูดได้ชัดขึ้นเพราะทุกวันนี้เขาจำนนที่อาตมายืนยันตามพระไตรปิฎก ถ้าไม่มีพระไตรปิฎกฉบับนี้ยืนยันอาตมาตายคาตีนแล้ว จะมองว่า เขียดมันตาย เปล่าหรอกอาตมาจะตายคาตีน แต่ว่ามีพระไตรปิฎกเล่มนี้ยืนยันอย่างเช่นเอาหลักของ วรรณะ9 มายืนยันเอาสาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7 มายืนยันเขาก็แย้งไม่ออก สาธารณโภคีอยู่ในหลักธรรมสาราณียธรรม 6 เดี๋ยวนี้ก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้นะ คุณรสนา โตสิตระกูล ก็ยังพูดถึงสาธารณโภคีเลย สาธารณโภคีแล้วร่วมกินร่วมใช้กับส่วนกลางมันเป็นคอมมูนที่ยิ่งใหญ่ เป็นสาธารณะส่วนกลางทุกคนมีสิทธิ์กินใช้ร่วมกัน อย่างชาวอโศกเราทำได้ พวกเราพ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา ทำงานอาชีพไม่เอาค่าตอบแทนเอาค่าตอบแทนเข้าส่วนกลางหมดแล้วบริโภคร่วมกัน เป็นผู้ที่พ้นมิจฉาชีพข้อที่ 5 ชาวอโศกเราเป็นได้ ของเขานั้นข้อที่ 1 ก็ยังไม่พ้นเลย กุหนา ลปนา หลอกลวงกันทั้งบ้านเมือง เนมิตกตา ก็แย่งชิงกันทั้งบ้านเมือง นิเปสิกตา ไม่ต้องพูดกันเลย เขาอธิบายกันไม่ได้พิสูจน์กันไม่ได้ประพฤติกันไม่ได้ด้วย คําสอนพระพุทธเจ้าเป็นหมันไปหมด แต่เราทำคำสอนพระพุทธเจ้าไม่เป็นหมัน เอามายืนยันได้ปฏิบัติได้แม้กระทั่งสอนมิจฉาชีพ 5 มีสัมมากัมมันตะ 3 ไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์ไม่ผิดผัวเขาเมียใครเขาชอบทำได้ ไม่มีใครฆ่าสัตว์เลยในนี้ ไม่มีใครไปแย่งชิงรับทราบอะไรกัน แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ผัวเขาเมียใครก็ว่ากันไปแล้วเราก็มีคนโสดเยอะด้วย ไม่ต้องไปมีผัวเมียให้ทุกข์ อยู่เป็นโสด พระพุทธเจ้าก็สรรเสริญคนโสด ถูกต้องเป็นสวากขาตธรรมของพระพุทธเจ้าทุกอย่างเลย เพราะว่ามีวาจาชัดเจน ไม่ผิดในมิจฉาวาจา 4 มีสังกัปปะ 7 ไม่ผิดในมิจฉา 3 ถ้ายังมิจฉาสังกัปปะ ในกาม พยาบาท วิหิงสา เบียดเบียน ก็ลดเหตุที่เป็น กาม พยาบาท วิหิงสา เบียดเบียน ได้ไปตามลำดับตามสังกัปปะ 7 เถรสมาคมพูดกันรู้เรื่องหรือสังกัปปะ 7 ขออภัยที่พูดแล้วเหมือนข่ม แต่มันเป็นสัจธรรมที่สิ่งที่ดีจะต้องข่มสิ่งที่ไม่ดีมันเป็นสัจจะที่เลี่่ยงไม่ออก เราทำสิ่งที่ดีจะไม่ให้พูดสิ่งที่ดี แล้วจะให้พูดแต่สิ่งที่ไม่ดีหรือ ให้คนเอาสิ่งที่ไม่ดีไปทำ มันจะบ้าเหรอ ต้องพูดให้อย่าไปทำสิ่งที่ชั่วให้พูดทำสิ่งที่ดี แล้วบอกว่ามันยกตัวยกตนอีก แล้วพูดว่าดีนี่มันคือดีเราไม่ได้ยกตัวตน พูดดีก็คือดี แล้วพูดสิ่งที่ดีมันเป็นอย่างไร คนก็เลยมองเห็นว่าแล้วมันเป็นอย่างที่มันพูดหรือเปล่ามันยกตัวตนหรือเปล่า จะเอาอย่างไรวะ มันต้องถามอย่างนี้ โลกนี้มันดื้อต้องพูดอย่างนักเลงถึงจะยอม สังคมข้างนอกพูดอย่างสุภาพเขาไม่กลัวหรอกต้องมันนักเลงหน่อย ก็อย่างนายกตู่จะมีมาดของนักเลงในตัวจึงได้ แม้แต่การเดิน แม้แต่การพูดอย่านะอย่านะ ถึงเอาอยู่ไง เลยต้องไปเห่าอยู่นอกประเทศ 620721_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เปิดเผยสัตบุรุษที่มาสืบทอดสาธารณโภคี

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน