สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มรรคมีองค์ 8 ไม่ได้นั่งหลับตาปฏิบัติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มรรคมีองค์ 8 ไม่ได้นั่งหลับตาปฏิบัติ ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมะในยุคนี้ ปฏิบัติพุทธธรรม ที่ไปนั่งหลับตา จึงอย่างที่ท่านว่า "การปิดตาไม่ยอมรับรู้ความทุกข์ ของผู้อื่นในโลก น่าจะเป็นโศกนาฏกรรม ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ" เพราะเมื่อเข้าใจว่า การทำสมาธิ ต้องไปนั่งหลับตา แม้จะลืมตา ลึกๆทิฏฐิจะบอกว่า จะบรรลุ ศีลสมาธิปัญญา วิมุติ ก็กลายเป็น องค์รวมของความรู้แบบหลับตา ไม่ได้เป็นความรู้แบบลืมตา เพราะฉะนั้น เมื่อในวงการกระแสหลัก ของศาสนาพุทธ เข้าใจอย่างนี้ อาตมาว่าหมดสิ้น ไม่ใช่เกือบ แต่สิ้นเลย เข้าใจหมดสิ้นอย่างนี้ ว่าการทำสมาธินั้น ไม่ใช่สัมมาสมาธิ ของพระพุทธเจ้าว่าการทำสมาธิ คือนั่งหลับตา แต่สัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้า ต้องปฏิบัติแบบลืมตา ปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ เมื่อปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์จะรู้หมดเลย 1 รู้อาชีพ แล้วจิตจะเกิดสัมมาสมาธิ ในมหาจัตตารีสกสูตร ได้กล่าวไว้ ท่านเรียกว่า สัมมาสมาธิของพระอาริยะ อันมีเหตุมีองค์ประกอบ สัมมาสมาธิคือปฏิบัติ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะ สัมมาสติ สัมมาวายามะ จะปฏิบัติทั้ง 7 ก็ต้องลืมตาปฏิบัติ ด้วยสัมมาสติ สัมมาวายามะ เป็นเครื่องห้อมล้อม ช่วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิเป็นประธาน สัมมาทิฏฐิเป็นประธาน แล้วปฏิบัติทั้ง 7 องค์ ทำให้เกิดสัมมาสมาธิ ของพระอาริยะ เมื่อมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานแล้ว ด้วยการพากเพียร มีสติห้อมล้อม ทั้งภายนอกภายใน ให้เกิดสัมมา ให้เกิดสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ ขออธิบายจากสัมมาสังกัปปะ แล้วไปสู่สัมมาอาชีพ สัมมาอาชีวะจะสื่อถึงเศรษฐกิจ เมื่อพ้นมิจฉาอาชีวะ 5 และมีสัมมากัมมันตะ เป็นคนช่วยสังคม ให้เจริญประเสริฐ เป็นเสฏโฐ มีสัมมาวาจา เพราะปฏิบัติสัมมาสั
อ่านต่อ
งกัปปะ สัมมาสังกัปปะ เป็นสัมมาที่มีขบวนการขององค์ 7 คือ 1.ความตริ,ตรึก-แรกเริ่มนึกคิด (ตักกะ) . . 2.ความตรอง-คิดวิตกยิ่งขึ้น (วิตักกะ) . 3.ความดำริ-มีความคิดปรุง (สังกัปปะ) . . . 4.ความแน่วแน่ (อัปปนา) . . 5.ความแนบแน่น (พยัปปนา) 6.ความปักใจมั่น (เจตโส อภินิโรปนา) . 7.วจีสังขารเตรียมจะพูด (วจีสังขาโร) . . . . (พตปฎ.เล่ม 14 ข้อ 263) ปฏิบัติแล้วเกิดกระบวนทัศน์ ปฏิบัติและรู้จักว่า ความตริ ตรึก จิตที่เริ่มมีความนึกคิด ตรึก แล้วเรียนรู้ความตรึก พอจับความตรึกได้ ก็มีวิจัย วิตักกะคือเริ่มแยกแยะ วิเคราะห์วิจัย แยกแยะจิตว่า จิตเรามีดำริปรุงแต่งในจิต มีกามผสมมา เป็นกามสังกัปปะ เป็นมิจฉาสังกัปปะ มิจฉาสังกัปปะ มี 3 อย่าง คือกามสังกัปปะ พยาบาทวิตักกะ วิหิงสาวิตักกะ ก็ต้องปฏิบัติ ให้จิตของเรา ออกจาก กาม พยาบาท เป็นขั้นต้น พอหมดอันนี้ก็เหลือ วิหิงสา ในรูปภพอรูปภพไปตามลำดับ ชำระ กาม พยาบาทก่อน เมื่อชำระได้ เจริญไปตามลำดับ เป็นโสดาบัน สกิทาคามี เหลือวิหิงสาวิตก ก็เป็นพระอนาคามี เหลือรูปภพ อรูปภพ จนเป็นอรหันต์
600113_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เศรษฐศาสตร์บุญนิยม