สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มีอัญญาได้หรือไม่หากไม่ได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.77 KB
วันที่แก้ไข26 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน มีอัญญาได้หรือไม่หากไม่ได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ _1025กราบนมัสการพ่อท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูง ลูกอยากถามพ่อท่านว่า คนเราจะเกิดอัญญะเมื่อได้ฟังสัตบุรุษ แล้วคนที่ไม่เคยฟังธรรมจากสัตบุรุษเลยจะอัญญะได้ตอนไหน กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า...ไม่ได้ หากไม่ได้ฟังจากสัตบุรุษ มันเป็นความรู้ชนิดอื่นที่นอกเหนือจากโลกที่เขามีเป็นโลกียะหรือคนในดาวดวงนี้ก็มีความรู้อยู่ในดาวดวงนี้ แต่พอมีอัญญธาตุก็คือคนที่เกิดในโลกใหม่ดาวดวงใหม่ที่ไม่ใช่ดาวดวงนี้โลกนี้ที่เป็นโลกียะ อัญญะคือ ความรู้ที่แตกต่างจากคนโลกรู้วนเวียนอยู่ และมีชีวิตอยู่เป็นเช่นนี้ คนที่มีอัญญธาตุก็ได้ความรู้ใหม่ต่างจาก อัญญะแปลว่าอื่น เป็นความรู้อย่างอื่นที่ไม่ใช่อย่างที่โลกเขารู้ จะฉลาดขนาดไหนก็เรียกว่า เฉกะหรือเฉโก ฉลาดอัจฉริยะขนาดไหนก็เป็นโลกียะมีสูงมีต่ำ มีดีมีชั่ว มีสุขมีทุกข์วนอยู่ตรงนี้ มีแต่สวรรค์นรกอยู่อย่างนี้ พอเริ่มมีอัญญธาตุก็รู้ว่า มีโลกที่ดับสวรรค์กับนรกด้วยหรือ เป็นธาตุที่ดับสวรรค์ดับนรกหรือลึกคือมีธาตุที่ดับพระเจ้า ดับปรมาตมัน(ปรมาตมันคือ ปรมะ +อาตมัน) จะรู้สุดยอดโลกียะสูงสุดที่จะเป็นโลกียะสูงสุดในร่างมนุษย์นี้คือสูงสุดเป็นพระศาสดาหรือพระบุตร และพระบุตรนี้คือคนที่พระเจ้าส่งมาเกิด คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์จะส่งพระบุตรมาเกิด สงวนลิขสิทธิ์ไว้ที่พระเจ้าคนเดียว แล้วพระเจ้าอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้ พระบุตร ยังไม่ได้สัมผัสกับพระเจ้าเลยมีหน้าที่เป็น ประกาศก prophet มีหน้าที่ประกาศธรรมะพระเจ้า ไม่ได้สัมผัสพระเจ้าแต่เป็นตัวแทนพระเจ้า พระบุตรก็ไม่รู้ว่าพระเจ้าเป็นตัวตนอย่างไร ไม่เคยสัมผัสรูปร่าง ไม่มีตัวตน ไม่มีอะไรเลยแต่มีใหญ่ที่สุดด้วย เป็นปรมาตมัน ที่ว่าไม่มีนี้คือ ทำไมมันลึกลับนัก ไม่มีใครมีสิทธิ์รู้ความ

อ่านต่อ

เป็นปรมาตมัน ศาสนาพุทธมาเปิดเผยเรื่องของปรมาตมัน หรือปรม อัตตา มาเปิดเผยปรมัตตะแต่ละคน โดยสอนปรมัตถ์ ซึ่งเป็นความจริงความรู้เข้าไปรู้ที่เขาถือว่าเป็นปรมัตถ์ หรือปรมาตมัน คือความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่ได้พระเจ้ามีคนเดียวมีสิทธิสงวนไว้ ศาสนาพุทธเอามาเปิดเผยและให้ทุกคนที่มาเกิดในร่างมนุษย์นี้ สามารถปฏิบัติได้ อยากปฏิบัติได้สูงสุดก็เป็นพระศาสดา แล้วก็เลิก ปรมาตมัน เลิกเป็นที่สุดแห่งที่สุด หรือไม่ถึงขั้นนั้นก็แค่อรหันต์ ก็สามารถเลิกจากพระเจ้า เลิกปรมาตมัน เลิกนรกเลิกสวรรค์ได้ แล้วแยกธาตุได้เลย ไม่เหลือจิตนิยามแม้แต่ พีชนิยามก็ไม่เหลือ พระอรหันต์หรือพระเจ้ามีแยกธาตุได้หมดเลย พีชะ เป็นธาตุระดับพืช แยกเป็นอุตุนิยามเป็นดินน้ำไฟลมเลย เหมือน น้ำที่เป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจนหลุดจากกันแล้วก็ไม่มีธาตุน้ำ ธาตุน้ำหายไป เหมือนกับการแยกรูปกับนาม กลายเป็นก๊าซไฮโดรเจนกับออกซิเจนไปแล้ว จะไม่กลับมารวมตัวกันอีก ก็ตัวเองเป็นผู้จัดการแยกเอง จะเอามารวมตัวได้อย่างไร พระอรหันต์จึงรู้การแยกธาตุของปรมาตมัน หรืออาตมัน เพราะปรมาตมันของศาสนาพุทธหรือพระเจ้าของพุทธนั้น ดับแล้วซึ่งปรมาตมัน ดับแล้วซึ่งพระเจ้าก็ไม่เหลือ ดับสวรรค์ดับนรก ปรมาตมันคือยิ่งใหญ่ของสวรรค์ เรานี่แหละใหญ่ สมัยโบราณสมัยฮินดูเรียกว่าพระพรหม สมัยต่อมาเรียกพระเจ้า แต่ละชื่อก็ต่างกันไป ของแต่ละศาสนาก็มีชื่อพระเจ้าของเขาไป อาจจะมีซ้ำกันหรือไม่ซ้ำกัน คือ ถ้าจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและหลงปรมาตมันนิรันดรตีไม่แตกไม่สูญสลาย นับเป็นความคิดของเทวนิยม ส่วนของพุทธนั้น อเทวะไม่มีสอง เทวะแปลว่าสอง ทวิ พูดเป็นไทย เทวฺ เปลี่ยนจากสองมาไม่มีคู่ เป็นหนึ่งก็แยกกันไม่มีเพิ่มเติมแล้ว สุดท้ายเหลือ 1 ก็ไม่เอา เป็นนปุงสกลิงค์ ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์อยู่ก็มีนรกทั้งนั้นเพราะเป็นสิ่ง 2 สิ่งที่แยกกันไม่ออกเหมือนเหรียญสองด้าน คุณแยกอย่างไรก็ไม่ได้ ให้ทำเหรียญบางขนาดไหนก็เป็นสองด้าน ถ้ายังมีสภาวะเป็นแผ่น ถ้าไม่เป็นแผ่นก็อย่างเช่นเป็นน้ำ H 2 O ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ดับปรมาตมันให้สูญไปเลย ศาสนาเทวนิยมไม่ได้ศึกษาทางนี้ เลยเข้าไปยึดถือว่าศึกษาไม่ได้ในปรมาตมัน ต้องเป็นสิ่งที่อยู่นิรันดรสูญไปไม่ได้ เขาเชื่ออย่างนี้แล้วจึงไม่คิดจะศึกษา จิตวิญญาณของตัวเอง เขาสนใจแต่สวรรค์เท่านั้นและทำสวรรค์ตามพระเจ้าสั่ง ก็ดี ไม่ใช่ไม่ดี ดี พระเจ้านั้นไม่มีองค์ไหนที่ชั่ว มีแต่พระเจ้าดีทั้งนั้น คนที่ปฏิบัติตามพระเจ้าก็ได้ดี ดีที่สุด ในทิฏฐิหรือลัทธิแบบนี้ ประเทศที่มีพระเจ้านิรันดร ส่วนของพุทธนั้นไม่ต้องมีพระเจ้านิรันดร 610613_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ผ่าความจริงของอรหันต์เดาอรหันต์เก๊

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน