สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน หลักประชาธิปไตย 3 ประการ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน หลักประชาธิปไตย 3 ประการ แวะเข้าหาการเมืองหน่อย ทุกวันนี้การเมืองอาตมาไม่ได้พูดอย่างเล่นลิ้นไม่ได้พูดอย่างโง่ๆ เช่นที่พูดว่า ประชาธิปไตยของไทยนี้สุดยอดในทุกวันนี้ เขาบอกว่าไม่เลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยเขามีความรู้อยู่แค่นี้ ถ้าไม่ใช่การเลือกตั้งบุคคลเข้าไปในสภา ไม่ว่าจะเป็นสส.เป็นนายก เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งบริหาร ถ้าไม่ใช่เกิดจากต้นทางที่ให้ประชาชนได้เลือกตั้ง ประชาชนเป็นคนตั้งนายกเองบางประเทศ หรือตั้งคณะครม.ก็แล้วแต่วิธีแตกต่างกันไป เมืองไทยขณะนี้ บริหารเป็นประชาธิปไตยอย่างได้สัดส่วนที่ดีที่สุด อาตมาพยายามนิยามความเป็นประชาธิปไตยอย่างสูงส่ง ความเป็นประชาธิปไตย ประเด็นที่ 1. คืออิสระเสรีภาพ ประเด็นที่ 2. คือไม่มีอัตตา ประเด็นที่ 3. คือมีความรู้ทางจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยขาเดียวจะไม่ค่อยมีความรู้ทางจิตวิญญาณ เรียกว่าสุกเอาเผากินกันไป เขาจะคำนึงถึงเรื่องจิตวิญญาณน้อย เห็นตัวอย่างได้ อย่างเช่นโดนัลด์ทรัมป์ เขาไม่แคร์จิตวิญญาณใครเลย เขาใหญ่ เขาถึงบอกว่า American First ต้องใหญ่ที่สุดในโลก ไม่เหนียมอายเลย พูดออกมาอย่างจริงใจด้วยนะ คือ เป็นคนบ้าระห่ำ มารยาทสังคมไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าในประเทศไทยมีผู้บริหารที่มีนายกตู่อยู่ขณะนี้ พูดไปแล้วก็หาว่าอาตมาไปเชียร์นายกตู่ คนหลายคนก็บอกว่าโพธิรักษ์มีคะแนนลบอยู่ในสังคม อย่าไปเชียร์นายกตู่ทำให้คะแนนนายกตู่ลดลง อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มันจริงใจที่จะเชียร์ด้วยความจริงใจก็ขอหน่อยเถอะน่า ขอเชียร์ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงใจหน่อยเถอะ นัยยะของความเป็นอิสระเสรีภาพขณะนี้ ไม่ว่าจะให้อิสระเสรีภาพทางด้านสื่อสาร ทางด้านพวกบ้าบอ ประท้วงอย่างโน้นอย่างนี้อยู่ ทั้งๆที่เอากฎหมายขู่มันก็ไม
อ่านต่อ
่กลัว จะทำรุนแรงก็ไม่ได้ จนให้อิสระเสรีภาพ จนไม่มีที่ไหนให้อิสระเสรีภาพสูงขนาดนี้หรอก หรือพวกอยากได้อำนาจมันแสดงออกมาอย่างโน้นอย่างนี้ หากเป็นประเทศอื่นก็ถูกจับขังคุกแล้วมันเว่อร์เกินไป อิสรเสรีภาพในประเทศไทยขณะนี้ จึงสมบูรณ์แบบแล้ว การที่ไม่มีตัวตนคือไม่ยึดตัวเองเป็นใหญ่ นายกตู่ก็ทำได้อย่างประมาณได้สัดส่วน ชอบที่ลีลา นัจจะ คีตะ วาทิตะ เหลือกิน ท่าทีลีลาแสดงคำพูดและแสดงน้ำเสียง คำพูดบางทีโอ้โห ..เป็นคำเด่นเยอะนะ ศึกษาดีๆ สมณะฟ้าไทว่า...นายกตู่นี้คนจะโกรธก็โกรธไม่ลง เขาออกปากเลย พ่อครูว่า...เป็นสุดยอดแห่งลีลาจอมยุทธหนังกำลังภายใน อาตมาไม่ได้แกล้งยกยอปอปั้นอะไร ทำไมอาตมาไม่จำเป็นต้องยกยอปอปั้นนายกฯอะไร เพราะสมาชิกที่อาตมาดูแลรับผิดชอบ เลี้ยงตัวเองได้สบาย พอเพียง ไม่ต้องไปขออะไรกับนายกฯเลย เราไม่ค่อยจะได้รับอะไรจากรัฐบาลอะไรหรอกเป็นสัจจะบ่งชี้ว่า พวกเราพึ่งตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปรบกวนใคร การบริหารประเทศมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ 1. ลดความเป็นหนี้ ระบบความเป็นหนี้หรือสินเชื่อ เป็นระบบที่เลวร้ายที่สุดของทุนนิยมสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นนายของทุน ระบบสินเชื่อนี้ เพราะฉะนั้นคนจนเขาก็จะต้องให้คนจนเป็นหนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้น คนรวยก็จะต้องให้เป็นหนี้ อย่างสุดท้ายล้มละลายเลย คนรวย นี่คือ กลยุทธ์วิธีการของสังคมทุนนิยม แล้วก็นายทุนที่เผลอไผล รู้ตัวก็ล้มละลายเพราะใช้ดอกไม่ทัน นายทุนให้ยืมให้คืนเงินต้น คืนไม่ได้ก็ล้มละลายก็เกิดอยู่แล้วในสังคมทั่วไป เป็นสังคมที่โหดร้ายมาก ระบบทุนนิยมสามานย์ เมื่อมาเป็นระบบบุญนิยมตามที่อาตมาได้พยายามสาธยาย และนำพามาปฏิบัติพิสูจน์มาประพฤติ จนเป็นได้ บุญคือเน้นที่จิตวิญญาณ แล้วก็ล้างกิเลสในจิตวิญญาณให้หมดความเห็นแก่ตัว หมดอัตตาตัวตนให้ได้ ซึ่งทุกวันนี้พวกเราเป็นไปได้ แม้จะยังไม่ใช่อรหันต์ทีเดียว ก็พยายามสังวรระวังไม่แสดงออกถึงความเห็นแก่ตัว ก็อยู่ในกลุ่มของอนาคามีเป็นต้น คนอยู่ภายในพวกเราระบบอนาคามีสังคมนี้ ไม่ได้สะสมทรัพย์ศฤงคารบ้านช่องเรือนชานเป็นของตนคืออนาคามีอย่างเป็นรูปธรรม แต่ในจิตก็อยากมีเป็นของตัวตนก็อาจจะกดข่มไว้ กดข่มไม่ได้ก็ออกไปทำนอกสถานที่ชาวอโศก เป็นอิสระเสรีภาพ แต่เข้ามาในนี้แล้วก็ต้องปฏิบัติตาม คนที่ปฏิบัติได้อย่างสบายไม่ฝืนไม่ลำบากได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก ก็อยู่ไปสบาย และมั่นใจว่า เรามีวรรณะ 9 เราอยู่อย่างนี้สบายเป็นคนเลี้ยงง่าย เป็นคนอบรมสั่งสอนให้เจริญในธรรมไปตามควร ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไปตามลำดับ เป็นคน อัปปิจฉะไม่เอามากไม่มีมาก จน จนไม่มีเป็นของตัวเอง อาศัยกินใช้แค่นี้ มีเครื่องใช้อาศัยปัจจัยบริขาร ไม่ต้องเปลืองอะไรมากมาย เป็นสังคมที่ประโยชน์สูงประหยัดสุดอย่างแท้จริง เป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจสุดยอด คนที่แสวงหาความจริงเข้าใจมีปัญญาเขาก็สนใจ เขาก็จะต้องมาพิสูจน์ อาตมาก็ยินดี เอหิปัสสิโก เชิญเข้ามาพิสูจน์ตรวจสอบ เรามั่นใจในความจริงอันนี้ เข้ามาพิสูจน์เลยยินดี อาตมาภาคภูมิใจที่สามารถสร้างสังคม ชาวอโศก มีมวลประชาชน มีคุณภาพคุณธรรมมีคุณสมบัติของพุทธอยู่ในสังคมที่เห็นอยู่นี้ เป็นคนไทยมีพฤติกรรมชีวิตอยู่ในสังคมอย่างนี้แม้จะอยู่ในที่นี่ แม้จะออกไปข้างนอกอนุโลมแก่ตัวเองบ้าง ก็ยังอยู่ในสถานะที่เป็นคนที่ไม่เหมือนกับชาวโลกร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็มีคุณธรรมมีคุณสมบัติ ตามหลักวรรณะ 9 นี้ ได้มรรคผลในตัวเองจริง ที่เป็นจริงแล้วในตัวเอง บรรลุผลแล้ว คุณไปไหนก็เป็นอย่างนี้ คนที่เข้ากระแสในการสร้างคนของพระพุทธเจ้า เริ่มต้น เป็นพระโสดาบันเท่านั้นแหละท่านรับรองไว้ว่า เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน คำว่าเอกราชคืออะไร Independence เอกราชคืออยู่เหนือ เช่น โสดาบันอยู่เหนืออบาย โลกที่เป็นอบาย โลกที่มันไม่ดีแล้ว ผู้ที่เคยติดเคยคลุกคลีเกี่ยวข้องในโลกอบาย เช่น ติดการพนัน ติดการละเล่น จนกระทั่งมันมากไป ติดขี้เกียจ ติดอบายมุข 6 อบายมุข 4 เป็นต้น ก็เลิก สิ่งนั้นที่ในสังคมเขาก็ยังมีสังคมมีการเล่นการพนันการละเล่นจัดจ้าน มีการบันเทิงเริงรมย์จัดจ้าน มีอะไรต่างๆนานา ในสิ่งที่เรียกว่าไปอบายมุข เป็นสังคมคนขี้เกียจ เขาก็มีอยู่อย่างนั้น แต่ผู้ที่หลุดพ้นแล้วอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผู้จะไปเจอ คนแต่ก่อนติดการพนันเล่นการพนัน คุณไปในที่ไหนๆในโลกที่เขามีบ่อนการพนัน คุณก็ไปเล่นกับเขา คุณจะไปชายแดนประเทศไทยมีบ่อนการพนัน จะไปมาเก๊าไปลาสเวกัส โมนาโค ก็แล้วแต่ คุณไม่ต้องเป็นทาสสิ่งเหล่านั้น ไม่เอาแล้วอยู่เหนือแล้ว นี่คือคนบรรลุหลุดพ้น อยู่เหนืออย่างเป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ที่ไหนจะมีบ่อนการพนัน ที่ไหนเขาจะเล่นการพนันคุณก็ลอยตัว อยู่เหนือเป็นเอกราช อยู่ทั่วทั้งแผ่นดินที่มีสิ่งนี้ คุณไปไหนคุณก็หลุดพ้น ไอ้นั่นกินเราไม่ได้อีกแล้ว เราไม่ไปเป็นเหยื่อไม่ไปคลุกคลีไม่เกี่ยวข้องไม่มีรสชาติ ไม่ใช่รถกันกระสุนของคิมจองอึนนะ แต่ไม่มีรสชาติทางใจ มั่นใจ เฉยกับสิ่งเหล่านั้น แต่ก่อนมีอาการของเวทนา มันอยากสนุกชื่นใจพอใจถ้าหากได้เล่น ไปชื่นใจในสิ่งที่ไม่ควรจะไปชื่นใจ ก็ปฏิบัติจนสามารถอ่านเวทนาในเวทนาในความรู้สึกในอารมณ์ จนอารมณ์ความรู้สึกเวทนาเรานั้นไม่มีอาการที่มันชื่นใจ ไม่มีระริกระรี้เลยเป็นอรหัตผล แต่ก่อนนี้ชื่นใจมีรสชาติ เดี๋ยวนี้ไม่มีรสชาติ เจวเลว (ภาษาอีสานว่าไม่แซบไม่นัวเลย ไม่มีรสชาติเลย) แต่ก่อนจะเป็นของกินของใช้เขาปรุงแต่งกันและก็มีปรุงแต่งโดยธรรมชาติ มีสีน่ากิน รูปน่าดู เสียงน่าฟัง รสชาติน่าลิ้มลอง สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งมันก็มีอยู่ตามธรรมชาติ ปรุงแต่งมาหลอกล่อกันเต็มโลก ไม่ว่ายุคไหนๆก็มี แต่นี่เราผ่านหมด แม้แต่ในระดับอบายมุขก็คือที่ในสังคมส่วนใหญ่เขา มันเป็นความจัดจ้าน เรียกว่าอบาย ขั้นต้นของโสดาบันก็หลุดพ้นจากอำนาจรสชาติจัดจ้านเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติทางโลกีย์ 1. เขาแย่งเอาลาภอย่างจัดจ้าน แย่งเงินแย่งทองแย่งข้าวของ เราก็ไม่ต้องไปเป็นตัวแย่งเพิ่มเติม จึงเป็นการลดการยื้อแย่งให้แก่สังคม ระบบรัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์ก็ดีขึ้นเพราะลดการแก่งแย่งทั้งอำนาจและทรัพย์สินเงินทองกัน เกิดคนที่หลุดพ้นไม่แย่งชิง ไม่ว่าจะเป็น ลาภ ยศ สรรเสริญโด่งดัง แม้ที่สุดการเป็นสุขก็ไม่แย่งสุขใคร ศาสนาพุทธจึงไม่มีสุขไม่มีทุกข์นั่นคือผู้จบ เป็นอรหันต์ ของศาสนาพุทธจึงไม่มีสวรรค์ สวรรค์เป็นของเก๊ทั้งนั้น เป็นชั้นต่ำชั้นเตี้ยชั้นสูง ยิ่งชั้นสูงก็ยิ่งเป็นของเก๊มากขึ้น แม้แต่สวรรค์ชั้นต้นชั้น 1 นิดหน่อยก็เป็นเก๊ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก เพราะฉะนั้นไม่ต้องตายไปแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้า เพราะว่า พระเจ้าเป็นสวรรค์และเป็นผู้ที่สั่งเราลงนรกด้วย ตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้า เป็นอำนาจบาตรใหญ่ของพระเจ้า ศาสนาพระเจ้ามีอำนาจบาตรใหญ่ คนตายแล้วต้องไปอยู่กับพระเจ้า พระเจ้าอยู่ไหนก็มีสวรรค์อยู่ตรงนั้น ส่วนใครทำไม่ดีก็เป็นสัตว์นรกไป เป็นบัญชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศาสนาพุทธรู้จักจิตวิญญาณ จิตวิญญาณนี้ เป็นของแต่ละคน ศาสนาพุทธศึกษาจิตวิญญาณจนสุดท้ายทำให้จิตใจหมดสวรรค์หมดนรก หมดตัวหมดตน พระเจ้ามองหาไม่เจอ หาไม่เห็น เพราะแม้แต่ตายก็สูญ ไม่มีพลังงานจิตวิญญาณไปไหนเลย ไม่ไปหาพระเจ้า ไม่มีที่ไหน…..สูญ! แยกธาตุเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน พระเจ้ารอเก้อ จะเอามารับสวรรค์ก็ไม่เอาจะไปชี้ให้ลงนรกก็ไม่มี หมดความเป็นสวรรค์หมดความเป็นนรก ใครรู้จักจิตวิญญาณอาการของความเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวทำงานเดียวกันกับจิตวิญญาณเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับของพระเจ้ากับทุกคนเป็นจิตวิญญาณอันเดียวกัน ในเมื่อเรามาเกิดเป็นคนมีจิตวิญญาณ เราก็ศึกษาจิตวิญญาณในตัวเรา ให้รู้เลยว่า พระเจ้านี้เป็นสวรรค์ และพระเจ้ามีสิทธิ์จะชี้นรก เราก็ทำจิตวิญญาณของเราให้หมดสวรรค์หมดนรก พระเจ้าก็หาไม่เจอ พระเจ้าก็ไม่มี เพราะว่าพระอรหันต์ตายแล้วสลายธาตุจิตวิญญาณ หายไปเลย ไม่ไปหาสวรรค์ไม่ไปหานรกไม่ไปหาพระเจ้าไม่ต้องให้พระเจ้ามาชี้เพราะเราทำจิตวิญญาณของเราเป็นอย่างนั้นจริงๆได้แล้วจบ เชื่อไหมล่ะว่าศาสนาพุทธมีนิพพานอย่างนี้ ถ้าหากเชื่อก็มาพิสูจน์สิ คนพิสูจน์ได้แล้วก็มียืนยัน อาตมาก็พิสูจน์ได้ยืนยันว่ามีนิพพานเป็นอรหันต์ ใครไม่เชื่อก็ไม่ได้เสียใจ จะไปเสียใจทำไมว่าเขาไม่เชื่อ และก็ไม่ได้น้อยใจอะไรไม่ได้ตะกละอะไร คนเชื่อมีแค่นี้ก็พอใจแล้วเกินกว่า 5 คน เดี๋ยวนี้ก็ได้ข่าวว่า มีคนเปิดดูที่อาตมาเทศน์ เป็นร้อยเป็นพัน จะถึงหมื่นวิวไหม หลักพันก็เอาล่ะ เป็นกุศลหนักหนาแล้วมีคนเปิดดูใน YouTube เดี๋ยวนี้มันมีให้ดู จะพูดอจินไตยให้ฟังอันหนึ่ง สิ่งที่มันรวบรวมความรู้อะไรเอาไว้ เป็นแหล่งเก็บข้อมูลอะไรต่ออะไรไว้มากที่สุด คนที่รู้มากที่สุดคนที่รู้ยอดที่สุดก็คือ อัตตาคือตัวกู เพราะฉะนั้นแหล่งที่ว่าตัวกูนี้ ชื่อว่ากู และเป็นพลังงาน อิตถีภาวะด้วย เรียกว่า เกิ้ล เพราะว่าบัญญัติมันต้องลงกับสภาวะ ใครเก่งกว่า Google ทุกวันนี้ และทำไม่หยุด ที่เราพูดอยู่ตอนนี้เขาเก็บไว้หมด มีอะไรเรียกว่า server มโหฬารใหญ่ เก็บได้ไม่อั้นเลย เขาก็ทำยิ่งใหญ่ที่สุดได้ กูนี่แหละใหญ่ๆ อย่างพระพรหม โดยพยัญชนะมันลงตัวอย่างนั้น จะเป็นภาษาฝรั่งหรือไทยมันก็เข้าใจได้ สภาวะอย่างนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร เช่น พระพุทธเจ้าเกิดมาต้องเป็นเจ้าชายสิทธัตถะต้องชื่อนี้ มีพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทำนายไว้แล้ว จะมีอัครสาวกชื่อสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะ ไม่ได้พยากรณ์นะมันจะต้องมีลงตัวอย่างนั้นเลย จะไปบิดพลิ้วไม่ได้เป็นนักบอกความจริง จะต้องมีอย่างนั้นทุกอย่าง แม้แต่อาตมาเคยบรรยาย พระพุทธเจ้าอุบัติประสูติขึ้นในโลกแผ่นดินต้องไหว ดินน้ำไฟลมต้องรับรู้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญไม่ใช่เรื่องขี้โม้ ไม่ใช่เรื่องทำโก้เก๋ แต่เป็นเรื่องจริง มันต้องลงตัวทั้งรูปกับนาม เป็นธรรมะ 2 มันต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต้องลงตัวกัน ไม่เหลื่อมไม่ผิดไม่เพี้ยน ไม่ผิดฝาผิดตัวเป็นฝาที่ลงตัวกัน 610613_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ผ่าความจริงของอรหันต์เดาอรหันต์เก๊