เมื่อไม่มีเนื้อของปัจจัยมันย่อมมีความเสื่อมเป็นธรรมดา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์334 KB
วันที่แก้ไข6 กันยายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เมื่อไม่มีเนื้อของปัจจัยมันย่อมมีความเสื่อมเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น ถ้าเราเข้าใจแล้วว่าความเกิดเป็นธรรมดาแล้วเราปล่อยไม่ยึดเป็นของเรา ชราก็เป็นธรรมดา แล้วเราปล่อยไม่ยึดเป็นของเรา ชราก็เป็นธรรมดา ถ้ายังคิดว่า โอ้ย! ยังเสื่อมไม่ได้ ลดไม่ได้ ใครมาทำลายไม่ได้ก็จะทุกข์ เช่นเดียวกันที่เราทำอโศกขึ้นมา อโศกเกิดขึ้นมา ด้วยแรงกำลังหนุน กันอยู่ทุกคนช่วยกันหนุน ถึงหนุนอย่างไรก็เป็นปัจจัยเหมือนใช้ฟืนที่มาเร่งไฟเท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่า ไฟนั้นจะเสื่อมไม่ได้ เสื่อมได้ ถ้าตราบใดที่เรามีเนื้อฟืนเข้าไปมากขึ้นๆๆ เท่าที่เรากำลังสร้างกัน ทำความเกิดกัน ทุกคนก็ค่อยเพิ่มความเกิดของเชื้อฟืน เชื้อไฟที่จะเพิ่มให้ปัจจัย หรือเชื้อไฟนี้แรงได้ เราทำอยู่ไฟนี้ก็ยังแรงให้เราเห็นอยู่ ในขณะนั้นเท่านั้นๆ ถ้าเราไม่เพิ่มเชื้อปัจจัยนี้อีก เมื่อใด แน่นอนไฟจะต้องโทรมไฟจะต้องเสื่อม ไฟจะต้องชราเป็นของแน่ เพราะฉะนั้น เป็นความเป็นจริง เป็นความธรรมดาเหลือเกิน ที่มันจะต้อง มีความชรา เมื่อมันมีความชรา เพราะเราเติมเนื้อของปัจจัยที่มันสังเคราะห์ไว้ ไม่ได้ เมื่อเราเติมเนื้อของปัจจัยให้มันสังเคราะห์ไว้ไม่ได้ มันจะต้องโทรมลงบ้าง เราก็ไม่ต้องไปโศกเศร้า ไม่ต้องไปทุกข์ร้อนอะไรนี่ ไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไร มันต้องเป็น เพราะฉะนั้น เมื่อเราเห็นว่าเรายังมีกำลังอยู่ที่เราจะหาฟืนมาใส่ได้ เราก็หาฟืนมาใส่มันเสียซิ ผมเติมฟืนมันจนกว่าผมจะตาย ผมรู้ว่าฟืนของพุทธะนี้หรือปัจจัยที่จะไปเสริมพุทธะนี้ไว้ ให้มันอยู่ได้ มันจะอยู่ได้แค่ไหน มันกำลังจะเป็นไฟที่ลุกโชนหรือเป็นกำลัง สมมุติว่าเป็นเหมือนอย่างไฟที่ลุกโชน หรือมันเป็นกำลังความเกิดหรือความร้อน หรือความเป็นความมีนี้ได้ขนาดใด ผมก็จะพยายามหาฟืนมาใส่ สร้างปัจจัยที่เป็นเชื้อที่จะทำให้พุ

อ่านต่อ

ทธศาสนานี้ มีความเกิดมีความตั้งขึ้น มีความเจริญนี้ขึ้นไปได้เท่าใด ผมก็ไม่ย่อหย่อนไม่ย่อหย่อนทำสุดแรงเท่าที่ผมทนได้โดยไม่ยาก ทนได้โดยไม่ลำบาก จะเป็นอัจจารัทธะวิริยะมากเท่าใดก็ช่าง ผมหยั่งที่จิตของผม ผมจบที่ว่าผมทนได้โดยไม่ยาก ผมทนได้โดย ไม่ลำบาก และผมจะขยันวิริยะ ขยันพากเพียร อัจจารัทธะ มันจะมากเกินไปเท่าใด ผมเห็นว่าผมกระทำแล้ว ผมก็ไม่ได้ติดยึด ผมรู้แล้ว

พ่อท่านโพธิรักษ์ อริยสัจ 4 พิสดาร ณ แดนอโศก 2 สิงหาคม 2515

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน