เวทนากับสัญญานั้นเป็นนามรูปคู่หนึ่ง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์334 KB
วันที่แก้ไข6 กันยายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

เวทนากับสัญญานั้นเป็นนามรูปคู่หนึ่ง เวทะนะ แปลว่า ความรู้ กำหนดหมายลงไปชัดเจนนั้นแหละ คือ เวทะนะ คือมันรู้สามารถกำหนดรู้ สามารถรู้ความหมายของสิ่งที่ชัดเจน แม้จะเป็นอรูป ก็รู้ความหมายของอรูปได้ อย่าว่าแต่หยาบๆเลย แม้ขั้นอรูป ก็สามารถรู้ความหมายของอรูปได้ แต่ไม่ใช่ของเรา ของใคร ไม่หลงยึดถือ หรือไม่หลงดีใจ ไม่หลงปีติเปรมปรี แม้จะเสื่อมบ้างก็ไม่ทุกข์ใจๆ เป็นไปอย่างนั้น ของมันเอง จึงเรียกว่าไม่ยึด แม้กระทั่งรูปขันธ์ ไม่ยึดแม้กระทั่งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คนผู้นี้จึงไม่มีอุปาทานขันธ์ทั้ง 5 ไม่มีการยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ทั้ง 5 ไม่มี การยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ทั้ง 5 แต่เป็นสิ่งที่มันเป็นเองเป็นสิ่งที่มันเป็นของมัน เวทนาก็เป็นลักษณะอย่างนี้ของลักษณะอย่างนั้นแหละ สัญญาก็คือลักษณะอย่างนี้ที่อธิบายภาษาเท่านั้น แท้จริงแล้ว เวทนากับสัญญานั้นเป็นนามรูปคู่หนึ่ง ตัวเวทนานั้นเป็นนาม ตัวสัญญานั้นเป็นรูป เวทนาคือความรู้ รู้ว่านี่ ย่นย่อ ว่าเป็นสุข ย่นย่อว่าเป็นทุกข์ ย่นย่อว่านี่เป็นนิพพานหรืออุเบกขา เพราะฉะนั้น เรามีนิพพานเป็นเครื่องอาศัย สุข-ทุกข์ เป็นของโลก ก็แยกออกในเวทนา แล้วก็จำลงไปเป็นสัญญา กำหนดหมายเป็นรู้อยู่ จำไว้เป็นสัญญา หรือว่าไปฝังไว้ที่ สัญญา กำหนดไว้ที่สัญญา สัญญาจึงเป็นตัวรูป เวทนาจึงเป็นตัวนาม แล้วก็ทำงานอย่างนั้น จะปรุงเพิ่มอีกเมื่อไหร่ๆ ก็คือสังขาร สังขารก็คือทำรู้ให้เกิด ทำเวทนาให้เกิด รู้แล้วมั่นแล้ว ก็เป็นวิญญาณ เป็นตัวที่รู้แจ้ง รู้จบ อยู่ในตัวรู้แจ้ง รู้จบอยู่ในวิญญาณ วิญญาณนั้นก็เป็นวิญญาณ ของวิญญาณ ไม่ได้เป็นของใคร มันจะเกิด มันจะตาย มันจะดับ มันจะสูญ มันก็อยู่ในโลกนี้แหละ วิญญาณอยู่ในโลก วิญญาณของพระพุทธเจ้าก็อยู่ในโลก นี้แหละวิญญาณโพธิสัตว์ อยู่ในโลก มัน

อ่านต่อ

ก็อยู่ในโลก วิญญาณของพระพุทธเจ้าก็อยู่ในโลกนี้แหละ วิญญาณโพธิสัตว์อยู่ในโลก มันก็อยู่ในโลก วิญญาณพระอรหันต์อยู่ในโลกก็อยู่ในโลก วิญญาณอะไรตายไป ก็ตายไปไอ้สิ่งที่เลวตายไป ก็เหลืออรหันต์หรือโพธิสัตว์ เหลือพุทธะขึ้นไปเรื่อยๆ พุทธะจะตายอีก พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พุทธะจะตายอีก หรือพุทธะจะอยู่อีก อย่าคิดเป็นอันขาด และผู้ที่รู้แล้วจริงก็หยุดคิด ก็จบกัน เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็สักแต่ว่าธาตุรู้ รูปก็คือสิ่งที่สั่งสมลงของอรูป ทั้งหลายแหล่นี่ ธาตุรู้ ธาตุทั้ง 4 นี่ เกาะกุมกันเข้าก็เป็นรูป ก็เป็น ขันธ์ 5 มันจะเกาะกุมหรือมันจะสลายช่างมัน หรือมันจะเสื่อมหรือมันจะสลายช่างมัน มันจะเสื่อมหรือมันจะเจริญ ก็ช่างมันอีก ไม่ยึดมั่นถือมั่น พ่อท่านโพธิรักษ์ อริยสัจ 4 พิสดาร ณ แดนอโศก 2 สิงหาคม 2515

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน